The hypnotic Gucci Eye on display at Gucci Garden in the historic Palazzo della Mercanzia (Photo: Gucci Website)
Cover รวบรวมหลากร้านค้าแบรนด์หรูที่มีดีไซน์การออกแบบที่น่าสนใจ เช่น Gucci Eye ที่สะกดสายตา ถูกจัดแสดงไว้ที่ Gucci Garden ใน Palazzo della Mercanzia อันเก่าแก่ (ภาพ: Gucci)
The hypnotic Gucci Eye on display at Gucci Garden in the historic Palazzo della Mercanzia (Photo: Gucci Website)

Tatler ชวนคุณดูวิธีที่เหล่าแบรนด์หรูอย่าง Gucci, Prada และอื่นๆ สร้างผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมที่เชิดชูประวัติศาสตร์ได้อย่างมีสไตล์

ในปัจจุบัน หลากหลายแบรนด์หรูได้ผสมผสานนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมเข้ากับมรดกอันล้ำค่าของสถานที่ต่างๆ ออกมาได้อย่างลงตัว รวมถึงสร้างสรรค์พื้นที่ระดับโลกให้สมดุลทั้งด้านความงามและฟังก์ชั่น ร้านเรือธงเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สำหรับขายสินค้าเท่านั้น แต่มันยังเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมที่เชิดชูบริบททางประวัติศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็จัดแสดงผลงานการออกแบบที่ล้ำสมัยอีกด้วย

ตั้งแต่การที่ Fendi บูรณะ Palazzo della Civiltà Italiana ในกรุงโรม ไปจนถึง Crystal House ของ Hermès ในกรุงอัมสเตอร์ดัม แบรนด์หรูเหล่านี้ได้นำวัสดุต่างๆ มาปรับใช้ได้อย่างน่าสนใจ อีกทั้งอนุรักษ์องค์ประกอบสุดไอคอนิกของสถานที่เอาไว้ และสร้างพื้นที่ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ นวัตกรรมและความสง่างามเหนือกาลเวลาของพวกเขาได้อย่างดีเยี่ยม

อ่านเพิ่มเติม: 7 สิ่งปลูกสร้างไอคอนิกแสนโดดเด่นในหลายแฟชั่นโชว์สุดล้ำ

Lemaire, โตเกียว

Lemaire คือหนึ่งในแบรนด์หรูที่เพิ่งเปิดตัวบูติกแห่งแรกในญี่ปุ่นที่เมืองโตเกียว โดยเปลี่ยนอาคารที่อยู่อาศัยจากปี 1960 ในย่านเอบิสึของชิบูย่าให้กลายเป็นสวรรค์ของนักช้อป โดยพื้นที่แห่งนี้ยังคงรูปแบบดั้งเดิมเอาไว้ ผสมผสานงานฝีมือพื้นเมืองของญี่ปุ่นเข้ากับความสง่างามที่เรียบง่ายของแบรนด์หรูอย่าง Lemaire

ทั้งมู่ลี่ไม้ไผ่ทำมือ ฉากกั้นบานเลื่อนที่ทำจากกระดาษโชจิ และประติมากรรมปูนปลาสเตอร์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ต่างก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่กลมกลืนกัน เสริมด้วยสวนที่อยู่ติดกัน โซนห้องนั่งเล่นเป็นจุดศูนย์กลางของร้านบูติกแห่งนี้ โดยมีโซฟาที่จำลองดีไซน์ไอคอนิกของ Freud เป็นจุดเด่น ห้องนั่งเล่นตกแต่งอย่างประณีตด้วยพรมคิลิมแบบวินเทจ พาแนลบุนวมทำมือ และเสื่ออะบาคา (abaca)

Gucci, โบโลญญา

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 ห้องนิทรรศการ Guccification ที่ Gucci Garden (ภาพ: Gucci)
Photo 2 of 3 ห้องนิทรรศการ Cinema da Camera ที่ Gucci Garden (ภาพ: Gucci)
Photo 3 of 3 ห้องนิทรรศการ Cosmorama ที่ Gucci Garden (ภาพ: Gucci)
Guccification at Gucci Garden (Photo: Gucci Website)
Cinema da Camera at Gucci Garden (Photo: Gucci Website)
Cosmorama at Gucci Garden (Photo: Gucci Website)

Palazzo della Mercanzia อาคารประวัติศาสตร์อดีตพิพิธภัณฑ์ Gucci Museo ที่ปัจจุบันได้กลายเป็น Gucci Garden นำเสนอความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาคารแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย Alessandro Michele อดีตผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์ โดยสถานที่แห่งนี้มีร้านบูติก, ร้านอาหาร Gucci Osteria da Massimo Bottura ซึ่งบริหารงานโดยเชฟมิชลินสามดาว และนิทรรศการ Gucci Garden Galleria ที่จัดโดย Maria Luisa Frisa

โซนนิทรรศการนี้มีพื้นที่ 2 ชั้น เฉลิมฉลองผลงานอาร์ไคฟ์ชิ้นสำคัญของแบรนด์หรูอย่าง Gucci พร้อมทั้งนำเสนอเรื่องราวใหม่ๆ ผ่านห้องนิทรรศการต่างๆ ที่จัดแสดงแคมเปญเก่าๆ ไอเท็มย้อนยุค และงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์

ผู้ที่มาเยี่ยมชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่เต็มอิ่ม เริ่มต้นที่ห้องนิทรรศการ 'Guccification' ที่พาเราสำรวจวิวัฒนาการของลวดลาย Double G และการตีความชื่อแบรนด์ใหม่อย่างสนุกสนาน ประสบการณ์ดังกล่าวยิ่งเข้มข้นขึ้นด้วยโรงภาพยนตร์ที่บุกำมะหยี่สีแดงที่ฉายภาพยนตร์สุดพิเศษ และเสน่ห์อันน่าหลงใหลของ Gucci Eye ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่สุดเก๋แห่งนี้

Prada, เซี่ยงไฮ้

Tatler Asia
Intricate wood craftsmanship at Prada Rong Zhai (Photo: Prada Website)
Above งานไม้แกะสลักอันวิจิตรบรรจงของ Prada Rong Zhai (ภาพ: Prada)
Tatler Asia
Intricate wood craftsmanship at Prada Rong Zhai (Photo: Prada Website)
Above งานไม้แกะสลักอันวิจิตรบรรจงของ Prada Rong Zhai (ภาพ: Prada)
Intricate wood craftsmanship at Prada Rong Zhai (Photo: Prada Website)
Intricate wood craftsmanship at Prada Rong Zhai (Photo: Prada Website)

Prada Rong Zhai เปิดให้บริการในเซี่ยงไฮ้หลังจากรีโนเวทอย่างประณีตนานถึง 6 ปี พื้นที่ทางวัฒนธรรมแห่งนี้สะท้อนถึงความชื่นชมที่ Miuccia Prada และ Patrizio Bertelli มีต่อวัฒนธรรมอันล้ำค่าของจีน โดยผสมผสานงานฝีมืออันยอดเยี่ยมเข้ากับการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดั้งเดิม โดย Prada Rong Zhai เปรียบเสมือนบทสนทนาที่สอดประสานกันระหว่างมิลานและเซี่ยงไฮ้ โดยชูมรดกวัฒนธรรมด้านการออกแบบได้อย่างงดงาม

เมื่อปี 2004 เขต Jing'an ได้รับการยกย่องให้เป็นเขตมรดกทางวัฒนธรรม โดยบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางบริบททางประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน และเพื่อให้สอดคล้องกับการออกแบบจากปี 1918 ของเจ้าของบ้านเดิมอย่าง Rong Zongjing ทีมงานของ Prada ตั้งใจบูรณะบ้านหลังนี้ให้กลับคืนสู่ความสง่างามแบบดั้งเดิม และแต่งเติมความมีชีวิตชีวาให้กับบ้านหลังนี้เพิ่มขึ้นด้วย

อ่านเพิ่มเติม: Gucci นำเสนอนิทรรศการ Gucci Visions เปิดตัวเป็นครั้งแรก ณ เอ็มสเฟียร์ กรุงเทพฯ

Fendi, โรม

Tatler Asia
Fendi's opening of Arnaldo Pomodoro "Il Grande Teatro delle Civiltà" unveil exhibition event at Palazzo Della Civilta' Italiana (Photo: Getty Images / Ernesto S. Ruscio)
Above การจัดแสดง Arnaldo Pomodoro" Il Grande Teatro delle Civiltà ของ Fendi ที่ Palazzo Della Civilta 39 Italiana (ภาพ: Ernesto S. Ruscio / Getty Images)
Fendi's opening of Arnaldo Pomodoro "Il Grande Teatro delle Civiltà" unveil exhibition event at Palazzo Della Civilta' Italiana (Photo: Getty Images / Ernesto S. Ruscio)

ในปี 2015 แบรนด์หรูอย่าง Fendi ได้ประกาศเปิดตัวสำนักงานใหญ่ที่ Palazzo della Civiltà Italiana ในกรุงโรม ซึ่งเป็นอาคารสูง 6 ชั้นแสนโดดเด่น เดิมทีได้รับมอบหมายให้สร้างโดย Benito Mussolini ในปี 1943 โครงสร้างของอาคารหุ้มด้วยหินทราเวอร์ทีน โดดเด่นด้วยซุ้มโค้ง 54 ซุ้มในแต่ละด้านของตึก ออกแบบโดยสถาปนิก Giovanni Guerrini, Ernesto Bruno La Padula และ Mario Romano โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นผลงานชิ้นเอกที่แสดงวิสัยทัศน์ของ Mussolini ในเรื่อง 'จักรวรรดิโรมันใหม่' หลังผ่านช่วงเวลามาหลายทศวรรษ อาคารแห่งนี้ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ที่กินเวลานานถึง 18 เดือน โดยมีสถาปนิกอย่าง Marco Costanzi เป็นผู้ควบคุมดูแลอาคารสำนักงานใหญ่ของ Fendi หลังนี้

การเข้ามาของ Fendi ทำให้อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันเป็นออฟฟิศที่รองรับพนักงานได้ถึง 450 คน โดยยังคงรักษาโครงสร้างบันไดและพื้นหินอ่อนดั้งเดิมเอาไว้ ชั้นล่างได้รับการแปลงโฉมเป็นโซนจัดแสดงสาธารณะที่เข้าชมได้ฟรี ทำให้อาคารไอคอนิกแห่งนี้เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รอบๆ ฐานของโครงสร้างมีรูปปั้น 28 ชิ้น ที่เป็นสัญลักษณ์ของการค้าขายต่างๆ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงถึงความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรมของอาคารแห่งนี้เข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมของอิตาลีมากยิ่งขึ้น

Hermès, อัมสเตอร์ดัม

บริษัทสถาปนิก MVRDV ได้ออกแบบร้านแฟล็กชิปของแบรนด์หรูอย่าง Hermès ในอัมสเตอร์ดัม โดยใช้ชื่อว่าโครงการ 'Crystal Houses' ผ่านการดัดแปลงวัสดุที่เราคุ้นเคยให้กลายเป็นรูปแบบที่คาดไม่ถึง คุณสมบัติที่โดดเด่นของร้านนี้คือ ด้านหน้าของอาคารแบบโปร่งแสงทำจากอิฐแก้วซึ่งทอดยาวขึ้นไปด้านบน ก่อนจะเบลนด์ไปเป็นอิฐดินเผาแบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัว

การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์นี้สร้างโครงสร้างของอาคารขึ้นมาใหม่ด้วยดีไซน์เดิมของอาคารบนถนน PC Hooftstraat ถนนสุดไอคอนิกของอัมสเตอร์ดัมได้อย่างสมจริง โดยยังคงรักษาลักษณะดั้งเดิมทางประวัติศาสตร์ของถนนสายนี้เอาไว้ได้ ทั้งอิฐแก้วและกรอบหน้าต่างสะท้อนถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นของย่านนี้อย่างน่าสนใจ ทำให้ร้าน Hermès สาขานี้เป็นส่วนเสริมที่โดดเด่นให้กับภูมิทัศน์ทางสถาปัตยกรรมโดยรอบของอัมสเตอร์ดัม ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำถึงความหรูหราของแบรนด์ที่โด่งดังที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก


This story was originally written in English by Celine Dabao.

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2024 โดย Celine Dabao โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ


อ่านเพิ่มเติม:

11 ไอเท็มแต่งบ้านรูปสัตว์จาก Bottega Veneta ไปจนถึงของสะสมวินเทจ

7 เทรนด์การออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน ที่ทรงอิทธิพลในแวดวงดีไซน์

Rooted in elegance: การใช้สีน้ำตาลในงานตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์น

Topics

Asa Ngamkala
Digital Writer, Tatler Thailand
Tatler Asia

นักเขียนดิจิทัลที่ต้องการเล่าเรื่องของผู้คน ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรม ผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ที่เข้าใจง่ายและมีมุมมองเฉพาะตัว