มีโรงแรมหรูเปิดใหม่หลายแห่งในโตเกียว ที่รอให้เหล่านักเดินทางออกไปสำรวจดีไซน์การออกแบบที่ยอดเยี่ยม ความเชื่อมโยงกับวิถีชุมชน และประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น
มหานครอย่างโตเกียวที่เปิดประตูบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่หลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย ตัวเลือกที่พักของเมืองนี้กลับมีน้อยจนน่าประหลาดใจ นักเดินทางมีเพียงตัวเลือกในกลุ่มโรงแรมหรูหราระดับไฮเอนด์ที่ยังคงนิยามความหมายของคำว่า ‘ลักซ์ชูรี’ ในแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นรายใหญ่ระดับโลกอย่าง The Peninsula, Mandarin Oriental หรือแบรนด์เจ้าบ้านอย่าง The Okura ก็ตาม หากไม่ใช่ในเซ็กเมนต์นี้ ก็มีเพียงกลุ่มโรงแรม business hotel ที่คุณภาพบริการสูงกว่ามาตรฐานเพียงเล็กน้อย
ทว่าตอนนี้ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป เมื่อเหล่าโรงแรมบูติกหรูเปิดใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงนิยามการพักผ่อนในเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ให้แตกต่างไปจากเดิม
อ่านเพิ่มเติม: 10 เมืองสำคัญใกล้โตเกียวที่ควรไป เพื่อสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
1. K5 Tokyo
ด้วยห้องพักที่มีเพียง 20 ห้อง ทำให้ K5 เป็นหนึ่งในโรงแรมที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในโตเกียว โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในอดีตอาคารสำนักงานใหญ่ของธนาคาร Dai-ichi อันยิ่งใหญ่ ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงยุค 1920s โดย Claesson Koivisto Rune สถาปนิกจากสตอกโฮล์ม ตั้งใจที่จะรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมของอาคารหลังนี้ไว้ให้มากที่สุด
ผ้าทอที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูงตระหง่าน และพื้นที่สาธารณะอันกว้างขวางบริเวณส่วนกลางของโรงแรม สะท้อนแนวคิดในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเรื่อง ‘อะอิมะอิ (aimai)’ ที่แปลว่าความคลุมเครือ ด้วยการเบลอขอบเขตระหว่างเลานจ์ คาเฟ่ ไวน์บาร์ และร้านอาหาร Caveman ให้เชื่อมต่อกันโดยมีพื้นไม้ปาร์เกต์ดั้งเดิมของธนาคารที่ถูกคงเอาไว้
การออกแบบภายในของ K5 ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสไตล์ 'mid-century modern' โดดเด่นด้วยการใช้ไม้โทนสีอบอุ่นและการตกแต่งด้วยงานประติมากรรมสีสันสดใส เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบโดยนักออกแบบชื่อดังมากมาย อาทิ ADX, Time & Style และ Alloy เสริมด้วยวัสดุพื้นเมืองเดิมอย่างไม้สนและปูนปั้นญี่ปุ่น
K5 ตั้งอยู่ในย่านคาบูโตะ ซึ่งถือเป็นย่านวอลล์สตรีทของโตเกียว นับว่าเป็นการเลือกโลเคชั่นที่กล้าหาญมากทีเดียว แต่ก็เป็นทำเลทองที่มีศักยภาพจริงๆ โดยผู้ก่อตั้งร่วมอย่าง Akihiro Matsui กล่าวว่า “นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงนำองค์ประกอบใหม่ๆ เข้ามา ซึ่งเปลี่ยนจากอาคารสีเทาๆ ทึมๆ ให้มีความหลากหลายมากขึ้น มีสีสันและสนุกสนานมากขึ้น แน่นอนว่าคนรุ่นใหม่ก็สร้างวัฒนธรรมใหม่ แต่เราก็ยังคงเคารพวัฒนธรรมเก่าไว้ด้วยเช่นกัน”
ทุกมุมของ K5 ชวนให้เราได้ใช้ชีวิตช้าๆ ผ่อนคลายและเพลิดเพลินไปกับความสุขอันเรียบง่าย เคล้ากับเสน่ห์ของโลกอะนาล็อก ตั้งแต่เครื่องเล่นแผ่นเสียงและคอลเล็กชันแผ่นเสียงไวนิลที่มีอยู่ในทุกห้องสวีท ไปจนถึง Ao บาร์ของ K5 ที่ตกแต่งด้วยสีแดงตั้งแต่พื้นจรดฝ้าเพดาน พร้อมด้วยชั้นหนังสือสะสมของโรงแรมตลอดแนวกำแพง
2. Yuen Bettei Daita
การถูกขนานนามให้เป็นย่านที่คูลที่สุดในเมืองที่คูลที่สุดเมืองหนึ่งของโลกเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ ซึ่งในโตเกียว ย่านนั้นคือ ชิโมคิตาซาวะ ที่มักถูกเรียกว่าเป็น 'หมู่บ้านโบฮีเมียน' โดยคุณจะพบกับถนนหลายสายที่เรียงรายไปด้วยร้านขายแผ่นเสียง ร้านขายของวินเทจ ร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์สุดสร้างสรรค์
Yuen Bettei Daita เรียวกังสองชั้นสไตล์โมเดิร์นตั้งอยู่ใจกลางย่านสุดคูลแห่งนี้ ทันทีที่เข้าไปแขกผู้เข้าพักจะได้เดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยหินและไม้ ส่องสว่างด้วยแสงนวลจากโคมไฟแบบญี่ปุ่น เมื่อมาถึงล็อบบี้ของโรงแรมคุณจะพบกับการจัดแสดงอิเคบานะ (ศาสตร์การจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น) ประจำฤดูกาลอันวิจิตรตระการตา นับเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากความฮิปของย่านชิโมคิตะตามที่คนในท้องถิ่นเขาเรียกกัน
สวนญี่ปุ่นที่ได้รับการดูแลอย่างดีทั่วทั้งโรงแรมมีกรอบเป็นผนังกระจก ทำให้เกิดเป็นงานศิลปะที่มีชีวิตชีวาท่ามกลางผลงานจริงของ Wataru Hatano ศิลปินชาวเกียวโต โดยห้องพักจะมีจำนวนทั้งสิ้น 35 ห้อง ได้รับการตกแต่งด้วยสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ถูกปรับปรุงให้ทันสมัย เช่น พื้นเสื่อทาทามิ ฉากกั้นบานเลื่อน และงานไม้ระแนง โดยมีเตียงเตี้ยแทนฟูกปูพื้น
เราขอแนะนำห้องดีลักซ์พร้อมห้องอาบน้ำกลางแจ้งแบบส่วนตัว แต่ถ้าห้องนั้นถูกจองจนเต็มหมดแล้ว คุณก็ยังสามารถแช่ตัวในออนเซ็นส่วนกลางของ Yuen Bettei Daita ได้เช่นกัน ซึ่งจะใช้น้ำพุร้อนที่มีแร่ธาตุสูงจากแหล่งน้ำพุร้อน Ashinoko ในฮาโกเนะ นอกจากนี้ยังมีซาวน่าหมอกที่ใช้กลิ่นหอมจากธรรมชาติโดยนักออกแบบกลิ่น Izumi Kan
นอกจากนี้ยังมีการนำเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ในย่านนี้มาสานต่อในโรงแรม ซึ่งก็คือร้านอาหาร Tsukikage ที่ตั้งชื่อตามผลงานชิ้นสุดท้ายของ Nokichi Saito กวีที่ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายในย่านนี้ ส่วนร้านน้ำชาของที่นี่ก็ยังยกย่องไร่ชาที่เคยเฟื่องฟูในพื้นที่แห่งนี้เมื่อครั้งอดีตอีกด้วย
Yuen Bettei Daita อาจตั้งอยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของโตเกียวมากกว่าโรงแรมอื่นๆ สักเล็กน้อย แต่ก็ทำให้ที่นี่น่าสนใจสำหรับนักเดินทางที่เดินทางมาโตเกียวเป็นประจำ และต้องการสำรวจโตเกียวในมุมใหม่ๆ ให้มากขึ้น
3. Trunk Yoyogi Park
Yoshitaka Nojiri เติบโตมาพร้อมกับการได้เห็นยุครุ่งเรืองของย่านชิบูย่ามาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น ซึ่งปัจจุบันเขาตั้งเป้าหมายที่จะ 'จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในย่านนี้ให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง' และเขากำลังทำสิ่งนี้ผ่านโรงแรมสุดเจ๋งหลายๆ แห่ง แต่โรงแรมแห่งแรกของเขาคือ Trunk Hotel บนถนน Cat Street ซึ่งทอดยาวระหว่างย่านชิบูย่าและฮาราจูกุ โรงแรมที่เน้นการออกแบบแห่งนี้เปิดดำเนินการในปี 2017 และเป็นโรงแรมแห่งแรกในบรรดาโรงแรมประเภทเดียวกันของโตเกียว
ในปี 2019 Yoshitaka Nojiri ได้ดัดแปลงบ้านเกอิชาเก่าแก่อายุกว่า 70 ปีในย่านเก่าแก่ของโตเกียวอย่าง คากุระซากะ ให้กลายเป็นบ้านพักตากอากาศสุดคลาสสิกที่มีชื่อว่า Trunk House ซึ่งมาพร้อมห้องน้ำสไตล์เซ็นโตะที่มีอ่างอาบน้ำไม้สนฮิโนกิ และชุดน้ำชาที่ออกแบบโดยศิลปินที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กอย่าง Tom Sachs
โรงแรมแห่งที่สามดึงให้ Yoshitaka Nojiri กลับมายังชิบูย่าอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาเชื่อมโยงอาณาจักรโรงแรมที่กำลังเติบโตของเขาเข้ากับสถานที่โปรดแห่งหนึ่งของเขา นั่นคือสวน Yoyogi ซึ่งโรงแรม Trunk Yoyogi Park เปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2023 เป็นโรงแรมบูติกที่มีห้องพัก 25 ห้องในโซนโทมิกายะ ซึ่งเป็นโซนที่เงียบสงบและสดชื่นของย่านชิบูย่า ด้านหน้าอาคารคอนกรีตเปลือยมีระเบียงที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจี ซึ่งสถาปนิก Keiji Ashizawa จากโตเกียว และ Norm Architects จากโคเปนเฮเกน ได้สร้างสรรค์พื้นที่แบบมินิมอลที่สว่างไสวและเต็มไปด้วยแสงไฟ อีกทั้งโคมไฟระย้าที่ทำจากกระดาษวาชิซึ่งประดิษฐ์โดย Kojima Shoten จากเกียวโต ก็ยังคงรักษาธีมของความนุ่มนวลเอาไว้ ทำให้พื้นที่ส่วนกลางของโรงแรมเต็มไปด้วยแสงที่นวลตา
ห้อง Owner's Suite เป็นประสบการณ์พักผ่อนที่ยอดเยี่ยมมาก ชั้นบนสุดมีหน้าต่างบานใหญ่สูง 8.5 เมตรจากพื้นจรดเพดาน วางทอดยาวตลอดความยาวของห้อง ทำให้มองเห็นทัศนียภาพของต้นไม้สีเขียวชอุ่มในสวน Yoyogi พร้อมอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ติดกับระเบียงซึ่งปกคลุมไปด้วยต้นไม้เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง
แม้ว่าสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้บนดาดฟ้าจะมีระบบทำความร้อนตลอดทั้งปี แต่ในช่วงกลางคืนที่อากาศเย็นลง ไอน้ำจะจับตัวพวยพุ่งขึ้นมาจากน้ำ ลอยเหนือต้นไม้เป็นกลุ่มควันบางๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในออนเซ็นที่ไหนสักแห่งที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของโตเกียว
4. Tokyo Edition Ginza
โรงแรมในเครือ Edition Hotels ทั่วโลกมักจะสนับสนุนลัทธิสุขนิยมอยู่เสมอ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะดึงดูดเหล่าดาราฮอลลีวูดเงินหนาได้ราวกับแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ เพราะผู้ก่อตั้งอย่าง Ian Schrager เคยเป็นเจ้าของร่วมของไนท์คลับระดับตำนานอย่าง Studio 54 ในนิวยอร์กมาก่อนนั่นเอง
ทันทีที่ Tokyo Edition Ginza เปิดตัวในเดือนมีนาคมของปีนี้ ทำให้ที่นี่ก็กลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่คนทำงานสร้างสรรค์ที่เดินทางไปมาและพบปะผู้คนในเมือง ตัวอย่างเช่น ดีเจ Peggy Gou, ดาราเบอร์เลสก์อย่าง Dita von Teese, นักออกแบบ Tomo Koizumi และ Verdy ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของศิลปิน K-Pop ชื่อดังอย่าง Blackpink ต่างก็มาร่วมงานปาร์ตี้เปิดตัวโรงแรม ตัวโรงแรมตั้งอยู่ติดกับถนน Chuo ใจกลางย่านช้อปปิ้งหลักของกินซ่า ห่างเพียงไม่กี่ก้าวจากร้านบูติกมัลติแบรนด์หรูอย่าง Dover Street Market และร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์
โรงแรมแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย Kengo Kuma นักออกแบบชาวญี่ปุ่นที่ฝากผลงานไว้มากมาย โดยเน้นไปที่ความงามของไม้เนื้อวอลนัทที่อบอุ่น ผสานเข้ากับโทนสีงาช้างที่ดูสงบๆ และอิทธิพลของญี่ปุ่นแสนละเอียดอ่อน ซึ่งเราชอบผ้าโอบิที่นำมาประดับประดาบนเก้าอี้ในล็อบบี้เป็นพิเศษ มองจากล็อบบี้เราจะสะดุดตากับบันไดโลหะสีขาวที่นำไปสู่ The Punch Room บาร์ที่จำลองแบบมาจากคลับส่วนตัวในศตวรรษที่ 19 ของลอนดอน ลองนึกถึงโซฟาแบบฝัง พร้อมด้วยแสงไฟที่เย้ายวน ผ้ากำมะหยี่ยับๆ และองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นบาร์แห่งแรกในญี่ปุ่นที่นำเสนอ punch bowl แบบดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมในเครือ Edition Hotels ทั่วโลก
หากคุณไม่ชอบค็อกเทลที่เสิร์ฟโดยใช้ทัพพี รูฟท็อปบาร์แห่งนี้ก็ยังเชี่ยวชาญด้านเนเชอรัลไวน์ โดยมีทั้งโต๊ะกลางยาวๆ และมุมส่วนตัวที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้อันเขียวขจี
This story was originally written in English by Coco Marett.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2024 โดย Coco Marett โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
รีวิวโรงแรม: สำรวจ Tokyo Edition Ginza โรงแรมที่เป็น 'ทอล์กออฟเดอะทาวน์' ของญี่ปุ่นในเวลานี้
หลากโรงแรมดีไซน์สวยในเอเชียที่จะชวนคุณออกเดินทางสู่ปลายทางสุดไอคอนิก




