เทศกาลงานออกแบบประจำปีของโคเปนเฮเกน ได้เผยโฉมเทรนด์ใหม่ๆ ที่จะพลิกเกมในวงการออกแบบ และช่วยหล่อหลอมความงามแบบสแกนดิเนเวียนรุ่นใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ในขณะที่เทศกาลงานออกแบบกำลังขยายไปตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก อาทิ มิลาน ปารีส และโคโลญ ที่แต่ละงานเลือกใช้อาคารสถานที่จัดแสดงขนาดใหญ่ที่ผู้คนไปร่วมงานกันในสถานที่เดียว งาน 3 Days of Design ในโคเปนเฮเกนกลับเลือกจัดแสดงงานตามโชว์รูมและสตูดิโอต่างๆ ทั่วเมืองแทน โดยปีนี้มีผู้จัดแสดงงานกว่า 400 รายเข้าร่วมงานนี้ ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วเกือบเท่าตัว
ด้วยขนาดเมืองโคเปนเฮเกนที่ไม่ใหญ่มากนัก บวกกับวัฒนธรรมการปั่นจักรยานของเมืองนี้ ก็เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนเดินทางไปทั่วเมืองได้อย่างสะดวกสบายเพื่อเที่ยวชมงานดีไซน์นี้ตลอดทั้ง 3 วัน Signe Byrdal Terenziani ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการจัดงานเทศกาลนี้กล่าวว่า เขาได้แรงบันดาลใจจากการปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำไปทำงาน เลยวางธีมงานในปีนี้ไว้ว่า กล้าที่จะฝัน (Dare to Dream)
“เราจำเป็นต้องสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เราได้หยุด หลับตา และฝันได้” เธอบอกกับ The Paper ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการของเทศกาลนี้
อ่านเพิ่มเติม: หลากโรงแรมดีไซน์สวยในเอเชียที่จะชวนคุณออกเดินทางสู่ปลายทางสุดไอคอนิก
แม้อากาศจะเย็นเยียบและมีฝนตกในช่วงต้นเดือนมิถุนายน แต่เทศกาลเอดิชั่นล่าสุดที่โคเปนเฮเกนก็ยังโดดเด่นและดึงดูดผู้เข้าชมงานที่ฝ่าสภาพอากาศมาเพื่อสำรวจงานดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียนและเทรนด์การออกแบบใหม่ๆ ที่ดีที่สุด อย่างแบรนด์ระดับนานาชาติ เช่น Koyori ที่มีสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น ก็เลือกมาโชว์ผลงานที่โคเปนเฮเกนนี้แทนที่จะเป็นมิลาน
มารู้จักเทรนด์การออกแบบสำคัญที่ Tatler รวบรวมมาจากงาน 3 Days of Design ที่โคเปนเฮเกน ทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้เปิดตัว ชิ้นงานแสนคลาสสิกของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดี ตลอดจนดีไซเนอร์เปี่ยมพรสวรรค์ที่กำลังสร้างชื่อในฉากหลังที่โดดเด่นทั่วเมือง
1. Soft Minimalism

Above เก้าอี้เลานจ์ Alba จาก Eilersen ออกแบบโดย Hans Thyge & Co สตูดิโอจากเดนมาร์ก
เทรนด์ Soft Minimalism นี้น่าดึงดูดใจอย่างมากภายใต้แสงสว่างในแบบโคเปนเฮเกนด้วยการผสมผสานเส้นสายที่สะอาดตาของสไตล์มินิมอลเข้ากับความเรียบง่ายที่มีองค์ประกอบที่ดูเชื้อเชิญ
เก้าอี้เลานจ์ Alba จาก Eilersen เป็นตัวอย่างที่ดีของเทรนด์นี้ เห็นได้จากการโยนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นทั้งหลายทิ้งไป เหลือไว้แต่แก่นแท้ของความซับซ้อนและรายละเอียดอันแท้จริงให้ฉายโชนออกมา
เก้าอี้ตัวนี้ได้รับการวางแนวคิดร่วมกับสตูดิโอออกแบบสัญชาติเดนมาร์กชื่อ Hans Thyge & Co โดยชื่อ Alba ของเก้าอี้รุ่นนี้หมายถึงรุ่งอรุณหรือพระอาทิตย์ขึ้นในภาษาอิตาลี ซึ่งสะท้อนผ่านพนักเก้าอี้ที่โค้งมนนั่นเอง

Above เก้าอี้ Fritz Hansen Monolit ออกแบบโดย Cecilie Manz มีความสูงให้เลือก 2 ระดับ นั่นคือแบบเก้าอี้เลานจ์และเก้าอี้รับประทานอาหาร
เก้าอี้ Monolit ของ Fritz Hansen ที่ออกแบบโดย Cecilie Manz นั้นเป็นงานออกแบบที่นั่งสบายและดูเรียบง่าย โดยมีพนักหลังที่โอบกอดล้อมรอบตัวผู้นั่ง
เก้าอี้ตัวนี้รังสรรค์ขึ้นจากไม้อัดขึ้นรูปและมีความสูงให้เลือก 2 ระดับ พร้อมตัวเลือกในการบุพื้นผิวที่หลากหลาย ทั้งยังโดดเด่นด้วยโปรไฟล์ที่ดูเพรียวซึ่งถูกขับเน้นด้วยการขลิบขอบหนัง Cecilie Manz ตั้งใจให้เก้าอี้ตัวนี้มีรูปทรงที่เหมือนการสเก็ตช์งานแบบลดทอนรายละเอียด ซึ่งดูเหมือนจะเป็นชิ้นเดียว แต่จริงๆ ประกอบด้วย 2 ส่วนที่โดดเด่น นั่นคือฐานที่นั่งและที่นั่งชิ้นบน
อ่านเพิ่มเติม: รวมสุดยอดโรงแรมที่พักที่นำเสนอความแตกต่างด้วยดีไซน์เฉพาะตัว
2. อาณาจักรที่ไร้รอยต่อ

Above คอลเล็กชั่น Leisure ของ Sørensen Leather ที่รังสรรค์ร่วมกับ GamFratesi ช่วยแนะนำผลิตภัณฑ์หนังที่เหมาะจะใช้ทั้งภายในและภายนอก
บางครั้งนวัตกรรมก็กระซิบเบาๆ มากกว่าจะตะโกน และโทนสีที่อ่อนโยนในคอลเล็กชั่น Leisure ของ Sørensen Leather ก็ได้แนะนำวัสดุที่ถูกค้นพบใหม่ ซึ่งจะขยายความเป็นไปได้ในเชิงสร้างสรรค์ให้นักออกแบบและผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์
หนังชนิดนี้ซึ่งเหมาะที่จะใช้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยคู่หูนักออกแบบเลื่องชื่ออย่าง GamFratesi โดยมีสีสันที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติให้เลือกถึง 14 สี พร้อมพื้นผิวที่นุ่มแต่ทนทานแข็งแรงและยังให้สัมผัสเป็นธรรมชาติอยู่

Above คอลเล็กชั่นนี้ประกอบด้วยสีที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติถึง 14 สี
การพัฒนานี้สอดคล้องกับเทรนด์เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งที่ดูคล้ายกับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ซึ่งสะท้อนความปรารถนาของผู้ใช้งานที่ต้องการพื้นที่การใช้ชีวิตที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างสะดวกสบาย
การใช้สีที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันโดย GamFratesi ได้แรงบันดาลใจมาจากการเดินทางท่องยุโรปของพวกเขา ซึ่งรวมถึงเฉดสีเทอร์ราคอตตาที่ดูอบอุ่นและสีดำหินภูเขาไฟอีกด้วย
3. ขอ 'จีบ' สักหน่อย
โคมไฟแบบพับเป็นชิ้นงานคลาสสิกที่ไร้กาลเวลาเสมอ โดยมีงานออกแบบใหม่ๆ ที่ช่วยเสริมเสน่ห์ที่คงอยู่ของมันยิ่งขึ้นไปอีก แบรนด์สัญชาติเดนมาร์กดั้งเดิมอย่าง Le Klint ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกโคมไฟจับจีบระบายแบบพับด้วยมือ ได้แนะนำโคมไฟ Celine โดย OEO Studio ให้ทุกคนได้รู้จักกัน
โคมไฟตัวเรือนทองเหลืองและกระดาษพับจีบด้วยมือนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมของพิพิธภัณฑ์งานออกแบบเดนมาร์ก โดดเด่นด้วยเส้นสายที่สะอาดตาและความเป็นเรขาคณิตที่ดูโดดเด่น

Above โคมไฟ Nebra ของ New Works สามารถปรับให้คว่ำหรือหงายได้

Above โคมไฟ Nebra ของ New Works สามารถปรับให้คว่ำหรือหงายได้
ในปีนี้ New Works เฉลิมฉลองบ้านหลังใหม่ที่โอ่อ่า ซึ่งเป็นที่จัดแสดงผลงานการจับจีบในซีรีส์ Nebra ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นี่คือการร่ายรำที่ละเอียดอ่อนระหว่างแนวคิดแบบดั้งเดิมและความร่วมสมัย งานออกแบบที่คลาสสิกนี้สะท้อนกลไกการปรับเปลี่ยนสภาพ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเลือกที่จะพลิกกลับด้านโคมไฟได้เพื่อปรับเปลี่ยนอารมณ์ของแสงไฟตามใจปรารถนา
4. ความยั่งยืนที่แปลกตา

Above ม้านั่งโยกได้ของ Good Shepherd ออกแบบโดย Fernando Laposse

Above ศิลปะจัดวาง Octopoda ของแพตทริเซีย เออร์ควิโอลา ใช้สิ่งทอจาก Kvadrat Sport
ความสร้างสรรค์เชิงเพ้อฝันและความยั่งยืนสามารถอยู่ร่วมกันได้ เห็นได้จากนิทรรศการ ReThink ของ Kvadrat ที่จัดแสดงได้อย่างคมคาย นักออกแบบระดับโลก 12 คน ได้จัดแสดงผลงานการรังสรรค์ที่เปี่ยมจินตนาการและขี้เล่นที่ทำขึ้นจากวัสดุรีไซเคิลและนำมาชุบชีวิตใหม่ งานออกแบบที่เปี่ยมนวัตกรรมนี้เฉลิมฉลองการสร้างสรรค์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและร่วมสร้างสรรค์กับชุมชน
นิทรรศการนี้มีผู้เชี่ยวชาญในวงการมาช่วยคัดสรรผลงานและเน้นย้ำข้อความสำคัญที่ว่า ความยั่งยืนและความคิดสร้างสรรค์นั้นเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งโดยผสมผสานวิสัยทัศน์เชิงศิลปะเข้ากับจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อม

Above แจกัน Lava Glass โดย Navet
Fólk Reykjavik จัดแสดงผลงาน Circular Landscapes ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่นชิ้นงานจากนักออกแบบหน้าใหม่ที่น่าจับตา ผู้เปลี่ยนโฉมวัสดุที่ถูกทิ้งให้กลายเป็นงานออกแบบที่เปี่ยมเสน่ห์และใช้งานได้จริง
แจกัน Lava Glass โดยสตูดิโอออกแบบสัญชาติสวีเดนชื่อ Navet มีรูปทรงการไหลตามธรรมชาติที่ดูเหมือนแม็กมาที่กำลังละลาย แจกันนี้ทำจากแก้วรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์และผลิตโดยใช้พลังงานจากขยะ
5. เคมีอินทรีย์

Above โต๊ะกาแฟ Isola ที่ดูเหมือนสถาปัตยกรรมนี้เป็นผลงานของ Ferm Living
การกลับสู่ธรรมชาตินิยมและรูปทรงแบบออร์แกนิกนั้นสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงความต้องการงานดีไซน์ที่กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดความสบายทั้งในเชิงสัมผัสและการมองเห็น
สำหรับ Audo นักออกแบบสัญชาตินอร์เวย์อย่าง Anderssen & Voll เลือกเติมเต็มคอลเล็กชั่น Brasilia ของพวกเขาด้วยโซฟาและโต๊ะข้าง ชิ้นงานของพวกเขาคือการผสมผสานที่มีเอกลักษณ์ระหว่างความงามแบบ mid-century สไตล์สแกนดิเนเวียกับความทันสมัยแบบบราซิล โครงที่แข็งแรง งานไม้แบบดั้งเดิม และผ้าบุที่นุ่มนวลหยิบยื่นความสบายที่ไม่มีใครเทียบได้ และสร้างบรรยากาศที่เชื้อเชิญและอบอุ่นสบายตา

Above ชั้นวางของ Archivo ผลงานของ Jaime Hayon สำหรับ &Tradition มีมุมที่โค้งมนดูนุ่มนวล

Above ชิ้นงานในคอลเล็กชั่น Brasilia ของ Audo โดย Anderssen & Voll สมบูรณ์ขึ้นด้วยโซฟา อาร์มแชร์ และโต๊ะข้าง
ชั้นวางของ Archivo สำหรับ &Tradition ที่ออกแบบโดย Jaime Hayon ถือกำเนิดขึ้นจากโครงการส่วนตัวที่เขาทำให้บ้านของตัวเอง โดยนำเสนอชั้นวางของที่มีมุมโค้งมนและชั้นที่ถูกแบ่งแบบไม่เป็นแบบแผนเท่ากัน ดูเป็นตัวเลือกในการเก็บของที่สวยงามแกมขี้เล่น Archivo ผสมผสานการใช้งานที่คงทนกับเสน่ห์แห่งการเป็นของตกแต่งบ้าน เพื่อเป็นมุมจัดแสดงสิ่งของที่เปี่ยมด้วยความหมาย
ส่วนโต๊ะกาแฟ Isola โดย Ferm Living ที่ผสมผสานเสน่ห์แบบธรรมชาติเข้ากับงานออกแบบทันสมัยนั้น รังสรรค์ขึ้นด้วยมือโดยทำจากหวายและมีรูปทรงโค้งมนที่นุ่มนวล เหมาะมากที่จะเป็นเซ็นเตอร์พีซชิ้นเด่นในบ้าน
6. สไตล์ญี่ปุ่นอันโดดเด่น

Above GamFratesi วางแนวคิดการจัดวางของ Koyori ภายใน “ผนัง” ที่ทำจากโคมไฟญี่ปุ่นสีขาวแบบดั้งเดิม

Above ม้านั่ง Uribo โดย GamFratesi เป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่นใหม่ของ Koyori
การเพิ่มจำนวนของแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นในงาน 3daysofdesign ในปีนี้ดูเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เมื่อพิจารณาถึงคุณค่าเรื่องความเป็นมินิมอล ความเป็นงานฝีมือ และการใช้งานได้จริงที่มีร่วมกัน ทั้งหมดนี้สะท้อนปรัชญาการออกแบบของญี่ปุ่นและสแกนดิเนเวียนอย่างลึกซึ้ง
ในการจัดแสดงงานครั้งที่สองของ Koyori ที่งาน 3daysofdesign นี้ แบรนด์นี้ได้ร่วมงานกับ GamFratesi อีกครั้งในการจัดแสดงศิลปะจัดวางแบบอิมเมอร์ซีฟ ที่ผสมผสานงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นกับเฟอร์นิเจอร์ใหม่จาก GamFratesi อันเป็นผลงานของดีไซเนอร์ที่ได้รับการแต่งตั้งคนใหม่ นั่นคือ Michael Anastassiades
Anastassiades แนะนำเก้าอี้เลานจ์และเก้าอี้ออตโตมันรุ่น Makuri โดยแทรกความงามแบบเรขาคณิตลงไปในขณะที่ GamFratesi ก็ขยายชิ้นงานในไลน์ Miau โดยเพิ่มเก้าอี้เลานจ์ Miau ซึ่งยกระดับความสบายด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นและพนักพิงหลังที่เอนลงอย่างแนบเนียน
ส่วนโต๊ะข้างและโต๊ะกาแฟ Kigo ที่ได้แรงบันดาลใจจากประติมากรอย่าง Isamu Noguchi ก็เฉลิมฉลองรูปทรงแบบออร์แกนิกและหัตถศิลป์ในงานไม้เนื้อแข็ง ม้านั่ง Uribo ของ GamFratesi ยังแสดงให้เห็นเทคนิคการงอไม้อันสูงส่งของ Koyori อีกด้วย
Karimoku Case แบรนด์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยสัญชาติญี่ปุ่นจากค่าย Karimoku จัดแสดงผลงาน 80 ชิ้นที่งาน Enter the Salon อันเป็นนิทรรศการร่วมระหว่างแบรนด์ที่มีความชอบแบบเดียวกัน
Karimoku แนะนำผลงานประเภทที่ 4 นั่นคือ Karimoku Case ที่นำเสนอคอลเล็กชั่นจากสถาปนิกชั้นนำ โดยก่อนหน้านี้มีผลงานที่เปิดตัวแล้วได้แก่ Karimoku New Standard, Karimoku Kunst และ Ishiomaki Laboratory by Karimoku
Enter the Salon นั้นได้ Signe Hytte มาช่วยคัดสรรงานแสดงโดยผสมผสานงานออกแบบ ศิลปะ และบทกวีมารวมไว้ในทาวน์เฮาส์ประวัติศาสตร์ โดยมีผลงานไฮไลต์ซึ่งรวมถึงเก้าอี้รับประทานอาหาร ศิลปะบนผนัง และซีรีส์งานไม้ชิ้นใหม่ที่ชื่อ Zelkova จาก Karimoku Case
7. แฟชั่นล้ำสมัย

Above การร่วมงานของ Hay กับ Asics นำมาซึ่งผลลัพธ์คือกระเป๋าสำหรับสุดสัปดาห์และรองเท้าที่มีสีสันหลากหลาย ไม่นับสินค้าอื่นๆ อีก

Above การร่วมงานของ Hay กับ Asics นำมาซึ่งผลลัพธ์คือกระเป๋าสำหรับสุดสัปดาห์และรองเท้าที่มีสีสันหลากหลาย ไม่นับสินค้าอื่นๆ อีก
การร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่โคเปนเฮเกนทำให้มันแตกต่างออกไปได้ Asics ใช้โอกาสนี้ในการเปิดตัวงานสร้างสรรค์ร่วมกันครั้งใหม่กับแบรนด์ดีไซน์สัญชาติเดนมาร์กอย่าง Hay โดยมีผลลัพธ์เป็นคอลเล็กชั่นรองเท้าผ้าใบที่มีแนวทางการใช้สีให้เลือก 3 แบบ
การร่วมมือกันครั้งแรกนี้ผสมผสานการใช้งานได้จริงของรุ่น Skyhand OG ของ Asics กับซิกเนเจอร์ในการออกแบบที่มีสีสันแม้จะมินิมอลของ Hay คอลเล็กชั่นนี้จึงประกอบด้วยสีชมพูอ่อน สีฟ้าอ่อน และสีเขียวมรกต ตลอดจนรายละเอียดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดนอน Outline ของ Hay โดยนำเสนอแบรนด์ทั้งสองร่วมกันผ่านโลโก้ของทั้ง Asics และ Hay

Above แผงบังตาของชั้นเก็บของ Montana Free ที่โดดเด่นด้วยลายทาง

Above Mads Nørgaard ร่วมงานกับ Montana Furniture ในการรังสรรค์คอลเลกชั่นที่เล่นกับลายทางอันเป็นตำนานของ Nørgaard
Montana Furniture ประกาศถึงการจับมือกับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติเดนมาร์กชื่อดังอย่าง Mads Nørgaard ที่เป็นที่รู้จักกันจากสิ่งทอลายทางอันเป็นตำนานและงานดีไซน์แบบเออร์บันที่เก๋แบบไม่ประดิดประดอย การร่วมงานกันครั้งนี้นำมาซึ่งสไตล์อันโดดเด่นของ Mads Nørgaard กับงานออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนที่เป็นที่ชื่นชอบ โดยมีความหลงใหลในสีสันที่สดสว่างเป็นรากฐานร่วมกัน
ไฮไลต์สำคัญของการร่วมงานกันครั้งนี้อยู่ที่สิ่งทอลายทางอันเป็นซิกเนเจอร์ของ Nørgaard ในสีแดงทับทิมและเฉดสีบัลเซมิก สิ่งทอเหล่านี้ถูกนำมาใช้บุแผงบังตาของชั้นวางของ Montana Free และยกระดับการบุเก้าอี้ทำงานแสนคลาสสิกรุ่น Kevi ให้ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2024 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Home tour: คฤหาสน์หรูของ Kourtney Kardashian สถานที่พักร้อนสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนในแคลิฟอร์เนียตอนใต้
Home tour: Park + Associates ดีไซน์บ้านหลังใหญ่สไตล์ Brutalist ด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของเขาใหญ่
Home tour: เปิดบ้านหลังงามในกรุงเทพฯ ที่ชวนให้คุณเฉลิมฉลองการใช้ชีวิตกลางแจ้ง
Topics









