คุณก้อง กรุณ ซอโสตถิกุล (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
Cover คุณก้อง กรุณ ซอโสตถิกุล (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
คุณก้อง กรุณ ซอโสตถิกุล (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)

หากการได้ทำตามเป้าหมายที่วางไว้ คือความสำเร็จของชีวิต วันที่ Tatler นั่งคุยกับ ก้อง กรุณ ซอโสตถิกุล คือวันที่เราได้รู้จักผู้ชายซึ่งประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างงดงาม เพราะเขาสามารถบริหารจัดการชีวิตได้ในหลายแง่มุม ทั้งการเป็นศิลปิน นักแสดง นักสะสมงานศิลปะ ที่นำเอาความชื่นชอบมาต่อยอดพัฒนาจนกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เขาเป็นผู้ดูแล

งาน ‘ศิลปะ’ อีกหนึ่งสิ่งที่อยู่คู่กับตัวตนของคุณก้องมาตลอดหลายปี “ต้องเล่าย้อนกลับไปนิดหนึ่ง คือผมเป็นคนชอบงานศิลปะอยู่ก่อนแล้ว สมัยเรียน Boston University ผมเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ เคยแอบอยากย้ายไปเรียนศิลปะเหมือนกัน ทางบ้านไม่ได้มีปัญหาก็ลองสมัครดู ส่ง Portfolio ไปเรียบร้อย พอคุยในรายละเอียดจริงๆ ต้องเรียนทั้งหมด 5 ปี รวมกับที่ผมเรียนไปแล้ว 1 ปี ก็จะรวมเป็น 6 ปี เลยยอมกัดฟันสู้เรียนคณะเดิมให้จบดีกว่า”

แต่ความชื่นชอบก็ยังเดินหน้าต่อไป “ในระหว่างที่อยู่อเมริกา ผมก็เริ่มสะสมพวกอาร์ตทอยแล้วนะ ตั้งแต่เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ผมกดในเว็บไซต์ Kids Robot ซึ่งตอนนั้นราคาก็สูง แล้วผมยังเด็ก ยังไม่ค่อยมีทุนทรัพย์ พอกลับมาไทย ผมก็เริ่มดูพวกงานเพ้นต์ กับงานรูปปั้น มันเหมือนกับเริ่มจากสิ่งเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยับเป็นชิ้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้"

อ่านเพิ่มเติม: พลพัฒน์ อัศวะประภา พูดคุยกับ Tatler เรื่องความสำคัญของการสร้างแบรนด์และคอมมูนิตี้ของ Asava Group

ผมเป็นคนที่ชอบอะไรแล้วก็ซื้อเลย ไม่มีเหตุผลประกอบการตัดสินใจ ไม่ได้ศึกษาก่อนด้วย” เมื่อเราถามถึงหลักเกณฑ์การเลือกงานศิลปะเข้ามาอยู่ในคอลเล็กชั่น “อย่าง KAWS ผมเก็บสะสมมาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว จนปัจจุบันก็ยังตามสะสมอยู่ เหมือนกับว่าอะไรที่ถูกชะตากับผม ผมจะซื้อไว้เลยไม่จำเป็นต้องอยู่ในกระแสหรือคาดว่าจะเป็นกระแสในอนาคต ไม่ซื้อของตามความฮิต เพราะผม คิดว่าผมตั้งเทรนด์ที่เป็นของตัวเอง ที่มาจากความรู้สึกข้างใน”

จากคอลเล็กชั่นงานศิลปะ ที่มาจากการสะสมผ่านความชื่นชอบ ทำให้เราอยากเห็นผลงานชิ้นสำคัญที่เป็นความภูมิใจของเขา เสียงสูดลมหายใจยาวเมื่อพูดถึงสิ่งที่รัก

“จะมีอยู่ 2 ชิ้น ผมกับคุณแพท-ประกาสิทธิ์ พรประภา เราเคยเปิดแกลเลอรีด้วยกัน แล้วโชคดีที่ได้ผลงานของอาจารย์ Hajime Sorayama มาจัดแสดงเป็นงานแรก ส่วนตัวผมประทับใจท่านมาก เคยเกริ่นไปกับทางฝั่งแกลเลอรีที่มาจัดว่า อยากให้อาจารย์วาดอะไรที่เป็นไทยออกมาสักรูป อาจารย์คงไปเสิร์ชคำว่า ‘ชุดไทย’ แล้วได้แบบมารูปหนึ่ง ซึ่งผมมาทราบทีหลังว่าคือชุดที่คุณนุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี สวมเป็นรัดเกล้ายอดกับสไบสีทอง จนได้ผลงานออกมาเป็น Sexy Robot ในชุดไทย แล้วโชคดีที่ทำให้ภาพนี้ดังขึ้นไปอีก เมื่อชุดนี้ไปคล้ายกับชุดไทยที่ลิซ่า แบล็กพิงก์ ใส่ในมิวสิควิดีโอ จึงเป็นภาพที่รวมหลายเรื่องราว หลายความหมายในภาพเดียว”

สำหรับชิ้นต่อมา “ชิ้นที่สองที่ภูมิใจคืองานของ Javier Calleja เป็นงานปั้นสูง 2 เมตร สวมรองเท้าแตะหูคีบ ซึ่งธุรกิจของที่บ้านผม อย่างแรกคือรองเท้านันยาง และรองเท้าแตะหูคีบช้างดาว ผมเลยขอให้เขาช่วยเพ้นต์รองเท้าเป็นแตะขอบฟ้าให้ และเพราะว่าเราสนิทกันตั้งแต่ตอนทำแกลเลอรี เขาเลยบอกว่า ‘Whatever you want, go ahead. I’ll make it for you’ มันเลยมีความหมายกับผมมากๆ ทั้งในมุมของเพื่อนสนิทที่ทำให้ และเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญของที่บ้าน”

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 คุณก้อง กรุณ ซอโสตถิกุล กับนาฬิกาจาก Grand Seiko Heritage Collection รุ่น Shunbun, เครื่องแต่งกายจาก Dolce & Gabbana (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
Photo 2 of 4 นาฬิกา จาก Grand Seiko Elegance Collection รุ่น Omiwatari, เครื่องแต่งกาย จาก Dolce & Gabbana (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
Photo 3 of 4 นาฬิกา จาก Grand Seiko Evolution 9 Collection รุ่น Tentagraph, เครื่องแต่งกายจาก COS (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
Photo 4 of 4 นาฬิกา จาก Grand Seiko Sport Collection รุ่น Tokyo Lion, เครื่องแต่งกาย จาก COS (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
คุณก้อง กรุณ ซอโสตถิกุล กับนาฬิกาจาก Grand Seiko Heritage Collection รุ่น Shunbun, เครื่องแต่งกายจาก Dolce & Gabbana (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
นาฬิกา จาก Grand Seiko Elegance Collection รุ่น Omiwatari, เครื่องแต่งกาย จาก Dolce & Gabbana (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
นาฬิกา จาก Grand Seiko Evolution 9 Collection รุ่น Tentagraph, เครื่องแต่งกายจาก COS (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
นาฬิกา จาก Grand Seiko Sport Collection รุ่น Tokyo Lion, เครื่องแต่งกาย จาก COS (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)

แน่นอนว่าการเป็นนักสะสม ย่อมมีชิ้นงานที่ต้องอาศัยความอดทนรอคอย

“น่าจะเป็นชิ้นเกือบล่าสุดที่ได้มา เป็นภาพแนว abstract ของศิลปิน Mark Grotjahn เขาเป็นศิลปินระดับท็อปของโลก งานแต่ละชิ้นกว่าจะได้มา ต้องผ่านการตีรันฟันแทงกันมาทั้งนั้น (หัวเราะ) เขาส่งรูปให้ผมดูอยู่หลายรอบ แต่ยังไม่ถูกใจ จนกระทั่งช่วงแต่งงาน ผมได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นนักสะสมงานศิลปะ และรู้ว่าผมชอบงานของคุณ Mark มาก ก็สบโอกาสแหย่ไปว่าลองคุยกับเขาให้หน่อย ถือว่าเป็นของขวัญแต่งงาน"

"ปรากฏว่าคุณ Mark เพ้นต์งานใหม่ให้ผมเลย ที่พิเศษกว่านั้นคืองานแต่งงานของผมกับปรางค์มีแฮชแท็ก #อภิมหากรุณ มาจาก อภินรา กับ กรุณ คุณ Mark ก็กรุณาเขียนตรงด้านหลังภาพให้กับผมว่า ‘อภิมหากรุณ’ ถ้าไม่ใช่เพื่อนช่วย และไม่ได้อ้างว่าเป็นของขวัญแต่งงาน ผมก็คงไม่ได้มา ถือว่ากว่าจะได้มายากมากครับ”

บทบาทของนักสะสมกำลังเปลี่ยนผ่าน เข้าสู่การสนับสนุนผลงาน ศิลปะและศิลปินไทย ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเขากำลังจะนำศิลปินคนไทยอย่างเป๊ก–พิทักษ์พงษ์ เจียมศรีพงษ์ เจ้าของผลงาน ‘Mari’ ไปแสดงโชว์ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น ผลงานความสำเร็จของทั้งคุณก้องครั้งนี้ที่ช่วยผลักดันผลงานของศิลปินชาวไทยให้ออกไปสู่สายตาชาวโลก นับเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในฐานะผู้สนับสนุนศิลปะที่ผลักดันผลงานและตัวศิลปินให้ได้เป็นที่มองเห็น โดยผลงานจะเริ่มงานจัดแสดงในปี 2024 ที่ NANZUKA - Contemporary Art Gallery ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขาแอบเกริ่นให้เราฟังว่า NANZUKA มีแพลนที่จะกลับมา re-open ในไทยอีกครั้ง

อีกหนึ่งด้านของคุณก้องที่เราได้เห็นกันกับผลงานการแสดง และนักร้อง แน่นอนว่าแม้ศักยภาพสำคัญที่สุด แต่สิ่งซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยคือเรื่องของรูปร่าง “ผมกลับจากอเมริกาช่วงอายุ 27-28 ปี ตอนนั้นที่ออกกำลังกายหลักๆ เพราะกำลังเริ่มถ่ายละคร ก็เลยกลับมาฟิตหุ่น จากนั้นก็ออกกำลังกายมาตลอด เพื่อรักษารูปร่างให้เข้าที่” คุณก้องย้อนอดีต

“สมัยวัยรุ่น ผมเห็นคุณพ่อซึ่งเป็นคนมีวินัยสูงมาก ตรงต่อเวลา แล้วผมก็เห็นความสำเร็จของท่านผ่านความมีวินัยนี้ มันน่าจะมาจากการหล่อหลอม และโตมาก็เริ่มเห็นคุณพ่อในตัวผมมากขึ้นทุกวัน”

- กรุณ ซอโสตถิกุล -

ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณก้องยังมีรูปร่างที่ดูสมส่วนมาตลอด ทั้งที่มีช่วงซึ่งห่างหายจากการออกกำลังกายไปบ้าง โดยเฉพาะช่วงโควิด-19

“หลักๆ ผมว่าผมเป็นคนที่มีระบบเผาผลาญที่ดีในช่วงวัยรุ่น (หัวเราะ) ทั้งที่เป็นคนชอบกิน โดยเฉพาะของทอด ของหวาน ยิ่งถ้าไปเที่ยวด้วยแล้วจะเต็มที่ ซึ่งช่วงนั้นจะมาเคร่งครัด ก็ไม่ใช่เรื่อง ผมคุยเรื่องนี้กับเทรนเนอร์ส่วนตัวว่า ตอนเด็กเรามีระบบเผาผลาญที่ดี แต่ตอนนี้มันคนละเรื่องเลย ระบบเผาผลาญไม่เหมือนเดิมแล้ว การกลับมาออกกำลังกายในวัยนี้ เหนื่อยขึ้นถึงสองเท่า เพิ่มคาร์ดิโอขึ้นมาอีกเท่าหนึ่ง หรือการยกน้ำหนักก็ไม่สามารถโหลดน้ำหนักได้เยอะเหมือนสมัยก่อน มันไปตามวัยเลยครับ เข้าใจได้ (หัวเราะ) แค่ต้องอาศัยวินัยที่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก ซึ่งผมคิดว่าตัวเองเป็นคนมีวินัยสูงอยู่แล้ว ก็ยังต้องดูแลเรื่องการกินอาหารด้วย”

ก่อนเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสนุก “ผมขอเล่าเรื่องทำ IF ด้วยได้ไหม เมื่อก่อนผมเป็นคนต่อต้านเรื่องการ trick ร่างกาย หรือทำอะไรแบบนี้มากๆ เพราะรู้สึกว่ามันมากไปหน่อย แล้วอีกอย่างเป็นคนติดกินมื้อดึก อย่างไปสังสรรค์กลับมา ก็อยากหาอะไรรองท้องก่อนนอน กลัวว่าถ้าอด จะหิว จะนอนไม่หลับ จนกระทั่งหลังโควิด-19 ผมเลยเริ่มลองทำ IF ดู บวกกับการออกกำลังกายแบบจริงจัง ก่อนแต่งงานน้ำหนักผมลงไปเยอะมากนะ”คุณก้องเล่าด้วยความภูมิใจ

“แต่หลังจากแต่งงานก็แอบปล่อยตัวนิดหนึ่ง น้ำหนักดีดขึ้นมาประมาณหนึ่ง แล้วช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลด้วย (หัวเราะ) ก็มีสังสรรค์ ปาร์ตี้บ้าง ปี 2024 นี้ว่าจะกลับไปจริงจังอีกครั้ง ตั้งเป้าหมายให้เท่ากับตอนแต่งงาน”

Tatler Asia
นาฬิกา จาก Grand Seiko Evolution 9 Collection รุ่น White Birch, เครื่องแต่งกายจาก COS (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
Above นาฬิกา จาก Grand Seiko Evolution 9 Collection รุ่น White Birch, เครื่องแต่งกายจาก COS (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
Tatler Asia
นาฬิกา จาก Grand Seiko Heritage Collection รุ่น Shunbun, เครื่องแต่งกาย จาก Meticulous (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
Above นาฬิกา จาก Grand Seiko Heritage Collection รุ่น Shunbun, เครื่องแต่งกาย จาก Meticulous (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
นาฬิกา จาก Grand Seiko Evolution 9 Collection รุ่น White Birch, เครื่องแต่งกายจาก COS (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)
นาฬิกา จาก Grand Seiko Heritage Collection รุ่น Shunbun, เครื่องแต่งกาย จาก Meticulous (ภาพ: Punsiri Siriwetchapun)

เมื่อพูดถึงเรื่องแต่งงาน ต้องถามต่อถึงเรื่องการดูแลตัวเองของคนข้างตัวด้วย คุณปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา

“เขาเป็นคนชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็จะเป็นพวกโยคะ ว่ายน้ำ ออกกำลังกายแบบใช้แรงเบา ครั้งหนึ่งผมเคยชวนเขาไปยกน้ำหนักกับเทรนเนอร์ผมแอบเห็นว่าเขาน่าจะไม่ชอบ (หัวเราะ) ไม่น่าจะถูกจริต อีกอย่างเขาเป็นคนโครงร่างเล็กด้วย คงไม่เหมาะ แต่ช่วงนี้พยายามชวนกันออกกำลังกายให้แข็งแรงขึ้น เพราะเรามีแพลนจะมีลูกกันครับ”

หนึ่งสิ่งที่เราสังเกตได้จากการพูดคุยกับคุณก้องคือ ความมี “วินัย” ที่ถ้าจะตั้งใจทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด เขาจะทุ่มเททำสิ่งนั้นให้สำเร็จจนได้

“มันไม่ใช่แค่เรื่องของการออกกำลังกายอย่างเดียว แต่เป็นกับหลายๆ เรื่อง ถ้าทำอะไรเป็นกิจวัตร จนเป็นนิสัยแล้ว ถ้าไม่ได้ทำตามตาราง จะรู้สึกไม่สบายใจ ไม่สบายตัว เหมือนขาดๆ อะไรไป เหมือนวันนั้นยังทำอะไรไม่เสร็จ” คุณก้องเล่า “ผมว่านะ นิสัยนี้คือนิสัยของคุณพ่อ ซึ่งเป็นคนวินัยสูงมาก ตรงต่อเวลา แล้วผมก็เห็นความสำเร็จของท่านผ่านความมีวินัยนี้ มันน่าจะมาจากการหล่อหลอม เพราะสมัยวัยรุ่น 14-25 ปี ผมไม่ได้เคร่งครัดขนาดนี้ ผมอาจจะมีความเป็นระเบียบบางอย่างที่ไม่เหมือนเพื่อน แต่ไม่ได้เยอะมาก"

"ผมภาคภูมิใจนะที่โตขึ้นมาแล้วผมได้เห็นคุณพ่ออยู่ในตัวผมทุกวัน” คุณก้องเสริมอีกว่า “อย่างที่เล่าไป เราก็กำลังแพลนเรื่องลูก คงเป็นความรู้สึกคล้ายกันที่ วันหนึ่งลูกผมโตขึ้นมา ผมก็อยากเป็นทุกอย่างให้กับเขา เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นพ่อ บอกเล่าประสบการณ์ให้เขาได้รู้ว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง เต็มที่ในสิ่งที่อยากทำ ส่งต่อความภาคภูมิใจที่ผมมีกับคุณพ่อของผมให้เขาได้รับรู้ เรียกว่าผมให้ทุกอย่างที่สามารถทำได้กับเขาทั้งหมดแน่นอน”

“ถ้าเราเจอสิ่งไหนที่เรารัก และชอบจริงๆ แล้ว ทุ่มเทให้เต็มที่ มันคือเส้นทางที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ ล้มเหลวบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราต้องมีเป้าหมายที่มั่นคง กับความแน่วแน่”

- กรุณ ซอโสตถิกุล -

นอกจากการดูแลร่างกาย หรือความชื่นชอบในงานศิลปะจนอุทิศเวลากว่าครึ่งชีวิตให้กับการสะสม และบริหารงานในส่วนนี้ จนวันนี้เขาได้กลายเป็นผู้มีส่วนช่วยในการผลักดันวงการศิลปะไทยไปแล้วอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของชีวิตที่เราเลือกหยิบมาพูดคุยในวันนี้

แต่ในมุมของคุณก้อง ความสำเร็จในความหมายของเขาคืออะไร

“ชุดความคิดที่เป็นแง่บวก จิตใจที่ดีครับ คือผมพยายามตามหาสิ่งที่เรารักจริงๆ ขวนขวายหาสิ่งใหม่ทำตลอด แล้วก็ทดลองให้เต็มที่ ถ้าเราเจอสิ่งไหนที่เรารัก และชอบจริงๆ แล้วทุ่มเทให้เต็มที่ครับ ส่วนมากมันคือเส้นทางที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ ล้มเหลวได้บ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องมีเป้าหมายที่มั่นคงกับความตั้งใจที่แน่วแน่”

ทุ่มเทกับชีวิตขนาดนี้ ทำให้เราอยากเห็นรางวัลของความสำเร็จที่คุณก้องมองหา

“ด้วยความที่ผมชอบดนตรี แฟชั่น อีกอย่างคืองานดีไซน์ และถ้าเป็นงานดีไซน์ที่สามารถไปไหนกับเราได้ทุกที่ ผมว่ามันเป็นรางวัลที่คุ้มค่าการลงทุนอย่างมาก อย่าง Grand Seiko ที่ผมรู้จักคือ เขาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ และมุ่งมั่นตั้งแต่แรกที่จะเป็นนาฬิกาญี่ปุ่นที่มีคุณภาพสูง มีมาตรฐานเทียบเท่า และไล่แซงนาฬิกาจากต่างชาติ ผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจในการทำอะไรออกมาสักอย่างซึ่งไม่ใช่แค่ดี แต่มีความยอดเยี่ยม"

"ผมว่า Grand Seiko ตอบโจทย์สำหรับการเป็นรางวัลในการเฉลิมฉลองความสำเร็จและล่าสุดทาง Grand Seiko ยังได้จัดแคมเปญ My Grand Seiko My Pride ที่สะท้อนความภาคภูมิใจในการสวมใส่แบรนด์นาฬิกาที่ทรงคุณค่า และแพชชั่นการทำงานที่นำไปสู่ความสำเร็จ ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญดีๆ และเป็นส่วนหนึ่งของ Grand Seiko Community ซึ่งเป็นสังคมของคนรักนาฬิกา จากทั่วทุกมุมโลก ที่มีแพสชั่นในศิลปะ และนาฬิกาเหมือนกันกับผมครับ

Credits

ช่างภาพ: Punsiri Siriwetchapun
สไตลิสต์: Jirawat Sriluansoi

Topics

Bharanroj Dhanabhudhinitikorn
Lifestyle Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia