Tatler แนะนำภาพยนตร์ที่จะชวนให้คุณออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ของไร่องุ่นและเหล้าองุ่น พร้อมดื่มด่ำไปกับความมหัศจรรย์ของไวน์ที่ถูกบอกเล่าผ่านโลกหลังเลนส์ภาพยนตร์
ไวน์ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องดื่มเท่านั้น แต่มันยังเป็นทั้งประสบการณ์ วัฒนธรรม และที่สำคัญที่สุดคือเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่ง สำหรับผู้ที่ค้นหาเสน่ห์สุดล้ำลึกของเบอร์กันดีที่รินออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ หรือดื่มด่ำกับรสชาติของไวน์ขาวจากองุ่นชาร์ดอนเนย์ที่แสนสดชื่น โรงภาพยนตร์อาจเปรียบเสมือนห้องเก็บไวน์อันเต็มไปด้วยความสุขที่พร้อมมอบให้คุณได้สัมผัส ภาพยนตร์เกี่ยวกับไวน์ยังถือเป็นสื่อที่รวบรวมแก่นแท้และเสน่ห์ของโลกแห่งเครื่องดื่มอันแสนเข้มขลังและสุดจะซับซ้อนนี้ ด้วยการนำเอาคนที่ชื่นชอบไวน์และผู้ที่เชี่ยวชาญด้านไวน์อย่างจริงจังมารวมตัวกันเพื่อรื่นรมย์ไปกับวัฒนธรรมของเถาองุ่นที่แสนงดงาม
สำหรับการถ่ายทอดมุมมองอันมีเอกลักษณ์ในโลกแห่งไวน์ ทั้งจากในอดีตและแบบร่วมสมัย เราอยากชวนทุกคนมาลองลิ้มรส(ภาพยนตร์)ไวน์ที่ดีที่สุดที่ควรค่าแก่การชม แน่นอนว่าไม่มีเวลาใดเหมาะสมกับการหยิบไวน์ดีๆ สักขวด และชีสบอร์ดที่แสนจะเข้ากันขึ้นมาจัดโต๊ะไปมากกว่าตอนนี้อีกแล้ว
อ่านเพิ่มเติม: “วิสุตา โลหิตนาวี” Winemaker หญิงหนึ่งเดียวของไทย
Sideways (2004)
ใครที่หลงใหลองุ่นสายพันธุ์ 'Pinot Noir' อยู่ ได้เวลาที่คุณจะคว้าถังป๊อปคอร์นมารอหน้าทีวี เพราะนี่คือหนึ่งในภาพยนตร์แนวดราม่า-คอมเมดี้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเพชรเม็ดงามที่บรรดาคนรักไวน์ไม่ควรพลาด ผลงานกำกับโดย Alexander Payn เรื่องนี้จะพาคุณไปติดตามชีวิตของสองเพื่อนซี้วัยกลางคนอย่าง Miles (รับบทโดย Paul Giamatti) และ Jack (รับบทโดย Thomas Haden Church) ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวหนึ่งสัปดาห์ผ่านดินแดนแห่งไวน์อย่าง Santa Ynez Valley ในรัฐแคลิฟอร์เนีย
Miles เป็นนักเขียนไส้แห้งและในขณะเดียวกันก็เป็นคนรักไวน์ ด้วยแพสชั่นที่มีต่อองุ่น Pinot Noir อย่างแรงกล้าของเขา กลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าภูมิทัศน์ของไร่องุ่นอันน่าทึ่งอาจเป็นเหมือนจุดเด่นของเรื่อง แต่ในขณะเดียวกันการเล่าเรื่องออกมาจากใจจริงนั้นก็เปรียบได้กับ wine tasting ดีๆ นี่เอง ทั้งความซับซ้อนของมิตรภาพ และธรรมชาติอันหวานอมขมกลืนของความเปลี่ยนแปลงในชีวิตคนเรา ถึงแม้ว่าปกติแล้วไวน์แดงจากองุ่น Pinot Noir จะมีสัมผัสแห้งๆ อยู่สักหน่อย แต่เนื้อเรื่องในภาพยนตร์กลับไม่แห้งเลยสักนิด
Bottle Shock (2008)
“Judgement of Paris” เป็นการชิมไวน์แบบ blind tasting ที่จัดขึ้นเมื่อปี 1976 ที่สร้างปรากฏการณ์ให้ไวน์จากแคลิฟอร์เนียมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่รู้จักในระดับโลก และนับตั้งแต่นั้นมา โลกแห่งไวน์ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นี่คือเหตุการณ์จริงที่เป็นต้นแบบสำคัญของภาพยนตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจเรื่องนี้ กำกับโดย Randall Miller นำแสดงโดย Alan Rickman ผู้ล่วงลับ กับบท Steven Spurrier ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ชาวอังกฤษที่เดินทางไปยังหุบเขานาปาแสนงดงาม และได้ค้นพบไร่องุ่นที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ ซึ่งดำเนินกิจการโดย Jim Barrett และ Bo ลูกชายของเขา (รับบทโดย Bill Pullman และ Chris Pine)
ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไวน์ Château Montelena Chardonnay ในตำนาน ซึ่งท้ายที่สุดก็ทำให้โลกแห่งไวน์ต้องประหลาดใจด้วยการเอาชนะไวน์จากฝรั่งเศสอันทรงเกียรติด้วยการชิมไวน์แบบ Blind Taste ด้วยแพสชั่น การต่อสู้ดิ้นรน รวมทั้งชัยชนะและจิตวิญญาณของการผลิตไวน์ ล้วนถูกห่อหุ้มไว้ด้วยมวลบรรยากาศอันมีเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้
The Secret of Santa Vittoria (1969)

Above โปสเตอร์ภาพยนตร์อย่างเป็นทางการของ The Secret of Santa Vittoria (รูปภาพ: Instagram / @officialoliverstone)
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบสะสมไวน์ที่ทรงคุณค่า คุณอาจได้ข้อคิดน่าสนใจจากภาพยนตร์คลาสสิกเรื่องนี้ ที่ผู้กำกับ Stanley Kramer ได้ถ่ายทอดเอาไว้อย่างงดงาม ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ดราม่า และความรักที่มีต่อไวน์อย่างแท้จริง เรื่องราวเกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ ของอิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อซ่อนไวน์แสนรักจำนวนหนึ่งล้านขวดจากกองทัพนาซีเยอรมันที่เข้ายึดครอง โดย Anthony Quinn รับบทเป็น Italo Bombolini นายกเทศมนตรีผู้แสนจะบูดบึ้งแต่ก็เป็นที่รัก และในสถานการณ์คับขันนี้ เขาก็พยายามพิสูจน์คุณค่าของตัวเองด้วยการวางแผนอันซับซ้อนเพื่อรักษาไวน์ของชาวบ้านเอาไว้
เรื่องราวที่น่าติดตามนี้ไม่เพียงเป็นข้อพิสูจน์ถึงความยืดหยุ่นของผู้คนและความพยายามอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาตั้งใจทำเพื่อปกป้องสิ่งที่มีความหมายที่สุดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งของมรดกทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้อีกด้วย
Uncorked (2020)
ใครที่เคยกล้าทำตามเสียงในหัวใจคงชอบภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ไม่น้อย เพราะภาพยนตร์สมัยใหม่ที่กำกับโดย Prentice Penny เรื่องนี้เล่าถึง Elijah (รับบทโดย Mamoudou Athie) ชายหนุ่มจากเมืองเมมฟิสที่มีความฝันที่จะเป็นซอมเมอลิเยร์ผู้เชี่ยวชาญ เนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อ Elijah ต้องเลือกระหว่างการเดินทางตามหาไวน์ที่ยากลำบากแต่ยิ่งใหญ่ กับความคาดหวังของพ่อที่อยากให้เขาเข้ามาดูแลร้านบาร์บีคิวของครอบครัว
ภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นไปที่การค้นพบตนเองและความมุ่งมั่นของตัวละคร รวมถึงความพยายามที่จะสร้างสมดุลอย่างมีอารมณ์ขัน การนำเสนอความสมจริงเกี่ยวกับโลกแห่งไวน์ออกมาอย่างร่วมสมัยผ่านมุมมองของซอมเมอลิเยร์ผู้ทะเยอทะยาน และฉากอันเข้มข้นของการฝึกอบรมสุดท้าทายเพื่อความเป็นเลิศในวิชาชีพซอมเมอลิเยร์ เท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชมรู้สึกซาบซึ้งในไวน์ยิ่งขึ้นแล้ว
อ่านเพิ่มเติม: ค้นพบอีกระดับของประสบการณ์ ดื่มด่ำรสชาติที่มีเอกลักษณ์และเครื่องดื่มที่ไม่เหมือนใคร
Back to Burgundy (2017)
การเปิดจุกคอร์กขวดไวน์และจิบอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่กระบวนการที่อยู่เบื้องหลังไว้สุดคราฟต์แต่ละขวดไม่ใช่เรื่องง่ายดายเช่นนั้นเลย ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นที่รู้จักในชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า Ce qui nous lie กำกับโดย Cédric Klapisch ติดตามชีวิตของ Jean (รับบทโดย Pio Marmaï) ซึ่งกลับมาที่ไร่องุ่นของครอบครัวในเบอร์กันดีหลังเขาห่างหายไปจากไร่แห่งนี้กว่าสิบปี เมื่อพ่อของเขาจากไป Jean จึงต้องกลับมารวมตัวกับพี่น้องของเขา Juliette และ Jérémie (รับบทโดย Ana Girardot และ François Civil) เพื่อรักษามรดกของครอบครัวเอาไว้
ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาคุณไปสัมผัสความสำคัญของความสามัคคีและกระบวนการผลิตไวน์ที่ยากลำบาก และไม่ลืมที่จะถักทอสายสัมพันธ์อันซับซ้อนของพี่น้อง ท่ามกลางทิวทัศน์ฉากหลังอันน่าทึ่งของไร่องุ่นและห้องเก็บไวน์ใต้ดินจากหนึ่งในภูมิภาคไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอย่าง 'เบอร์กันดี'
Saint-Amour (2016)
Saint-Amour เป็นมากกว่าภาพยนตร์เกี่ยวกับไวน์ แต่เป็นการเฉลิมฉลองความสุขและความสัมพันธ์ที่ไวน์สามารถนำมาสู่ชีวิตของคนเราได้ ภาพยนตร์ตลกสัญชาติฝรั่งเศสเรื่องนี้ กำกับโดย Benoît Delépine และ Gustave Kervern เล่าเรื่องราวที่เจาะลึกถึงความงดงามของไวน์ ความผูกพันในครอบครัว และความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูก โดยโฟกัสไปที่ Bruno (รับบทโดย Benoît Poelvoorde) หนุ่มชาวไร่ที่เบื่อหน่ายกับสิ่งที่ทำ และ Jean พ่อของเขา (รับบทโดย Gérard Depardieu) ซึ่งออกเดินทางชิมไวน์ไปทั่วภูมิภาคของฝรั่งเศสเพื่อพยายามเชื่อมโยงจิตใจและรักษาบาดแผลเก่าให้กลับมามีไฟอีกครั้ง
Saint-Amour เล่าเรื่องแบบสบายๆ เน้นไปที่ความรัก การให้อภัย และการค้นพบตนเอง ซึ่งก็ไม่ได้ดราม่าเข้มข้นจนเคร่งเครียดเกินไปในสารที่ภาพยนตร์ต้องการจะสื่อ อีกทั้งยังมาพร้อมกับโมเมนต์ตลกๆ ที่แหวกแนว ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี โดยรวมแล้วมันคือภาพยนตร์ที่ลึกซึ้งอีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะแชร์ให้คนที่คุณรักได้ดู
อ่านเพิ่มเติม: ฟังเรื่องเล่า “ถังไวน์ที่สาบสูญ” ของ Weingut Meyer-Näkel ที่ Restaurant Sühring
This story was originally written in English by Dawson Tan.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2024 โดย Dawson Tan โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
เนเชอรัลไวน์บาร์ ไวป์ดี ชิมไวน์ในบรรยากาศสุดชิล
Find the Locker Room เปิดตัวเมนูค็อกเทลใหม่เอาใจวัยรุ่นยุค 90
Topics




