ได้เวลาเริ่มต้นปีใหม่หลังเทศกาลสังสรรค์ผ่านพ้นไป ต้อนรับ Dry January ที่จะทำให้คุณจิบค็อกเทล ปาร์ตี้ และเปิดบทสนทนาไปกับค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ในบาร์และคาเฟ่สุดเก๋ทั่วกรุง
ปี 2025 เริ่มต้นด้วยการที่หลายคนตั้งใจปรับไลฟ์สไตล์ตัวเองใหม่ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และสอดคล้องกับเทรนด์ wellness ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทรนด์การดูแลสุขภาพและการเลือกสิ่งที่ดีให้กับร่างกายกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของปีใหม่ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมนี้ มีเทรนด์การกินดื่มที่น่าสนใจอย่าง ‘Dry January’ ซึ่งเป็นการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและยังคงความมีสติในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
หลังจากจบปาร์ตี้ข้ามปีที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน การเลือกที่จะลดหรืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเดือนนี้ทำให้เรามีโอกาสในการปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการสังสรรค์กับเพื่อนๆ ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม แม้เราเลือกที่จะงดแอลกอฮอล์แล้วก็ตาม
‘Sober Curious’ เป็นวัฒนธรรมการดื่มที่กำลังเติบโตขึ้นในปี 2025 ทั้งในไทยและต่างประเทศ เป็นการเลือกดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น ค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ ไวน์ไร้แอลกอฮอล์ เบียร์ไร้แอลกอฮอล์ หรือที่หลายๆ คนอาจใช้คำว่า ‘Zero-Proof’ ที่ยังคงความซับซ้อนของกลิ่นและรสชาติที่คุ้นเคย แต่จะไม่ทำให้เรารู้สึกเมาหรือมีอาการแฮงก์โอเวอร์
หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่เหมาะสำหรับการสังสรรค์และยังสามารถดื่มค็อกเทล (ไร้แอลกอฮอล์) ได้อย่างเต็มที่ Tatler ก็มีบาร์และคาเฟ่ทั่วกรุงที่คุณสามารถออกไปสัมผัส Sober Culture ได้
อ่านเพิ่มเติม: ห้ามพลาด บรันช์ที่ดีที่สุดทั่วกรุงเทพฯ
1. Skål Sober Bar & Drink Akademi

Above Skål Sober Bar (ภาพ: Instagram / @skalsoberbar.bkk)

Above คลาส Non-Alcoholic Spirits - Tasting 101 ที่ร้าน Skål Sober Bar (ภาพ: Instagram / @skalsoberbar.bkk)
ที่นี่คือบาร์ non-alcohol ที่พร้อมเปิดโลกไร้แอลกอฮอล์ให้คุณได้รู้จักกับความสนุกในแบบ O% ABV. เพราะนอกจากบาร์แห่งนี้จะเสิร์ฟค็อกเทลและไวน์แบบไร้แอลกอฮอล์แล้ว ก็ยังเป็น Bottle Shop ที่เปิดโอกาสให้คุณได้เข้ามาเลือกซื้อเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ติดมือกลับบ้านไปได้ ไม่ว่าจะเป็น จิน วอดก้า หรือไวน์ (ซึ่งปกติจะเปิดเป็นร้านออนไลน์ และเปิดให้ walk-in ได้เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น)
นอกจากนี้ในวันจันทร์ - ศุกร์ บาร์แห่งนี้ยังเปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสกับ no booze experiences ที่มีตั้งแต่เวิร์กช็อปการทำค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ เซสชั่นเทสติ้งเครื่องดื่ม ไปจนถึงบูธป๊อปอัพในงานอีเวนต์ต่างๆ ใครที่อยากทดลองก้าวเข้าสู่วัฒนธรรม Sober Curious ต้องไปลองที่นี่เลย
Skål Sober Bar & Drink Akademi
ที่อยู่: 149/3 ซอย 20, หมู่บ้านสัมมากร, ถนนรามคำแหง 110 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ
2. Progress Café & Bar

Above เมนูค็อกเทล Dream Black ที่ผสมผสานกาแฟและเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ จากร้าน Progress café & bar (ภาพ: Instagram / @progress_ari)
ถ้าคุณนึกอยากจะดื่มค็อกเทลในช่วงสายๆ ในซอยอารีย์ คงไม่มีที่ไหนมอบประสบการณ์แบบนี้ให้คุณได้ นอกจาก Progress Café & Bar คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นที่แฝงตัวอยู่บนชั้น 2 ของร้านสักในซอยอารีย์ 1 ที่ตอนกลางคืนจะเปลี่ยนเป็นบาร์สุดคูลในบรรยากาศแบบคนเมือง เสิร์ฟทั้ง coffee cocktail และ signature cocktail ให้ทุกคนได้มาผ่อนคลาย ที่สำคัญคือร้านนี้ยังมี Zero% cocktail ที่ทวิสต์มาจากเมนูคลาสสิกค็อกเทล เช่น Urban Sour ที่ปรับมาจาก New York Sour ให้ทุกคนได้ดื่มค็อกเทลที่มีรสสัมผัสซับซ้อนมีเสน่ห์ แต่ปราศจากแอลกอฮอล์ (ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถดื่มค็อกเทลในยามเช้าได้อีกด้วย)
Progress Café & Bar
ที่อยู่: 2, 7 ชั้น 2 ซอยอารีย์ 1 เขตพญาไท กรุงเทพฯ
3. Zakara Café
Zakara Home Café คือคาเฟ่เล็กๆ ที่เสิร์ฟกาแฟสเปเชียลตี้ในบรรยากาศห้องนั่งเล่นสบายๆ ชวนให้คุณได้พูดคุยอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ และบาริสต้าที่เชี่ยวชาญด้านกาแฟ นอกจากกาแฟคุณภาพดีจากหลากหลายแหล่งแล้ว ที่นี่ยังมีค็อกเทลกาแฟซึ่งเป็นค็อกเทลที่ใช้เหล้า 0% alcohol เป็นเบส ซึ่งมีให้เลือกหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Irish coffee 0%, Zero Negroni หรือ Pina Colada Zero รวมถึงเมนูอื่นๆ ที่ผสมผสานกาแฟและเหล้าไร้แอลกอฮอล์เอาไว้ด้วยกัน หากคุณคือคนรักกาแฟ (และค็อกเทล) ที่นี่คืออีกหนึ่งร้านที่คุณไม่ควรพลาดช่วง Dry January
Zakara Home Café
ที่อยู่: 185 หมู่บ้านชลนิเวศร์ ถนนประชาชื่น แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
4. Somewhere Home Café

Above บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบอินดัสเทรียล แต่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นตามแบบโฮมคาเฟ่ (ภาพ: Instagram / @somewhere.homecafe)

Above Heart Beat เมนูค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ที่มีเบสเป็นกาแฟ ซิกเนเจอร์ของร้าน (ภาพ: Instagram / @somewhere.homecafe)
ในย่านอ่อนนุช มีร้าน Somewhere Home Café คาเฟ่เล็กๆ ที่ทาด้วยสีเขียวสดใส ภายในตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียล ที่ให้บริการทั้งกาแฟสเปเชียลตี้ ขนม และเครื่องดื่มสไตล์โฮมมี่อื่นๆ พร้อมด้วยเบเกอรี่สูตรเฉพาะของทางร้าน นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่ม non-alcoholic cocktail ที่พร้อมมอบประสบการณ์ค็อกเทลที่ไม่เมาให้กับคุณ โดยหยิบเอากาแฟมาใช้เป็นเบสหลักของเครื่องดื่ม หลากหลายเมนูที่นี่รับรองได้ว่าคุณจะได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรม sober curious อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสายคาเฟ่ฮอปปิ้งหรือสายค็อกเทล ที่นี่คือคำตอบสำหรับคุณ
Somewhere Home Café
ที่อยู่: 50 ซอยอ่อนนุช 17 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
5. After TE Time
นอกจากที่ร้าน TE Time & Space จะเสิร์ฟชาคุณภาพเยี่ยมหลากหลายเมนูและเวิร์กช็อปเกี่ยวกับชาแล้ว ที่นี่ก็ยังมีบาร์คอนเซ็ปต์น่าสนใจซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของร้านอีกด้วย โดยค็อกเทลที่ร้านนี้จะมีเบสเป็นชาชนิดต่างๆ ของแบรนด์ ภายใต้ชื่อ After TE Time ซึ่งค็อกเทลที่เสิร์ฟในบาร์แห่งนี้ก็ยังมีแบบ non-alcoholic ให้ได้เลือกดื่มด้วยเช่นกัน อย่าง The Sin Sober เมนูที่ใช้ Sober Whiskey ผสมกับชา Mr. Koffi T. Izme ซึ่งเป็นชาเบลนด์สูตรเฉพาะของทางร้าน เสริมด้วยไซรัปวานิลลา หรือ Sober Star dust ที่ใช้ Sober Tequila ผสมชาเบลนด์ที่ชื่อว่า Moon Garden ของแบรนด์ TE มาผสมกับไซรัป และน้ำเลม่อนให้ความสดชื่น และอีกหลากหลายเมนูน่าสนใจที่คุณควรลองในช่วง Dry January
After TE Time
ที่อยู่: 50/5 ซอยทองหล่อ 25 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
6. Mahaniyom Cocktail Bar

Above 'Kaffir Lime' เมนูค็อกเทลแอลกอฮอล์ต่ำจากซีรีส์ 'Non-alcoholic Resourceful Cocktail' ที่นำส่วนต่างๆ ของมะกรูดมาใช้ทั้งน้ำ ผิว ใบ (ภาพ: Mahaniyom Cocktail Bar)

Above บรรยากาศร้านมหานิยมค็อกเทลบาร์ (ภาพ: Mahaniyom Cocktail Bar)
ที่นี่คือค็อกเทลบาร์แสนมีเสน่ห์ที่ตั้งอยู่บนร้าน 100 มหาเศรษฐ์ ซี่งบาร์แห่งนี้นอกจากจะเสิร์ฟเมนูค็อกเทลรสเลิศแล้ว ยังเสิร์ฟเมนูค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ด้วยคอนเซ็ปต์สนุกๆ ภายใต้ชื่อ “Non-alcoholic Resourceful Cocktail” ที่พยายามจะใช้เทคนิคที่หลากหลายดึงรสชาติ และเสน่ห์จากองค์ประกอบต่างๆ ของวัตถุดิบมาสร้างมิติในเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเมนู 'Pineapple' ที่ผสมผักแพว, Cordial สับปะรด และพริกไทยอ่อน, Tepache (เครื่องดื่มหมักจากเปลือกสับปะรด) และโซดา ซึ่งสร้างมิติซับซ้อนให้กับค็อกเทลแก้วนี้ หรือจะเป็น ‘Kaffir Lime’ ค็อกเทลแอลกอฮอล์ต่ำ ที่นำส่วนต่างๆ ของมะกรูดมาใช้ตั้งแต่น้ำ ผิว ไปจนถึงใบ
Mahaniyom Cocktail Bar
ที่อยู่: ชั้น 2 ของร้าน 100 มหาเศรษฐ์, ถนนมหาเศรษฐ์ 104 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ
7. KYND Kulture
สำหรับใครที่เป็นสาย plant-based คงเป็นเรื่องที่ดี หากในวันว่างๆ คุณจะสามารถออกไปหาคาเฟ่นั่งเล่น ชิมอาหาร ขนม และเครื่องดื่มรสชาติดี ซึ่ง Kynd Kulture ตอบโจทย์นั้น ที่สำคัญคาเฟ่ในบรรยากาศสบายๆ และการตกแต่งสไตล์มินิมอลแห่งนี้ ยังเสิร์ฟเครื่องดื่มอย่างค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ด้วยเช่นกัน ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่น่าสนใจในการใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อนๆ หรือคนที่คุณรัก ที่สำคัญ Kynd Kulture ยังเป็นคาเฟ่ pet-friendly ด้วย
Kynd Kulture
ที่อยู่: 26 ซอยเอกมัย 6 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
อ่านเพิ่มเติม: 5 คาเฟ่ pet-friendly ในกรุงเทพฯ เพื่อช่วงเวลาแสนพิเศษสำหรับทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง
8. Golden State Vegan
ที่นี่คือร้านอาหารวีแกนและค็อกเทลบาร์ที่เสิร์ฟซูชิและเบอร์เกอร์แบบวีแกนพร้อมด้วยเนเชอรัลไวน์และค็อกเทลหลากหลายสไตล์ในย่านเอกมัย ที่เปิดโอกาสให้คุณได้ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ เมนูค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ของที่ร้านก็มีให้เลือกหลายชนิดซึ่งทวิสต์มาจากเมนูคลาสสิกค็อกเทล ไม่ว่าจะเป็น Coconut Mojito, Lychee Martini หรือ Strawberry Sour
Golden State Vegan
ที่อยู่: 40 ซอยเอกมัย 12 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ







