เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร
Cover เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร
เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร

หากเอ่ยถึงชื่อของเชฟที่อยู่ในวงการไฟน์ไดนิ่งประเทศไทย เชื่อว่าชื่อของ เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ต้องอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เพราะเขาสามารถนำร้านอาหาร Le Du และนุสรา ของเขาก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 และอันดับ 3 ของการจัดอันดับ Asia’s 50 Best Restaurants 2023 ได้ในที่สุด รางวัลและการยอมรับจากนานาชาติเหล่านี้ย่อมการันตีได้ว่าฝีไม้ลายมือของเชฟคนนี้ต้องไม่ธรรมดา

“ผมเป็นเด็กธรรมดา สมัยเด็กๆ คิดว่าตัวเองโชคร้ายด้วยซ้ำที่ไม่ได้ไปกินข้าวนอกบ้านเลย เพราะคุณตาคุณยายทำอาหารให้กินตลอด หลังเลิกเรียนกลับไปถึงบ้านอาหารวางเต็มโต๊ะ เราไม่ชอบเลย อยากไปกินฟาสต์ฟู้ดเหมือนเพื่อนบ้าง” เชฟต้นหวนนึกถึงอดีตที่โตมากับครอบครัวที่มีคุณตาคุณยายทำอาหารให้รับประทานแทบทุกมื้อ ทว่าสิ่งนี้ทำให้เขาซึมซับทักษะการทำอาหารโดยไม่รู้ตัว และสร้างการรับรู้รสชาติที่หลากหลายต่างจากคนอื่น “ผมมองดูคุณยายทำอาหาร ก็ลองหยิบเครื่องปรุงมาปรุงบ้าง ยายทำจานไหนเราชิมแล้ว ไม่ชอบก็ลองปรุงเพิ่ม กลายเป็นว่าได้ทักษะทำอาหารและด้วยความที่ตายายทำอาหารไม่ซ้ำ ผมเลยได้กินอาหารหลากหลาย ได้ชิมอาหารรสต่างๆ มากกว่าคนอื่น”

อ่านเพิ่มเติม: ยูน-ปัณพัท ศิลปินไทยผู้เคยฝากฝีมือระดับโลก กับการเดินทางบนสายรุ้งแห่งความฝัน

ด้วยความรักในการทำอาหารที่ติดตัวมาจนโต ทำให้เมื่อเชฟต้นเรียนจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์บัณฑิต และเริ่มทำงานบริษัทได้เพียงเดือนเดียว ก็ลาออกไปทำตามความฝัน “ผมไปเรียนทำอาหารและฝึกงานที่ครัวต่างประเทศ ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะกลับมาทำงานที่ไทย ยุคนั้นเชฟมักทำอาหารฝรั่งเศส อาหารยุโรป ดูเท่มาก ผมก็คิดว่าตัวเราเองไม่ได้อยากทำเพราะเท่ แต่อยากทำให้อาหารไทยเท่”

 

เมื่อ Tatler ขอให้เชฟต้นขยายความว่าทำไมอาหารไทยต้องเท่ คำตอบของเชฟต้นเป็นคำอธิบายได้ว่า เพราะอะไรเขาจึงก้าวขึ้นมาเป็นเชฟแถวหน้าได้ “ผมคิดว่าใครๆ ก็รู้ว่าอาหารไทยดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเราปล่อยไว้ ไม่พัฒนา อาหารชาติอื่นจะแซงเราได้ หากคิดย้อนกลับไปเมื่อ 200-300 ปีก่อน บรรพบุรุษของเราไม่นำวัตถุดิบมาประยุกต์ เช่น ไม่นำเครื่องเทศจากอินเดียมาทำแกง เราจะมีแกงที่มีรสชาติแบบนี้ไหม ถ้าเราไม่ใช้พริกที่มาจากอเมริกาใต้ที่นำเข้ามาโดยชาวโปรตุเกส อาหารไทยเราจะมีรสชาติแบบทุกวันนี้ไหม 

“ทุกวันนี้ผมจึงพัฒนาอาหารไทย โดยใช้วัตถุดิบและเทคนิคที่ไม่จำกัดแค่ของไทย ร้านอาหารของผมจึงมีเมนูไทยที่มีเทคนิคผสมผสาน เราลองผิดลองถูก ไม่ได้บอกว่าของเราดี แต่เราลองเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สุดท้ายไม่ว่าผมทำหรือเชฟคนอื่นทำ อะไรที่ดีพอ ก็จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์แค่นั้นเอง นี่เป็นกฎของทุกอย่าง ไม่ว่าจะงานศิลปะ งานเพลง อาหารก็เช่นกัน ในช่วงชีวิตผม ผมอาจะคิดมาเมนูเป็นพัน เป็นหมื่น อาจมีแค่ 1-2 อย่างที่ถูกจารึกไว้ในอีก 200-300 ร้อยปีข้างหน้า แต่นั่นก็ดีกว่าเราไม่ได้ลองทำอะไรเลย” 

นอกจากทำหน้าที่พัฒนาอาหารไทยอย่างไม่หยุดยั้ง เชฟต้นยังไม่จำกัดบทบาทของตัวเองไว้แค่คนทำอาหาร แต่มองไปไกลว่าสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้ด้วย “ผมเชื่อมากว่าสุดท้ายแล้วเชฟเป็นมากกว่าแค่คนทำอาหาร เชฟสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากมาย เปลี่ยนแปลงความคิดคน เปลี่ยนแปลงการรับรู้ เปลี่ยนแปลงสิ่งที่คนกิน รวมไปถึงเปลี่ยนแปลงโลกยังได้เลย จากความเชื่อนั้นทำให้ผมนำอาหารไทยไปเป็นที่หนึ่งของเอเชีย ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในประวัติศาสตร์เอเชีย แต่อาหารไทยเราทำได้”

อีกหนึ่งสิ่งที่เชฟต้นมองว่าสำคัญต่อการต่อยอดอาหารไทยให้ไปได้ไกลมากขึ้น คือการให้ความรู้ เพื่อให้คนทั่วโลกคุ้นชินอาหารไทยในรสชาติแบบไทยแท้ “ ผมมองว่า หน้าที่ของเราคือให้ความรู้นักท่องเที่ยวว่า นี่คืออาหารไทยที่ถูกต้อง ยุคนี้ Globalization หมดแล้ว เมื่อผู้บริโภคได้กินอาหารไทยที่ถูกต้อง เขาจะแชร์กันทางโซเชียล ส่งต่อกันไป เขาจะรู้แล้วว่าอาหารไทยเป็นอย่างไร และเขาจะเป็นคนบอกร้านอาหารเหล่านั้นว่า พวกเขาต้องการอาหารไทยที่ authentic สำหรับผมร้านอาหารไทยทุกร้านจึงเหมือนทูต เรามีหน้าที่บอก หน้าที่ทำเพื่อให้ผู้บริโภครู้ว่าอาหารไทยที่ถูกต้องเป็นอย่างไร”

 

สำหรับเชฟรุ่นใหม่ที่กำลังเดินบนเส้นทางของการทำอาหารไทยสู่สายตาโลก เชฟต้นฝากข้อคิดว่า “ทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ไม่ทำเพราะมองแค่ตัวเงิน แน่นอนว่าการทำให้ธุรกิจร้านอาหารไปต่อได้คือสิ่งที่เชฟทุกคนคาดหวัง แต่เราก็ต้องมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเราเช่นกัน เราจึงทำได้ดี”

จากเด็กในวันนั้นที่คิดว่าตัวเองโชคร้าย เพราะไม่ได้ออกไปกินอาหารนอกบ้านเหมือนคนอื่น ในวันนี้ Tatler คงต้องบอกว่าคนไทยโชคดีที่มีเชฟนำอาหารไทยไปสู่เวทีโลกที่ชื่อว่าเชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร 

Topics

Panit Tanasuk
Features Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

ผานิต ธนะสุข เป็นบรรณาธิการ Features Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาบทความเชิงลึกตั้งแต่บทสัมภาษณ์เจาะลึกบุคคลที่น่าสนใจ เรื่องราวของความยั่งยืน ผู้หญิงแถวหน้าในหลายแวดวง และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เธอมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์มากว่า 10 ปี