แชมเปญไม่ได้มีไว้เพื่อดื่มคู่กับคาเวียร์ในแก้วฟลูตทรงสูงเท่านั้น และไม่ได้ใช้องุ่นพันธุ์เดียวกับไวน์พรายฟองแบบอื่นๆ
หนึ่งในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเรื่อยมาตั้งแต่อตดีจนถึงปัจจุบันคือแชมเปญ ไวน์พรายฟองสีทองอำพันสว่างใสที่มาพร้อมกับฟองละเอียดขนาดเล็กที่ผุดขึ้นอย่างอ้อยอิ่งเป็นสายราวกับสร้อยมุก และรสชาติสดชื่นกรุ่นกลิ่นผลไม้ แชมเปญมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลอง แต่แท้จริงแล้วมันมีประวัติศาสตร์และรายละเอียดที่น่าสนใจหลายแง่มุม ซึ่งทำให้แตกต่างจากไวน์สปาร์กลิ้งชนิดอื่นๆ แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับโอกาสของการเฉลิมฉลองหรือดื่มคู่กับคาเวียร์เท่านั้น ต่อไปนี้คือความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับแชมเปญที่นักดื่มควรรู้ไว้ เพื่อจะได้ด่ำดื่มกับแชมเปญได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: ซอมเมอลิเยร์แชมป์โลก Raimonds Tomsons เผยเทคนิคไวน์แพริ่งกับอาหาร
ต้นกำเนิดและสายพันธุ์องุ่นที่แตกต่าง

Above แชมเปญทำจากองุ่นพันธุ์ Chardonnay, Pinot Noir และ Pinot Meunier (ภาพ: AI Generated image)

Above ไวน์พรายฟองนั้นมีกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน (ภาพ: Getty Images)
แชมเปญแท้ต้องผลิตในแคว้น Champagne ของฝรั่งเศสเท่านั้น และต้องทำจากองุ่นพันธุ์ Chardonnay, Pinot Noir และ Pinot Meunier ซึ่งทำให้แตกต่างจาก Prosecco ที่มาจากแคว้น Veneto และ Friuli-Venezia Giulia ของอิตาลี และ Glera หรือ Cava จากสเปนที่ทำจากองุ่น Macabeo, Parellada และ Xarel·lo
นอกจากนี้ วิธีการผลิตก็แตกต่างกัน โดยแชมเปญใช้วิธีหมักครั้งที่สองในขวด ซึ่งช่วยเพิ่มความซับซ้อนของรสชาติ ในขณะที่ Prosecco ใช้วิธีหมักครั้งที่สองในถังขนาดใหญ่ ทำให้ได้รสชาติที่สดชื่นและผลไม้เด่น ดังนั้นการจะแยกแยะความเป็นแชมเปญจากแหล่งที่มาเพียงอย่างเดียวยังเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
Dom Pérignon ไม่ได้เป็นผู้คิดค้นแชมเปญ

Above การพัฒนาแชมเปญเป็นกระบวนการที่มีส่วนร่วมจากหลายฝ่ายในหลากหลายช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ (ภาพ: AI Generated image)
หลายคนเข้าใจผิดว่า Dom Pierre Pérignon นักบวชชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 เป็นผู้คิดค้นแชมเปญ แต่ในความเป็นจริง Dom Pérignon มีเพียงส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพและเทคนิคการผลิตไวน์ในแคว้น Champagne เท่านั้น ในอดีตฟองในไวน์ถือเป็นข้อบกพร่องเสียด้วยซ้ำ บันทึกทางประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า Christopher Merrett นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้บันทึกกระบวนการหมักครั้งที่สองเพื่อทำให้ไวน์มีฟองได้ก่อนยุคของ Dom Pérignon หลายสิบปี
นอกจากนี้ นักบวชในแคว้น Limoux ของฝรั่งเศสก็ผลิตไวน์สปาร์กลิ้งมาตั้งแต่ปี 1531 แล้ว ดังนั้น แม้ว่า Dom Pérignon จะมีบทบาทสำคัญ แต่การพัฒนาแชมเปญเป็นกระบวนการที่มีส่วนร่วมจากหลายฝ่ายในหลากหลายช่วงเวลาในประวัติศาสตร์
จับคู่ได้มากกว่าคาเวียร์

Above แชมเปญจับคู่กับคาเวียร์ได้อย่างดีเลิศ แต่ก็เหมาะกับอาหารอีกหลากหลายประเภท (ภาพ: Getty Images)
แชมเปญไม่ได้จับคู่ได้แค่กับคาเวียร์เท่านั้น แต่ยังเหมาะกับอาหารหลากหลายประเภท ความเป็นกรดสูง (แอซิดิตี้) และฟองละเอียดช่วยตัดความเลี่ยนอาหารมันๆ และเสริมรสชาติอาหารประเภทซีฟู้ด จานปลา ของทอด และรีซอตโตซอสครีมได้เป็นอย่างดี แชมเปญยังเข้ากันได้ดีกับเมนูง่ายๆ อย่างเฟรนช์ฟรายส์ราดทรัฟเฟิล ไก่ทอด และแม้แต่เบอร์เกอร์ และอาหารเอเชียที่ไม่เผ็ดจัดหรือใช้เครื่องเทศหนักๆ อย่างข้าวผัด อาหารทะเล บะหมี่ผัด ซุปเสฉวน กระเพาะปลา ซูชิ เพราะความสดชื่นและรสของผลไม้ที่เปรี้ยวอมหวานกำลังดีช่วยตัดความมัน ความหนัก และความคาวในปาก รวมทั้งเพิ่มความสดชื่น ทำให้รสชาติอาหารกลมกล่อมขึ้น
เลือกแก้วที่เหมาะสม

Above แก้วที่เหมาะสมกับลักษณ์ของไวน์จะช่วยเสริมกลิ่นและรสให้ชัดเจน (ภาพ: Getty Images)
แม้ว่าแก้วฟลูตจะเป็นเอกลักษณ์ของแชมเปญ แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้เหมาะที่สุดสำหรับการดื่มแชมเปญ เนื่องจากทรงแก้วที่แคบ ทำให้กลิ่นและรสชาติไม่สามารถกระจายได้เต็มที่ ส่วนแก้วคูปที่ดูสวยงามโก้หรูไม่แพ้แก้วฟลูตนั้นมีปากกว้างก็จริง แต่ด้วยความตื้นของแก้ว ทำให้ผู้ดื่มไม่สามารถได้รับความซ่าสดชื่นของฟองได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งการจับที่มักจะต้องประคองแก้วที่ฐานแก้ว ไม่สามารถจับแค่ก้านแก้วได้ แก้วแบบนี้จึงทำให้แชมเปญหายเย็นเร็ว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้แก้วไวน์ขาวหรือแก้วทรงทิวลิปที่มีปากกว้างกว่า ซึ่งช่วยให้แชมเปญได้สัมผัสกับอากาศ ทำให้กลิ่นและรสชาติเปิดออกได้เต็มที่ และมีก้านที่ยาวจับสะดวกเพื่อให้ของเหลวในแก้วคงความเย็นได้นานขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: Krug x Flower ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้อยเรียงรสชาติผ่านแชมเปญและมนต์เสน่ห์แห่งดอกไม้
ไม่ควรแช่แชมเปญจนเย็นเฉียบ

Above ควรแช่แชมเปญในถังน้ำแข็งประมาณ 15-20 นาที ก่อนเสิร์ฟ (ภาพ: AI Generated image)
อุณหภูมิเป็นปัจจัยสำคัญในการดื่มแชมเปญให้อร่อย อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ ระหว่าง 8°C ถึง 10°C หากเสิร์ฟเย็นเกินไปที่เรียกกันว่า ‘เบิร์น’ รสชาติจะถูกลดทอนลง เพราะความเย็นจัดจะทำให้ต่อมรับรสชา แต่ถ้าอุ่นเกินไป แชมเปญอาจเสียรสชาติ จึงควรแช่ขวดในถังน้ำแข็งประมาณ 15-20 นาที ก่อนเสิร์ฟ
แชมเปญดื่มได้ทุกโอกาส

Above แชมเปญเปลี่ยนช่วงเวลาธรรมดาให้พิเศษขึ้นมาได้ (ภาพ: Getty Images)
แม้ว่าแชมเปญจะถูกเชื่อมโยงกับงานเฉลิมฉลองมายาวนาน แต่ความหลากหลายของรสชาติ ตั้งแต่ความสดชื่นไปจนถึงความเข้มข้น ทำให้เหมาะกับทุกโอกาส สามารถดื่มคู่กับอาหารต่างๆ และเปลี่ยนช่วงเวลาธรรมดาให้พิเศษขึ้นมาได้ แชมเปญแช่เย็นยังช่วยดับร้อนได้ดี และสามารถนำไปทำค็อกเทลได้หลากหลายด้วย
อ่านเพิ่มเติม:
สัมผัส 7 มหัศจรรย์แห่งไฟน์ไดนิ่งที่ House of Tin Baron ภูเก็ต
พลิกโฉมวงการไวน์ Penfolds Bin 707 ที่ยังครองความนิยมต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 60 ปีก่อน





