พบกับบาร์เทนเดอร์จากบาร์ชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่มาพร้อมกับเมนูเครื่องดื่มที่ถูกครีเอทขึ้นสำหรับงาน Tatler Off Menu Bangkok 2024 โดยเฉพาะ
นอกจากสารพัดเมนูรสเลิศจากมากกว่า 10 ร้านอาหารชั้นนำของประเทศไทยภายในงาน Tatler Off Menu Bangkok 2024 แล้ว ยังมีหลากหลายเมนูเครื่องดื่มที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่องาน Off Menu ครั้งนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นผลงานของ 3 บาร์เทนเดอร์ จาก 4 บาร์ของกรุงเทพฯ อย่าง แมค สหรัฐ จาก Vesper และ The 4th Wall, มัทธีโอ คาเดดดู (Matteo Cadeddu) จาก Opium Bar และ โดโด้ ปัทวีร์ จาก Revolucion Cocktail
โดยทั้ง 3 บาร์เทนเดอร์ ได้ให้เกียรติมาสร้างสรรค์เครื่องดื่มสำหรับงาน Off Menu ในปีนี้ พร้อมกับเมนูเครื่องดื่มที่เราอยากพาคุณไปทำความรู้จักกันให้มากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: 5 ร้านอาหารบริการชั้นเลิศ มอบประสบการณ์เหนือระดับ
‘แมค สหรัฐ แก้วคง’ บาร์เทนเดอร์จาก Vesper และ The 4th Wall

Above ภาพบรรยากาศภายในงาน Tatler Off Menu Bangkok 2024 (ภาพ: Tatler Thailand)
แมค สหรัฐ จาก Vesper และ The 4th Wall เผยถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังเมนูสุดพิเศษเพื่องาน Off Menu ในปีนี้
"วันนี้ผมเอามาอย่างละแก้ว จากแต่ละบาร์ครับ เริ่มจาก Vesper จะเป็น Beehave เบสเป็นจิน ผสมเข้ากับน้ำผึ้ง ลิ้นจี่ แล้วก็มะลิ เป็นสไตล์ที่ให้ความสดชื่น ซ่าๆ มีความ floral และ fruity หอมกลิ่นน้ำผึ้งเบาๆ ส่วนอีกตัวหนึ่งชื่อว่า Mango Ball เป็นแก้วจาก The 4th Wall ยังคงสดชื่นและ ซ่าเบาๆ เหมือนเดิม ที่มีเบสเป็นวอดก้า มีความ smoky นิดหนึ่ง มีมะม่วงเขียว ก็คือผิวของเปลือกมะม่วงดิบที่นำมา infuse แล้วก็มี Mango wine ที่เอาไปอัดคาร์บอนให้ดริ้งก์มีความซ่าขึ้นครับ"
"พอรู้ว่าโจทย์คืองานอาหาร ก็ไม่อยากทำเครื่องดื่มที่หนักแบบ Spirit Forward เดี๋ยวรสชาติของเครื่องดื่มจะไปรบกวนกับรสชาติอาหารภายในงาน และยิ่งเป็นงานเอาท์ดอร์ด้วยแล้ว ทุกคนน่าจะได้เครื่องดื่มที่รีเฟรชรับวิวแม่น้ำด้วย"
'มัทธีโอ คาเดดดู (Matteo Cadeddu)' Bar Manager จาก Opium Bar
มัทธีโอ จาก Opium Bar ได้ยก 2 เครื่องดื่มสุดซิกเนเจอร์ที่ได้แรงบันดาลจากย่านเยาวราชมาสู่ Off Menu
"ด้วยความที่ Opium Bar เราตั้งอยู่ในย่าน Chinatown เราก็เลยเลือกใช้ชาสำหรับเครื่องดื่มตัวแรก Opium Essence เราใช้ชาเต็มใบที่ให้รสชาติของดอกไม้ เข้ากันได้ดีกับวิสกี้ ส่วนอีกแก้วจะเข้าใจง่ายขึ้นมาหน่อย มันก็เลยมีชื่อว่า Training Wheel แก้วนี้เหมาะสำหรับอากาศประเทศไทยที่ค่อนข้างร้อน และพวกเราก็ใช้ Niam Liqueur ใบกระวานกับโทนิคที่เพิ่มกลิ่น กับรัมที่เสริมรสชาติได้เป็นอย่างดีด้วยครับ"
"สำหรับงานนี้ ถ้าผมสามารถครีเอทเครื่องดื่มได้อีก อยากจะทำเป็นค็อกเทลปิดท้ายมื้ออาหาร ด้วยผมเป็นคนอิตาเลียน เราจะดื่มกาฟหลังอาหาร มันจะมีเครื่องดื่มชื่อว่า Caffè Corretto เป็นเอสเปรสโซ่ที่ใส่แอลกอฮอล์เข้าไปนิดหน่อย หรือไม่ก็ Campari ผสมโทนิก เพื่อย่อยหลังจบมื้ออาหารที่ยอดเยี่ยมของเหล่าเชฟที่มารวมตัวกันในงานคืนนี้ ผมว่าเป็นเครื่องดื่มปิดท้ายมื้ออาหารที่ดี"
'โดโด้-ปัทวีร์' จาก Revolucion Cocktail
โดโด้-ปัทวีร์ จาก Revolucion Cocktail ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Pernod Ricard ประเทศไทยในงาน Off Menu
"ดริ้งก์ทั้งหมดที่นำมาวันนี้จะเป็นแนว refreshing และ tropical ทั้งหมดเลยครับ ด้วยคาแร็กเตอร์ของ Revolucion Cocktail บวกกับบรรยากาศงานด้วยแล้วน่าจะเหมาะที่สุด วันนี้ผมนำมาท้ังหมด 3 แก้ว Taste Me Fizz Me จะเป็นเตกีล่าที่นำมาทำ Cordial (เหล้าหวาน) ของผมเอง คือตัวเสาวรสกับขิง ตบท้ายด้วยโหระพาท็อปด้วยโซดา มีความเป็น highball ครับ แก้วที่ 2 Yuzuri เป็นการผสมผสานกันระหว่างญี่ปุ่นกับไทย มีเบสเป็นจิน ผมใช้ Cordial ที่มียูซุและกระชายที่ให้ความสดชื่นปนเผ็ดหน่อยๆ ท็อปด้วยโทนิก และไซรัปข้าวเหนียวมะม่วงนิดหน่อย แก้วสุดท้าย Jack Fruit Aloha ผมเอาความ Tiki โดยก่อนหน้านี้ผมก็ได้ทำไหมไทย Clarified มันมีความใส แต่คงรสชาติครบหมด นอกจากนี้ก็มี Absolut Elyx ใส่กับขนุนครับ ตัวนี้ก็จะเป็น clear drink ดื่มง่าย รสชาติจัดจ้าน"
"ถ้าให้แนะนำ ตัวเริ่มเปิดต่อมรับรสจะเป็น Jack Fruit Aloha ส่วน Taste Me Fizz Me จะอยู่ระหว่างกลางของคอร์สอาหารครับ ส่วนตัวที่ 3 ก็อยากให้มันมีความเป็นขนมหวาน ข้าวเหนียวมะม่วงหน่อยๆ ก็เลยให้ Yuzuri เป็นตัวปิด ผมวางไฟลต์ค็อกเทลสำหรับงานนี้ไว้ประมาณนี้ครับ"









