Tatler รวบรวมหลากหลายไวน์บาร์ที่น่าสนใจ ให้คุณได้ออกไปจิบไวน์แบบชิลๆ ในโมเมนต์สบายๆ ของคุณ (ภาพ: Instagram / @botti.bkk)
Cover Tatler รวบรวมหลากหลายไวน์บาร์ที่น่าสนใจให้คุณได้ออกไปจิบไวน์แบบชิลๆ ในโมเมนต์สบายๆ ของคุณ (ภาพ: Instagram / @botti.bkk)
Tatler รวบรวมหลากหลายไวน์บาร์ที่น่าสนใจ ให้คุณได้ออกไปจิบไวน์แบบชิลๆ ในโมเมนต์สบายๆ ของคุณ (ภาพ: Instagram / @botti.bkk)

นั่งจิบไวน์ชิลๆ ในบรรยากาศสบายๆ กับหลากไวน์บาร์ที่เราเลือกมาเพื่อโมเมนต์สุดผ่อนคลายของคุณ

วัฒนธรรมการดื่มไวน์ในกรุงเทพฯ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ‘ไวน์บาร์’ กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายใหม่ที่เติบโตอย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นบาร์เล็กๆ บาร์ที่เน้นไวน์ธรรมชาติจากผู้ผลิตรายย่อยในยุโรป หรือไวน์บาร์สุดหรูที่คัดไวน์จากทั่วโลกมาพร้อม sommelier ประจำร้าน ความหลากหลายและความนิยมที่มากขึ้นนี้เองที่สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมการดื่มไวน์กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงคนจำนวนมาก และดูเป็นกิจกรรมปกติไปแล้ว ไม่ว่าจะดื่มเพื่อสังสรรค์ หรือการค้นพบรสชาติใหม่ แลกเปลี่ยนบทสนทนาที่ลึกขึ้น พร้อมช่วงเวลาผ่อนคลายที่มีไวน์ดีๆ เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะ 

จากย่านสร้างสรรค์อย่างอารีย์และเจริญกรุง ไปจนถึงซอยลับในสุขุมวิท ไวน์บาร์ในกรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ที่อยากจิบไวน์อย่างมีสไตล์ เข้าใจสิ่งที่อยู่ในแก้วมากขึ้น และเลือกบรรยากาศที่สะท้อนตัวตน Tatler ขอชวนให้คุณออกเดินทางสั้นๆ รอบเมือง กับลิสต์ไวน์บาร์น่านั่งที่คัดสรรมาแล้วว่าน่าสนใจ ทั้งในแง่ของไวน์ บรรยากาศ และความรู้สึกเมื่อได้นั่งลงจิบอย่างมีความสุข

อ่านเพิ่มเติม: 6 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ ‘แชมเปญ’

1. Unscene Wine Bar

Tatler Asia
เนเชอรัลไวน์หลากหลายตัวเลือกจากหลายผู้ผลิตที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้เลือกดื่มในร้าน Unscene Wine Bar (ภาพ: Instagram / @unscenebkk)
Above เนเชอรัลไวน์หลากหลายตัวเลือกจากหลายผู้ผลิตที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้เลือกดื่มในร้าน Unscene Wine Bar (ภาพ: Instagram / @unscenebkk)
Tatler Asia
Harissa Spring Chicken ไก่จากราชบุรีย่างจนหนังกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมผักย่าง ซอสสไตล์เปรู และเลมอนสด จากร้าน Unscene Wine Bar (ภาพ: Instagram / @unscenebkk)
Above Harissa Spring Chicken ไก่จากราชบุรีย่างจนหนังกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมผักย่าง ซอสสไตล์เปรู และเลมอนสด จากร้าน Unscene Wine Bar (ภาพ: Instagram / @unscenebkk)
เนเชอรัลไวน์หลากหลายตัวเลือกจากหลายผู้ผลิตที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้เลือกดื่มในร้าน Unscene Wine Bar (ภาพ: Instagram / @unscenebkk)
Harissa Spring Chicken ไก่จากราชบุรีย่างจนหนังกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมผักย่าง ซอสสไตล์เปรู และเลมอนสด จากร้าน Unscene Wine Bar (ภาพ: Instagram / @unscenebkk)

ย้อนกลับไปในปี 2022 Unscene Wine Bar น่าจะเป็นหนึ่งในไวน์บาร์ที่จุดกระแสของเนเชอรัลไวน์ในกลุ่มคนเมือง ซึ่งไวน์บาร์ที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของตึกแถวปากซอยสุขุมวิท 49 แห่งนี้ แม้จะดูเป็นร้านเล็กๆ แต่กลับกลายเป็นที่รวมตัวของทั้งคนที่ชื่นชอบไวน์ และนักดื่มหน้าใหม่ ด้วยบรรยากาศสุดอบอุ่น ในแบบมินิมอลลิสต์ และจุดเด่นเรื่องเนเชอรัลไวน์ที่คัดสรรมาอย่างตั้งใจ

ไวน์ลิสต์ของที่นี่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนทุกๆ 2 สัปดาห์ และมีให้เลือกมากถึง 50 ตัว โดยทีมที่หลงใหลในไวน์ คาแร็กเตอร์ของไวน์ที่นี่จะเน้นไปที่ไวน์ที่ดื่มง่าย เข้าถึงได้ เหมาะกับคนที่อยากลองเริ่มต้นเข้าสู่โลกของเนเชอรัลไวน์ ซึ่งไวน์แต่ละขวดมีดีไซน์ฉลากเก๋ๆ ที่สนุกทั้งต่อการเลือกดื่มและถ่ายรูปอวดเพื่อน นอกจากนี้ยังมีอาหารสไตล์ comfort dining ไม่ว่าจะเป็น Prawn Spaghetti, Melon & Prosciutto Salad, Sweet Corn Ribs เสิร์ฟพร้อม Garlic Mayo  และ Harissa Spring Chicken ที่ล้วนแล้วแต่รสชาติเข้มข้นแบบที่ฝากท้องได้จริง นอกจากนี้ยังมีดีเจมามอบบรรยากาศความสนุกอีกด้วย

Unscene Wine Bar
ที่อยู่: 1/4 ซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ, 061-056-5636

2. Mod Kaew Wine Bar

Tatler Asia
Mod Kaew Wine Bar ไวน์บาร์ที่เป็นกันเองและคัดสรรไวน์ low-intervention กว่า 100 ฉลากจากทั่วโลก โดยเฉพาะเนเชอรัลไวน์จากฝรั่งเศสและสเปน (ภาพ: Instagram / @modkaewbkk)
Above Mod Kaew Wine Bar ไวน์บาร์ที่เป็นกันเองและคัดสรรไวน์ low-intervention กว่า 100 ฉลากจากทั่วโลก โดยเฉพาะเนเชอรัลไวน์จากฝรั่งเศสและสเปน (ภาพ: Instagram / @modkaewbkk)
Tatler Asia
Jerk Baby Chicken ย่างกับซอสเครื่องแกงสไตล์แคริบเบียนและขนมปัง Johnny Cake กลิ่นมะพร้าวจาก Mod Kaew Wine Bar (ภาพ: Instagram / @modkaewbkk)
Above Jerk Baby Chicken ย่างกับซอสเครื่องแกงสไตล์แคริบเบียนและขนมปัง Johnny Cake กลิ่นมะพร้าวจาก Mod Kaew Wine Bar (ภาพ: Instagram / @modkaewbkk)
Mod Kaew Wine Bar ไวน์บาร์ที่เป็นกันเองและคัดสรรไวน์ low-intervention กว่า 100 ฉลากจากทั่วโลก โดยเฉพาะเนเชอรัลไวน์จากฝรั่งเศสและสเปน (ภาพ: Instagram / @modkaewbkk)
Jerk Baby Chicken ย่างกับซอสเครื่องแกงสไตล์แคริบเบียนและขนมปัง Johnny Cake กลิ่นมะพร้าวจาก Mod Kaew Wine Bar (ภาพ: Instagram / @modkaewbkk)

จากไวน์บาร์เล็กๆ ที่จุดกระแสเนเชอรัลไวน์ในกลุ่มนักดื่มรุ่นใหม่ จนไวน์บาร์ชื่อสนุกๆ อย่าง Mod Kaew Wine Bar (หมดแก้วไวน์บาร์) เติบโตสู่ไวน์บาร์สุดเก๋ในซอยสาทร 12 ที่ยังคงนำเสนอเสน่ห์ของไวน์บาร์ในแบบที่เป็นกันเองและคัดสรรไวน์ low-intervention กว่า 100 ฉลากจากทั่วโลก โดยเฉพาะเนเชอรัลไวน์จากฝรั่งเศสและสเปน มาให้เลือกสรรทั้งแบบ by glass และ bottle 

อาหารของที่นี่ก็โดดเด่นไม่แพ้ไวน์ ด้วยเมนูที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เช่น Mediterranean Seabass ย่างด้านหนังจนแห้ง เสิร์ฟกับครีมหัวหอมอบและใบกระวาน, Orecchiette กับเห็ดหลายชนิด ปรุงด้วย black garlic และน้ำมันพริกหมาล่า, หรือจะเป็น Jerk Baby Chicken ย่างกับซอสเครื่องแกงสไตล์แคริบเบียนและขนมปัง Johnny Cake กลิ่นมะพร้าว และยังมีเมนู collab พิเศษจากเชฟรับเชิญแวะเวียนมาสร้างสีสันให้มื้อค่ำอยู่เสมอ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดแฮงค์เอ้าท์สุดเก๋ที่กินก็อร่อย ดื่มก็สนุก ครบทุกอารมณ์

Mod Kaew Wine Bar
ที่อยู่: 142 ซอยศึกษาวิทยา (ซอยสาทร 12) แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ, 082-096-0281

3. Feral Wine Bar

Tatler Asia
Feral Wine Bar ไวน์บาร์ที่เสิร์ฟเนเชอรัลไวน์ที่มีหลากหลายไปจนถึงสาย Pét-Nat และออเรนจ์ไวน์จากทั่วโลก รวมถึงคลาสสิกค็อกเทล (ภาพ: Instagram / @feral.winebar)
Above Feral Wine Bar ไวน์บาร์ที่เสิร์ฟเนเชอรัลไวน์ ที่มีหลากหลายไปจนถึงสาย Pét-Nat และออเรนจ์ไวน์จากทั่วโลก รวมถึงคลาสสิกค็อกเทล (ภาพ: Instagram / @feral.winebar)
Tatler Asia
เมนูอาหารของ Feral Wine Bar มีตั้งแต่ทาปาสจานเล็กๆ ไปจนถึงจานจริงจังสไตล์แชร์ริ่ง เช่น Tartare Toast, Pig Trotter Croquette หรือ Buttermilk Waffle Sandwich รวมถึงขนมหวาน (ภาพ: Instagram / @feral.winebar)
Above เมนูอาหารของ Feral Wine Bar มีตั้งแต่ทาปาสจานเล็กๆ ไปจนถึงจานจริงจังสไตล์แชร์ริง เช่น Tartare Toast, Pig Trotter Croquette หรือ Buttermilk Waffle Sandwich รวมถึงขนมหวาน (ภาพ: Instagram / @feral.winebar)
Feral Wine Bar ไวน์บาร์ที่เสิร์ฟเนเชอรัลไวน์ที่มีหลากหลายไปจนถึงสาย Pét-Nat และออเรนจ์ไวน์จากทั่วโลก รวมถึงคลาสสิกค็อกเทล (ภาพ: Instagram / @feral.winebar)
เมนูอาหารของ Feral Wine Bar มีตั้งแต่ทาปาสจานเล็กๆ ไปจนถึงจานจริงจังสไตล์แชร์ริ่ง เช่น Tartare Toast, Pig Trotter Croquette หรือ Buttermilk Waffle Sandwich รวมถึงขนมหวาน (ภาพ: Instagram / @feral.winebar)

ใครที่กำลังมองหาที่นั่งจิบไวน์ในบรรยากาศที่แตกต่างแต่ยังชิค Feral Wine Bar ที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโครงการ 72 Courtyard ทองหล่อ คือตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้ใคร ด้วยคอนเซ็ปต์ ‘Urban Jungle’ ที่ผสมผสานการตกแต่งด้วยแผ่นเสียงไวนิล และแสงไฟอบอุ่น ได้บรรยากาศลึกลับนิดๆ ชวนให้แฮงค์เอ้าท์ได้ยาวๆ ตั้งแต่เย็นยันดึก ไวน์บาร์แห่งนี้เสิร์ฟเนเชอรัลไวน์ที่มีหลากหลาย รวมถึงสาย Pét-Nat (สปาร์กลิ้งไวน์ที่หมักบ่มด้วยกระบวนการแบบดั้งเดิม) และออเรนจ์ไวน์จากทั่วโลก รวมถึงคลาสสิกค็อกเทลก็มีให้เลือกจิบเช่นกัน

เมนูอาหารที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เพราะมีตั้งแต่ทาปาสจานเล็กๆ ไปจนถึงจานจริงจังสไตล์แชร์ริง เช่น Tartare Toast, Pig Trotter Croquette หรือ Buttermilk Waffle Sandwich ที่ฉ่ำด้วยไข่เยิ้มๆ และเมเปิ้ลไซรัป และถ้าใครชอบขนมหวานก็ไม่ควรพลาด Clove-Infused Chocolate Mousse และ Yogurt Parfait ที่ใช้แยมซูกีนีกับกราโนล่ามัทฉะ เป็นเมนูที่แปลกใหม่และน่าสนใจสุดๆ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะทั้งเดตแบบชิลๆ หรือการเริ่มต้นคืนสนุกๆ กับเพื่อนก็ยังได้

Feral Wine Bar
ที่อยู่: 72 Courtyard ทองหล่อ ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ, 063-237-6093

4. Must Wine Bar

Tatler Asia
อาหารที่ Must Wine Bar มีเสิร์ฟตั้งแต่ Bar Bites ไปจนถึงเมนูจริงจัง และในวันเสาร์อาทิตย์ก็ยังมีบรันช์ให้บริการอีกด้วย โดยทุกจานคิดมาเพื่อให้เข้ากับไวน์ชนิดต่างๆ ที่เสิร์ฟอยู่ในร้าน (ภาพ: Instagram / @must.winebar)
Above อาหารที่ Must Wine Bar มีเสิร์ฟตั้งแต่ Bar Bites ไปจนถึงเมนูจริงจัง และในวันเสาร์อาทิตย์ก็ยังมีบรันช์ให้บริการอีกด้วย โดยทุกจานคิดมาเพื่อให้เข้ากับไวน์ชนิดต่างๆ ที่เสิร์ฟอยู่ในร้าน (ภาพ: Instagram / @must.winebar)
Tatler Asia
Must Wine Bar มีลิสต์ไวน์เสิร์ฟกว่า 600 ฉลากที่หมุนเวียนมาจากทั่วโลก ทั้งฝรั่งเศส ออสเตรีย แอฟริกาใต้ ไปจนถึงสาย Pét-Nat และ Biodynamic Wine (ภาพ: Instagram / @must.winebar)
Above Must Wine Bar มีลิสต์ไวน์เสิร์ฟกว่า 600 ฉลากที่หมุนเวียนมาจากทั่วโลก ทั้งฝรั่งเศส ออสเตรีย แอฟริกาใต้ ไปจนถึงสาย Pét-Nat และ Biodynamic Wine (ภาพ: Instagram / @must.winebar)
อาหารที่ Must Wine Bar มีเสิร์ฟตั้งแต่ Bar Bites ไปจนถึงเมนูจริงจัง และในวันเสาร์อาทิตย์ก็ยังมีบรันช์ให้บริการอีกด้วย โดยทุกจานคิดมาเพื่อให้เข้ากับไวน์ชนิดต่างๆ ที่เสิร์ฟอยู่ในร้าน (ภาพ: Instagram / @must.winebar)
Must Wine Bar มีลิสต์ไวน์เสิร์ฟกว่า 600 ฉลากที่หมุนเวียนมาจากทั่วโลก ทั้งฝรั่งเศส ออสเตรีย แอฟริกาใต้ ไปจนถึงสาย Pét-Nat และ Biodynamic Wine (ภาพ: Instagram / @must.winebar)

จากผู้บุกเบิกวงการนำเข้าคราฟต์ไวน์ และเนเชอรัลไวน์อย่าง Fin Wine สู่ Must Wine Bar ในโครงการ Sodality 263 (ซอยทองหล่อ 13) ที่ยกระดับจากไวน์บาร์ไปสู่ Wine Dining Restaurant ที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องรสชาติไวน์ เรื่องเล่าเบื้องหลังไวน์แต่ละขวด และการแพริ่งกับอาหาร ในบรรยากาศอบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวบ้านเพื่อนที่ชอบไวน์เหมือนกัน ซึ่งมีลิสต์ไวน์เสิร์ฟกว่า 600 ฉลากที่หมุนเวียนมาจากทั่วโลก ทั้งฝรั่งเศส ออสเตรีย แอฟริกาใต้ ไปจนถึงสาย Pét-Nat และ Biodynamic Wine (ไวน์ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เคลื่อนไปตามจังหวะของธรรมชาติและฤดูกาล โดยไม่เร่งหรือแทรกแซงเกินจำเป็น) ไวน์ทั้งหมดล้วนถูกเลือกมาอย่างตั้งใจโดยเจ้าของร้านที่มีประสบการณ์เรื่องไวน์มากว่า 20 ปี

อาหารที่นี่มีเสิร์ฟตั้งแต่ Bar Bites อย่าง White Anchovy & Butter Crostini, Crab Curry Croquettes และ Sai Oua Scotch Egg ไปจนถึงเมนูจริงจังอย่าง Miso Black Cod, Grilled Lamb Chops และ Sautéed Frog Legs ที่ปรุงด้วยไวน์แบบไม่หวง และในวันเสาร์อาทิตย์ก็ยังมีบรันช์ให้บริการอีกด้วย ทุกจานคิดมาเพื่อให้เข้ากับไวน์ชนิดต่างๆ ที่เสิร์ฟอยู่ในร้าน ที่นี่คือหนึ่งในไวน์บาร์ที่นักดื่มไวน์หน้าใหม่และคนรักไวน์สามารถนั่งลง สนทนา และดื่มด่ำไปกับเรื่องของไวน์ได้อย่างสบายใจ

Must Wine Bar
ที่อยู่: ชั้น 2, โครงการ SODALITY 263, ซอยทองหล่อ 13 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ, 092-599-8919

อ่านเพิ่มเติม: ชวนดู 6 ภาพยนตร์ไวน์อันน่าหลงใหลที่คนรักไวน์และเหล่านักดื่มควรดู

5. Botti Wine Bar & Bottle Shop

Tatler Asia
ไพรเวทบาร์ที่มีที่นั่งจำกัดเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศภายในเป็นห้องไม้สลัวแสง พร้อมการ์ตูนขาวดำที่ฉายบนผนังแบบย้อนยุค เสิร์ฟเนเชอรัลไวน์จากทั่วโลกที่ทางเจ้าของร้านคัดเองทุกขวด (ภาพ: Instagram / @botti.bkk)
Above ไพรเวทบาร์ที่มีที่นั่งจำกัดเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศภายในเป็นห้องไม้สลัวแสง พร้อมการ์ตูนขาวดำที่ฉายบนผนังแบบย้อนยุค เสิร์ฟเนเชอรัลไวน์จากทั่วโลกที่ทางเจ้าของร้านคัดเองทุกขวด (ภาพ: Instagram / @botti.bkk)
Tatler Asia
Botti Wine Bar ไวน์บาร์ขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของบ้านไม้โบราณอายุร่วม 140 ปี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ตั้งแต่บรรยากาศคลาสสิก วินเทจ และเป็นกันเอง (ภาพ: Instagram / @botti.bkk)
Above Botti Wine Bar ไวน์บาร์ขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของบ้านไม้โบราณอายุร่วม 140 ปี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ตั้งแต่บรรยากาศคลาสสิก วินเทจ และเป็นกันเอง (ภาพ: Instagram / @botti.bkk)
ไพรเวทบาร์ที่มีที่นั่งจำกัดเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศภายในเป็นห้องไม้สลัวแสง พร้อมการ์ตูนขาวดำที่ฉายบนผนังแบบย้อนยุค เสิร์ฟเนเชอรัลไวน์จากทั่วโลกที่ทางเจ้าของร้านคัดเองทุกขวด (ภาพ: Instagram / @botti.bkk)
Botti Wine Bar ไวน์บาร์ขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของบ้านไม้โบราณอายุร่วม 140 ปี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ตั้งแต่บรรยากาศคลาสสิก วินเทจ และเป็นกันเอง (ภาพ: Instagram / @botti.bkk)

Botti Wine Bar น่าจะเป็นหนึ่งในไวน์บาร์ที่บรรยากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพราะไวน์บาร์ขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของบ้านไม้โบราณอายุร่วม 140 ปีในซอยสาทร 12 ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ตั้งแต่บรรยากาศคลาสสิก วินเทจ และเป็นกันเอง และนี่ยังเป็นไพรเวทบาร์ที่มีที่นั่งจำกัดเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศภายในเป็นห้องไม้สลัวแสง พร้อมการ์ตูนขาวดำที่ฉายบนผนังแบบย้อนยุค เสิร์ฟเนเชอรัลไวน์จากทั่วโลกที่ทางเจ้าของร้านคัดเองทุกขวด หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนทุก 2 สัปดาห์ รวมถึงมีไวน์วินเทจฝรั่งเศสอีกด้วย

นอกจากไวน์แล้ว ที่นี่ยังเสิร์ฟเมนูอาหารสไตล์โฮมคุกที่แม้จะมีไม่เยอะ แต่คัดสรรมาได้อย่างน่าสนใจ โดยแบ่งเป็น Bar Snacks ไม่ว่าจะเป็น Truffle Cheese & Cold Cut Platter ที่เสิร์ฟชีส ทรัฟเฟิล และโคลด์คัทแบบพรีเมี่ยม พร้อมแครกเกอร์และน้ำผึ้ง หรือจะเป็น Mixed Sausage ที่รวมไส้กรอก 4 รสชาติเข้มข้นไว้ในถาดเดียว ส่วนใครที่อยากกินมื้อหนักขึ้นมาหน่อยที่ Botti ก็มีเมนูจานหลักไว้รองรับ ทั้ง Spaghetti Bolognese รสเข้มข้นกินคู่กับไวน์แดงแล้วพอดีเป๊ะ, Grilled Pork & Sticky Rice หมูย่างสไตล์ไทยราดซอสอูมามิ หรือจะเป็น Tonkatsu Bowl ข้าวหน้าหมูทอดกรอบชิ้นโต เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบาร์ที่เหมาะกับการไปนั่งพูดคุยกับเพื่อนๆ หรือคนรู้ใจในฟีลแบบสบายๆ

Botti Wine Bar & Bottle Shop
ที่อยู่: 201 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ, 088-985-4266

6. The Bottleman Wine Bar

Tatler Asia
The Bottleman Wine Bar โดดเด่นด้วยลิสต์ไวน์ที่มีตัวเลือกไวน์กว่า 170 ฉลากจากทั่วโลก มีทั้งคลาสสิกและเนเชอรัลไวน์ โดยเจ้าของร้านมีประกาศนียบัตร WSET Level 3 จากลอนดอน (ภาพ: Instagram / @the.bottleman)
Above The Bottleman Wine Bar โดดเด่นด้วยลิสต์ไวน์ที่มีตัวเลือกไวน์กว่า 170 ฉลากจากทั่วโลก มีทั้งคลาสสิกและเนเชอรัลไวน์ โดยเจ้าของร้านได้รับประกาศนียบัตร WSET Level 3 จากลอนดอน (ภาพ: Instagram / @the.bottleman)
Tatler Asia
Smoked Duck Breast & Cranberry Jus อกเป็ดรมควันหอมกลิ่นไม้ หนังกรอบ เสิร์ฟกับส้มสดและซอสแครนเบอร์รี่เข้มข้น จาก The Bottleman Wine Bar (ภาพ: Instagram / @the.bottleman)
Above Smoked Duck Breast & Cranberry Jus อกเป็ดรมควันหอมกลิ่นไม้ หนังกรอบ เสิร์ฟกับส้มสดและซอสแครนเบอร์รี่เข้มข้น จาก The Bottleman Wine Bar (ภาพ: Instagram / @the.bottleman)
The Bottleman Wine Bar โดดเด่นด้วยลิสต์ไวน์ที่มีตัวเลือกไวน์กว่า 170 ฉลากจากทั่วโลก มีทั้งคลาสสิกและเนเชอรัลไวน์ โดยเจ้าของร้านมีประกาศนียบัตร WSET Level 3 จากลอนดอน (ภาพ: Instagram / @the.bottleman)
Smoked Duck Breast & Cranberry Jus อกเป็ดรมควันหอมกลิ่นไม้ หนังกรอบ เสิร์ฟกับส้มสดและซอสแครนเบอร์รี่เข้มข้น จาก The Bottleman Wine Bar (ภาพ: Instagram / @the.bottleman)

The Bottleman Wine Bar ไวน์บาร์น้องใหม่บนถนนวิทยุที่เพิ่งเปิดตัวช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา เป็นไวน์บาร์ที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 2 ของตึกใกล้ๆ กับ All Seasons Place เรียกได้ว่าร้านนี้อาจจะเป็น hidden gem ของเหล่าคนรักไวน์ บรรยากาศภายในตกแต่งเรียบเท่สไตล์มินิมอลลิสต์ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในไวน์บาร์ที่โตเกียว ลิสต์ไวน์ก็น่าสนใจด้วยตัวเลือกไวน์กว่า 170 ฉลากจากทั่วโลก มีทั้งคลาสสิกและเนเชอรัลไวน์ โดยเจ้าของร้านมีประกาศนียบัตร WSET Level 3 จากลอนดอนการันตีความรู้ด้านไวน์ นอกจากนี้ทางร้านยังมีโปรแกรม wine by the glass ให้เลือกมากถึง 24 แบบ เหมาะกับทั้งนักดื่มสายเริ่มต้นและสายจริงจัง

อาหารของที่นี่ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยเมนูที่ออกแบบมาเพื่อการแพริ่งอย่างตั้งใจ เช่น Smoked Duck Breast & Cranberry Jus อกเป็ดรมควันหอมกลิ่นไม้ หนังกรอบ เสิร์ฟกับส้มสดและซอสแครนเบอร์รี่เข้มข้น กินคู่กับ Pinot Noir หรือ Orange Wine ได้อย่างลงตัว หรือจะเป็น Grilled Italian Sausage ที่เสิร์ฟกับซอสมัสตาร์ดครีมและสลัดผักสดราดบัลซามิกเข้าคู่กับไวน์แดงได้ตั้งแต่แบบเบาๆ ไปจนถึงฟูลบอดี้ นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารคอมฟอร์ตฟู้ดสไตล์ยุโรปให้บริการอีกด้วย ก่อนจะเพิ่มความสนุกในยามค่ำคืนด้วยการแสดงแซกโซโฟนสดทุกวันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์ ร้านนี้จึงเป็นหนึ่งร้านที่สามารถนั่งจิบไวน์ได้ชิลๆ

The Bottleman Wine Bar
ที่อยู่: 89/17 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 080-454-2664

7. Figure Ground Wine Bar

Tatler Asia
Figure Ground Wine Bar ที่มาพร้อมลิสต์ไวน์ที่คัดสรรมาแล้วกว่า 30 ฉลาก ไม่ว่าจะเป็น sparkling, ไวน์ขาว, ไวน์แดง ไปจนถึงเนเชอรัลไวน์ โดยเน้นไวน์ที่ดื่มง่าย (ภาพ: Instagram / @figureground.winebar)
Above Figure Ground Wine Bar ที่มาพร้อมลิสต์ไวน์ที่คัดสรรมาแล้วกว่า 30 ฉลาก ไม่ว่าจะเป็น sparkling, ไวน์ขาว, ไวน์แดง ไปจนถึงเนเชอรัลไวน์ โดยเน้นไวน์ที่ดื่มง่าย (ภาพ: Instagram / @figureground.winebar)
Tatler Asia
เมนูสไตล์แชริ่งจาก Figure Ground Wine Bar ให้คุณได้สนุกกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะซิกเนเจอร์จานเด็ดอย่าง House Plate ที่จับคู่ cold cuts กับไอศกรีมวานิลาโฮมเมดอย่างลงตัว (ภาพ: Instagram / @figureground.winebar)
Above เมนูสไตล์แชริ่งจาก Figure Ground Wine Bar ให้คุณได้สนุกกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะซิกเนเจอร์จานเด็ดอย่าง House Plate ที่จับคู่ cold cuts กับไอศกรีมวานิลาโฮมเมดอย่างลงตัว (ภาพ: Instagram / @figureground.winebar)
Figure Ground Wine Bar ที่มาพร้อมลิสต์ไวน์ที่คัดสรรมาแล้วกว่า 30 ฉลาก ไม่ว่าจะเป็น sparkling, ไวน์ขาว, ไวน์แดง ไปจนถึงเนเชอรัลไวน์ โดยเน้นไวน์ที่ดื่มง่าย (ภาพ: Instagram / @figureground.winebar)
เมนูสไตล์แชริ่งจาก Figure Ground Wine Bar ให้คุณได้สนุกกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะซิกเนเจอร์จานเด็ดอย่าง House Plate ที่จับคู่ cold cuts กับไอศกรีมวานิลาโฮมเมดอย่างลงตัว (ภาพ: Instagram / @figureground.winebar)

จากคาเฟ่สุดเก๋ช่วงกลางวัน สู่ไวน์บาร์บรรยากาศดียามเย็น Figure Ground Wine Bar คือพื้นที่แฮงค์เอ้าท์ของคนรุ่นใหม่ที่อยากแชร์โมเมนต์ดีๆ พร้อมจิบไวน์ที่คัดสรรมาแล้วกว่า 30 ฉลาก ไม่ว่าจะเป็น sparkling, ไวน์ขาว, ไวน์แดง ไปจนถึงเนเชอรัลไวน์ ที่เน้นไวน์ที่ดื่มง่าย เสิร์ฟในบรรยากาศสไตล์มินิมัลลิสต์เท่ๆ มีมุมถ่ายรูปให้ได้เอ็นจอยเยอะ พร้อมเสียงดนตรี House และ Nu-disco จากดีเจประจำร้านในทุกๆ วันศุกร์และวันเสาร์ อีกทั้งยังมีบอร์ดเกมให้เล่นเพลินๆ อีกด้วย

อาหารของที่นี่เน้นเป็นเมนูสไตล์แชริ่ง ให้คุณได้สนุกกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะซิกเนเจอร์จานเด็ดอย่าง House Plate ที่จับคู่ cold cuts กับไอศกรีมวานิลาโฮมเมดอย่างลงตัว นอกจากนั้นยังมีของกินเล่นรสจัดจ้านแบบไทยๆ อย่าง ลาบ tots (Tater Tots โรยผงลาบ), Calamari, Burrata Salad, พาสต้ารสจัดจ้านอย่าง AOP หรือ Arrabiata ไปจนถึง Salmon Steak ชิ้นใหญ่ หนังกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำ ที่กินคู่กับไวน์หรือ Sangranita (Sangria + Granita) แล้วสดชื่นสุดๆ ไม่ว่าคุณจะไปเดต ดินเนอร์ หรือปาร์ตี้วันเกิดกับกลุ่มเพื่อน ร้านนี้คืออีกร้านที่น่าสนใจ

Figure Ground Wine Bar
ที่อยู่: 3/2 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, 065-489-4272

อ่านเพิ่มเติม: “วิสุตา โลหิตนาวี” Winemaker หญิงหนึ่งเดียวของไทย

8. L’Oliva Ristorante Italiano & Wine Bar

Tatler Asia
ไวน์บาร์ของ L’Oliva มีลิสต์ไวน์ที่คัดสรรมาทั้งจากแคว้น Abruzzo และจากทั่วอิตาลีแบบเจาะลึกในหลากหลายคุณภาพ (ภาพ: Instagram / @lolivabkk)
Above ไวน์บาร์ของ L’Oliva มีลิสต์ไวน์ที่คัดสรรมาทั้งจากแคว้น Abruzzo และจากทั่วอิตาลีแบบเจาะลึกในหลากหลายคุณภาพ (ภาพ: Instagram / @lolivabkk)
Tatler Asia
พิซซ่าหน้าคลาสสิกแป้งบางกรอบอบในเตาถ่านหอมกรุ่นจากร้าน L'Oliva (ภาพ: Instagram / @lolivabkk)
Above พิซซ่าหน้าคลาสสิกแป้งบางกรอบ อบในเตาถ่านหอมกรุ่นจากร้าน L'Oliva (ภาพ: Instagram / @lolivabkk)
ไวน์บาร์ของ L’Oliva มีลิสต์ไวน์ที่คัดสรรมาทั้งจากแคว้น Abruzzo และจากทั่วอิตาลีแบบเจาะลึกในหลากหลายคุณภาพ (ภาพ: Instagram / @lolivabkk)
พิซซ่าหน้าคลาสสิกแป้งบางกรอบอบในเตาถ่านหอมกรุ่นจากร้าน L'Oliva (ภาพ: Instagram / @lolivabkk)

L’Oliva ไม่ใช่แค่ร้านอาหารอิตาเลียนสวยๆ ที่แอบตัวอยู่ในซอยนภาศัพท์ 2 แต่คือจุดหมายของคนรักไวน์ที่อยากใช้เวลายามเย็นในบรรยากาศอบอุ่นเขียวขจี เสมือนหลุดเข้าไปในบ้านชนบทของ Abruzzo แคว้นผลิตไวน์ชั้นเลิศของอิตาลี ไวน์บาร์ของ L’Oliva มีลิสต์ไวน์ที่คัดสรรมาทั้งจากแคว้น Abruzzo เอง และจากทั่วอิตาลีแบบเจาะลึกในหลากหลายคุณภาพตั้งแต่ DOC, DOCG และ IGT ซึ่งมีทั้ง Montepulciano D’Abruzzo Riserva 1960 ที่นุ่มลึก ไปจนถึง Pecorino Extra Dry ไวน์ขาวซ่าๆ ที่มีกลิ่นหอมสดชื่น

สำหรับสายเนเชอรัลไวน์ก็ยังมีไวน์แบบ Biodynamic และ Sustainable ให้ลองเช่นกัน รวมถึง sparkling, rosé และไวน์หวานพิเศษอย่าง Moscato di Pantelleria หรือ Porto Tawny ที่เหมาะกับการจิบตบท้ายมื้อค่ำ นอกจากนี้ทางร้านยังมีไวน์เสิร์ฟแบบแก้วให้เลือกกว่า 10 แบบ ซึ่งจับคู่กับอาหารอิตาเลียนรสเลิศสไตล์ชายฝั่งได้อย่างลงตัว ใครที่ชอบพาสต้าต้องลอง Chitarrina alla Teramana พาสต้าเส้นสดสไตล์โฮมเมด พร้อมซอสมะเขือเทศ และมีทบอลลูกเล็กๆ สไตล์ Abruzzo และคนรักพิซซ่าต้องห้ามพลาด เพราะที่นี่เสิร์ฟพิซซ่าแป้งบางกรอบอบเตาถ่านหอมกรุ่นหลากหลายหน้าอีกด้วย

L’Oliva Ristorante Italiano & Wine Bar
ที่อยู่: ซอยสุขุมวิท 36 แยก 2 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ, 094-858-9868

อ่านเพิ่มเติม: 15 คาเฟ่และร้านอาหาร pet-friendly สุดเก๋ ที่คุณและสัตว์เลี้ยงแสนรักต้องไปเช็กอิน

9. Saam

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 ตู้โชว์ไวน์ที่มีลิสต์ไวน์หลากหลายตัวเลือก ตั้งแต่เนเชอรัลไวน์ ไปจนถึง Low Intervention Wine ที่คัดสรรโดยเจ้าของร้านด้วยตัวเอง (ภาพ: Saam)
Photo 2 of 2 เมนู Jon's Tom-Yum Charcoal-Grilled Corn Ribs คอร์นริบส์สไตล์ออสซี่หอมกลิ่นย่างเตาถ่าน ผสานรสชาติเข้มข้นแบบต้มยำไทยจากร้าน Saam (ภาพ: Saam)
ตู้โชว์ไวน์ที่มีลิสต์ไวน์หลากหลายตัวเลือกตั้งแต่เนเชอรัลไวน์ ไปจนถึง Low Intervention Wine ที่คัดสรรโดยเจ้าของร้านด้วยตัวเอง (ภาพ: Saam)
เมนู Jon's Tom-Yum Charcoal-Grilled Corn Ribs คอร์นริบส์สไตล์ออสซี่หอมกลิ่นย่างเตาถ่าน ผสานรสชาติเข้มข้นแบบต้มยำไทยจากร้าน Saam (ภาพ: Saam)

ใครที่เคยติดใจไวน์เนเชอรัลจาก Proper Bar อาจรู้สึกคุ้นเคยกับโลเคชั่นของ Saam (สาม) ร้านอาหารไทยและไวน์บาร์สุดครีเอทีฟจากทีมเดียวกัน ที่กลับมาพร้อมแนวคิดใหม่ในบรรยากาศที่เป็นกันเองขึ้น แต่ยังคงความจริงจังในรสชาติและความสร้างสรรค์เหมือนเดิม ซึ่งไวน์ลิสต์ของที่นี่โดดเด่นด้วยเนเชอรัลไวน์และ Low Intervention Wine ที่เจ้าของร้านคัดสรรด้วยตัวเอง โดยมุ่งเน้นการแพริ่งกับอาหารที่หลากหลาย รสจัด และสนุก ทีมงานในร้านพร้อมจะแนะนำไวน์แต่ละขวดที่มีเรื่องเล่าให้คุณอย่างอบอุ่นในสไตล์ออสซี่ที่เป็นมิตร

จุดเด่นของร้าน Saam คือการนำเสนอเมนูอาหารไทยในฟอร์มที่ทันสมัยผ่านเทคนิคแบบโมเดิร์นและกลิ่นอายไวน์บาร์ออสเตรเลีย เช่น Larbbb Duck Croquette โครเกต์ลาบเป็ดสุดจัดจ้าน, Corn Ribs ที่ได้แรงบันดาลใจจากต้มยำ และ Thai Bolognese Pasta ที่เปลี่ยนโฉมพาสต้าให้หอมเครื่องเทศแบบไทยแท้

Saam
ที่อยู่: 235/4 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ, 081-145-3856

อ่านเพิ่มเติม: 'Saam' การผสมผสานที่ลงตัวของร้านอาหารไทยและไวน์บาร์สไตล์ออสเตรเลีย

10. The Riddler Japanese Gastronomic Dining & Wine Bar

Tatler Asia
ลิสต์ไวน์จาก The Riddler คัดสรรมาแล้วอย่างดีกว่า 150 รายการจากทั่วโลก ไวน์ของที่นี่ครอบคลุมตั้งแต่ไวน์คลาสสิก ไปจนถึงไวน์โลกใหม่แถมยังมี sommelier ประจำร้านคอยให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ (ภาพ: Instagram / @theriddlerbangkok)
Above ลิสต์ไวน์จาก The Riddler คัดสรรมาแล้วอย่างดีกว่า 150 รายการจากทั่วโลก ไวน์ของที่นี่ครอบคลุมตั้งแต่ไวน์คลาสสิก ไปจนถึงไวน์โลกใหม่ แถมยังมี sommelier ประจำร้านคอยให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ (ภาพ: Instagram / @theriddlerbangkok)
Tatler Asia
เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Kamameshi ข้าวอบหม้อดินกับเนื้อและลิ้นวัว เสิร์ฟพร้อมหัวไชเท้ารมควัน และโกโบ เสริมด้วยโฟมชีส และไข่แดงจาก The Riddler (ภาพ: Instagram / @theriddlerbangkok)
Above เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Kamameshi ข้าวอบหม้อดินกับเนื้อและลิ้นวัว เสิร์ฟพร้อมหัวไชเท้ารมควัน และโกโบ เสริมด้วยโฟมชีส และไข่แดงจาก The Riddler (ภาพ: Instagram / @theriddlerbangkok)
ลิสต์ไวน์จาก The Riddler คัดสรรมาแล้วอย่างดีกว่า 150 รายการจากทั่วโลก ไวน์ของที่นี่ครอบคลุมตั้งแต่ไวน์คลาสสิก ไปจนถึงไวน์โลกใหม่แถมยังมี sommelier ประจำร้านคอยให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ (ภาพ: Instagram / @theriddlerbangkok)
เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Kamameshi ข้าวอบหม้อดินกับเนื้อและลิ้นวัว เสิร์ฟพร้อมหัวไชเท้ารมควัน และโกโบ เสริมด้วยโฟมชีส และไข่แดงจาก The Riddler (ภาพ: Instagram / @theriddlerbangkok)

ถ้าคุณกำลังมองหาไวน์บาร์ที่ไม่ได้มีดีแค่ไวน์ แต่ยังมีมื้อค่ำรสเลิศ ที่จะช่วยขับเคลื่อนบทสนทนาให้พิเศษกว่าที่เคยต้องลองแวะไปที่ The Riddler ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง ที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ เข้ากับลิสต์ไวน์ที่คัดสรรมาแล้วอย่างดีกว่า 150 รายการจากทั่วโลก ไวน์ของที่นี่ครอบคลุมตั้งแต่ไวน์คลาสสิก (Old World) อย่าง Burgundy และ Tuscany ไปจนถึงไวน์จากแคลิฟอร์เนีย, ชิลี และออสเตรเลีย แถมยังมี sommelier ประจำร้านคอยให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ เสิร์ฟแบบเป็นกันเองในบรรยากาศหรูที่ชวนให้คุณใช้เวลาได้ยาวตลอดคืน

ที่สำคัญ ทุกเมนูของร้านนี้ได้รับการออกแบบมาให้แพริ่งกับไวน์ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นจานเรียกน้ำย่อยอย่าง Fluffy โทสต์ตับไก่บดเนื้อเนียน เสิร์ฟพร้อมพิสตาชิโอเคลือบคาราเมล และน้ำส้มสายชูบัลซามิกเข้มข้น หรือเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Kamameshi ข้าวอบหม้อดินกับเนื้อและลิ้นวัว เสิร์ฟพร้อมหัวไชเท้ารมควัน และโกโบ เสริมด้วยโฟมชีส และไข่แดง สำหรับคนรักเนื้อฉ่ำต้องลอง Tenderloin หรือ Ribeye เนื้อไทยวากิวที่ผ่านการดรายเอจ 7 วัน ปรุงสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมผักผัดกงฟีต์ และซอสน้ำสต๊อกเนื้อเคี่ยว 6 ชั่วโมง นอกจากนี้ทางร้านยังมี Live Music ทุกคืนวันพุธถึงวันอาทิตย์ เติมเต็มค่ำคืนของคุณอย่างมีสไตล์

The Riddler Japanese Gastronomic Dining & Wine Bar
ที่อยู่: ชั้น 1 ห้อง B1, อาคาร Woodberry Common, 15/2 ถนนร่วมฤดี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 082-547-7005

Topics

Manta Klangboonkrong
Dining & City Guide Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

Manta Klangboonkrong has a passion for uncovering exceptional dining destinations and distinctive travel experiences - a trusted voice in Thailand’s luxury lifestyle space.

Reach her at manta.klangboonkrong@tatlerasia.com.