ออกไปกินของหวานดับร้อนรับซัมเมอร์กับหลากหลายร้านที่ Tatler คัดสรรมาเพื่อคุณ
Cover ออกไปกินของหวานดับร้อนรับซัมเมอร์กับหลากหลายร้านที่ Tatler คัดสรรมาเพื่อคุณ
ออกไปกินของหวานดับร้อนรับซัมเมอร์กับหลากหลายร้านที่ Tatler คัดสรรมาเพื่อคุณ

Tatler ขอพาคุณไปเอ็นจอยของหวานเย็นๆ ในคาเฟ่และร้านขนมที่จะทำให้คุณก้าวเข้าสู่เดือนเมษายนพร้อมความสดชื่นของช่วงซัมเมอร์

แสงแดด และอุณหภูมิทะยานขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณที่กำลังบอกเราว่าซัมเมอร์ที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งเดือนเมษายนก็เป็นอีกหนึ่งเดือนที่มีวันหยุดค่อนข้างเยอะ สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลน หรือไม่อยากออกไปเที่ยวท้าทายไอแดดหน้าร้อน การได้ออกไปหาอะไรหวานเย็นชื่นใจรับประทานชิลๆ ก็ชวนให้รู้สึกสดชื่นได้ไม่แพ้ทริปเที่ยวทะเลเลยทีเดียว

ลองนึกถึงไอศกรีมเนื้อเนียนละลายในปาก คากิโกริเย็นฉ่ำหวานละมุนราวหิมะ หรือแม้แต่สมูทตี้ยอดฮิตที่ทั้งสดชื่นและถ่ายรูปสวยล้วนดูเป็นตัวเลือกที่ยั่วใจใครหลายๆ คนในหน้าร้อนแบบนี้ และถ้าหน้าร้อนปีนี้ทำให้คุณร้อนจนจะละลาย Tatler ขอชวนคุณมาคูลดาวน์ไปกับของหวานที่เราเลือกมาแล้วว่าจะช่วยให้คุณเฟรชขึ้นได้ตลอดซัมเมอร์

อ่านเพิ่มเติม: ลัดเลาะย่านทรงวาด ชิมหลากร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ที่ทำให้ย่านนี้เก๋กว่าที่เคย

1. Blendies

Tatler Asia
Blendies ไอศกรีมเจลาโต้สัญชาติไทยสุดเก๋ที่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยม (ภาพ: Facebook.com/Blendies.Thailand)
Above Blendies ไอศกรีมเจลาโต้สัญชาติไทยสุดเก๋ที่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยม (ภาพ: Facebook.com/Blendies.Thailand)
Tatler Asia
ไอศกรีมเจลาโต้คลุกถั่วพิสตาชิโอจากอิตาลีคั่วบดจนทั่วทั้งสกู๊ปสุดพรีเมี่ยม (ภาพ: Facebook.com/Blendies.Thailand)
Above ไอศกรีมเจลาโต้คลุกถั่วพิสตาชิโอจากอิตาลีคั่วบดจนทั่วทั้งสกู๊ปสุดพรีเมี่ยม (ภาพ: Facebook.com/Blendies.Thailand)
Blendies ไอศกรีมเจลาโต้สัญชาติไทยสุดเก๋ที่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยม (ภาพ: Facebook.com/Blendies.Thailand)
ไอศกรีมเจลาโต้คลุกถั่วพิสตาชิโอจากอิตาลีคั่วบดจนทั่วทั้งสกู๊ปสุดพรีเมี่ยม (ภาพ: Facebook.com/Blendies.Thailand)

เรียกได้ว่าเจลาโต้แทบจะขึ้นแท่นเป็นของหวานยอดนิยมในเมืองที่อากาศร้อนอยู่ตลอดอย่างบ้านเรา ซึ่งก็มีแบรนด์ไอศกรีมเจลาโต้สัญชาติไทยอย่าง Blendies ที่เปิดตัวได้อย่างโดดเด่นจนกลายเป็นปรากฏการณ์ ด้วยเจลาโต้ที่มีเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว แน่นหนึบ ครีมมี่ และว่ากันว่าละลายช้ากว่าปกติ (แต่ส่วนใหญ่น่าจะหมดก่อนที่จะได้ละลาย) แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ร้านไอศกรีมร้านนี้ดึงดูดใจใครหลายๆ คนคงหนีไม่พ้นภาพของไอศกรีมลูกโตที่เคลือบถั่วพรีเมี่ยมแน่นๆ เสิร์ฟบนวาฟเฟิลโคน

เจลาโต้จาก Blendies ได้รับการพัฒนาสูตรด้วยแรงบันดาลใจจากอิตาลี ผสมผสานกับวัตถุดิบคุณภาพระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นพิสตาชิโอจากอิตาลีหรือแมคคาเดเมียจากฮาวาย เมนูพรีเมี่ยมยอดนิยมได้แก่ Pistachio ที่คลุกถั่วพิสตาชิโอคั่วบดจนทั่วทั้งสกู๊ป เสิร์ฟในโคนวาฟเฟิลอบสดหอมเนยฝรั่งเศส และ Macadamia ที่คลุกแมคคาเดเมียแน่นๆ เต็มไปด้วยความหวานมันแบบธรรมชาติ

ในฤดูร้อนนี้ Blendies ยังมีรสชาติใหม่ให้ลองไปชิมทั้ง Pina Colada แบบ non-alcohol ที่ให้กลิ่นอายทรอปิคัลสดชื่น ไปจนถึง Tiramisu ที่ผสมผสานกาแฟและมาสคาร์โปเนเข้มข้นได้อย่างนุ่มนวล บอกได้เลยว่าหน้าร้อนนี้คุณจะมีเจลาโต้ดีๆ ช่วยคลายร้อนแน่นอน

Blendies (สาขา Siam Square One)
ที่อยู่: Siam Square One, ชั้น 1, 338 ถนนพระรามหนึ่ง แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 093-665-9295

2. Balcony Cream Tea

Tatler Asia
Balcony Cream Tea ร้านไอศกรีมที่ปรุงจากใบชาคุณภาพสูงส่งตรงจากไต้หวัน แบ่งรสชาติตาม taste note และความเข้มอ่อนของชา (ภาพ: Facebook.com / Balcony Cream Tea)
Above Balcony Cream Tea ร้านไอศกรีมที่ปรุงจากใบชาคุณภาพสูงส่งตรงจากไต้หวัน แบ่งรสชาติตาม taste note และความเข้มอ่อนของชา (ภาพ: Facebook.com / Balcony Cream Tea)
Tatler Asia
Matcha Tiramisu Sundae ไอศกรีมซันเดย์สูตรพิเศษที่ใช้ Uji Matcha จากเกียวโตมาเป็นเบสไอศกรีม จาก Balcony Cream Tea (ภาพ: Facebook.com / Balcony Cream Tea)
Above Matcha Tiramisu Sundae ไอศกรีมซันเดย์สูตรพิเศษที่ใช้ Uji Matcha จากเกียวโตมาเป็นเบสไอศกรีม จาก Balcony Cream Tea (ภาพ: Facebook.com / Balcony Cream Tea)
Balcony Cream Tea ร้านไอศกรีมที่ปรุงจากใบชาคุณภาพสูงส่งตรงจากไต้หวัน แบ่งรสชาติตาม taste note และความเข้มอ่อนของชา (ภาพ: Facebook.com / Balcony Cream Tea)
Matcha Tiramisu Sundae ไอศกรีมซันเดย์สูตรพิเศษที่ใช้ Uji Matcha จากเกียวโตมาเป็นเบสไอศกรีม จาก Balcony Cream Tea (ภาพ: Facebook.com / Balcony Cream Tea)

สำหรับคนรักชา ต้องไม่พลาดร้าน Balcony Cream Tea ร้านไอศกรีมที่ซ่อนตัวอยู่ในเวิ้ง Mahatun Plaza โดดเด่นด้วยการเป็นร้านไอศกรีมที่ปรุงจากใบชาคุณภาพสูงส่งตรงจากไต้หวัน (และศรีลังกา) คัดสรรอย่างละเอียดโดยทีม Guss Damn Good เพราะฉะนั้นถ้าคุณชอบไอศกรีมแบรนด์นี้อยู่แล้ว ก็พลาดไอศกรีมชาร้านนี้ไม่ได้เด็ดขาด จุดเด่นอยู่ที่ไอศกรีมชา 9 รส แบ่งตาม Taste Note เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ Light Floral และ Dark Forest ไล่เรียงจากชารสอ่อนแนวดอกไม้และผลไม้ อย่าง Four Seasons Spring และ Pomelo Jin Xuan ไปจนถึงชารสเข้มละมุนแนวกลิ่นป่า วู้ดดี้อย่าง Ruby Black และ Tie Guan Yin

ส่วนคนรักมัทฉะต้องลอง Matcha Tiramisu Sundae ไอศกรีมซันเดย์สูตรพิเศษที่ใช้ Uji Matcha จากเกียวโตมาเป็นเบสไอศกรีม เสริมด้วยเลเยอร์ของ ladyfinger กรุบกรอบ และซอสมัทฉะมาสคาโปน ที่ทางร้านคราฟต์เอง เป็นเมนูที่หอม เข้มข้น และบาลานซ์ความหวานขมได้อย่างนุ่มนวล

Balcony Cream Tea ยังมีเมนูเครื่องดื่มชาสกัดเย็น และไอศกรีมรสที่ 10 ซึ่งเป็นซอร์เบต์ส้มจี๊ดน้ำผึ้งป่า สำหรับเป็น palate cleanser ระหว่างรส กลายเป็นอีกหนึ่งร้านของหวานดับร้อนที่ไม่เพียงแต่สดชื่น แต่ยังชวนให้ละเลียดในรสชาแบบลึกซึ้งยิ่งกว่าที่เคยอีกด้วย

Balcony Cream Tea
ที่อยู่: 888/64 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 096-950-3733

3. Coconut Culture

Tatler Asia
ไอศกรีมไข่แข็งที่ตีความใหม่จากร้าน Coconut Culture ซึ่งตัวไอศกรีมที่ใช้เบสจากน้ำมะพร้าว และกะทิ (ภาพ: Facebook.com / Coconut Culture)
Above ไอศกรีมไข่แข็งที่ตีความใหม่จากร้าน Coconut Culture ซึ่งตัวไอศกรีมใช้เบสจากน้ำมะพร้าว และกะทิ (ภาพ: Facebook.com / Coconut Culture)
Tatler Asia
Super Coconut Butter Grilled Corn ไอศกรีมมะพร้าวที่เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งไทยๆ สุดประณีต ทั้งวาฟเฟิลทองม้วน ข้าวโพดเผาเนย คุกกี้ไข่เค็ม และกระฉีก จากร้าน Coconut Culture (ภาพ: Facebook.com / Coconut Culture)
Above Super Coconut Butter Grilled Corn ไอศกรีมมะพร้าวที่เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งไทยๆ สุดประณีต ทั้งวาฟเฟิลทองม้วน ข้าวโพดเผาเนย คุกกี้ไข่เค็ม และกระฉีก จากร้าน Coconut Culture (ภาพ: Facebook.com / Coconut Culture)
ไอศกรีมไข่แข็งที่ตีความใหม่จากร้าน Coconut Culture ซึ่งตัวไอศกรีมที่ใช้เบสจากน้ำมะพร้าว และกะทิ (ภาพ: Facebook.com / Coconut Culture)
Super Coconut Butter Grilled Corn ไอศกรีมมะพร้าวที่เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งไทยๆ สุดประณีต ทั้งวาฟเฟิลทองม้วน ข้าวโพดเผาเนย คุกกี้ไข่เค็ม และกระฉีก จากร้าน Coconut Culture (ภาพ: Facebook.com / Coconut Culture)

หากไอศกรีมกะทิธรรมดาๆ ดูจะน่าเบื่อเกินไปสักหน่อย เราขอพาคุณไปกินไอศกรีมมะพร้าวที่มีสไตล์กับ Coconut Culture ร้านไอศกรีมเล็กๆ บนถนนพระอาทิตย์ ที่พลิกภาพจำของไอศกรีมกะทิแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เต็มไปด้วยลูกเล่น และเป็นอีกร้านของหวานดับร้อนที่ไม่ควรพลาด

เบสของไอศกรีมทุกรสในร้านนี้ไม่มีนมวัวแม้แต่น้อย แต่ใช้น้ำมะพร้าวและกะทิแท้จากแหล่งดีอย่าง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มาเป็นหัวใจหลัก รสชาติที่โดดเด่นมีตั้งแต่ Classic Coconut หรือรสมะพร้าวบ้านแพ้ว ที่หอมหวานกลิ่นมะพร้าวสด, Rich Coconut ที่มีความเข้มข้นนัวอย่างลงตัว และ Burnt Coconut Sorbet ที่ใช้มะพร้าวเผาเสริมกลิ่นรมควันและสัมผัสของเนื้อมะพร้าวอ่อนให้เคี้ยวสนุกขึ้น หรือจะเป็นรสบ้าบิ่นมะพร้าว หวานนวลๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

หนึ่งในเมนูที่น่าลิ้มลองคือ Super Coconut Butter Grilled Corn ซึ่งเป็นไอศกรีมมะพร้าวที่เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งไทยๆ สุดประณีต ทั้งวาฟเฟิลทองม้วน ข้าวโพดเผาเนย คุกกี้ไข่เค็ม และกระฉีก เพิ่มมิติให้รสชาติและความสนุกในถ้วยเดียว เหมาะกับผู้ที่หลงใหลในขนมหวานที่มีทั้งความเป็นไทยและความร่วมสมัยอยู่ในคำเดียวกัน

Coconut Culture
ที่อยู่: 100/6 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ, 098-903-4714

อ่านเพิ่มเติม: 6 คาเฟ่สายหวาน ที่จะมาเปลี่ยนประสบการณ์ขนมไทยของคุณ

4. Before Sunset

Tatler Asia
Sweet Sunburn ไอศกรีมกล้วยหอม เสิร์ฟพร้อม banana brûlée, crumble และ tuille กรุบกรอบ จาก Before Sunset (ภาพ: Instagram / @beforesunset.bkk)
Above Sweet Sunburn ไอศกรีมกล้วยหอม เสิร์ฟพร้อม banana brûlée, crumble และ tuille กรุบกรอบ จาก Before Sunset (ภาพ: Instagram / @beforesunset.bkk)
Tatler Asia
Mango Sunrise เมนูที่ผสมผสานพานนาค็อตต้ามะม่วง พานนาค็อตต้ากะทิ และไอศกรีมมะพร้าวเผาไว้ในถ้วยเดียวจาก Before Sunset (ภาพ: Instagram / @beforesunset.bkk)
Above Mango Sunrise เมนูที่ผสมผสานพานนาค็อตต้ามะม่วง พานนาค็อตต้ากะทิ และไอศกรีมมะพร้าวเผาไว้ในถ้วยเดียวจาก Before Sunset (ภาพ: Instagram / @beforesunset.bkk)
Sweet Sunburn ไอศกรีมกล้วยหอม เสิร์ฟพร้อม banana brûlée, crumble และ tuille กรุบกรอบ จาก Before Sunset (ภาพ: Instagram / @beforesunset.bkk)
Mango Sunrise เมนูที่ผสมผสานพานนาค็อตต้ามะม่วง พานนาค็อตต้ากะทิ และไอศกรีมมะพร้าวเผาไว้ในถ้วยเดียวจาก Before Sunset (ภาพ: Instagram / @beforesunset.bkk)

ถ้าหากมีของหวานที่จะทำให้ช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ากลายเป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดของวัน Before Sunset คงเป็นหนึ่งในร้านที่คู่ควรกับคำนี้มากที่สุด ด้วยทำเลที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของร้าน The Deck ในย่านท่าเตียน ทำให้ร้านไอศกรีมโฮมเมดแห่งนี้มอบทั้งรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และวิวพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่สวยจับใจในยามเย็น

แม้ร้านจะมีขนาดกะทัดรัด แต่กลับเปี่ยมด้วยเสน่ห์ ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาให้เรียบง่าย ทำให้เราได้โฟกัสที่รสชาติและช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Sweet Sunburn ที่เป็นไอศกรีมกล้วยหอมเนื้อเนียน เสิร์ฟพร้อมกล้วย brûlée, ครัมเบิล และ tuille กรุบกรอบก็เป็นเมนูที่น่าสนใจไม่น้อย ในขณะที่ Cream Cheese Lemon Pie ไอศกรีมเลม่อนที่เพิ่มความสดชื่นแบบซับซ้อนด้วยซอลต์เท็ดคาราเมล และครัมเบิลราวกับเราได้กินเลมอนชีสพายอยู่จริงๆ

อีกหนึ่งเมนูที่เหมาะกับฤดูร้อนที่สุดคือ Mango Sunrise ซึ่งผสมผสานพานนาค็อตต้ามะม่วง พานนาค็อตต้ากะทิ และไอศกรีมมะพร้าวเผาไว้ในถ้วยเดียว ทั้งหวานละมุน และเย็นชื่นใจในแบบที่ไม่ต้องพึ่งแอร์เลยทีเดียว

Before Sunset
ที่อยู่: 40/1 ซอยประตูนกยูง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ

อ่านเพิ่มเติม: รวมพิกัดร้านอาหารและคาเฟ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เสิร์ฟทั้งรสชาติและบรรยากาศสุดชิล

5. Oyatsu no Jikan by Azuki to Kouri

Tatler Asia
Matcha & Meringue Kakigori ที่ใช้มัตฉะจากอูจิ เบลนด์กับเมอแรงก์เบาๆ และถั่วแดงญี่ปุ่นเนื้อแน่นจากร้าน Oyatsu no Jikan (ภาพ: Facebook.com / Oyatsu no Jikan)
Above Matcha & Meringue Kakigori ที่ใช้มัทฉะจากอูจิ เบลนด์กับเมอแรงก์เบาๆ และถั่วแดงญี่ปุ่นเนื้อแน่นจากร้าน Oyatsu no Jikan (ภาพ: Facebook.com / Oyatsu no Jikan)
Tatler Asia
Marian Plum Kakigori ที่ใช้มะยงชิดไทยแท้แบบเต็มผล เสิร์ฟพร้อม Fromage Blanc เนื้อเนียนนุ่ม และเนื้อมะยงชิดสดฉ่ำจากร้าน Oyatsu no Jikan (ภาพ: Facebook.com / Oyatsu no Jikan)
Above Marian Plum Kakigori ที่ใช้มะยงชิดไทยแท้แบบเต็มผล เสิร์ฟพร้อม Fromage Blanc เนื้อเนียนนุ่ม และเนื้อมะยงชิดสดฉ่ำจากร้าน Oyatsu no Jikan (ภาพ: Facebook.com / Oyatsu no Jikan)
Matcha & Meringue Kakigori ที่ใช้มัตฉะจากอูจิ เบลนด์กับเมอแรงก์เบาๆ และถั่วแดงญี่ปุ่นเนื้อแน่นจากร้าน Oyatsu no Jikan (ภาพ: Facebook.com / Oyatsu no Jikan)
Marian Plum Kakigori ที่ใช้มะยงชิดไทยแท้แบบเต็มผล เสิร์ฟพร้อม Fromage Blanc เนื้อเนียนนุ่ม และเนื้อมะยงชิดสดฉ่ำจากร้าน Oyatsu no Jikan (ภาพ: Facebook.com / Oyatsu no Jikan)

ถ้าคากิโกริคือศิลปะแห่งการทำของหวาน Oyatsu no Jikan ก็คือหนึ่งในผู้รังสรรค์ที่ประณีตที่สุด ร้านน้ำแข็งไสชื่อดังจากโตเกียวร้านนี้มาเปิดสาขาแรกนอกญี่ปุ่นที่ Velaa Sindhorn Village ภายใต้การนำของเชฟฮิโรยาสึ คาวาเตะ แห่งร้าน Florilège โดยยังคงสูตรดั้งเดิมเอาไว้ทุกประการ ตั้งแต่น้ำแข็งสูตรเฉพาะที่เนื้อนุ่มราวหิมะ ไปจนถึงการใช้ผลไม้สดแบบวันต่อวัน ไร้น้ำเชื่อม แต่เปี่ยมด้วยรสชาติ

เมนูแนะนำมีทั้งสายคลาสสิกและสร้างสรรค์ เช่น Matcha & Meringue Kakigori ที่ใช้มัทฉะจากอูจิ เบลนด์กับเมอแรงก์เบาๆ และถั่วแดงญี่ปุ่นเนื้อแน่น หรือจะเป็น Passion Mango Chiboust ที่หอมสดชื่นด้วยพุดดิ้งมะม่วง ซอสเสาวรส และครีมชิบูสต์เบิร์นหอมกลิ่นคาราเมล สำหรับที่ชอบเมนูแปลกใหม่ต้องลอง Avocado Salad Kakigori ที่มีเฉพาะสาขาไทย เป็นคากิโกริสไตล์ซาวาดิช ราดซอสอะโวคาโดและครีมเลมอน

อีกหนึ่งเมนูของหวานสดชื่นรับซัมเมอร์คือ Marian Plum Kakigori ที่ใช้มะยงชิดไทยแท้แบบเต็มผล เสิร์ฟพร้อม Fromage Blanc เนื้อเนียนนุ่ม และเนื้อมะยงชิดสดฉ่ำให้รสหวานหอมละลายในปาก ทั้งเย็น ทั้งละมุน นอกเหนือจากคากิโกริแล้ว ยังมีเมนูเด็ดอย่าง French Toast ที่ใช้ซาวร์โดห์หมักข้ามคืน เสิร์ฟพร้อมโฟมถั่วแดงและเกลือทะเล ที่มีจำกัดเพียงวันละ 50 ชิ้นเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของคนรักของหวานที่รวบรวมความหรู ความลึก และความเย็นไว้ในถ้วยเดียว

Tatler Tip: เมนูคากิโกริของร้านจะอัปเดตทุกวันตามฤดูกาลและวัตถุดิบที่มีในแต่ละวัน แนะนำให้เช็กเมนูล่วงหน้าก่อนแวะไป

Oyatsu no Jikan by Azuki to Kouri
ที่อยู่: Velaa Sindhorn Village Langsuan, ชั้น G, 87 ถนนหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 099-654-8755

6. ไสใส (Saisai)

Tatler Asia
‘ส้ม(โอ)ฉุน’ เมนูพิเศษที่ตีความขนมไทยอย่างส้มฉุนใหม่ ด้วยส้มโอทับทิมสยาม น้ำผึ้งหลวง เยลลี่กุหลาบ หอมเจียว และขิงแช่อิ่ม จากร้านไสใส (ภาพ: Instagram / @saisai.bangkok)
Above ‘ส้ม(โอ)ฉุน’ เมนูพิเศษที่ตีความขนมไทยอย่างส้มฉุนใหม่ ด้วยส้มโอทับทิมสยาม น้ำผึ้งหลวง เยลลี่กุหลาบ หอมเจียว และขิงแช่อิ่ม จากร้านไสใส (ภาพ: Instagram / @saisai.bangkok)
Tatler Asia
เมนูแตงโม ปลาคั่ว ผสมผสานปลาคั่วจาก อำเภอสายบุรี เกล็ดมะพร้าวคั่ว ลูกจากเชื่อม และเนื้อมะพร้าวหนึบ ราดน้ำเชื่อมคาราเมลมะพร้าวจากร้านไสใส (ภาพ: Instagram / @saisai.bangkok)
Above เมนูแตงโม ปลาคั่ว ผสมผสานปลาคั่วจาก อำเภอสายบุรี เกล็ดมะพร้าวคั่ว ลูกจากเชื่อม และเนื้อมะพร้าวหนึบ ราดน้ำเชื่อมคาราเมลมะพร้าวจากร้านไสใส (ภาพ: Instagram / @saisai.bangkok)
‘ส้ม(โอ)ฉุน’ เมนูพิเศษที่ตีความขนมไทยอย่างส้มฉุนใหม่ ด้วยส้มโอทับทิมสยาม น้ำผึ้งหลวง เยลลี่กุหลาบ หอมเจียว และขิงแช่อิ่ม จากร้านไสใส (ภาพ: Instagram / @saisai.bangkok)
เมนูแตงโม ปลาคั่ว ผสมผสานปลาคั่วจาก อำเภอสายบุรี เกล็ดมะพร้าวคั่ว ลูกจากเชื่อม และเนื้อมะพร้าวหนึบ ราดน้ำเชื่อมคาราเมลมะพร้าวจากร้านไสใส (ภาพ: Instagram / @saisai.bangkok)

หนึ่งในร้านน้ำแข็งไสที่กำลังมาแรงในกรุงเทพฯ อย่าง Saisai หรือ ไสใส คาเฟ่ขนมหวานย่านประตูผี ที่โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์การเล่าเรื่องวัตถุดิบไทยผ่านถ้วยหวานเย็น ‘ไส’ หมายถึงน้ำแข็งไส ส่วน ‘ใส’ คือความใสซื่อและซื่อตรงต่อรสธรรมชาติ ร้านนี้จึงครีเอตเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลโดยไม่ปรุงแต่งเกินจำเป็น เพื่อให้ได้รสชาติแท้ๆ ที่ยังคงกลิ่นอายของถิ่นกำเนิดไว้ชัดเจน

ในแต่ละฤดูกาลจะมีเมนูใหม่ให้ลองเสมอ เช่น ‘กล้วยไข่เมืองเลย ซอลท์เท็ดโคโค่นัทครีม’ ที่หวาน มัน เค็มอย่างลงตัว หรือจะเป็น ‘แตงโม ปลาคั่ว’ และ ‘ส้มจุก ซอล์ท ฮันนี่’ ที่ชวนให้เปิดใจสู่รสชาติไทยๆ แบบสดชื่น สำหรับช่วงซัมเมอร์นี้ร้านมีเมนูพิเศษอย่าง ‘ส้ม(โอ)ฉุน’ เสิร์ฟเฉพาะ Pop-up ที่ Central Chidlom ถึงสิ้นเดือนเมษายน โดยตีความขนมไทยอย่างส้มฉุนใหม่ ด้วยส้มโอทับทิมสยาม น้ำผึ้งหลวง เยลลี่กุหลาบ หอมเจียว และขิงแช่อิ่ม สดชื่นลึกซึ้งในทุกชั้นรส

นอกจากน้ำแข็งไส ยังมีเค้กข้าวโฮมเมดและผลิตภัณฑ์จากชุมชนให้เลือกช้อปกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นข้าวพื้นเมือง น้ำตาลจาก หรือน้ำผึ้งอินฟิวส์ บรรยากาศร้านตกแต่งอย่างเป็นธรรมชาติในสไตล์โมเดิร์นชนบท ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่ในบ้านเพื่อนที่ทำของอร่อยไว้รอเสิร์ฟ

ไสใส (Saisai)
ที่อยู่: 242 - 244 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ, 062-919-8555

อ่านเพิ่มเติม: 11 ร้านอาหารและบาร์ในกรุงเทพฯ ถ่ายรูปสวย ที่นักชิมสายโซเชียลห้ามพลาด

7. Cheevit Cheeva

Tatler Asia
Shokupan Sangkaya Bingsu ที่นำโชคุปังเนื้อนุ่มมาปิ้งจนกรอบ จับคู่กับสังขยาใบเตยหอมกรุ่น พร้อมครองแครงน้ำกะทิเคี้ยวมัน จากร้าน Cheevit Cheeva (Facebook.com/@cheevitcheevacafe)
Above Shokupan Sangkaya Bingsu ที่นำโชคุปังเนื้อนุ่มมาปิ้งจนกรอบ จับคู่กับสังขยาใบเตยหอมกรุ่น พร้อมครองแครงน้ำกะทิเคี้ยวมัน จากร้าน Cheevit Cheeva (Facebook.com/@cheevitcheevacafe)
Tatler Asia
Cheevit Cheeva ร้านบิงซูโฮมเมดขวัญใจคนเชียงใหม่ สู่คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ฟิวชั่น กับหลากเมนูดับร้อนที่ผสมรสไทยๆ ไว้อย่างกลมกล่อม (ภาพ: Instagram / @cheevitcheeva_dessertcafe)
Above Cheevit Cheeva ร้านบิงซูโฮมเมดขวัญใจคนเชียงใหม่ สู่คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ฟิวชั่น กับหลากเมนูดับร้อนที่ผสมรสไทยๆ ไว้อย่างกลมกล่อม (ภาพ: Instagram / @cheevitcheeva_dessertcafe)
Shokupan Sangkaya Bingsu ที่นำโชคุปังเนื้อนุ่มมาปิ้งจนกรอบ จับคู่กับสังขยาใบเตยหอมกรุ่น พร้อมครองแครงน้ำกะทิเคี้ยวมัน จากร้าน Cheevit Cheeva (Facebook.com/@cheevitcheevacafe)
Cheevit Cheeva ร้านบิงซูโฮมเมดขวัญใจคนเชียงใหม่ สู่คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ฟิวชั่น กับหลากเมนูดับร้อนที่ผสมรสไทยๆ ไว้อย่างกลมกล่อม (ภาพ: Instagram / @cheevitcheeva_dessertcafe)

จากร้านบิงซูโฮมเมดขวัญใจคนเชียงใหม่ สู่คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ฟิวชั่นที่หลายคนหลงรักอย่าง Cheevit Cheeva เสิร์ฟความละมุนในบรรยากาศสบายๆ กับสาขา flagship ใจกลางเมืองที่ Siam Square One ชั้น 1 กับหลากเมนูดับร้อนที่ครีเอตจากวัตถุดิบคุณภาพและรสสัมผัสที่คิดมาแล้วอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งนมเนื้อเนียนละลายในปาก หรือซอสโฮมเมดที่ผสมรสไทยๆ ไว้อย่างกลมกล่อม

เมนูซิกเนเจอร์ที่สร้างชื่อและอยากแนะนำให้ลองคือ Salty Egg Yolk Bua-Loi Bingsu ที่ผสานรสชาติแบบไทยเข้ากับความเย็นสดชื่นของบิงซูได้อย่างลงตัว บัวลอยสีพาสเทลนุ่มหนึบ เสิร์ฟพร้อมน้ำกะทิ มะพร้าวอ่อน และซอสไข่เค็มหอมมันที่ทำให้ทุกคำกลายเป็นความสุขยามบ่ายแบบไม่รู้ตัว อีกหนึ่งเมนูที่หลายคนต้องหลงรักคือ Shokupan Sangkaya Bingsu ที่นำโชคุปังเนื้อนุ่มมาปิ้งจนกรอบ จับคู่กับสังขยาใบเตยหอมกรุ่น พร้อมครองแครงน้ำกะทิเคี้ยวมัน ช่วยเติมทั้งความหอม ความกรุบ และความครีมมี่ให้เต็มถ้วย

นอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษสุดสำหรับหน้าร้อนนี้คือ Tago Mango Bingsu เมนูบิงซูที่ได้แรงบันดาลใจจากขนมตะโก้มะม่วง จัดเต็มด้วยเนื้อมะม่วงน้ำดอกไม้หวานฉ่ำ ผสานความละมุนของตะโก้ สาคูอัญชัน และไข่มุกข้าวเหนียวแดง ราดด้วยซอสมะม่วงสูตรพิเศษ เปรี้ยวหวานสดชื่น พร้อมให้ใจละลายตั้งแต่คำแรก

Cheevit Cheeva (สาขา Siam Square Flagship Store)
ที่อยู่: Siam Square One, ชั้น 1, 338 ถนนพระรามหนึ่ง แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 099-641-1123

8. VE/LA

Tatler Asia
VE/LA Blended เมนูสมูทตี้สายสุขภาพที่ทั้งหน้าตาสวยเหมือนงานศิลปะในแก้ว สีสันสดใส และยังดีต่อสุขภาพจาก VE/LA (ภาพ: Instagram / @velabkk)
Above VE/LA Blended เมนูสมูทตี้สายสุขภาพที่ทั้งหน้าตาสวยเหมือนงานศิลปะในแก้ว สีสันสดใส และยังดีต่อสุขภาพจาก VE/LA (ภาพ: Instagram / @velabkk)
Tatler Asia
Blended Cerulean สมูทตี้สีฟ้าสวยเย็นตาจากบลูสไปรูลินา ผสมผลไม้รสเปรี้ยวหวานอย่างสับปะรด มะม่วง กีวี และนมโอ๊ตจาก VE/LA (ภาพ: Instagram / @velabkk)
Above Blended Cerulean สมูทตี้สีฟ้าสวยเย็นตาจากบลูสไปรูลินา ผสมผลไม้รสเปรี้ยวหวานอย่างสับปะรด มะม่วง กีวี และนมโอ๊ตจาก VE/LA (ภาพ: Instagram / @velabkk)
VE/LA Blended เมนูสมูทตี้สายสุขภาพที่ทั้งหน้าตาสวยเหมือนงานศิลปะในแก้ว สีสันสดใส และยังดีต่อสุขภาพจาก VE/LA (ภาพ: Instagram / @velabkk)
Blended Cerulean สมูทตี้สีฟ้าสวยเย็นตาจากบลูสไปรูลินา ผสมผลไม้รสเปรี้ยวหวานอย่างสับปะรด มะม่วง กีวี และนมโอ๊ตจาก VE/LA (ภาพ: Instagram / @velabkk)

ในช่วงซัมเมอร์ที่อากาศร้อนแทบละลายแบบนี้ ลองหาคาเฟ่ดีๆ หลบแดด พร้อมนั่งชิลล์อย่าง VE/LA Studio สุขุมวิท 49 คาเฟ่ฟีลดีในย่านทองหล่อที่มีครบตั้งแต่คาเฟ่และบรันช์ไปจนถึงดินเนอร์ บาร์ และขนมหวาน เปิดให้บริการยาวๆ ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงคืน พร้อมต้อนรับน้องหมาน้องแมว เพราะเป็นคาเฟ่ pet-friendly แบบเต็มที่ (มี Puppuccino ให้บริการฟรีสำหรับน้องๆ สี่ขาอีกด้วย)

จุดเด่นของที่นี่นอกจากกาแฟดี ขนมอร่อยแล้ว ยังมีเมนูสมูทตี้สายสุขภาพที่น่าสนใจมากในชื่อ VE/LA Blended เครื่องดื่มแบบปั่นที่ทั้งหน้าตาสวยเหมือนงานศิลปะในแก้ว สีสันสดใส และยังดีต่อสุขภาพ ด้วยผลไม้สด นมพืช และ superfood รสหวานสดชื่นจากธรรมชาติแบบไม่ต้องเติมน้ำตาล หรือจะเป็นเวอร์ชั่นที่มีพลังงานเบาๆ จากกาแฟก็ดีไม่แพ้กัน

เมนูแนะนำที่เหมาะกับหน้าร้อนสุดๆ ต้องลอง Blended Cerulean สีฟ้าสวยเย็นตาจากบลูสไปรูลินา ผสมผลไม้รสเปรี้ยวหวานอย่างสับปะรด มะม่วง กีวี และนมโอ๊ต หรือจะลอง Blended Matchaberry ที่รวมความเข้มข้นของมัทฉะกับความสดของสตรอว์เบอร์รีในแก้วเดียว สดชื่นแบบมีมิติ เหมาะกับสายหวานที่ไม่อยากรู้สึกผิดหลังดื่ม ใครเป็นแฟนสมูทตี้ หรือกำลังมองหาเครื่องดื่มหวานเย็นคลายร้อนที่ทั้งเฮลท์ตี้และอร่อย ลองแวะมาสัมผัสความสดชื่นแบบไม่ธรรมดาที่ VE/LA ได้ทุกสาขา

VE/LA Studio (สาขา Flagship)
ที่อยู่: Walton Suites, 199 ซอยสุขุมวิท 49/11 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ, 062-604-5616

อ่านเพิ่มเติม: 15 คาเฟ่และร้านอาหาร pet-friendly สุดเก๋ ที่คุณและสัตว์เลี้ยงแสนรักต้องไปเช็กอิน

9. Oh! Juice

Tatler Asia
Oh! Juice แบรนด์สมูทตี้พรีเมียม ที่เน้นผลไม้สดจากฟาร์มของตัวเอง ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สารปรุงแต่ง พร้อมเติมเต็มด้วยซูเปอร์ฟู้ด วิตามินบูสต์ และคอลลาเจนคุณภาพสูง (ภาพ: Facebook.com / Ohjuice.thailand)
Above Oh! Juice แบรนด์สมูทตี้พรีเมี่ยม ที่เน้นผลไม้สดจากฟาร์มของตัวเอง ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สารปรุงแต่ง พร้อมเติมเต็มด้วยซูเปอร์ฟู้ด วิตามินบูสต์ และคอลลาเจนคุณภาพสูง (ภาพ: Facebook.com / Ohjuice.thailand)
Tatler Asia
Ocean N Earth สมูทตี้ที่ผสานอะโวคาโด ครีมมะพร้าว และ Blue Majik เข้าด้วยกันอย่างละมุน เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Oh! Juice (ภาพ: Facebook.com / Ohjuice.thailand)
Above Ocean N Earth สมูทตี้ที่ผสานอะโวคาโด ครีมมะพร้าว และ Blue Majik เข้าด้วยกันอย่างละมุน เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Oh! Juice (ภาพ: Facebook.com / Ohjuice.thailand)
Oh! Juice แบรนด์สมูทตี้พรีเมียม ที่เน้นผลไม้สดจากฟาร์มของตัวเอง ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สารปรุงแต่ง พร้อมเติมเต็มด้วยซูเปอร์ฟู้ด วิตามินบูสต์ และคอลลาเจนคุณภาพสูง (ภาพ: Facebook.com / Ohjuice.thailand)
Ocean N Earth สมูทตี้ที่ผสานอะโวคาโด ครีมมะพร้าว และ Blue Majik เข้าด้วยกันอย่างละมุน เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Oh! Juice (ภาพ: Facebook.com / Ohjuice.thailand)

จากร้านสลัดขวัญใจสายเฮลท์ตี้อย่าง โอ้กะจู๋ สู่การเปิดตัวแบรนด์สมูทตี้พรีเมี่ยม Oh! Juice ที่กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลแทบจะในทันที ด้วยสูตรเฉพาะที่เน้นผลไม้สดจากฟาร์มของตัวเอง ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สารปรุงแต่ง พร้อมเติมเต็มด้วยซูเปอร์ฟู้ด วิตามินบูสต์ และคอลลาเจนคุณภาพสูง สมูทตี้ของที่นี่จึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่มสุขภาพธรรมดา แต่คือของหวานในเวอร์ชั่นที่ดีต่อร่างกาย และสวยราวกับงานศิลปะในแก้ว

เมนูยอดนิยมที่หลายๆ คนต้องสั่งและเรียกว่าน่าจะเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน คงหนีไม่พ้น Ocean N Earth ที่ผสานอะโวคาโด้ ครีมมะพร้าว และ Blue Majik เข้าด้วยกันอย่างละมุน หรือ Angel’s Secret ที่ออกแบบมาเพื่อบำรุงผิวโดยเฉพาะ เสิร์ฟความหวานละมุนจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี เมเปิลไซรัป และเจลลี่ธรรมชาติ

ซัมเมอร์นี้ยังมีเมนูพิเศษอย่าง Waikiki Sky Smoothies ที่มีขายเฉพาะ 4 สาขาที่ The Mall Lifestore ซึ่งรวมซูเปอร์ฟู้ดสดชื่นไว้ในแก้วเดียว ทั้งสับปะรด มะม่วง สตรอว์เบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ น้ำมะพร้าวออร์แกนิก และ Pitaya Coconut Cream พร้อมเติมความ glow ด้วย Skin Booster, Irish Sea Moss Gel และ Blue Majik เป็นของหวานเพื่อสุขภาพที่ทั้งอร่อย อยู่ท้อง และดูดีตั้งแต่เสิร์ฟจนหมดแก้ว

Oh! Juice (สาขา Siam Square One)
ที่อยู่: Siam Square One, ชั้น 3, ถนนพระรามหนึ่ง แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, 061-798-6886

10. Plantiful

Tatler Asia
Peachy Sea Moss เมนูสมูทตี้ที่ใส่ Sea moss gel พร้อมด้วยพีช มะม่วง สตรอว์เบอร์รี กล้วย โยเกิร์ตมะพร้าว นมโอ๊ต และอัลมอนด์บัตเตอร์แบบจัดเต็มจาก Plantiful (ภาพ: Instagram / @plantiful.bkk)
Above Peachy Sea Moss เมนูสมูทตี้ที่ใส่ Sea moss gel พร้อมด้วยพีช มะม่วง สตรอว์เบอร์รี่ กล้วย โยเกิร์ตมะพร้าว นมโอ๊ต และอัลมอนด์บัตเตอร์แบบจัดเต็มจาก Plantiful (ภาพ: Instagram / @plantiful.bkk)
Tatler Asia
Cosmic Coco สมูทตี้สีสวย เข้มข้นด้วยกล้วย มะม่วง อะโวคาโด และ blue spirulina รวมวัตถุดิบชั้นเยี่ยมไว้อย่างละมุนจาก Plantiful (ภาพ: Instagram / @plantiful.bkk)
Above Cosmic Coco สมูทตี้สีสวย เข้มข้นด้วยกล้วย มะม่วง อะโวคาโด้ และ blue spirulina รวมวัตถุดิบชั้นเยี่ยมไว้อย่างละมุนจาก Plantiful (ภาพ: Instagram / @plantiful.bkk)
Peachy Sea Moss เมนูสมูทตี้ที่ใส่ Sea moss gel พร้อมด้วยพีช มะม่วง สตรอว์เบอร์รี กล้วย โยเกิร์ตมะพร้าว นมโอ๊ต และอัลมอนด์บัตเตอร์แบบจัดเต็มจาก Plantiful (ภาพ: Instagram / @plantiful.bkk)
Cosmic Coco สมูทตี้สีสวย เข้มข้นด้วยกล้วย มะม่วง อะโวคาโด และ blue spirulina รวมวัตถุดิบชั้นเยี่ยมไว้อย่างละมุนจาก Plantiful (ภาพ: Instagram / @plantiful.bkk)

หนึ่งในสมูทตี้แบรนด์ไทยที่หลายคนเรียกว่า ‘Erewhon เมืองไทย’ อย่าง Plantiful ยังคงครองกระแสบนโซเชียลอย่างต่อเนื่อง ด้วยคอนเซ็ปต์ plant-based ที่ทั้งดูดี กินง่าย และดีต่อร่างกาย จนกลายเป็นปลายทางของทั้งสายสุขภาพ สายบิวตี้ และคนรักสมูทตี้ที่อยากได้อะไรที่มากกว่าคำว่าอร่อย แถมหน้าตาแต่ละแก้วยังสวยเหมือนของหวานจากสตูดิโอศิลปะ

เมนูสมูทตี้ที่ห้ามพลาดมีทั้ง Glow Berry Boost ที่ใส่ผลไม้กว่า 15 ชนิดในแก้วเดียว พร้อมกลิ่นหอมของสตรอว์เบอร์รี่ อินทผลัม และบีทรูท หรือจะเป็น Cosmic Coco สมูทตี้เข้มข้นที่รวมกล้วย มะม่วง อะโวคาโด้ และ blue spirulina ไว้ได้อย่างละมุน สำหรับคนที่กำลังสนใจกระแส Sea moss ก็มี Peachy Sea Moss เมนูสมูทตี้ที่ใส่ sea moss gel พร้อมด้วยพีช มะม่วง สตรอว์เบอร์รี้ กล้วย โยเกิร์ตมะพร้าว นมโอ๊ต และอัลมอนด์บัตเตอร์แบบจัดเต็ม

ร้านมีสองสาขา ได้แก่ที่สุขุมวิท และสาขาใหม่ที่ Gaysorn Amarin ที่ตกแต่งสบายตาเหมาะกับทั้งการนั่งชิลล์หรือสั่งกลับบ้าน แต่ไม่ว่าจะที่ไหน แก้วไหน ความใส่ใจในวัตถุดิบของ Plantiful ก็พิสูจน์ได้ว่าของหวานแบบสุขภาพดีนั้นมีอยู่จริง และอร่อยได้โดยไม่ต้องแลกกับคุณภาพเลยแม้แต่น้อย

Plantiful (สาขาสุขุมวิท 61)
ที่อยู่: 27 ซอยสุขุมวิท 61 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ, 091-715-5247

Topics

Manta Klangboonkrong
Dining & City Guide Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

Manta Klangboonkrong has a passion for uncovering exceptional dining destinations and distinctive travel experiences - a trusted voice in Thailand’s luxury lifestyle space.

Reach her at manta.klangboonkrong@tatlerasia.com.