ความหรูหราในสไตล์แบบดิบๆ คือการมาถึงของการรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในงานสถาปัตยกรรม ผ่านการสร้างประสบการณ์โรงแรมด้วยสไตล์บรูทัลลิสต์
สถาปัตยกรรมสไตล์บรูทัลลิสต์มีชื่อเสียงโดดเด่นจาก facade คอนกรีตสุดเท่ ดูเคร่งขรึม ซี่งอาจดูไม่เข้ากับความเป็นสถานที่พักผ่อนเท่าไหร่นัก แต่งานดีไซน์โรงแรมในปัจจุบันก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่จริง เพราะการออกแบบที่ใส่ใจนั้นช่วยทำให้คอนกรีตดิบๆ เหล่านี้ดูซอฟต์ลงได้
ที่โรงแรม Pompey ในจาเมกา ผนังคอนกรีตถูกนำมาจับเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้แสนอบอุ่น หรือการรีโนเวทโรงแรม Marcel ในนิวเฮเวน ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็แสดงให้เห็นว่าอาคารสไตล์บรูทัลลิสต์ก็สามารถนำมาปรับโฉมใหม่เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนสุดทันสมัยได้เช่นกัน ขณะที่ในกรุงเอเธนส์ Ace Hotel ได้นำเสนอความเป็นไปได้ในการใช้คอนกรีตออกแบบโรงแรม ซึ่งถือเป็นต้นแบบใหม่ๆ ที่น่าสนใจสำหรับการปรับแนวคิดทางสถาปัตยกรรม
ที่เรายกขึ้นมานี้ เป็นเพียงโรงแรมแค่ 3 แห่งจากทั้งหมด 7 แห่งทั่วโลก ซึ่งพลังความดิบของสไตล์บรูทัลลิสต์ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างพื้นที่การพักผ่อนส่วนตัวอันเป็นเอกลักษณ์สำหรับการออกแบบโรงแรม
อ่านเพิ่มเติม: หลากโรงแรมดีไซน์สวยในเอเชียที่จะชวนคุณออกเดินทางสู่ปลายทางสุดไอคอนิก
1. Pompey, พอร์ตแลนด์ จาเมกา
ในเขตพอร์ตแลนด์ จุดที่เทือกเขาบลูเมาน์เทนของจาเมกามาบรรจบกับทะเลแคริบเบียน เป็นสถานที่ตั้งของ Pompey โครงการอสังหาริมทรัพย์สุดหรู ที่นำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการโรงแรมและการบริการออกมาได้อย่างกล้าหาญ
บนที่ดินขนาด 126.5 ไร่ (50 เอเคอร์) เป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างสุดสง่างามที่ผสมผสานเสน่ห์ของป่าเขตร้อน เข้ากับความกล้าหาญในการใช้สไตล์บรูทัลลิสต์ ออกแบบโดย Freecell Architecture และดีไซเนอร์ Gia Wolff
การตกแต่งภายในที่แสนเรียบง่ายของอาคารแห่งนี้ออกแบบโดย Sara Nataf และ Katelyn Hinden ช่วยเสริมให้สถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งหลังนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ, ศาลาโยคะ และฟาร์มที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ในขณะที่คอลเล็กชั่นงานศิลปะโมเดิร์นที่น่าประทับใจก็ได้เปลี่ยนให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแกลเลอรีที่มีชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นผลงานของ Sofia Londoño, Lucas Muñoz, Pedro Reyes หรือ Veronica Ryan ถูกจัดแสดงออกมาผสมผสานกลมกลืนกับภูมิทัศน์ตลอดทั้งสถานที่ เกิดเป็นบทสนทนาสุดสร้างสรรค์ระหว่างศิลปะและธรรมชาติในใจกลางพื้นที่อันเขียวชอุ่มของจาเมกา
อ่านเพิ่มเติม: 7 เทรนด์การออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน ที่ทรงอิทธิพลในแวดวงดีไซน์
2. Hotel Marcel, คอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา
ริมถนนอินเตอร์สเตต 95 ในเมืองนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต เป็นที่ตั้งของผลงานชิ้นเอกสไตล์บรูทัลลิสต์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Marcel Breuer ที่แปลงโฉมอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทผลิตยางรถยนต์ให้กลายมาเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ยั่งยืนที่สุดในอเมริกา
ปัจจุบัน Hotel Marcel เป็นส่วนหนึ่งของ Tapestry Collection ของเครือโรงแรม Hilton ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ด้วยแผงโซลาร์เซลล์ 1,000 แผงบนดาดฟ้า และระบบไฟส่องสว่างสุดสร้างสรรค์
Dutch East Design บริษัทออกแบบที่เบสในบรู๊คลิน ได้ดีไซน์การตกแต่งภายในโดยเชิดชูเสน่ห์ของมรดกทางอุตสาหกรรมของตัวอาคารหลังนี้ ด้วยการคงรักษาแผงไม้ดั้งเดิมและบันไดคอนกรีตเดิมไว้พร้อมเพิ่มสัมผัสของความร่วมสมัยเข้าไป
โรงแรมแห่งนี้มีห้องพักทั้งหมด 165 ห้อง ออกแบบใหม่โดยสถาปนิก Bruce Redman Becker ถือเป็นโรงแรมแห่งแรกของสหรัฐฯ ที่ได้รับการรับรองทั้ง Passive House และ LEED Platinum
อ่านเพิ่มเติม: 10 งานออกแบบสถาปัตยกรรมที่รังสรรค์จากฝีมือผู้หญิง
3. Sossusvlei Desert Lodge, ทะเลทรายนามิบ นามิเบีย
เดินทางไปยังใจกลางของทะเลทรายนามิบ เข้าพักใน Sossusvlei Desert Lodge ของ andBeyond ก่อตั้งขึ้นเพื่อการศึกษาด้านความสมดุลของสิ่งแวดล้อม
โครงสร้างจากยุค 1990s ที่ออกแบบใหม่โดย Fox Browne Creative ผ่านฝีมือของสถาปนิก Jack Alexander สื่อความรู้สึกในแบบบรูทัลลิสต์ ด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่โดดเด่นของวัสดุสุดเท่อย่างกระจก หิน และเหล็ก แต่ยังคงไว้ซึ่งความดิบของสไตล์สถาปัตยกรรมแนวนี้ซึ่งนำเสนอออกมาให้ดูนุ่มนวลลง กลายเป็นอาคารที่สวยตระหง่านท่ามกลางภูมิประเทศที่เป็นคลื่นเป็นสันของทะเลทรายเวิ้งว้างในนามิเบีย
บ้านพักแห่งนี้เป็นตัวแทนความสมดุลของการออกแบบที่ละเอียดอ่อน ระหว่างความทันสมัยที่ไม่ผ่อนปรน และแนวคิดเชิงอนุรักษ์ ด้วยแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาคอนกรีตเปลือยที่ช่วยดูดซับแสงแดดอันร้อนแรงจากทะเลทรายที่อุณหภูมิมักจะสูงทะลุ 50 องศาเซลเซียส เพื่อใช้จ่ายพลังงานให้กับระบบควบคุมสภาพอากาศและระบบรีไซเคิลน้ำของที่ทันสมัยหลังนี้
ผลลัพธ์ที่ได้คือ โอเอซิสที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งพิสูจน์ว่าความทะเยอทะยานทางสถาปัตยกรรม สามารถอยู่ร่วมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้จริงๆ แม้มันจะตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่โหดที่สุดของโลกก็ตาม
อ่านเพิ่มเติม: 13 สปาที่สวยที่สุดจากทั่วโลก สำหรับวันหยุดแสนผ่อนคลายของคุณ
4. The Sukhothai, เซี่ยงไฮ้ จีน

Above โรงแรม The Sukhothai ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (ภาพ: The Sukhothai Shanghai)

Above โรงแรม The Sukhothai ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน (ภาพ: The Sukhothai Shanghai)
ที่ The Sukhothai ในเซี่ยงไฮ้ สถาปัตยกรรมแบบบรูทัลลิสต์ที่ดิบโหดกลับดูอบอุ่นขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเมื่ออยู่ในมือของสถาปนิกอย่าง Neri & Hu ที่พักแห่งนี้โดดเด่นด้วยการทำให้คอนกรีตดูอ่อนลงด้วยการผสานองค์ประกอบอื่นๆ เข้ามาอย่างรอบคอบ นับเป็นการท้าทายขนบการออกแบบโรงแรมแบบเดิมๆ
ผนังคอนกรีตขนาดใหญ่สร้างให้เกิดรูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนป้อมปราการสุดยิ่งใหญ่ ในขณะที่ภายในสถาปนิกได้สร้างสรรค์พื้นที่นี้ให้ดูเป็นส่วนตัวผ่านการจัดวางวัสดุต่างๆ อย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นบันไดคอนกรีตลอยตัวสุดสง่างาม พร้อมแผ่นหินขัดสีเทาที่ดูราวกับจะท้าทายแรงโน้มถ่วง เป็นจุดยึดโยงให้โถงทางเข้าดูมีเสน่ห์ภายใต้แพทเทิร์นของโคมไฟไม้ขัดแตะ
ห้องพักจำนวน 201 ห้องผสมผสานระหว่างคอนกรีตดิบๆ กับผนังดินเหนียวโทนสีชมพูตุ่นๆ และสีเขียวนวลๆ ขณะที่เครื่องทองเหลืองและไม้สีซีดๆ ช่วยเสริมให้ความเรียบง่ายของอาคารแห่งนี้ดูอบอุ่นขึ้นมาในทันที
ที่นี่ความหนักหน่วงอันเป็นเอกลักษณ์ของงานออกแบบสไตล์บรูทัลลิสต์ได้กลายเป็นความโดดเด่นในเชิงบวก โดยสร้างสิ่งที่สถาปนิกเรียกว่า "โอเอซิสกลางเมือง" ขึ้นมา ท่ามกลางความมีชีวิตชีวาของเซี่ยงไฮ้
อ่านเพิ่มเติม: รู้จัก 10 โรงแรมสุดหรูแห่งใหม่ทั่วเอเชียแปซิฟิก: จากที่พักบนเกาะมัลดีฟส์ ไปจนถึงสถานที่เก่าแก่กว่า 200 ปีในอินเดีย
5. Hotel Terrestre, เปอร์โต เอสคอนดิโด เม็กซิโก
Hotel Terrestre ตั้งอยู่บนชายฝั่งของเม็กซิโก ท่ามกลางภูมิประเทศอันอบอุ่นของเขตเปอร์โต เอสคอนดิโด ซึ่งดูเหมือนเป็นการค้นพบทางโบราณคดีในแบบโมเดิร์น
ผลงานล่าสุดของสถาปนิก Alberto Kalach สำหรับ Grupo Habita นำเสนอแนวคิดบรูทัลลิสต์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากที่สุดแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ วิลล่าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 14 หลังที่สร้างจากคอนกรีตทำมือและอิฐดินขาว
กลุ่มอาคารแห่งนี้ มีอาคารรับรองส่วนกลางทรงพีระมิด และสระว่ายน้ำส่วนตัว ที่วางตัวเรียงตามแนวเส้นตรง สามารถทำในสิ่งที่มีงานออกแบบอาคารสไตล์บรูทัลลิสต์เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถทำได้ นั่นก็คือการกลมกลืนกับธรรมชาติ
รีสอร์ตแห่งนี้นำคอนกรีตดิบๆ มาบรรจบกับไม้มาคีสไตล์พื้นเมืองได้อย่างลงตัว ในขณะที่การเลือกใช้สถานที่อย่างระมัดระวังก็ช่วยรักษาพืชพันธุ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่นไว้ได้ นี่คือแนวคิดแบบบรูทัลลิสต์ที่ถูกคิดขึ้นใหม่ในยุคที่คนใส่ใจและตระหนักถึงระบบนิเวศมากขึ้น ทำให้แนวคิดการใช้วัสดุแบบโบราณโคจรมาผสานกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืนแห่งอนาคต
อ่านเพิ่มเติม: ยกระดับการพักผ่อนกับลิสต์ 7 โรงแรมหรูที่เหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกชื่นชอบ
6. Shiroiya Hotel, มาเอะบาชิ ประเทศญี่ปุ่น

Above โรงแรม Shiroiya ในเมืองมาเอะบาชิ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Shiroiya Hotel)

Above โรงแรม Shiroiya ในเมืองมาเอะบาชิ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: Shiroiya Hotel)
โรงแรม Shiroiya ได้เปลี่ยนแปลงหัวใจหลักของสไตล์บรูทาลิสต์ให้กลายเป็นคุณค่าทางวัฒนธรรมของเมืองมาเอะบาชิ อดีตศูนย์กลางการค้าผ้าไหมที่สำคัญของญี่ปุ่น
การรีโนเวทโครงสร้างคอนกรีตจากทศวรรษ 1970 ของสถาปนิกชื่อดังอย่าง Sou Fujimoto สร้างความดรามาติกด้วยการรื้อถอนโครงสร้างอย่างการโละพื้นออกเพื่อเผยให้เห็นโครงสร้างคอนกรีตเปลือยๆ ซึ่งมีบันไดที่สร้างขึ้นใหม่เต้นรำล้อไปกับท่อไฟที่ส่องสว่างของ Leandro Erlich
'หอคอยเก่าแก่' (Heritage Tower) สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้แก่การยืนหยัดยาวนานร่วมสามศตวรรษของอาคารแห่งนี้ ปัจจุบันตั้งอยู่เคียงข้าง 'หอคอยสีเขียว' ของฟูจิโมโตะ ซึ่งเป็นการตีความภูมิประเทศในท้องถิ่นออกมาอย่างเป็นรูปธรรม
นี่ไม่ใช่เพียงแค่การนำเอาโครงสร้างดั้งเดิมกลับมาใช้ใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นผืนผ้าใบคอนกรีตที่เปิดให้งานศิลปะสไตล์ร่วมสมัยถูกจัดวางอย่างโดดเด่น ตั้งแต่ผลงานของ Lawrence Weiner จนถึง Tatsuo Miyajima เปลี่ยนห้องพักให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ เป็นเครื่องหมายแสดงถึงวิวัฒนาการของ Maebashi จากอดีตที่เป็นย่านอุตสาหกรรมมาสู่ปัจจุบันที่เป็นย่านวัฒนธรรม
อ่านเพิ่มเติม: รวมสุดยอดโรงแรมที่พักที่นำเสนอความแตกต่างด้วยดีไซน์เฉพาะตัว
7. Ace Hotel and Swim Club, เอเธนส์ กรีซ

Above Ace Hotel and Swim Club ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ (ภาพ: Ace Hotel)

Above Ace Hotel and Swim Club ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ (ภาพ: Ace Hotel)
Ace Hotel & Swim Club ตั้งอยู่ริม Athens Riviera สถานที่ที่ศิลปินและนักแสดงสาวสุดเลื่องชื่ออย่าง Brigitte Bardot เคยเข้าพัก และถือเป็นตัวอย่างแห่งการสร้างสรรค์ใหม่ของสไตล์บรูทัลลิสต์
สตูดิโอจากฝรั่งเศสอย่าง Ciguë ได้แปลงโฉมโรงแรม Fenix เก่า โดยคงรักษา facade ของอาคารที่เป็นรูปทรงเรขาคณิตสุดโดดเด่นเอาไว้ ผสมผสานเสน่ห์แบบชายฝั่งที่ชวนให้คิดถึงยุค 1970s เข้าไป
โรงแรมที่มีห้องพักจำนวน 120 ห้องแห่งนี้ออกแบบเพื่อเชิดชูเกียรติศิลปินโมเดิร์นนิสต์ชาวกรีกอย่าง Aris Konstantinidis ผ่านทางวัสดุที่สอดประสานกัน ทั้งการใช้คอนกรีตแบบดิบๆ เชื่อมไปกับกระเบื้องเซรามิกและจิตรกรรมฝาผนังอย่างคนท้องถิ่น
โรงแรมแห่งนี้กดความเป็นบรูทัลลิสต์ลงด้วยแสงสวยๆ ของชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนที่ฉายผ่านหน้าต่างบานสูงจากพื้นจรดเพดาน ทำให้ขอบเขตระหว่างการตกแต่งภายในที่ดูแข็งๆ ดิบๆ และเส้นขอบฟ้าที่ถูกน้ำทะเลซัดสาดเบลอเข้าหากัน ขณะที่เฟอร์นิเจอร์วินเทจก็สะท้อนให้เห็นเรานึกถึงยุคทองของริเวียร่าอีกด้วย
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2024 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Rooted in elegance: การใช้สีน้ำตาลในงานตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์น
5 แบรนด์หรูที่มอบชีวิตใหม่ให้กับพื้นที่สถาปัตยกรรมเก่าแก่
11 ไอเท็มแต่งบ้านรูปสัตว์จาก Bottega Veneta ไปจนถึงของสะสมวินเทจ

















































