รวมสถานที่เที่ยว 5 แห่งทั่วเมืองไทยที่สามารถเที่ยวได้แบบครบรส
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางแบบใด ชอบรื่นรมย์ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ชอบสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น ชอบลิ้มรสอาหารอร่อยต้นตำรับหรือเมนูแปลกใหม่สุดสร้างสรรค์ ชอบเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและเที่ยวย้อนอดีตสู่อาณาจักรรุ่งเรืองครั้งวันวาน หรือผ่อนคลายกายใจไปกับการอาบป่าเพื่อรับพลังจากธรรมชาติ เมืองไทยถือว่าตอบโจทย์ทุกสไตล์การเดินทางที่ตามหา
Tatler ได้รวบรวม 5 จุดหมายปลายทางในเมืองไทยที่ไม่ควรพลาด มาแนะนำสำหรับการวางแผนท่องเที่ยวครั้งต่อไปในสถานที่เที่ยวที่ถือเป็นสุดยอด ที่จะช่วยให้เราได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวแสนพิเศษ และน่าจดจำกว่าการเดินทางครั้งใด
อ่านเพิ่มเติม: ปักหมุดอีเวนต์และงานศิลปะน่าสนใจ ตลอดเดือนมกราคม
1. เกาะกระดาน เพชรงามแห่งทะเลตรัง แชมป์อันดับหนึ่งชายหาดที่ดีที่สุดในโลก

Above เกาะกระดาน จังหวัดตรัง (ภาพ: Getty Images)
ลองเดินทางไปพิสูจน์ความงามที่เลื่องลือของชายหาด ซึ่งได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลก สัมผัสหาดทราย และน้ำทะเลใสสีมรกตของเกาะกระดาน เพชรงามกลางห้วงสมุทรที่ส่องประกายกลางหมู่เกาะทะเลตรัง
เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งว่าในปีนี้ World Beach Guide จากอังกฤษซึ่งจัดอันดับ ทะเลงามทั่วโลกประจำปี ‘Top 100 Beach on Earth 2023’ คัดเลือกให้ เกาะกระดานจังหวัดตรัง ครองแชมป์อันดับหนึ่งของ “ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก” เอาชนะหาดทรายชื่อดังแห่งอื่น ๆ ทั่วโลกไปได้อย่างน่าภาคภูมิ
เกาะขนาดย่อมที่มีพื้นที่กว่า 600 ไร่นี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเจ้าไหม จัดเป็นสวรรค์แห่งคนรักทะเลที่แท้จริง ที่นี่มีครบองค์ประกอบของความงามที่ครบถ้วน ทั้งหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสวยใสสีมรกต เนื่องจากอยู่ไกลจากชายฝั่ง มีแนวปะการังทอดยาวที่อุดมไปด้วยหมู่ปะการัง กัลปังหา และฝูงปลานานาชนิด
บนเกาะกระดานเองก็มีชายหาดที่ขึ้นชื่ออย่างหาดอ่าวเนียง หาดอ่าวไผ่ หาดอ่าวช่องลม และหาดเกาะกระดาน ซึ่งเป็นชายหาดน้ำตื้นที่สวยที่สุด และยังมีจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์หมู่เกาะที่งดงามโดยรอบ ทั้งเกาะมุก เกาะเชือก เกาะแหวน เกาะม้า และเกาะไหง (กระบี่)
สำหรับนักท่องเที่ยวที่รักสายลมและแสงแดด เกาะกระดานจะให้โอกาสได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดด้วยกิจกรรมมากมาย ตั้งแต่การเล่นน้ำ อาบแดด การดำน้ำ ชมปะการัง นั่งเรือท่องเกาะต่างๆ ในทะเลตรัง เกาะแห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นเกาะแห่งความรักด้วยบรรยากาศความงามทางธรรมชาติช่างแสนโรแมนติก และยังเป็นสถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทร และการจดทะเบียนสมรสใต้น้ำอันโด่งดัง และเป็นที่นิยมของคู่รักจากทั่วโลกอีกด้วย
Essentials
ราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งจากท่าเรือหาดปากเมง อัตราค่าเรือแบบเหมาลำอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท ฤดูกาลท่องเที่ยวที่ดีที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนเมษายน ส่วนในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนซึ่งเป็นช่วงมรสุม ทางอุทยานฯ จะปิดแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเอง พร้อมที่จะกลับมาต้อนรับนักท่องเที่ยวในฤดูกาลใหม่
2. เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ มรดกโลกแห่งล่าสุดของไทย

Above อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ (ภาพ: Getty Images)
ร่วมเฉลิมฉลองไปกับมรดกโลกแห่งใหม่ล่าสุดของไทย และตื่นตาไปการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญ กับการบูรณะเมืองโบราณศรีเทพที่กินเวลานับทศวรรษ เผยโฉมให้เห็นศาสนสถานขนาดใหญ่ ที่เคยสาบสูญนานนับพันปี
ล่าสุด อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยยูเนสโก จากการประชุมที่ประเทศซาอุดิอาระเบียเมื่อเดือนกันยายน ทำให้ศรีเทพกลายมาเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ และถือเป็นลำดับที่เจ็ดของประเทศไทย ซึ่งได้นำความสนใจอย่างล้นหลามมาสู่เมืองโบราณศรีเทพ และทำให้เพชรบูรณ์เป็นจุดหมายที่ผู้คนต้องการไปเยือนมากที่สุดในยามนี้
ศรีเทพได้ชื่อว่าเป็นแหล่งอารยธรรมที่มีความเก่าแก่เกือบสองพันปี เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สะท้อนถึงการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยมีการรับวัฒธรรมจากภายนอกทั้งจากอินเดีย เขมร และวัฒนธรรมทวารวดีแห่งอื่น ๆ มีความรุ่งเรืองมาอย่างยาวนานกว่า 800 ปี ก่อนที่สุโขทัยและอยุธยาจะเรืองอำนาจขึ้นมาแทนที่
ภายในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีมากมายโดยเฉพาะงานศิลปกรรมสกุลช่างศรีเทพที่งดงามมีเอกลักษณ์ มีสถาปัตยกรรมที่น่าชมหลายแห่ง เช่น ปรางค์สองพี่น้อง ปรางค์ศรีเทพ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบเขมร สระน้ำโบราณ และโบราณสถานเขาคลังใน อันเป็นศาสนสถานศิลปะทวารวดี และที่โดดเด่นเป็นพระเอก ได้แก่โบราณสถานเขาคลังนอก ที่ถือได้ว่าเป็นสถูปในวัฒนธรรมทวารวดีที่ใหญ่สุดในประเทศ ก่อด้วยศิลาแลงบนฐานกว้างด้านละ 64 เมตร ส่วนยอดนั้นปรักหักพังเหลือเพียงฐานที่ลดหลั่นเป็นชั้น มองดูราวกับพีระมิดที่ปรากฎขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
Essentials
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ราว 130 กิโลเมตร เปิดให้บริการ ระหว่างเวลา 8.30-16.30 น.โดยไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
3. ภูเก็ตเมืองสร้างสรรค์ ด้านวิทยาการอาหาร คว้าเจ้าภาพงานแกสโตรโนมีครั้งแรกของโลก

Above ภูเก็ต ในฐานะเจ้าภาพจัดงานการประชุมเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารโลก ‘UNESCO Creative Cities of Gastronomy’ (ภาพ: Getty Images)
นอกจากความงามของหาดทรายและเกาะแก่งแห่งท้องทะเลของ ภูเก็ต ที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้มาเยือนกันอย่างไม่ขาดสาย ไข่มุกแห่งอันดามันนี้ยังมีความโดดเด่นด้านอาหารการกินติดอันดับโลก โดยถือเป็น 1 ใน 18 สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร โดยการคัดเลือกของยูเนสโกมาตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งถือเป็นอันดับแรกในอาเซียน
ล่าสุดภูเก็ตได้รับการตอกย้ำในฐานะจุดหมายปลายทางด้านแกสโตรโนมีที่สำคัญของโลกอีกครั้ง โดยยูเนสโกได้เลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารโลก ‘UNESCO Creative Cities of Gastronomy’ ที่จะมีขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2024 แสดงถึงศักยภาพของภูเก็ตทางวิทยาการอาหารที่ได้การยอมรับในสากล
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ภูเก็ตจะครองความเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาดไปเยือนตลอดกาล และแน่นอนว่าผู้ที่ได้มาเยือนเกาะสวรรค์แห่งนี้จะเต็มอิ่มกับความงามของท้องทะเลและสีสันของเมืองริมชายหาด และยังจะได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหารอันหลากหลายตั้งแต่อาหารริมทางไปจนระดับมิชลินสตาร์ ที่ล้วนมาจากการหลอมรวมทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานจากผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งชาวมอร์แกน ชาวไทยแผ่นดินใหญ่ และชาวจีนฮกเกี้ยน ฯลฯ ที่อาศัยและแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกันมาอย่างยาวนาน สร้างอัตลักษณ์และเสน่ห์ให้ภูเก็ต ไม่มีที่ใดเสมอเหมือน
Essentials
ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่คนนิยมมาเที่ยวภูเก็ตมากที่สุดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเรียกกันว่าช่วง high season เพราะคลื่นลมทะเลไม่แรงเกินไปนัก เหมาะแก่การเล่นกิจกรรมทางน้ำ บนชายหาดที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างหาดกะตะ หาดไม้ขาว และหาดป่าตอง พร้อมลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ จากชาวประมง
4. ป่าฮาลา-บาลา จังหวัดนราธิวาส อาบพลังจากป่าแอมะซอนแห่งเอเชีย

Above ป่าฮาลา-บาลา จังหวัดนราธิวาส (ภาพ: Getty Images)
การอาบป่าเป็นการอาศัยพลังจากธรรมชาติ ช่วยความเครียดทางร่างกายและจิตใจ บำบัดพิษของเมือง เป็นเทรนด์ที่นิยมกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น แต่หากการท่องป่าเขาทั่วไปนั้นดูธรรมดาเกินไป แนะนำว่าต้องลองหาโอกาสไปท่องป่าดิบชื้น (rain forest) ใหญ่ที่สุดแห่งแหลมมลายู ที่ชื่อว่า ฮาลา-บาลา อันได้รับฉายาว่าแอมะซอนแห่งเอเชีย
ฮาลา-บาลา คือป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ที่สุดอยู่ในดินแดนปลายด้ามขวานของไทย กินพื้นที่กว้างขวางเกือนสี่แสนไร่ ประกอบด้วยสองผืนป่า ฮาลาและบาลา ที่เชื่อมต่อ ครอบคลุมสองจังหวัดในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา และครอบคลุมหลายอำเภอของจังหวัดนราธิวาส จรดชายแดนไทย-มาเลเซีย
ในม่านหมอกและร่มเงาของเรือนยอดไม้หนาครึ้มนั้น ป่าฮาลา-บาลาเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญ และพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นที่อยู่ของพืชพรรณหายากต่างๆ เช่นต้นไม้ดึกดำบรรพ์อย่างเฟิร์นมหาสดำ และยังเป็นบ้านของสัตว์ป่าสงวน อย่างแมวลายหินอ่อน เลียงผา สมเสร็จ กระซู่ รวมถึงสัตว์ป่าหายากอื่นๆ ผืนป่าแห่งนี้ยังเป็นถิ่นของนกเงือกถึง 9 ชนิด จากทั้งหมด 12 สายพันธุ์ที่พบในไทยอีกด้วย
การเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสพลังของผืนป่าฮาลา-บาลา นั้นสามารถทำได้ โดยการขับรถผ่านเทือกเขาสันกลาคิรี จากบ้านบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ผ่านป่าบาลาและไปสิ้นสุดที่บ้านภูเขาทองในอำเภอสุคิริน ตามเส้นทางมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย โดยห่างจากสำนักงานฯ ไปราว 5 กิโลเมตรนั้น มีจุดส่องสัตว์ต่างๆ รวมทั้งนกเงือกที่มากินลูกไทรเป็นอาหาร ส่วนบริเวณหน่วยพิทักษ์ภูเขาทองยังมีจุดชมทะเลหมอกที่ห่มคลุมป่าผืนงามแห่งนี้อีกด้วย
Essentials
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือนป่าฮาลา-บาลา คือปลายฤดูหนาวไปจนถึงเดือนกันยายน เนื่องจากฝนไม่ชุกเกินไป เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา เปิดให้เข้าพื้นที่เพื่อศึกษาธรรมชาติได้แต่ไม่อนุญาตให้พักแรม โดยต้องแจ้งล่วงหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตวป่าฮาลา-บาลา หรือฝ่ายกิจการเขตรักษาพันธุ์ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาต
5. ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี อุดรธานี ทะเลสาบสีชมพู

Above ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี (ภาพ: Getty Images)
ช่วงเดือนธันวาคม ทะเลสาบกว้างใหญ่ในภาคอีสานจะกลายเป็นสีชมพูจัดจ้าน เมื่อดอกบัวแดงแข่งกันบานสะพรั่ง ย้อมสีสันให้ท้องน้ำที่กว้างไกลดูมีชีวิตชีวา นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการได้ชมทะเลสาบสีชมพู ที่หนองหาน ที่งามตรึงตาเหมือนมีมนต์สะกด
ทะเลสาบหนองหาน เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีพื้นที่มากกว่า 36 ตารางกิโลเมตร อยู่ในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เป็นแหล่งน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศน์สมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของพันธุ์ปลาและนกนานาชนิด และพืชน้ำ โดยเฉพาะบัวสายหรือบัวแดงที่เติบโตไปทั่วท้องน้ำ และกลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไปเยือนยามเมื่อฤดูกาลที่ดอกบัวพากันเบ่งบาน อวดโฉมไปทั่วทั้งทะเลสาบที่กลายเป็นสีชมพู เรียกขานว่าทะเลบัวแดง ที่มีชื่อเสียงไปไกลจนถูกสื่อต่างชาติอย่าง CNN-Travel +Leisure จัดอันดับว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่แปลกที่สุดในโลกมาแล้ว
กิจกรรมที่ต้องไม่พลาดสำหรับผู้มาเยือนหนองหานในฤดูกาลที่ดอกบัวบานสะพรั่ง คือการนั่งเรือชมความงามของทะเลบัวแดงที่งดงาม และอันเป็นทะเลสาบที่มีเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก พร้อมฟังเรื่องเล่าจากคนท้องถิ่นเกี่ยวกับความรักของผาแดงนางไอ่ และตำนานของการเกิดหนองหานที่เล่าขานกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
Essentials
ฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลบัวแดงนั้นจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนพฤษภาคม โดยเดือนธันวาคมคือช่วงที่ดีที่สุด การไปชมทะเลบัวแดงควรไปในช่วงเช้าก่อนที่ดอกบัวจะเริ่มหุบในยามสาย




