ทำความรู้จัก “ข้าวแช่” หนึ่งในเมนูอาหารไทยโบราณที่ย้อนความนิยมไปไกลกว่าสองร้อยปี
หลายคนอาจไม่รู้ว่าเมนูข้าวแช่นี้มีอีกชื่อเรียกว่า ‘เปิงซังกราน’ หรือข้าวสงกรานต์ เพราะนิยมรับประทานกันในช่วงเดือนเมษายน เพื่อต้อนรับเข้าสู่ปีใหม่ไทยอย่างเย็นชื่นฉ่ำใจ มีที่มาจากเมนูคลายร้อนของชาวมอญ ที่นำเอาข้าวสวยใส่ในน้ำเย็นลอยดอกไม้หอม เคียงด้วยกับข้าวรสเค็มและหวาน แนมด้วยผักหรือผลไม้เพื่อเพิ่มความสดชื่น
สำรับ “ข้าวแช่” เครื่องเคียง และวิธีรับประทานให้อร่อย
จากอดีตถึงปัจจุบัน ผู้คนนิยมทำข้าวแช่รับประทานกันทั้งในวังและครัวเรือน ทำให้มีข้าวแช่ต้นตำรับอยู่มากมายจนยากจะกล่าวได้ว่า สูตรของตำรับใดที่เป็นข้าวแช่ต้นตำรับอย่างแท้จริง แต่ข้าวแช่เมืองเพชรฯ นับเป็นข้าวแช่ที่ได้รับการยอมรับและนิยมกันมากที่สุด โดยมีกับข้าวสำหรับรับประทานคู่ข้าวแช่ 3 อย่าง ได้แก่ ลูกกะปิ ปลายี่สนผัดหวาน และหัวไชโป๊วหวาน รับประทานกับข้าวแช่ลอยน้ำดอกมะลิเย็นๆ เป็นข้าวแช่ที่เรียบง่ายและรสชาติอร่อยลงตัวเหมาะกับทุกคน
ผักที่นิยมรับประทานแนมคู่กับข้าวแช่มักมีเพียง 5 อย่างเท่านั้น ซึ่งให้รสและกลิ่นที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ได้แก่ กระชายซึ่งมักแกะสลักให้เป็นรูปร่างคล้ายดอกจำปี ต้นหอมกรีดเป็นเส้น พริกชี้ฟ้าแดงกรีดเป็นดอก แตงกวาแกะเป็นรูปใบไม้ และมะม่วงมันดิบ
วิธีรับประทานข้าวแช่นั้น นิยมตักข้าวแช่น้ำลอยดอกไม้เข้าปาก แล้วจึงตักกับข้าวตาม ไม่ควรตักกับข้าวใส่ลงไปใส่ในจานข้าวแช่ และไม่รวมเอาข้าวและกับข้าวลงไปอยู่ในช้อนเดียวกัน การรับประทานข้าวแช่นั้น น้ำข้าวแช่ควรจะใส สะอาด ไม่ขุ่นข้น
แม้จะผ่านช่วงสงกรานต์ไปแล้ว แต่ร้านอาหารชั้นนำหลายร้านในกรุงเทพฯ ยังจัดเสิร์ฟเมนูโบราณแสนอร่อยชื่นใจนี้ตลอดเดือนเมษา (บางร้านถึงเดือนพฤษภา) เพื่อช่วยคลายร้อนในช่วงซัมเมอร์ ต่อไปนี้คือลิสต์ร้านอาหารทั่วกรุงที่ Tatler อยากให้คุณไปลิ้มลองเมนูข้าวแช่ด้วยกัน
อ่านเพิ่มเติม: Siam kind of Appetite: อาหารไทย รสชาติที่ดังไกลไปทั่วโลก
1. Lamun

Above เมนูข้าวแช่ ร้าน Lamun
ข้าวแช่ร้านละมูล รังสรรค์ความพิเศษและความอร่อยโดยเชฟไก่ ธนัญญา ไข่แก้ว มีความละเมียดละไมในทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี การจับคู่วัตถุดิบต่างๆ กระทั่งกรรมวิธีปรุงรส และบรรจงจัดหน้าตาสำรับให้สวยงาม ในสำรับข้าวแช่นั้น ประกอบด้วยข้าวขาวขัดเรียงเมล็ด น้ำลอยดอกไม้อบควันเทียน เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงทั้งหมด 5 อย่าง คือ พริกหยวกสอดไส้หมูกับกุ้งห่อด้วยหรุ่มไข่เป็ด ลูกกะปิผัดกับปลาดุกย่าง หอมแดงยัดไส้ปลาช่อนแดดเดียว หมูหวานฝอยคลุกกระเทียมเจียว หัวไชโป๊วผัดน้ำตาลโตนด
หากรับประทานที่ร้านยังมีเมนูส้มฉุนเสิร์ฟปิดท้าย ประกอบด้วย น้ำเชื่อมผสมน้ำส้มซ่า ลิ้นจี่ มะยงชิด ส้ม สละ ลำไย มะม่วงดิบ ขิงอ่อน ผิวส้มซ่า และหอมเจียว ส่วนผู้ที่สั่งกลับบ้านจะได้รับน้ำมะม่วงเบาสกัดสำหรับดื่มคลายร้อน สามารถลิ้มรสความอร่อยได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2024
Lamun
ที่อยู่: 417/2 ซอยสาธุประดิษฐ์ 19 แยก 12 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120, 082-329-3245
2. Spice Market โรงแรม Anantara Siam Bangkok Hotel

Above เมนูข้าวแช่ ห้องอาหาร Spice Market โรงแรม Anantara Siam
ห้องอาหาร สไปซ์ มาร์เก็ต โรงแรมอนันตรา สยาม พร้อมเสิร์ฟชุดเซ็ตข้าวแช่มื้อกลางวันตำรับไทยโบราณ โดยเชฟวรินธร สัมฤทธิ์ผล หัวหน้าแม่ครัวอาหารไทย ได้คัดสรรวัตถุดิบและรังสรรค์ด้วยความพิถีพิถัน ด้วยการเลือกใช้ข้าวเสาไห้หุงให้เรียงเม็ดสวย แล้วอบควันเทียนหอมกลิ่นดอกไม้ เสิร์ฟในน้ำเย็น ลอยดอกมะลิ และกลีบกุหลาบ ทำให้ได้รสสัมผัสกลิ่นหอมของข้าวแช่ที่สดชื่น ช่วยคลายร้อน รับประทานคู่กับสำรับเครื่องเคียงปรุงจากวัตถุดิบชั้นดีหลากหลายชนิด จัดเตรียมไว้ตามตำรับไทยโบราณ อาทิ ลูกกะปิทรงเครื่อง ผัดหัวผักกาดหวาน (หรือหัวไชโป๊หวาน) หอมแดงสอดไส้ ปลายี่สนผัดหวาน พริกหยวกสอดไส้ และหมูฝอยหวาน
ลิ้มรสชุดเซ็ตข้าวแช่มื้อกลางวันที่โรงแรมอนันตรา สยาม ได้ตั้งแต่เวลา 12:00-14:30 น. ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2024
Spice Market at Anantara Siam Bangkok Hotel
ที่อยู่: 155 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330, 02-431-9496
3. Jim Thompson, A Thai Restaurant

Above เมนูข้าวแช่ ร้าน Jim Thompson, A Thai Restaurant
สำรับดับร้อนหอมฉ่ำชื่นใจกับข้าวแช่จากร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน ที่มีเมนูข้าวแช่ทุกปี ในปีนี้เซ็ตรับประทานในร้าน เสิร์ฟในสำรับทองเหลืองสวยงามตามวิถีไทยโบราณและเซตกลับบ้านในปิ่นโตลิมิเต็ดเอดิชั่นของจิม ทอมป์สันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ด้ามจับตกแต่งด้วยผ้าไหมพร้อมถุงผ้าสวยงาม
ชุดข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน ประกอบไปด้วยข้าวอบควันเทียนซึ่งใช้ข้าวออร์แกนิกจากฟาร์มไร่ทอง จังหวัดเชียงราย นำไปนึ่งจนสุกพอดี พร้อมอบควันเทียนและดอกมะลิจนหอมฟุ้ง เสิร์ฟคู่กับชุดเครื่องเคียง 7 ชนิดได้แก่ ลูกกะปิชุบไข่ทอด หอมแดงยัดไส้ปลาช่อนผัดหวาน หัวไชโป๊วผัดหวาน ปลายี่สนผัดหวาน ลูกปลาเค็ม พริกแห้งยัดไส้ปลาช่อน พริกหนุ่มเขียวยัดไส้ ตบท้ายด้วยซิกเนเจอร์เมนูของจิม ทอมป์สัน อย่างข้าวเหนียวมะม่วง ที่คัดมะม่วงน้ำดอกไม้สุกหอมหวานและข้าวเหนียวมูนสูตรลับเฉพาะของจิม ทอมป์สัน
ชวนสัมผัสรสชาติอันลงตัวของข้าวแช่หวานเย็นสดชื่น หอมกลิ่นมะลิแสนละมุนกับเครื่องเคียงครบรสชาติทั้ง 7 ชนิด พร้อมผลไม้สดคัดพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 พฤษภาคม 2024
Jim Thompson, A Thai Restaurant
ที่อยู่: 6, 1 ซอยเกษมสันต์ 2 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330, 02-612-3601
4. Marie Guimar

Above เมนูข้าวแช่ ร้าน Marie Guimar
ข้าวแช่สูตรมารีกีมาร์แตกต่างและพิเศษกว่าร้านอื่นๆ ด้วยการเสิร์ฟ 3 สำรับเพื่อเติมเต็มความอร่อยและความอิ่มท้องในมื้อเดียว เริ่มต้นที่สำรับแรก แตงโมหน้าปลาแห้ง แตงโมหวานฉ่ำและปลาแห้งที่ทำจากปลาช่อนแดดเดียวย่างด้วยเตาถ่านก่อนโขลกให้ฟูก่อนขึ้นผัด ตามด้วยสำรับที่สอง ชุดข้าวแช่ ที่ประกอบด้วยเครื่องเคียง 8 อย่าง ได้แก่ ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด หอมแดงไส้ปลา พริกชี้ฟ้าแห้งไส้ปลา พริกหยวกไส้หมูผัดเนื้อกุ้งห่อไข่ ปลาช่อนแดดเดียวฉาบ หัวไชโป๊วผัดหวาน หมูฝอย ไข่เค็มชุปแป้งทอด
จุดเด่นอยู่ที่ตัวข้าวแช่ ทางร้านเลือกข้าวเจ๊กเชยจากจังหวัดสระบุรี และใช้น้ำแร่ชั้นดีจากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาล้างหุงอย่างพิถีพิถันและตามกรรมวิธีเฉพาะของเชฟเพื่อให้ได้ข้าวแช่ที่หอมฟูเรียงเรียงเม็ดสวยและตำรับที่สาม ส้มฉุนมะยงชิด ปิดท้าย เลือกใช้มะยงชิดสดจากจังหวัดนครนายก มีขิงอ่อนซอยและหอมเจียวสดใหม่เคียงจำกัดเพียงวันละ 30 ชุดเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 พฤษภาคม 2024
Marie Guimar
ที่อยู่: ชั้น 28 388 ซอย ไผ่สิงห์โต เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110, 090-234-5822
อ่านเพิ่มเติม: ห้ามพลาด บรันช์ที่ดีที่สุดทั่วกรุงเทพฯ
5. Khao

Above เมนูข้าวแช่ ร้าน Khao
ร้านข้าว ร้านอาหารไทยระดับมิชลินหนึ่งดาวห้าปีซ้อน พร้อมเสิร์ฟข้าวแช่ ที่มาพร้อมเครื่องเคียงเลิศรส 9 อย่าง ได้แก่ ลูกกะปิ ปลายี่สนผัดหวาน หอมแดงไส้ปลา หมูฝอย พริกหยวกสอดไส้ หัวไชโป๊วผัดหวาน ไข่แดงเค็มชุบแป้งทอด ม้าอ้วน และปลาสายไหมทอดกรอบซึ่งเป็นเครื่องเคียงพิเศษ
สำหรับปีนี้ ทางร้านคัดสรรข้าวหอมมะลิคุณภาพดีมาหุงพอข้างนอกสุกแต่ข้างในยังแข็งเป็นไต แล้วค่อยๆ นำมาขัดยางจนได้เม็ดข้าวที่เรียงตัวสวย นำไปนึ่งจนข้าวสุกเต็มที่ จากนั้นนำไปอบควันเทียนก่อนแช่น้ำลอยดอกมะลิที่ทั้งหอมและเย็นชื่นใจ รวมถึงกับข้าวทั้งเก้าอย่างคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมและปรุงรสด้วยสูตรเฉพาะ
นอกจากจะสามารถสั่งรับประทานได้ที่ร้านแล้ว ทางร้านพร้อมจัดสำรับข้าวแช่เป็นเซ็ตส่งมอบเป็นของขวัญแสนประณีตสวยงามให้รับประทานกันที่บ้านได้อีกด้วย พบเมนูสำรับข้าวแช่ได้ที่สาขาเอกมัยและสาขาถนนวิทยุ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2024
Khao (Ekkamai)
ที่อยู่: 15 ซอยเอกมัย 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตคลองตันเหนือ กรุงเทพฯ 10500, 02-381-2575
Khao (Wireless Road)
ที่อยู่: อาคาร Oriental Residence 110 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330, 097-907-7777
6. Nara Thai Cuisine

Above เมนูข้าวแช่ ร้าน Nara Thai Cuisine

Above Limited gift box ข้าวแช่ของนารา x สิริไท ที่ตัวกล่องได้รับการออกแบบโดยนักรบ มูลมานัส ศิลปินนักวาดภาพประกอบ
ร้านนาราไทย คูซีน นำเสนอข้าวแช่ “The Symphony of Thai Summer Delicacies หรือ ทำนองแห่งคิมหันต์ พิถีพิถันสำรับเครื่องว่าง…นารา” เมนูดับร้อนตำรับชาววังที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ภายชุดด้วยเต็มไปด้วยเครื่องเคียงที่มีสวยงาม รสชาติอร่อยถูกปาก ขนาดพอดีคำ สะท้อนความปราณีตบรรจงและละเมียดละไม นับตั้งแต่ตัวข้าวที่ทางร้านเลือกใช้ข้าวหอมมะลิกลางคุณภาพดี
พิเศษสุดในปีนี้ด้วยการนำข้าวออร์แกนิกจากแบรนด์ ‘สิริไท’ (Sirithai) ของเชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ ซึ่งเกิดจากการได้มีโอกาสไปคลุกคลีกับเกษตรกรจังหวัดสกลนคร และต้องการส่งเสริมการเกษตรแบบอินทรีย์ เพื่อลดการใช้เคมีและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดเป็นข้าวหอมมะลิที่หอม นุ่ม เมื่อกินคู่กับเครื่องเคียงข้าวแช่ให้รสอร่อยแบบไทยแท้ดั้งเดิมและชื่นใจทุกคำ พร้อมเสิร์ฟคู่เครื่องเคียงพิถีพิถัน 12 อย่าง ได้แก่ พริกหยวกสอดไส้ หัวหอมยัดไส้ทอด ลูกกะปิปั้นทอด ไชโป๊วเส้นผัดหวาน ปลายี่สนผัดหวาน หมูหวานฝอย ไข่เค็มมุกมณี ไชโป๊วแผ่นหน้าหมู หนังปลากรอบไข่เค็ม กุ้งหวานไชยา พริกแห้งบางช้างทอดสอดไส้ปลาช่อน พร้อมเสิร์ฟคู่ผักสดแกะสลัก และพิเศษด้วยเครื่องว่างหน้าร้อนอย่างเมนูปลาแห้งแตงโม ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2024
นอกจากนี้ Gift Box ข้าวแช่ของนารา x สิริไท ยังมีลวดลายสวยงามและได้รับการออกแบบโดยคุณนักรบ มูลมานัส ศิลปิน นักทำภาพประกอบ และนักเขียน เรียกว่าเป็นข้าวแช่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น แบบครบครัน อิ่มท้อง อิ่มตา และอิ่มใจ
Nara Thai Cuisine (Emquatier)
ที่อยู่: 693 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110, 02-003-6258
7. Baan Suriyasai

Above เมนูข้าวแช่ ร้าน Baan Suriyasai
‘บ้านสุริยาศัย’ อาคารที่มีกลิ่นอายชิโนโปรตุกีส รีโนเวทมาจากบ้านเก่าอายุ 102 ปีของตระกูลบุนนาค นอกจากมากด้วยเรื่องราวและของเก่าหายากยิ่งจากหลายรัชกาลแล้ว เมื่อปรับเป็น fine dining ยังคงความขรึม ขลัง อลังการ ไว้ครบถ้วนด้วยภาชนะและสำรับในการเสิร์ฟ
ข้าวแช่บ้านสุริยาศัยเป็นสูตรเจ้าจอมมารดากลิ่น เมนูโปรดที่ต้องเสิร์ฟแทบทุกมื้อกลางวันในทุกฤดูร้อนของรัชกาลที่ 4 ยามเสด็จประภาสพระนครคีรีหรือเขาวัง จังหวัดเพชรบุรี
ถาดทองเหลืองและภาชนะวิจิตร เสิร์ฟข้าวแห้งเรียงเมล็ดสวย น้ำปรุงอบควันเทียนน้ำแช่ดอกไม้ไทยค้างคืน โดยใส่ขวดแก้วปิดฝาแช่ดอกไม้แยกแต่ละชนิด ซึ่งนอกจากใช้ดอกมะลิโดยทั่วไปแล้ว ยังมีกุหลาบมอญซึ่งปีนี้เชฟใหม่บอกว่าหอมมาก หรือไม่ก็เป็นดอกชมนาด และบางปีอาจพิเศษด้วยดอกบุนนาค หนึ่งเดียวของต้นไม้ประจำตระกูลแต่ดั้งเดิม ที่แผ่ร่มเงาภายในบริเวณบ้านสุริยาศัย
วิธีรับประทานข้าวแช่บ้านสุริยาศัย เปิดฝาทุกถ้วยโถ เตรียมอุปกรณ์ซึ่งเป็นช้อน 3 คัน ช้อนใหญ่สำหรับตักข้าวแช่ ช้อนและส้อมคู่ย่อมสำหรับตักเครื่องเคียง โดยเริ่มจากลูกกะปิทอดและตักข้าวแช่รับประทานเพื่อตัดรสและล้างปาก ทำแบบนี้ไปทีละคำๆ เป็นการเรียงจากคาวที่สุดไปก่อน ลูกกะปิทอด เป็นกะปิดีภาคใต้ผสมปลากุเลาบดและกระชายเพื่อดับคาว จากนั้นเป็นปลายี่สนปั้นก้อนทอดหวาน (เมนูนี้ตามสูตรโบราณใช้เนื้อปลากระเบน) จากนั้นจึงตามด้วยพานรวมใหญ่ ซึ่งมีพริกหยวกไส้หมูสับห่มไข่ทำนองเดียวกับหมูโสร่ง พริกแห้งทอดสอดไส้ปลากุเลา หมูสับปลาเค็มปั้นกลมเล็กไส้ไข่แดงเค็ม ต่อด้วยหมูฝอยแห้งกรอบ ก่อนจบสำรับด้วยผัดหัวไชโป๊วจากราชบุรี นับเป็นมวลความอร่อยที่กลมกล่อมและได้รสข้าวแช่ที่สืบสานจากตำนานโดยแท้
ข้าวแช่บ้านสุริยาศัยมีให้รับประทานเพียงวันละ 20 ชุด จนถึง 31 พฤษภาคมนี้ เนื่องจากกรรมวิธีที่ต้องใช้ความประณีตมาก
Baan Suriyasai
ที่อยู่: 174 ถนนสุรวงศ์ แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500, 065-931-4338
Topics




