บ้านในกรุงเทพฯ ที่ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิก Anonym หลังนี้ พาคุณก้าวออกจากสิ่งปลูกสร้างที่รายล้อมในละแวกเพื่อนบ้าน แล้วโอบกอดคุณเข้าสู่โอเอซิสส่วนตัว
Anonym หนึ่งในบริษัทสถาปนิกที่โด่งดังที่สุดในกรุงเทพฯ ได้สร้างบ้านหลังงามที่มีเอกลักษณ์เอาไว้มากมาย โดยผสมผสานฟังก์ชั่นการใช้งานที่เรียบง่ายเข้ากับความงามของบ้านและความสุขของผู้อาศัย ซึ่งบ้านที่เราจะพาคุณไปชมในวันนี้อย่าง 'Baan Pridi 41' บ้านที่ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 800 ตารางเมตร ในย่านที่พักอาศัยสุดฮอตในกรุงเทพฯ มีเจ้าของเป็นนักธุรกิจที่อาศัยอยู่ร่วมกับภรรยาและลูกชายอีกสองคน
แปลนบ้านรูปตัว C เปลี่ยนให้ฟังก์ชั่นของบ้านหันหน้าเข้าหากัน โดยมีส่วนด้านหน้าอาคารขนาดใหญ่ที่มีรูพรุนโอบล้อมดาดฟ้าที่ถูกจัดให้มีฟังก์ชั่นเหมือนกับลานบ้าน (Courtyard)
พงศ์ภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์ กับภรรยาและหุ้นส่วนทางธุรกิจ ปานดวงใจ รุจจนเวท ผู้ร่วมกันก่อตั้ง Anonym กล่าวถึงที่มาของดีไซน์บ้านหลังดังกล่าวว่า “เนื่องจากในละแวกเพื่อนบ้านมีสิ่งปลูกสร้างค่อนข้างหนาแน่นและทำเลที่ตั้งของบ้านก็อยู่ตรงหัวมุม ทำให้ตัวบ้านสามารถถูกมองเข้ามาได้จากทุกด้านอย่างชัดเจน เราเลยต้องวางกำแพงทึบไว้ที่ฟาซาดหน้าอาคารด้านทิศใต้ เพราะด้านข้างของบ้านเป็นที่ตั้งของอพาร์ตเมนต์สูง 8 ชั้น ซึ่งมีทั้งบันได ห้องน้ำ และพื้นที่บริการมิเตอร์ไฟฟ้า และมิเตอร์น้ำตั้งอยู่ตรงนั้น”
อ่านเพิ่มเติม: เปิดบ้าน ‘ร่ม สังขะวัฒนะ’ และชมศิลปะตกแต่ง บ้านสวย โก้หรู อยู่สบาย

Above ภาพมุมสูงที่แสดงให้เห็นวิวของสระว่ายน้ำที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากชั้นหนึ่งของบ้าน
จุดมุ่งหมายของการออกแบบโดยรวมคือ การให้ภายในบ้านมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทว่ายังคงระบายอากาศตามธรรมชาติได้ดี ซึ่งบานเกล็ดอะลูมิเนียมที่ปิดด้านหน้าอาคารทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกคือพ้อยท์ที่ช่วยในส่วนนี้ได้มาก อีกทั้งยังช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกของประเทศเขตร้อนแบบนี้ได้อีกด้วย
บ้านหลังนี้มีฟังก์ชั่นหลังบ้านที่หลากหลาย ตั้งแต่ที่เก็บรองเท้า ห้องนอนสำหรับแม่บ้านสี่คน ห้องเด็ก และครัวไทย ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกซ่อนไว้ที่ชั้นหนึ่งร่วมกับโรงรถ
ส่วนพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์หลักจะถูกยกไปอยู่บนชั้นสอง อันประกอบไปด้วยพื้นที่นั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารแบบเปิดโล่งที่จัดวางไว้ที่ปลายด้านหนึ่งของแปลนรูปตัว C ในขณะที่ปลายอีกด้านหนึ่งเป็นที่ตั้งของห้องออกกำลังกาย ส่วนพื้นที่ตรงกลางระหว่างสองห้องคือพื้นที่อเนกประสงค์ในร่มสำหรับทำกิจกรรมภายนอกอย่างการรับประทานอาหาร หรือพักผ่อนเอาท์ดอร์
แผงกระจกขนาดใหญ่ที่บริเวณโถงของบ้าน ช่วยตอบโจทย์ในการเพิ่มแสงสว่างให้กับโรงรถ เนื่องจากพื้นที่ชั้นสองจำเป็นต้องมีขนาดใหญ่เอาไว้รองรับสระว่ายน้ำและสวน
“ของตกแต่งที่ใช้นำมาจากคอลเล็กชั่นส่วนตัวของลูกค้า (ที่ถูกตั้งโชว์บนชั้นวางแบบเปิดในโถงทางเดิน) ช่วยเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นให้กับพื้นที่นี้” พงศ์ภัทรอธิบาย
บนลานชั้นสองของบ้าน มีการปลูกต้นเสม็ดแดงฟอร์มสวยเป็นจุดเด่น ที่ไม่เพียงแต่มองเห็นได้จากพื้นที่สังสรรค์ส่วนกลางของบ้านเท่านั้น แต่ยังมองเห็นได้จากชั้นบนของบ้านด้วย
“เราเลือกพันธุ์ไม้ตามฟอร์มของมัน ทั้งใบที่เรียงตัวอย่างประณีต และลำต้นสีแดงสวยงาม” เขากล่าว
อ่านเพิ่มเติม: พาทัวร์บ้าน: Park + Associates ดีไซน์บ้านหลังใหญ่สไตล์ Brutalist ด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของเขาใหญ่
ประสบการณ์การใช้พื้นที่ภายในบ้านถูกขยายขึ้นด้วยการใช้ห้องโถงที่ยกเพดานสูงแบบ double-volume เชื่อมต่อกับสภาพแวดล้อมภายนอกผ่านผนังกระจก พื้นที่กลางแจ้ง และบานเกล็ดไม้ได้อย่างลงตัว
ห้องนั่งเล่นบนชั้นสองเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าสนใจ โดยออกแบบเป็นพาวิลเลียนกระจกที่ทอดตัวอยู่ริมสระว่ายน้ำ ซึ่งมีวิวของพรายน้ำส่องประกายระยิบระยับให้ความรู้สึกสงบ สามารถคอนเน็กได้โดยตรงไปยังพื้นที่สำหรับครอบครัวบนชั้นสามและชั้นสี่ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวได้เป็นอย่างดี
อีกหนึ่งพื้นที่สุดพิเศษคือ มุมอ่านหนังสือสไตล์ลอฟต์ของเด็กๆ บนชั้นสามของบ้าน เป็นห้องที่ไม่กว้างนัก แต่เมื่อบวกกับความสูงของห้องก็ทำให้ห้องนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
“พื้นที่ตรงนี้เชื่อมระหว่างชั้นสามและชั้นสี่ผ่านฉากกั้นที่เป็นไม้ระแนงสูงสองชั้น ซึ่งมีประตูเปิดออกสู่โถงทางเดิน แผ่นไม้ระแนงช่วยให้เกิดแสงและเงาราวกับโชว์แสงสีที่พาดผ่านลงบนผนังบันไดและทางเดิน” พงศ์ภัทรกล่าวย้ำ
ระแนงไม้เหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความรู้สึกแบบทรอปิคอลภายในบ้าน เสริมให้โทนสีทึมๆ เด่นขึ้นมาด้วยการขับเน้นสีเขียว
“เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศสไตล์ทรอปิคอลสุดผ่อนคลายเหมือนกับพักอยู่ในรีสอร์ต เราได้ลองผสมเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างกันเข้ากับสีที่เป็นกลางในโทนสีเขียวอมเทา รวมถึงสีเทาจากบานเกล็ดอะลูมิเนียม รวมถึงเสา เชื่อมกับสีเขียวเสจของผนัง และกระเบื้องหิน Sukabumi สีเขียวสำหรับโซนสระว่ายน้ำและกระถางต้นไม้ ดาดฟ้าสระว่ายน้ำแต่งด้วยไม้สีเข้ม เชื่อมต่อไปจนถึงเพดานที่มอบสัมผัสที่เป็นธรรมชาติให้กับบ้าน” พงศ์ภัทรกล่าว
นอกจากนี้เขายังใช้หินแกรนิตสีเขียวสุดหรูจาก Picasso เพื่อสร้างบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงสีเขียวเข้มของป่าไม้ โดยแทรกเอาไว้ในบางพื้นที่ของบ้าน เช่น ตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินในห้องนอนมาสเตอร์
นอกจากนี้ยังมีการใช้ไม้ระแนงปิดผิวภายในอาคารเพื่อเสริมให้การพักผ่อนภายในบ้านและสภาพแวดล้อมรอบๆ ดูหลอมรวมกลมกลืนกัน ตัวอย่างเช่น ผนังด้านหลังเตียงในห้องนอนมาสเตอร์ที่ถูกกรุด้วยระแนงไม้
“เนื่องจากลูกค้าชอบที่จะใช้พื้นผิวและวัสดุที่แตกต่างหลากหลาย มาช่วยเน้นให้เกิดกลิ่นอายของการพักผ่อนในแบบประเทศเขตร้อน” พงศ์ภัทรแชร์ให้เราฟัง

Above ดาดฟ้าริมสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็นมุมโปรดที่มักถูกใช้โดยครอบครัวเจ้าของบ้านตลอดทั้งปี เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ กัน เช่น เวลารับประทานอาหาร และการพักผ่อน
พงศ์ภัทรเล่าว่า สมาชิกของครอบครัวมีการใช้ดาดฟ้าริมสระว่ายน้ำอยู่ตลอดเวลา “ตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงมื้อเย็น รวมทั้งการออกกำลังกายตอนเช้า และการว่ายน้ำยามบ่าย หน้าต่างกระจกบานเลื่อนจะถูกเปิดทิ้งเอาไว้ในระหว่างวันตลอดทั้งปี เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่และโปร่งสบายมาก”
สิ่งนี้นับเป็นข้อพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการออกแบบบ้านสไตล์ทรอปิคอลหลังนี้ โดยเขาทิ้งท้ายด้วยว่า ครั้งล่าสุดที่เขาไปเยี่ยมบ้าน เจ้าของบ้านกำลังมองหาโซฟากลางแจ้งเพิ่ม เพื่อใช้สำหรับพักสายตาในช่วงบ่ายอีกด้วย
This story was originally written in English by Luo Jingmei.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2024 โดย Luo Jingmei โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
Credits
ช่างภาพ: DOF SkyGround












