Biscotti
1. Biscotti

ห้องอาหารอิตาเลียน Biscotti ตกแต่งสไตล์ Italian Trattoria เสิร์ฟเมนูแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย อาทิ พิซซ่าโฮมเมดอบร้อนหอมกรุ่นจากเตา พาสต้าเส้นสดทำสดใหม่ทุกวัน ให้บรรยากาศราวกับนั่งรับประทานอาหารอยู่ในอิตาลี บริเวณที่นั่งสบายดูหรูหราแต่แฝงความเรียบง่ายและเชื้อเชิญ พร้อมครัวเปิดที่สร้างบรรยากาศคึกคักน่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่สนใจชมการปรุงอาหารแบบสดๆ และยังมีห้องส่วนตัวบริการด้วย
ในด้านอาหารมีทั้งเมนูอะลาคาร์ท และเซ็ตอาหารที่ดึงเอกลักษณ์ของอาหารอิตาเลียนแต่ละภูมิภาคออกมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ
Chim by Siam Wisdom
2. Chim by Siam Wisdom

ห้องอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่ครองหนึ่งดาวมิชลินเจ็ดปีซ้อน การันตีความนิยมด้วยรสชาติของเมนูไทยโบราณที่หารับประทานยาก โดยเชฟหนุ่ม ธนินธร จันทรวรรณ บอกว่า อาหารไทยประกอบด้วย 9 รส ได้แก่ เค็ม หวาน เปรี้ยว ขม เมาเบื่อ เผ็ดร้อน ฝาด มัน เย็นหอม พร้อมเมนูที่ปรุงจากวัตถุดิบตามฤดูกาล เช่นปลายหนาว ส้มโอขาวน้ำผึ้ง GI นครชัยศรี กุ้งแม่น้ำย่าง ฤดูกาลที่ดีสุดคือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกันยายน รวมถึงเมนูอาหารไทยเก่าแก่ อาหารท้องถิ่นจากทั่วทุกภาค ทางร้านยังเลือกใช้วัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วเมืองไทยมาปรุงแต่งเพื่อยกระดับอาหารไทยในเสิร์ฟในบรรยากาศผ่อนคลาย รื่นรมย์ กับบ้านไม้สไตล์วินเทจ
อ่านเพิ่มเติม: เชฟหนุ่ม ธนินธร จันทรวรรณ กับวิถีเชฟมืออาชีพ
Coda Bangkok
3. Coda Bangkok

ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งฝีมือเชฟแท็ป ศุภสิทธิ์ ก๊กผล ผู้เติบโตมากับร้านอาหารทะเลของครอบครัวในมหาชัย เขาจึงนำความทรงจำเกี่ยวกับอาหารในวัยเด็กมาผสมผสานกับประสบการณ์ สร้างสรรค์ออกมาเป็นคอร์สเมนูที่เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานในการยกระดับอาหารไทยดั้งเดิมให้น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น
Eat Me Restaurant
4. Eat Me Restaurant

จากจุดเริ่มต้นของการเป็นร้านอาหารง่ายๆ สบายๆ ที่เจ้าของเดิมที่เป็นชาวออสเตรเลียตั้งใจที่ให้เป็นที่สังสรรค์จิบไวน์ของเพื่อนๆ หัวหน้าเชฟชาวอเมริกันจากรัฐเมน ได้นำเอาอิทธิพลด้านอาหารจากนิวยอร์กถึงแคลิฟอร์เนียตอนใต้มาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารนานาชาติสมัยใหม่ในปัจจุบันที่นักชิมยกนิ้วให้
เมนูอาหารของร้านเน้นความมีรสชาติและความสมดุล และชูความสดใหม่ของวัตถุดิบที่แต่ละอย่างได้มีโอกาสอวดสีสันและรสชาติตามธรรมชาติบนจานอาหารได้อย่างงดงาม มีทั้งเมนูอะลาคาร์ท ที่หลายเมนูออกแบบมาให้รับประทานได้หลายคน เสิร์ฟมื้อเย็นและมื้อดึกที่สั่งได้จนถึงตีหนึ่ง
Enoteca
5. Enoteca

เดิมทีพื้นที่นี้ตั้งใจเปิดเป็นร้านขายไวน์ ก่อนต่อยอดมาเป็นร้านอาหารอิตาเลียนเต็มตัวในภายหลัง ชื่อร้านจึงสื่อถึง “ห้องสมุดไวน์” หรือ wine library ที่โดดเด่นทั้งในด้านอาหารและไวน์ชั้นเลิศนำเข้าจากหลายแหล่ง โดยมีไวน์ให้เลือกกว่า 400 ฉลาก ทางด้านอาหารก็อร่อยล้ำด้วยฝีมือเชฟมากประสบการณ์จากเมืองตูรินที่เคยได้รับรางวัลมิชลินสตาร์มาแล้ว แต่ละเมนูยังคงรักษาแก่นแท้ของอาหารอิตาเลียนไว้อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันก็มีความสร้างสรรค์และความร่วมสมัยชวนให้ลิ้มลอง
Gianni Ristorante
6. Gianni Ristorante

ร้านอาหารอิตาเลียนเก่าแก่คู่กรุงเทพฯ เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1996 นับเป็นหนึ่งในตำนานเลื่องชื่อที่ผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนรู้จักกันดี ยืนระยะผ่านกาลเวลามายาวนานเกือบสามสิบปีขนาดนี้ แน่นอนว่าคุณภาพอาหารย่อมไม่ธรรมดา เชฟ Gianni Favro เชฟรุ่นใหญ่มากประสบการณ์ คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากหลายแหล่งทั่วทุกมุมโลกมาปรุงอย่างพิถีพิถัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความคลาสสิกของอาหารอิตาเลียนขนานแท้ ซึ่งจัดเสิร์ฟในบรรยากาศเรียบหรูและบริการเป็นเลิศจากทีมมืออาชีพ
Hei Yin
7. Hei Yin

Hei Yin ตั้งใจสืบสานวัฒนธรรมอาหารจีนกวางตุ้งสูตรต้นตำรับจากเมืองกวางโจว ซึ่งมีอาณาเขตติดกับทั้งทะเลและภูเขา ที่ทำให้ดินแดนแถบนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลผลิตจากธรรมชาติที่สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดเมนูอาหารแสนอร่อยหลากหลาย หัวหน้าเชฟชาวฮ่องกงผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารมายาวนานกว่า 40 ปี จึงนำเรื่องราวเหล่านี้มาต่อยอดจัดเสิร์ฟอาหารจีนในรูปแบบร่วมสมัย ท่ามกลางบรรยากาศเรียบหรูที่เหมาะแก่การเฉลิมฉลองไปกับเมนูเลิศรสกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
Hybrid Restaurant & Wine Bar
8. Hybrid Restaurant & Wine Bar

ยอดหญิง ภูมิเจริญ เชฟและเจ้าของร้านนำทักษะการรังสรรค์อาหารชั้นสูงที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานในประเทศอิตาลียาวนานกว่าสิบปี ผสมผสานเข้ากับรากวัฒนธรรมอาหารไทยดั้งเดิม โดยเฉพาะเมนูขึ้นชื่อของทางใต้ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณแม่ สร้างสรรค์ออกมาเป็นคอร์สไฟน์ไดนิ่งสุดพิเศษอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ ทางร้านจัดเสิร์ฟดินเนอร์สองรูปแบบคือ 7 คอร์สเมนู และ 9 คอร์สเมนู
L'éléphant
9. L'éléphant

ยกระดับทริปเชียงใหม่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการสัมผัสประสบการณ์พิเศษทางรสชาติไปกับอาหารของเชฟอ้น ปฐพี มูลก้อนแก้ว จัดเสิร์ฟทั้งแบบอะลาคาร์ท ที่เน้นอาหารฝรั่งเศสสไตล์คลาสสิกรสกลมกล่อม และเทสติ้งเมนูที่หยิบเอาวัตถุดิบท้องถิ่นไทยตามฤดูกาลมาผสมผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารชั้นสูงได้อย่างน่าทึ่ง แต่ละจานล้วนแปลกใหม่และเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากตัวร้านเคยเป็นแกลเลอรีจัดแสดงงานศิลปะมาก่อน บรรยากาศภายในร้านจึงรายล้อมไปด้วยผลงานศิลปะสวยงามดึงดูดสายตา
Mott 32 Bangkok
10. Mott 32 Bangkok

ร้านอาหารจีนชื่อดังจากฮ่องกงที่มีสาขาหลายแห่งทั่วโลก เมนูส่วนใหญ่เป็นอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง ผสมผสานกับอิทธิพลจากอาหารปักกิ่งและเสฉวน ทางร้านคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากหลายแหล่งมาปรุงด้วยเทคนิคร่วมสมัย และสูตรลับความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นับตั้งแต่เปิดร้าน New York Steakhouse ก็ติดอันดับร้านสเต็กที่ดีที่สุดในเมืองไทยทุกปี เป็นสวรรค์ของ บีฟเลิฟเวอร์ เสิร์ฟสเต็กสไตล์อเมริกันในโรงแรมห้าดาว รวมเนื้อจากผู้ผลิตชั้นนำ ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เช่น เนื้อวากิวออสเตรเลีย เนื้อมิยาซากิ เนื้อมัตซึซากะ เนื้อโกเบจากญี่ปุ่น เนื้อวัวแบล็กแองกัสอเมริกา และอีกมากมาย ผ่านการย่างอย่างเชี่ยวชาญ ด้วยระดับความสุกตามที่ลูกค้าต้องการ ให้เนื้อสัมผัสนุ่ม ชุ่มฉ่ำ แค่โรยเกลือ พริกไทย ก็อร่อยแล้ว สำหรับคนไม่รับประทานเนื้อวัวมีเมนูพอร์คช็อปและอาหารทะเล
Phra Nakhon
12. Phra Nakhon

ห้องอาหารในเรือนกระจกโปร่งท่ามกลางสวนเขียวขจีริมแม่น้ำ เอาใจคนรักอาหารไทยกับเมนูอาหารไทยสำรับอร่อย แบบฉบับที่ทุกบ้านปรุงและรับประทานสืบต่อกันมาในครอบครัว ทางร้านเลือกใช้เครื่องปรุงและวัตถุดิบพื้นถิ่นดั้งเดิม คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากเกษตรกรและชาวประมงในท้องถิ่น รับรองความสด ใหม่ แบบวันต่อวัน นำมาปรุงรสชาติให้กลมกล่อม ผสมผสานรสหวาน เผ็ด เปรี้ยว เค็ม และขม อันเป็นเอกลักษณ์รสชาติอาหารไทย มีเมนูรสชาติจัดจ้านถึงใจจากทุกภูมิภาคให้เลือกสรร ทั้งแบบอะลาคาร์ท สั่งเป็นกับข้าวหรืออาหารจานเดียว รวมถึงแบบสำรับสำหรับสองคนพร้อมตัวเลือกไวน์แพร์ริงด้วย
ประสบการณ์อาหารไทย-จีน แนวอินโนเวทีฟและโปรเกรสซีฟระดับไฟน์ไดนิ่งหาไม่ได้ง่ายนัก เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ เชฟดาวรุ่ง หนึ่งดาวมิชลิน นำแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิต อาหาร และวัฒนธรรมของชาวสำเพ็ง-เยาวราช มาสร้างสรรค์เป็นเมนูหน้าตาแปลกแต่รสชาติคุ้นลิ้น
ภายในอาคารเก่าอายุ 120 ปี ของครอบครัวที่เคยเป็นร้านขายยา “โพทง” ถูกนำมาดัดแปลงเป็นร้านอาหารเรียบเท่ แฝงกลิ่นอายอดีต แม้เป็นตึกเก่าแต่ไม่ขาดเสน่ห์ โดยใช้วิธีการตกแต่งแบบจัดวางสิ่งที่แตกต่างมาไว้ด้วยกันซึ่งเข้ากับการจัดจานของเชฟอันน่าทึ่ง อีกความโดดเด่นคือรสชาติที่คุ้นลิ้น ทว่าสีสัน ลูกเล่น และการจัดวาง สร้างอารมณ์สนุกก่อนจะได้ลิ้มรสชาติอาหารเสียอีก
Ribs mannn
14. Ribs mannn

อยากนั่งกินอาหาร ชมฟ้ากว้างภูผาสูง ต้องมาเยือนร้านสเต็กเฮาส์-สโมคเฮาส์ชื่อดังของเขาใหญ่ สวรรค์สำหรับคนรักเนื้อ ที่คัดเนื้อวากิวและเนื้อวัวแองกัสเกรดพรีเมียมจากออสเตรเลีย และดรายเอจในตู้สำหรับบ่มเนื้อนำเข้าจากเยอรมนี ย่างในเตาจอสเปอร์ ซึ่งเป็นเตาที่ผสมการย่างระบบเตาถ่านและเตาอบ ด้วยเทคนิคเฉพาะ
ห้ามพลาดอาร์ติซานเบอร์เกอร์ เนื้อออสเตรเลียวากิว โทมาฮอค ออสเตรเลียวากิว นิวยอร์กคัท ที-โบนสเต็ก ดรายเอจ (35 วัน) ปรุงแค่พริกไทยแดงกำปอตและเกลือกำปอต รวมอาหารกว่า 300 เมนู (รวมถึงเมนูสำหรับเด็ก) ไอศกรีม เบเกอรี ชา กาแฟ ม็อกเทล ค็อกเทล คราฟต์เบียร์ ไวน์ ไปจนถึงวิสกี้ มีเวทีแสดงดนตรีสด พร้อมวิวสวย อากาศปลอดโปร่ง จึงเป็นร้านอาหารสำหรับวันหยุดพักผ่อนและสังสรรค์
Samuay & Sons
15. Samuay & Sons

ร้านอาหารไทยอีสานของเชฟสองพี่น้อง เชฟหนุ่ม วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ และเชฟโจ้ วรวุฒิ ตริยเสนวรรธน์ ที่หยิบยืมชื่อ ‘ซาหมวย’ ซึ่งเป็นชื่อคุณแม่ที่เคยเปิดกิจการรับตัดเสื้อสตรีในชื่อเดียวกันมาสานต่อ
ด้วยความเชื่อว่าวิถีการกินอยู่ตามฤดูกาลของคนไทยดั้งเดิม สามารถทำให้คนเรามีสุขภาพดีตามแนวทางธรรมชาติบำบัดได้ จึงต้องการนำเสนออาหารจานอร่อยที่สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลา โดยเชฟมักเดินทางไปเสาะหาวัตถุดิบพิเศษจากหลายแหล่งในภาคอีสาน มาจัดเสิร์ฟความอร่อยในรูปแบบอะลาคาร์ทและเทสติ้งเมนู
Le Du
16. Le Du

เมื่อสิบปีก่อน เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เริ่มทำร้าน Le Du จากความมุ่งมั่นในการนำวัตถุดิบตามฤดูกาลของไทยมารังสรรค์เป็นเมนูสมัยใหม่ แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งรสชาติต้นตำรับไทยแท้ เพื่อถ่ายทอดความอุดมสมบูรณ์ของผลผลิตตามฤดูกาลจากทุกสารทิศทั่วไทย และสืบสานวัฒนธรรมการทำอาหารไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Le Du กวาดรางวัลน่าภาคภูมิใจมามากมาย อีกทั้งยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่ผลักดันให้เชฟต้นกลายเป็นเจ้าของแบรนด์ธุรกิจร้านอาหารผู้โด่งดังระดับโลกอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม: เชฟต้น ธิติฏฐ์ แนะนำร้านอาหารและบาร์ที่ดีที่สุดในเชียงใหม่
Lenzi Tuscan Kitchen
17. Lenzi Tuscan Kitchen

ร้านบรรยากาศอบอุ่นและเชื้อเชิญ เสิร์ฟเมนูอาหารอิตาเลียนสไตล์ทัสคานีระดับไฟน์ไดนิ่งโดยฝีมือเชฟ Francesco Lenzi โดดเด่นที่วัตถุดิบคุณภาพ ผสานกับเทคนิคและวิธีการปรุงแบบดั้งเดิมและดีต่อสุขภาพ ปรุงสดๆ ที่ครัวเปิดที่แขกสามารถมองเห็นขั้นตอนต่างๆ ของการปรุงอาหาร
เมนูขึ้นชื่อของร้านสร้างสรรค์ขึ้นโดยเชฟ Francesco Lenzi ทั้งหมดและใช้แฮมแบบดั้งเดิม รวมไปถึงชีสนานาชนิดจาก Slow Food International ผลิตภัณฑ์จากครอบครัวเชฟ ซึ่งเป็นวัตถุดิบโฮมเมดออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองจากทางการแคว้นทัสคานี นอกจากเมนูอะลาคาร์ทแล้ว ยังมีเมนูเซ็ตอาหารกลางวันขนาดย่อม พร้อมของหวานที่พลาดไม่ได้อย่างทิรามิสุ พานาค็อตต้า และไอศกรีมสรสต่างๆ ไวน์ชั้นดีที่ดื่มคู่กับอาหารได้อย่างดีเยี่ยม






