สำรวจโรงแรมห้าดาวที่เปลี่ยนโฉมไปจากเดิม เพราะนอกจากจะเพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายแล้ว ยังขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนใกล้เคียง
หากปี 2023 เป็นปีที่น่าตื่นเต้นในแวดวงโรงแรม เพราะมีการเปิดตัวโรงแรมใหม่ เช่น The Ritz-Carlton Melbourn, The Peninsula London และ Mondrian Singapore Duxton ความตื่นเต้นที่จะเกิดในปี 2024 ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หากแต่แตกต่างเล็กน้อย เพราะรายชื่อโรงแรมที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ มีการปรับตัวตามพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป คำนิยามของการท่องเที่ยวสไตล์ลักซ์ชูรีจึงไม่เหมือนเดิม โดยปัจจุบันโรงแรมต่างๆ พุ่งความสนใจไปที่พื้นที่ส่วนตัวที่ห่างไกล ตกแต่งสไตล์บูติกที่มีห้องพักจำนวนน้อย ออกแบบสถานที่โดยได้รับแรงบันดาลใจท้องถิ่น และใส่ใจต่อผลกระทบที่จะเกิดกับชุมชนโดยรอบ
แค่เพียงเกริ่นก็ทำให้เราอดใจแทบไม่ไหวที่จะเผยถึงรายชื่อบางส่วนของโรงแรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่จะเปิดตัวในปี 2024 ซึ่งมีตั้งแต่โรงแรมสูงระฟ้าในกรุงเทพฯ ที่มาพร้อมกับสระว่ายน้ำบนตึกสูงในเมืองใหญ่ ไปจนถึงวิลล่าลอยน้ำที่เกาะมัลดีฟส์
อ่านเพิ่มเติม: ตามหาประสบการณ์พักผ่อนสุดหรู และมีระดับ กับสไตล์ที่พักแบบแบรนด์เรซิเดนซ์
1. Aman Nai Lert กรุงเทพฯ ประเทศไทย

Above Aman Nai Lert Bangkok คือพร็อพเพอร์ตี้ลำดับสามของเครือ Aman (ภาพ: Aman)
จากโตเกียวสู่นิวยอร์ก และล่าสุดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองของเครือ Aman คือ Aman Nai Lert Bangkok โรงแรมแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อก้องโลก Jean-Michel Gathy แห่งบริษัท Denniston แรงบันดาลใจในการออกแบบโรงแรมคือผ้าทอโบราณ ของสะสมของเจ้าของบ้านปาร์คนายเลิศผสานกับการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของเครือ Aman ที่มีความสง่างามสวยหรู
Aman Nai Lert Bangkok ตั้งอยู่ในสวนของสวยปาร์คนายเลิศ มีห้องสวีทให้บริการ 52 ห้อง Aman Residences 33 ห้อง Aman Club ส่วนตัวสุดพิเศษสำหรับสมาชิก ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีที่ Aman New York ทั้งยังมีสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ที่มองเห็นท้องฟ้าของกรุงเทพชัดเจน
2. The Tokyo Edition กินซ่า ญี่ปุ่น

Above โรงแรม The Tokyo Edition Ginza ออกแบบโดย Kengo Kuma (ภาพ: Edition Hotels)
สามปีให้หลังการเข้ามาเปิดโรงแรมในญี่ปุ่น และหลังจากเปิดอสังหาริมทรัพย์แห่งที่สองซึ่งก็คือโรงแรม The Tokyo Edition Toranomo ในที่สุดเครือ Edition Hotels ก็เปิดโรงแรมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในต้นปี 2024 ผู้ริเริ่มโครงการคือ Ian Schrager เจ้าของโรงแรมและผู้ก่อตั้งไนต์คลับ Studio 54 ที่นิวยอร์ก จับมือกับเครือโรงแรม Marriott International ร่วมสร้างโรงแรมที่แสดงให้โลกเห็นถึงสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโดยดีไซเนอร์ Kengo Kuma ผู้ออกแบบอสังหาริมทรัพย์ในเครือ Toranomon
การออกแบบของ Kuma ที่มีเอกลักษณ์สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในโรงแรมนี้ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและแสดงออกมาในรูปแบบของสวนแนวตั้งที่พาดผ่านหอคอยสูง 14 ชั้นในโทนสีที่ผ่อนคลายของไม้วอลนัท หนังสีครีม และหินอ่อนสีเขียวที่ประดับประดาภายใน
3. Banyan Tree Higashiyama เกียวโต ญี่ปุ่น

Above Banyan Tree Higashiyama Kyoto ตั้งบนเนินเขาที่มีทิวทัศน์สวยงาม (ภาพ: Banyan Tree)
Banyan Tree Higashiyama Kyoto เป็นโรงแรมส่วนตัวจำนวน 52 ห้องตั้งอยู่ในย่าน Gion และ Higashiyama ของเกียวโต มอบความรู้สึกเงียบสงบและสันโดษ ทว่า ตั้งอยู่ใจกลางเมือง รีสอร์ตแห่งนี้อยู่ติดกับวัด Kiyomizu-dera และใกล้กับป่าไผ่อันโด่งดังของเมือง ด้วยความที่ตั้งอยู่บนเนินเขานี่เอง ทำให้ผู้เข้าพักได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองเกียวโตได้อย่างชัดเจน
โรงแรมแห่งนี้ยังให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น โดยเป็นโรงแรมแห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองเกียวโตที่มีหน้ากากละครโนห์ (Noh Stage) การแสดงเต้นรำเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 นอกจากนี้ยังอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการออกแบบอาคารไม่ให้รุกล้ำพื้นที่ในส่วนของพืชพรรณต้นไม้ที่มีมาแต่โบราณ
4. Ta’aktana เมือง Labuan Bajo อินโดนีเซีย

Above วิลล่าลอยน้ำที่ Ta’aktana (ภาพ:Marriott)
Ta’aktana รีสอร์ตหรูที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2024 ในเมือง Labuan Bajo ทางตะวันออกของจังหวัด Nusa Tenggara ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องป่าเขียวชอุ่มและชายฝั่งทะเลที่สวยงามของ Flores Sea
Ta'aktana มีห้องทั้งหมด 70 ห้อง ซึ่งรวมถึงที่พักวิลล่าเหนือน้ำที่หรูหราเกินคำบรรยาย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิก คิดส์คลับ และบาร์เหนือน้ำที่มองเห็นวิวสวยสะกดใจยามพระอาทิตย์ตกดิน ที่นี่ยังใส่ใจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งท้องทะเล Flores Sea และให้ความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นและส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นเมือง
5. Garrya Bianti Yogyakarta เกาะชวา อินโดนีเซีย

Above โรงแรม Garrya Bianti Yogyakarta นำองค์ประกอบการออกแบบสไตล์ชวาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบในโรงแรม (ภาพ : Banyan Tree)
โรงแรมล่าสุดจากแบรนด์ Garrya ในเครือ Banyan Tree แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Denggung ในหมู่บ้าน Gabugan ของเขต Sleman แห่งเมือง Yogyakarta ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าแบรนด์โรงแรมแห่งนี้มีการออกแบบที่เชื่อมโยงกับสถานที่ตั้งของโรงแรม ด้วยเหตุนี้การตกแต่งต่างๆ จึงได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะชวา นอกจากนี้ยังได้บริษัทออกแบบชื่อดังของอินโดนีเซีย Arte Architect and Associates ออกแบบสวนภายในให้มีโครงสร้างคล้ายปิรามิด ภายในล็อบบี้โรงแรมโดยใช้ไม้รีไซเคิลและออกแบบให้มีกลิ่นอายของ joglo บ้านดั้งเดิมในแบบของชาวชวา
Garrya Bianti Yogyakarta มีวิลล่า 24 หลัง รวมถึงวิลล่าแบบ 2 ห้องนอนพร้อมสระแช่ตัวส่วนตัวและเอกลักษณ์ของห้องวิลล่านี้คือมี วิลล่า Wellbeing Sanctuary ซึ่งมีสปาจากแบรนด์ 8lements ขนาด 4 ห้องให้บริการโดยใช้ศาสตร์การบำบัดที่มีรากฐานการดูแลสุขภาพจากชาวเอเชีย และกิจกรรมต่างๆ รวมถึงโยคะริมสระน้ำ เมนูอาหารชวาแบบดั้งเดิมซึ่งปรุงจากวัตถุดิบในท้องถิ่น
6. Janu Tokyo โตเกียว ญี่ปุ่น

Above Janu Tokyo จะเป็นอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกที่เปิดตัวภายใต้ชื่อ Janu แบรนด์ในเครือ Aman (ภาพ : Janu)
Janu Tokyo ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นแบรนด์ลูกของเครือ Aman ซึ่งจะเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2024 ในย่านที่มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ โดยยังคงคอนเซปต์ที่เป็นลายเซ็นของเครือ Aman คือ สะดวกสบาย บริการเป็นเลิศ และออกแบบได้ประทับใจ แต่จะเพิ่มความแปลกใหม่ที่ใส่ความมีชีวิตชีวา เพิ่มประสบการณ์การพักผ่อนในแบบหรูหรา ทว่าไม่แยกตัวออกจากพื้นที่ภายนอกมากเกินไป
Jean-Michel Gathy รับหน้าที่ออกแบบโรงแรม โดยเขาเป็นผู้ออกแบบอสังหาริมทรัพย์ในเครือ Aman มามากมายรวมทั้ง Aman Venice และ Aman New York โรงแรม Janu มีห้องพักรับรองแขกจำนวน 122 ห้อง ซึ่งรวมถึงห้องพักสวีทขนาด 284 ตารางเมตรที่มาพร้อมระเบียงขนาดใหญ่สองระเบียงและโต๊ะอาหารสำหรับแขก 6 คน นอกจากนี้ยังมีศูนย์สุขภาพขนาดใหญ่ 4,000 ตารางเมตร และร้านอาหาร 8 แห่ง
7. Soneva Secret มัลดีฟส์

Above Soneva Secret มีห้องวิลล่ารองรับเพียง 14 ห้องบนพื้นที่ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกมากที่สุดของเกาะมัลดีฟส์ (ภาพ: Soneva)
หลังจากใช้เวลานานถึง 30 ปีแบรนด์รีสอร์ทสุดหรูระดับโลกอย่าง Soneva แบรนด์ผู้นำในการสร้างรีสอร์ทหรูโดยยึดหลักความใส่ใจและความยั่งยืนก็เปิดตัว Soneva Secret บนหมู่เกาะ Haa Dhaalu Atoll ที่อยู่ห่างไกลที่สุดในมัลดีฟส์
รีสอร์ทจะมีวิลล่าส่วนตัวเพียง 14 หลังเท่านั้น แต่ละหลังมีทางเดินไปยังชายหาดทรายขาวบริสุทธิ์และน้ำทะเลสีฟ้าใส สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบส่วนตัวอย่างแท้จริง ที่นี่มี Crusoe Villas วิลล่าที่เข้าถึงได้ทางเรือเท่านั้น และ Castaway วิลล่าลอยน้ำแห่งแรกของมัลดีฟส์
8. Kotiyagala Luxury Villas ศรีลังกา

Above วิลล่าสุดหรู Kotiyagala ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ Yala ประเทศศรีลังกา (ภาพ : Kotiyagala Luxury Villas)
รีสอร์ทรักษ์โลกแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ Yala ของศรีลังกา รีสอร์ทหรูที่ไม่เพียงมอบประสบการณ์ลักชูรีให้แก่ผู้เข้าพักเท่านั้น แต่ยังมอบความใกล้ชิดธรรมชาติและความมหัศจรรย์จากผืนป่าโดยรอบด้วย
Kotiyagala มีวิลล่าหรูทั้งหมด 12 หลัง แต่ละหลังมีสระว่ายน้ำส่วนตัว สร้างโดยวัสดุที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พลังงานที่ใช้ภายในรีสอร์ทมาจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิตไฟฟ้าจากแสงแดด ทรัพยกรที่มีให้ใช้ตลอดปีที่อุทยานแห่งชาติ Yala ด้านอาหาร Kotiyagala มีร้านอาหารขึ้นชื่อ Dunes ให้บริการอาหารตะวันตก อาหารท้องถิ่น เช่น แกงปูJaffna อาหารวีแกน อาหารมังสวิรัติ รวมไปถึงอาหารแนวอายุรเวท
9. The Oberoi Rajgarh Palace อินเดีย

Above Rajgarh Palace ในเขตเมือง Chhatrapur ของอินเดีย (ภาพ: Oberoi)
เมื่อพูดถึงโรงแรมในเครือ Oberoi เราก็มั่นใจได้ว่าจะได้พบกับโรงแรมที่น่าทึ่งและพรั่งพร้อมไปด้วยความสะดวกสบาย เช่นเดียวกับที่ The Oberoi Rajgarh Palace ที่นี่เราจะได้ชื่นชมทิวทัศน์ของพระราชวังอายุ 200 ปีซึ่งแวดล้อมไปด้วยป่าสาละที่อยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติ Panna ของอินเดีย ด้วยเหตุลผทั้งหมดนี้ทำให้โรงแรมนี้เป็นอีกหนึ่งโรงแรมลักชูรีที่มาพร้อมกับความสวยหรูตระการตา
พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 375 ไร่บนเนินเขา Managad ในเขต Chhatrapur รัฐมัธยประเทศของอินเดีย โดยมีห้องสวีทสุดหรูจำนวน 66 ห้อง พร้อมด้วยสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ที่มองเห็นทะเลสาบส่วนตัวของที่พัก
10. Sea Sea เมือง Crescent Head ออสเตรเลีย

Above โรงแรม Sea Sea ในเมือง Crescent Head ได้รับแรงบันดาลใจจากกระท่อมเล่นเซิร์ฟในช่วงปี 1970 (ภาพ: Sea Sea)
Crescent Head เป็นเมืองเงียบสงบที่เป็นที่นิยมสำหรับนักเล่นเล่นเซิร์ฟบนชายฝั่งทะเล Tasman Sea ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองซิดนีย์และไบรอนเบย์ George Gorrow และภรรยา Cisco Tschurtschenthaler เจ้าของโรงแรมจะเปิดตัวโรงแรม Sea Sea ซึ่งเป็น "โรงแรมบูติกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเล่นเซิร์ฟในยุค 1970" โดยมีห้องพักเพียง 24 ห้อง ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่อาศัยของคนท้องถิ่น ที่ซึ่ง Gorrow กล่าวว่าเป็นหนึ่งใน "จุดโต้คลื่นที่ดีที่สุดของออสเตรเลีย”
คู่รักเจ้าของโรงแรมแห่งนี้เคยเปิดโรงแรมแห่งแรก The Slow ในบาหลี เมื่อทั้งคู่มาเปิดโรงแรมที่นี่พวกเขาได้เชิญผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นให้เปลี่ยนโรงแรมนี้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม และมีสถานีวิทยุภายในที่ดูแลโดยคลื่นวิทยุอิสระ Reverberation พร้อมด้วยอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ดังจากซิดนีย์คือแบรนด์ P&V Wine & Liquor Merchants and Antonello Arzedi ซึ่งเคยร่วมงานกับร้านอาหาร Icebergs Dining Room and Bar อันโด่งดังของซิดนีย์
This story was originally written in English by Coco Marett.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2024 โดย Coco Marett โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านต่อ
5 สุดยอดที่เที่ยวในเมืองไทยที่ ไม่ควรพลาด
เบื้องหลังความสำเร็จของ กรุณ ซอโสตถิกุล กับเป้าหมายชีวิตที่แน่วแน่
Topics





