Tatler Dining Awards เฉลิมฉลองความเป็นเลิศของแวดวงอาหารประจำปีนี้กับรางวัลทรงเกียรติ
ในงานประกาศรางวัล Tatler Dining Awards 2024 ที่จัดขึ้นเป็นปีแรกที่ ไอคอน สยาม ยังมีการประกาศรางวัลสุดยอดเชฟและร้านอาหารแห่งปีหรือ Best of the Year Award 2024 ที่เลือกเฟ้นโดยคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ ถือเป็นการเฉลิมฉลองความรักในศาสตร์และศิลป์ในการทำอาหาร ทักษะเฉพาะตัว ความสร้างสรรค์ และคุณูปการของบรรดาเชฟแถวหน้าที่มีต่อวงการอาหารไทย รวมไปถึงเชิดชูร้านอาหารที่มีความโดดเด่นและเป็นเลิศในแต่ละด้าน
ในงานประกาศรางวัลที่จัดขึ้นมีเชฟ ผู้จัดการร้าน และเจ้าของร้านเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ก่อนที่เชฟบางส่วนจะเตรียมตัวทำอาหารเมนูอร่อยขึ้นชื่อของแต่ละคนให้กับแขกที่มาร่วมงาน Off Menu 2024 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
อ่านเพิ่มเติม: 20 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งปี 2024
Best New Restaurant - Khaan
ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งสไตล์ Thai Innovative Cuisine นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่น ทั้งที่รู้จักกันดีและที่อาจไม่เคยได้ยินมาก่อน ผ่านการรังสรรค์ให้ทันสมัยโดยเชฟอ้อม สุจิรา พงษ์มอญ ผู้นำพาวัฒนธรรมจากทั่วทุกภาคของไทยมาจัดเรียงไว้บนโต๊ะอาหารในรูปแบบคอร์สเมนูรวม 11 คอร์ส
เริ่มต้นคอร์สด้วย amuse bouche ตามด้วยหอยเชลล์ลาบเมือง มันปูนาข้าวเหนียวย่าง ข้าวพันผัก ต้มข่าหอยนางรม ปลาย่างตามใจชาวประมง แกงบุ่มไบ่ ฟักท๊อง ฟักทอง ก่อนจะปิดท้ายด้วย petits fours ขนมหวานชิ้นเล็กๆ สี่ชิ้น ทั้งหมดเป็นการเล่าขานเกี่ยวกับอาหารไทย ตั้งแต่สตรีทฟู้ดจนถึงอาหารตำรับชาววังได้อย่างแยบยล ที่สำคัญ คุณจะได้รับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงอย่างไทยๆ ทุกรูปแบบ ทั้งต้ม นึ่ง ย่าง ผัด เรียกได้ว่าเป็นร้านที่ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงามของบรรยากาศและความหรูหราของอาหารที่จัดเสิร์ฟมาในแต่ละจานเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นและมีเสน่ห์ด้วยความคิดสร้างสรรค์โดยเฉพาะแนวคิดรักษ์โลกแบบ zero waste อีกด้วย
Chef Of The Year - Sühring
เชฟ Mathias และ Thomas Sühring ฝาแฝดชาวเยอรมันที่พิสูจน์อย่างชัดเจนว่าภาษาของอาหารนั้นเป็นภาษาสากล จากวันแรกจนถึงวันนี้ เจ็ดปีผ่านไป มาตรฐานความอร่อยของร้าน Sühring ไฟน์ไดนิ่งแห่งนี้ไม่เคยเปลี่ยน สมศักดิ์ศรี ร้านมิชลินสตาร์สองดาว ทั้งคู่ยึดคอนเซ็ปต์การนำความทรงจำจากวัยเยาว์ และสูตรลับความอร่อยของครอบครัวมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนูอาหาร ท่ามกลางบรรยากาศบ้านในสวนอันอบอุ่น
ที่นี่ทุกเมนูล้วนมีเรื่องเล่าไม่ว่าจะเป็นเมนูซัมเมอร์ที่บ้านคุณยาย เมนูจากสตรีทฟู้ดของชาวเบอร์ลิน ทุกรายละเอียดและหน้าตาที่สวยงามของแต่ละจานสะท้อนความประณีตใส่ใจ ทุกคำที่ลิ้มลองเป็นประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์สมชื่อเซ็ตเมนู Sühring Erlebnis ที่แปลว่า ประสบการณ์จากซูห์ริง พบได้ที่ร้าน Sühring ที่เดียว
Best Pastry Chef - เชฟ Andrea Bonaffini

Above Best Pastry Chef "Andrea Bonaffini"
Andrea Bonaffini เชฟชาวอิตาเลียนผู้สั่งสมประสบการณ์การรังสรรค์ขนมหวานสไตล์อิตาเลียนมานานหลายปี เขาเดินทางไปทั่วโลก จากมิลานสู่ลอนดอน เรื่อยมาจนถึงญี่ปุ่นและไต้หวัน ก่อนมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเชฟครัวขนมอบและขนมหวานประจำโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นขนมปังอบสดใหม่ ครัวซองต์ หรือเค้กที่ร้าน Café Madeleine
ที่พลาดไม่ได้คือ เมนูขนมซิกเนเจอร์ของเชฟที่ชื่อ Ravioli di Banana e Caramello แห่งร้าน Riva del Fiume Ristorante รวมทั้งขนมอร่อยๆ ที่ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส Brasserie Palmier ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรม โดยเชฟ Andrea เลือกใช้วัตถุดิบของไทย ทั้งผลไม้และสมุนไพร ได้แก่ มะพร้าว มะม่วง ตะไคร้ หรือแม้กระทั่งพริก มาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นเมนูขนมหวานใหม่ๆ ที่สวยงาม
Cafe Medeleine
โรงแรม โฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้าเจ้าพระยา ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา สาทร กรุงเทพฯ
Best Interior Design - Ojo
ความงดงามของวัสดุสีทองตัดกับความละมุนนวลตาของเฟอร์นิเจอร์สีชมพูนั้นสวยงามจับใจผู้มาเยือนได้ตั้งแต่แรกเห็น งานดีไซน์สะท้อนความหรูหราและคุณค่าวัฒนธรรมหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก แม้จะเป็นห้องอาหารเม็กซิกัน แต่ร้านแห่งนี้นำเสน่ห์ของงานศิลปะและความเป็นชนพื้นเมืองของอเมริกากลางมาผสมผสานกับความเป็นแอฟริกัน เอเชีย และยุโรปได้อย่างลงตัวไม่เคอะเขิน ขณะเดียวกันก็ยังคงรายละเอียดของความเป็นเม็กซิกันไว้ด้วยชิ้นงานสิ่งทอจากละตินอเมริกาที่ประดับประดาอยู่รอบๆ
ห้องอาหารโอโฮตั้งอยู่บนชั้น 76 ของโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร ได้รับการออกแบบและตกแต่งโดย Ou Baholyodhin Studio (OBS) สตูดิโอมืออาชีพภายใต้ความคิดสร้างสรรค์ของ อู้ นพปฎล พหลโยธิน ดีไซเนอร์ไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก เราสามารถชมวิวเหนือมหานคร กรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจนผ่านกระจกใสที่กรุอยู่โดยรอบ เพดานสูงโปร่งรับกรอบอาร์คโค้ง สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมยุคโรมัน เมื่อเราก้าวสู่โซนเอาท์ดอร์จะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ผ่อนคลายชวนปล่อยใจให้เพลิดเพลิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามค่ำคืนที่เราจะได้ชมวิวพาโนรามาจากห้องอาหารแห่งนี้
Best Sommelier - ธนากร บอธอร์ฟ

Above Best Sommelier Thanakorn Bottorff
เจ ธนากร บอธอร์ฟ ผู้หลงใหลในโลกของไวน์ เขาเป็นซอมเมอลิเยร์ที่ได้รับการรับรองคุณวุฒิจากองค์กร Court of Master Sommeliers และ Wine & Spirit Education Trust (WSET) ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสถาบันรับรองคุณวุฒิด้านไวน์ สุราและสาเกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เขาเคยประจำอยู่ที่ร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งรวมทั้งโรงแรมระดับห้าดาวหลายแห่ง เช่น L'Atelier de Joel Robuchon - Bangkok ร้าน Sühring ร้าน GAA โรงแรม Capella Bangkok เป็นต้น ปัจจุบันนี้เขาทำหน้าที่เป็น Head Sommelier อยู่ที่ร้านอาหารอินเดียนไฟน์ไดนิ่ง Inddee และล่าสุดยังได้รับรางวัล Sommelier Award ประจำคู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย 2024
ที่ร้าน Inddee เขาไม่เพียงแนะนำรายชื่อไวน์ที่เข้ากันได้ดีกับอาหารและความชอบของแขกผู้มาเยือนเท่านั้น แต่ยังพาทุกคนสนุกสนานไปกับการทำความรู้จักไวน์ผ่านเกมต่างๆ ด้วย
Best Service - Le Normandie by Alain Roux
ร้านอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกที่ผสานความเป็นไทยร่วมสมัยไว้ได้อย่างลงตัว สร้างสรรค์และบริหารจัดการโดย Alain Roux เจ้าของร้านมิชลินสตาร์สามดาว The Waterside Inn ประเทศอังกฤษ และกำกับความอร่อยของเมนูทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำโดยเชฟ Phil Hickman ผู้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในร้านอาหารระดับโลก
บนชั้นห้าของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล แห่งนี้ เราได้พบกับความหรูหราของสถานที่และมาตรฐานบริการเหนือระดับ พนักงานมีความตั้งใจในการให้บริการ สุภาพอ่อนน้อม รู้จังหวะในการเสิร์ฟเมนูต่างๆ และการจัดเก็บจาน พวกเขารักษาระยะห่างที่น่าพึงพอใจ ปล่อยให้เราได้ละเลียดกับความอร่อยของอาหารที่อยู่ตรงหน้า ขณะเดียวกันก็ไม่ปล่อยให้ต้องรอเมื่อต้องการความช่วยเหลือ สมกับคำว่ามืออาชีพด้านการบริการอย่างแท้จริง
Anne-Sophie Pic at Le Normandie
ฝรั่งเศส
โรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โอเรียนเต็ล อเวนิว บางรัก กรุงเทพฯ
The Rising Star Award - Heh

Above The Rising Star Award "Heh"
เชฟโอ๊ต ณัฐพนธ์ โอทนาวาทกิจ เจ้าของร้านและหัวหน้าเชฟร้าน Heh เขาสั่งสมประสบการณ์ชีวิต รวมถึงการทำอาหารจากประเทศออสเตรเลียมานานกว่าสิบปี และกลับมาเปิดร้านอาหารแคชชวลไฟน์ไดนิ่ง Contemporary Australian ภายใต้คอนเซ็ปต์การนำตัวตนของเมืองเมลเบิร์น มาผสมผสานกับวัตถุดิบหลักที่มีคุณภาพดีและสดใหม่จากท้องทะเลอันดามัน
ความน่าทึ่งอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคการปรุงอาหารของเชฟโอ๊ต เขาทำให้วัตถุดิบพื้นๆ ที่ดูธรรมดา กลายเป็นโดดเด่นและน่าสนใจขึ้นอีกหลายเท่า รสชาติและองค์ประกอบของทุกจานเป็นความแปลกใหม่ที่ไม่มีใครเคยได้ลิ้มลอง จนกระทั่งได้มาพบกับอาหารของเชฟโอ๊ต
The Impact Award - Mok

Above The Impact Award "Mok"
เชฟฝ้าย ศิโรรัตน์ เถาว์โท หรือป้าเชฟที่ใครๆ รู้จักเชฟสาวคนเก่งแห่งเมืองอุบลราชธานี เจ้าของร้านอาหารไทยสไตล์เชฟเทเบิลภายใต้คอนเซ็ปต์ “อาหารอีสานครีเอทีฟชูวัตถุดิบพื้นบ้านสู่สากล และอาหารไทยในรูปแบบคอมฟอร์ดฟู้ด” เธอถือคติที่ว่า “เชฟที่ดีคือเชฟที่จริงใจ จริงใจกับอาชีพ จริงใจกับลูกค้า จริงใจกับทีมงาน จริงใจกับโลกและสิ่งแวดล้อม” ทุกเมนูที่ร้านจึงเป็นความคุ้นเคยจากความทรงจำวัยเด็กเน้นวัตถุดิบคุณภาพดีในแบบที่แม่ทำให้ลูกกิน และเลือกหยิบจากฤดูกาล
“Back to basic” คือหัวใจสำคัญในเมนูใหม่ที่ทำออกมาต้อนรับฤดูกาลสงกรานต์หรือช่วงกลางเดือนเมษายน ประเพณีปีใหม่ไทยที่คนส่วนใหญ่เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน เน้นเพิ่มสัดส่วนของอาหารอีสานโดยเฉพาะจานที่ทำให้คิดถึงรสมือแม่ แต่ยังมีจริตเดิมที่เน้นความประณีตและพิถีพิถัน ที่สำคัญสร้างความประหลาดใจ แนวคิด Back to Basic นี้ เกิดจากลูกค้าประจำหลายๆ คน ร้องขอเมนูที่อยู่นอกเหนือในคอร์ส เช่น แกงขี้เหล็ก แกงหน่อไม้ ก้อยไข่มดแดง ล้วนแต่ทำให้คิดถึงรสมือแม่ คุณยาย คุณย่า และการใช้วัตถุดิบที่มีในฤดูกาล
การเรียกร้องจากลูกค้าทำให้ได้คำตอบชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าลูกค้าล้วนแต่โหยหาความเป็นเบสิก ไม่ต่างจากเมนู “ซี่โครงหมูตุ๋นสูตรคุณยาย” เมนูขายดีอันดับหนึ่งทุกวันนี้ซึ่งเป็นเมนูโปรดที่คุณแม่ของป้าเชฟทำให้รับประทานในวัยเด็ก ประยุกต์โดยใช้ซี่โครงหมูไซส์ใหญ่คัดพิเศษหมักด้วยดอกเกลือและพริกไทยดำบดใหม่ สะดุ้งไฟพอหอมนำมาตุ๋นในน้ำซุปที่ปรุงรสเค็มนำหวานตามเล็กน้อย หอมกลิ่นสามเกลอและหอมแดงเจียว รับประทานพร้อมน้ำส้มหมักสูตรทางร้าน สูตรบ้านๆ แต่การันตี ความอร่อยทุกครั้งด้วยข้าวสวยที่ลูกค้าขอเติมแล้วเติมอีก
Restaurant of the Year - Lenzi Tuscan Kitchen

Above Restaurant of the Year "Lenzi Tuscan Kitchen"
ในบรรดาร้านอาหารอิตาเลียนมากมายในกรุงเทพฯ Lenzi Tuscan Kitchen คือหนึ่งในร้านอาหารเพียงไม่กี่ร้านที่สามารถรักษาคุณภาพและความสม่ำเสมอของทั้งรสชาติและบริการได้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบสิบปี ทั้งยังเป็นร้านอาหารอิตาเลียนร้านแรกๆ ที่นำเสนอเมนูต้นตำรับจากแคว้นทัสคานีโดยเฉพาะ พร้อมเนื้อรมควันแบบต่างๆ ที่ทำด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมแบบโฮมเมดจากฟาร์มประจำครอบครัว Francesco Lenzi เชฟและเจ้าของร้านจากแคว้นทัสคานี พาสต้าเส้นสดที่เชฟทำขึ้นอย่างพิถีพิถันและนำมารังสรรค์เป็นเมนูซิกเนเจอร์มากมาย และยังคงเป็นเมนูยอดนิยมของทางร้าน ยิ่งไปกว่านั้น ประสบการณ์รับประทานอาหารที่นี่ยังน่าประทับใจจากการบริการที่ดีเลิศของทางร้านด้วย


















