ออกไปลิ้มรสขนมไทยในหลากหลายคาเฟ่ที่ Tatler คัดสรรมาแล้วว่า จะเปลี่ยนภาพจำขนมไทยที่เคยถูกมองว่าเชย ให้น่าสนใจกว่าที่คุณเคยรู้จัก
ขนมหวานไทยมีความหลากหลายและเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ภาพขนมไทยแบบดั้งเดิมอาจไม่ดูหวือหวาหรือน่าตื่นเต้นเท่ากับขนมฝรั่ง หรือขนมสมัยใหม่อื่นๆ ที่สำคัญหลายคนอาจมองว่าขนมไทยนั้นเป็นเมนูเชยๆ ไม่น่าสนใจ แต่ในความเป็นจริง ทั้งวัตถุดิบและกระบวนการทำที่มีความซับซ้อน ทำให้ขนมไทยมีมิติมากกว่าแค่ความหวานละมุน
ลองนึกถึงเท็กซ์เจอร์ที่หลากหลาย ทั้งความนุ่มหยุ่นของแป้งชนิดต่างๆ ความหวานจากน้ำตาลมะพร้าว ความมันและความเค็มที่ไม่ค่อยถูกนำมาใช้ในขนมหวานของฝรั่ง รวมถึงกลิ่นหอมจากใบเตยหรือควันเทียน ทุกอย่างล้วนแล้วแต่สรัางเสน่ห์ความน่าสนใจที่ทำให้ขนมไทยโดดเด่นจากขนมชาติอื่น
เราเข้าใจดีว่าหากอธิบายแต่รสชาติหรือหน้าตาอาจไม่น่าดึงดูดพอ Tatler เลยขอรวบรวมคาเฟ่ที่นำเสนอขนมไทยในรูปแบบร่วมสมัยและน่าสนใจมากขึ้น แถมการตกแต่งร้านก็ยัง 'Instagrammable' ที่ชวนให้นักชิม โดยเฉพาะสายหวาน อยากแชร์ไลฟ์สไตล์นี้อวดโลกโซเชียล และเชื้อเชิญให้ทุกคนออกไปสัมผัสประสบการณ์การรับประทานขนมไทยแบบที่ไม่จำเจไปด้วยกัน
อ่านเพิ่มเติม: สัมผัสเสน่ห์ขนมไทยกับร้านขนมที่เหล่านักชิมไม่ควรพลาด
1. Coconut Culture

Above ไอศกรีมที่ใช้เบสจากน้ำมะพร้าว และกะทิ ท็อปด้วยท็อปปิ้งไทยๆ อย่างทองม้วน คุกกี้ไข่เค็ม และกระฉีก (ภาพ: Facebook.com / @Coconut Culture)

Above ไอศกรีมที่ใช้เบสจากน้ำมะพร้าว และกะทิ จากร้าน Coconut Culture (ภาพ: Facebook.com / @Coconut Culture)
เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ขนมหวานเย็นๆ แสนสดชื่นจึงเป็นเมนูที่รับประทานได้ทุกเวลา (ซึ่งหลายคนก็ชอบมากๆ แม้แต่ในช่วงที่ฝนตกหรืออากาศเย็น) ซึ่งจะมีอะไรดีไปกว่าไอศกรีม แต่หากรับประทานไอศกรีมกะทิธรรมดาๆ ก็ดูจะน่าเบื่อเกินไป เราขอพาคุณไปชิมไอศกรีมจาก Coconut Culture ร้านไอศกรีมสุดเก๋บนถนนพระอาทิตย์ ที่จะเปลี่ยนไอศกรีมมะพร้าว ไอศกรีมกะทิพื้นๆ ให้ดูมีลูกเล่นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
โดยปกติเราคงคุ้นเคยกับไอศกรีมที่มีเบสเป็นนมวัว แต่ร้านนี้สร้างความแตกต่างด้วยการใช้น้ำมะพร้าวและกะทิเป็นเบสให้กับไอศกรีม และมีรสชาติให้เลือกมากถึง 20 รสชาติ ตั้งแต่ไอศกรีมเบาๆ แบบเชอร์เบทที่มีเบสเป็นน้ำมะพร้าว ไปจนถึงไอศกรีมรสชาติครีมมี่ที่มีเบสมาจากกะทิ
ลองจินตนาการถึงเชอร์เบทชาดำเสาวรสที่มีเบสน้ำมะพร้าวแสนสดชื่น หรือจะเป็นไอศกรีมรสขนมบ้าบิ่น รับรองได้เลยว่าการกินไอศกรีมของ Coconut Culture จะต้องทำให้ประสบการณ์ขนมไทยของคุณสนุกขึ้นแน่นอน แต่เท่านั้นอาจยังไม่พอ เราขอเพิ่มท็อปปิ้งสไตล์ไทยๆ เข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นวาฟเฟิลทองม้วน คุกกี้ไข่เค็ม หรือท็อปปิ้งที่คุ้นหน้าคุ้นตาในไอศกรีมแบบไทยอย่างข้าวเหนียวมูน และกระฉีก (มะพร้าวขูดผัดกับน้ำตาล)
Coconut Culture
ที่อยู่: 100/6 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
2. Hometown Gelato & Coffee

Above บรรยากาศหน้าร้าน Hometown Gelato & Coffee คาเฟ่เล็กๆ ในย่านเจริญกรุง (ภาพ: Instagram / @hometownbkk)

Above เมนูกาแฟอัฟโฟกาโต้ พร้อมไอศกรีมขนมไข่ และขนมไข่ จากร้าน Hometown Gelato & Coffee คาเฟ่เล็กๆ ในย่านเจริญกรุง (ภาพ: Instagram / @hometownbkk)
เมื่อพูดถึงไอศกรีมกันไปแล้ว เราก็ยังมีร้านเจลาโต้ที่น่าสนใจมานำเสนอ ซึ่งแน่นอนว่าร้านนี้ก็ไม่ใช่เจลาโต้ธรรมดาแต่มีการนำเอาขนมไทยที่เราคุ้นหน้าคุ้นตามาทวิสต์เป็นเมนูไอศกรีมสุดเก๋
เราอยากให้คุณได้รู้จัก Hometown Gelato & Coffee คาเฟ่เล็กๆ ในย่านเจริญกรุง ที่คุณจะได้ลิ้มลองเจลาโต้รสชาติใหม่ๆ ผ่านการใช้วัตถุดิบไทยและไอเดียขนมไทยมาทวิสต์เข้าไป อย่างเจลาโต้ขนมไข่ ที่นำเอาขนมไข่เตาถ่าน ขนมขึ้นชื่อย่านเจริญกรุง ที่ได้ทั้งความหวานเย็นและเท็กซ์เจอร์ของขนมไข่ชิ้นเล็กๆ ที่แทรกอยู่ในเนื้อไอศกรีม หรือใครที่ชอบความสดชื่นเบาๆ ที่ร้านก็มีเจลาโต้ส้มฉุนที่นำขนมไทยลอยแก้วแบบโบราณมาตีความใหม่ในรูปแบบไอศกรีม ใครที่อยากลองประสบการณ์ขนมไทยที่แตกต่างไปจากเดิม นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่น่าสนใจ
Hometown Gelato & Coffee
ที่อยู่: 83 ซอยเจริญกรุง 3 แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
อ่านเพิ่มเติม: ปักหมุด 6 คาเฟ่ทั่วกรุง ที่สายฮอปปิ้งไม่ควรพลาด
3. Haab

Above เมนูขนมไข่สูตรออริจินัลจากสงขลา ที่หอมและชุ่มฉ่ำเนย จากร้าน Haab (ภาพ: Facebook.com / @haab.bkk)

Above บรรยากาศร้าน Haab สาขาแฟล็กชิพบนถนนบรรทัดทอง (ภาพ: Facebook.com / @haab.bkk)
อีกหนึ่งคาเฟ่ที่นำขนมไข่มานำเสนอในรูปแบบใหม่คือ Haab ร้านขนมไข่สูตรสงขลาซึ่งเป็นอีกหนึ่งร้านไวรัลในย่านบรรทัดทอง ขนมไข่สูตรสงขลาคือขนมไข่ที่โดดเด่นด้วยการบีบเนยเข้าไปด้านในเนื้อขนม ทำให้ได้ความชุ่มฉ่ำและหอมเนย ล่าสุด Haab ก็ได้เปิดร้านแฟล็กชิพคาเฟ่อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ด้วยคอนเซ็ปต์ที่เอากลิ่นอายเมืองสงขลามาทำให้โมเดิร์นขึ้น พร้อมเสริมความโดดเด่นของเมนูขนมไข่ด้วยการราดท็อปปิ้งต่างๆ ที่ยกระดับขนมไข่ธรรมดาๆ ขึ้นไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นสังขยาและครัมเบิล หรือครีมขนมเบื้องพร้อมฝอยทอง และท็อปปิ้งอื่นๆ รวมแล้วถึงแปดรสชาติ
นอกจากนี้ ทางร้านยังมีเมนูใหม่อย่าง 'ขนมดอกโดน' ขนมพื้นบ้านของทางภาคใต้ที่หารับประทานได้ยาก ที่แป้งหอม กรอบนอก นุ่มใน มีไส้มะพร้าวขูดมันๆ แทรกอยู่ ทำให้ตัวขนมมีมิติมากขึ้นไปอีก
Haab
ที่อยู่: 995 - 997 ถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
4. Table of Contents

Above บรรยากาศการตกแต่งร้าน Table of Contents คาเฟ่สุดเก๋ย่านบรรทัดทอง (ภาพ: Facebook.com / @tableofcontents.toc)

Above เมนู Doughko ที่ใช้แป้งปาท่องโก๋สอดไส้ขนมไทยต่างๆ (ภาพ: Facebook.com / @tableofcontents.toc)
Table of Contents คาเฟ่สองชั้นหน้าตาสุดคูลในย่านบรรทัดทอง ที่ผสมผสานสไตล์การออกแบบที่ดู feminine และ masculine เข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ แต่ความเก๋ไม่ใช่แค่ดีไซน์การออกแบบร้าน เพราะเมนูต่างๆ ของทางร้านก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
หนึ่งในเมนูที่เรียกได้ว่าเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านคือ 'Doughko' เมนูที่นำหลากหลายขนมไทยมาทวิสต์ โดยใช้แป้งปาท่องโก๋มาทำเป็นเบส แล้วสอดไส้ด้วยขนมไทยต่างๆ ทั้งบ้าบิ่น, ขนมเบื้อง, ขนมครกข้าวโพด, ขนมครกต้นหอม, ขนมเปียกปูน, ขนมใส่ไส้, มะขามคัสตาร์ด, มะนาวคัสตาร์ด รวมไปถึงการนำขนมฝรั่งเศสอย่าง Canalé มาปรับเป็นเมนูใหม่โดยใช้ไอเดียของข้าวเหนียวปิ้งไส้เผือก รับประทานคู่กับเมนูกาแฟรสชาติเยี่ยมอีกหลายรายการ
Table of Contents
ที่อยู่: 21 ซอยจุฬาลงกรณ์ 16 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
5. Dessert Bar by Busaba

Above เซ็ตขนมไทย Busaba Tester Set ที่มีขนม 5 ชิ้นพร้อมเครื่องดื่ม (ภาพ: Facebook.com / @DessertBarBusaba)

Above บรรยากาศร้าน Dessert Bar by Busaba คาเฟ่ Fine dessert ในจังหวัดอยุธยา (ภาพ: Facebook.com / @DessertBarBusaba)
ขยับออกมาสักนิดไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับประสบการณ์ใน Dessert Bar by Busaba บาร์ขนมไทยที่นำเสนอขนมไทยโบราณที่ไม่คุ้นหูในแบบ fine dessert ที่ถูกนำมาจับคู่กับเมนูเครื่องดื่ม fine drinks ที่รังสรรค์โดย mixologist ของทางร้าน
แม้ว่าทางร้านอาจไม่ได้มีชอยส์ของขนมมากนัก แต่ทุกเมนูก็ล้วนมีความน่าสนใจ เพราะเป็นการนำขนมไทยแบบเดิมมาตีความใหม่ เช่น 'บ้าบิ่นข้างแรม' ที่นำขนมบ้าบิ่นแบบไทยมาเจอกับโชยุหวานญี่ปุ่น, 'ขนมครกฝรั่งเศส' ที่ปรับคานาเล่ให้มีส่วนผสมของน้ำตาลมะพร้าว ตัดรสด้วยซอสมะเกี๋ยง, 'ขนมเบื้องคาวหวาน' ที่ผสมผสานกุ้งแห้งจากภาคใต้และครีมโฮจิฉะเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีเค้กข้าวเหนียวอบควันเทียน และพดด้วงทอง ขนมจากแรงบันดาลใจของขนมทองโบราณสมัยอยุธยา (ซึ่งใช้เวลาทำถึง 3 วัน) ทางร้านยังมีเครื่องดื่มอีก 12 รายการให้คุณได้ลองจิบคู่กับเมนูขนมไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์ความหวานสไตล์ไทยๆ รูปแบบใหม่นี้
Tatler Tip: ขนมบางชนิดของทางร้านใช้เวลาทำค่อนข้างนาน แนะนำให้จองล่วงหน้า
Dessert Bar by Busaba
ที่อยู่: 56/2 ถนนอู่ทอง ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 13000
6. Kaew Boutique

Above บรรยากาศร้าน 'แก้ว Boutique' คอนเซ็ปต์สโตร์โดยทายาทรุ่นที่สอง ที่พัฒนาจากร้านของฝากประจำจังหวัด (ภาพ: Facebook.com / Kaew Boutique)

Above เมนูทองม้วนสดกรอบ สอดไส้สังขยาใบเตยและมะพร้าวอ่อน (ภาพ: Facebook.com / Kaew Boutique)
เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นขนมหวานจากร้าน Kaew Boutique (แก้วบูทีค) กันมาบ้างแล้ว หลังจากที่ทางร้านไปเปิดป๊อปอัพในห้างใหญ่ๆ แต่ครั้งนี้ เราขอพาคุณไปที่คอนเซ็ปต์สโตร์ของแบรนด์ในจังหวัดกาญจนบุรี ที่เกิดจากการต่อยอดร้านของฝากในจังหวัดกาญจนบุรีโดยทายาทรุ่นที่สองของแบรนด์ เพื่อยกระดับให้ร้านขนมแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายที่คนตั้งใจปักหมุดเดินทางมาเยือนจังหวัดกาญจนบุรีโดยเฉพาะ
เมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่คุณไม่ควรพลาดเลยคือเมนูท้องม้วนสด ซึ่งทางร้านสร้างความแตกต่างด้วยการดีไซน์เมนูใหม่ออกมาเป็น ทองม้วนสดกรอบ ที่เปลี่ยนทองม้วนสดนุ่มหนึบสอดไส้มะพร้าว ให้กลายเป็นขนมที่หอมใบเตย กรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ด้วยครีมสังขยาใบเตย ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเมนูทองม้วนสดกรอบไส้ชาไทย ที่นำชาไทยรสชาติเข้มข้นมาผสมในแป้งทองม้วนสด เพิ่มความเข้มข้นไปอีกขั้นด้วยครีมชาไทยที่สอดอยู่กลางชิ้นขนม ที่รับรองได้เลยว่าคนรักชาไทยจะต้องปลื้มแน่นอน นอกจากนี้ยังมีเค้กโรลใบเตยมะพร้าวอ่อน และเค้กโรลชาไทยมะพร้าวอ่อนให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อยล้ำของเมนูขนมไทยแบบใหม่ๆ ได้อีกด้วย
Kaew Boutique
ที่อยู่: 89 หมู่ 13, ตําบลปากแพรก อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 71000
Topics




