Tatler+
รสชาติอันทรงพลังและเต็มเปี่ยมของ Bin 707 กับ Cabernet Sauvignon 100 เปอร์เซ็นต์ขวดแรกของ Penfolds ที่ได้รับการยกย่องอย่างสมเกียรติ เฉกเช่นเดียวกับความสำเร็จของเครื่องบินพาณิชย์ลำแรกของโลก ค้นพบรากเหง้าและจุดสำคัญต่างๆ ในการลิ้มรสไวน์ระดับพรีเมี่ยมนี้ทั่วเอเชีย
นักสะสมไวน์ Penfolds ต่างชื่นชมไวน์ Grange ซึ่งเป็นไวน์ที่ได้รับรางวัลและมีชื่อเสียงที่สุดจากออสเตรเลีย นับตั้งแต่การสร้างสรรค์ในปี 1951 แต่ยังมีไวน์อีกหนึ่งตัวที่น่าจับตามองซึ่งกำลังจะจุดประกายความสนใจของสาธารณชน และในที่สุดก็ได้ผลิตออกมาในปี 1964 ในชื่อ Bin 707 ในขณะที่ Grange นั้นมีองุ่นพันธุ์ Shiraz เป็นส่วนประกอบหลัก แต่ Bin 707 ถูกคิดขึ้นให้เป็นไวน์ Cabernet Sauvignon พันธุ์เดียว 100 เปอร์เซ็นต์ขวดแรกของ Penfolds นับเป็นวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญในเวลานั้นและสมควรได้รับชื่อที่โดดเด่น
ในช่วงเวลาของการเริ่มต้นของยุคทองแห่งการบินที่ทำให้การเดินทางจากออสเตรเลียสู่อังกฤษนั้นง่ายขึ้น ไวน์ใหม่นี้ได้รับชื่ออันเหมาะสมว่า Bin 707 ตามชื่อของเครื่องบินเจ็ทลำแรกที่ทะยานขึ้นฟ้าด้วยความสง่างาม
อ่านเพิ่มเติม: Madison Steak Avenue กลับมาเปิดบริการอีกครั้งกับเมนูสเต๊กชั้นดี

Above Bin 707 เป็นไวน์ Cabernet Sauvignon พันธุ์เดียว 100 เปอร์เซ็นต์ตัวแรกของ Penfolds
Creating a legacy
Max Schubert หัวเรือใหญ่ในการผลิตไวน์ของ Penfolds เป็นนักคิดผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ผู้ใฝ่ฝันที่จะสร้างไวน์ที่คงความล้ำค่าได้อย่างยาวนาน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากไวน์ชั้นเลิศของ Bordeaux หลังจากประสบความสำเร็จกับ Grange เขาหันไปให้ความสนใจกับองุ่น Cabernet Sauvignon ซึ่งในเวลานั้นยังค่อนข้างหายากในออสเตรเลีย Schubert ได้พบมาตรฐานในแบบที่เขาต้องการตามแบบฉบับของ Kalimna Block 42 อันเลื่องชื่อ กับองุ่นที่ปลูกไว้ตั้งแต่ปี 1888 และเชื่อว่าเป็นหนึ่งในไร่องุ่น Cabernet Sauvignon ที่มีการผลิตอย่างต่อเนื่องที่เก่าแก่ที่สุดในโลกจนถึงทุกวันนี้
ด้วยสไตล์การผลิตไวน์ที่คล้ายคลึงกับ Grange ไวน์ Bin 707 ได้ผ่านกระบวนการหมักบางส่วนในถังไม้โอ๊กและการบ่มนานถึง 18 เดือนในถังไม้โอ๊กอเมริกันใหม่ เพื่อให้ได้รสชาติและสัมผัสที่เข้มข้นและกลมกล่อมอย่างเหนือชั้น Bin 707 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในคุณภาพ หากองุ่นไม่ได้คุณภาพสูง ไวน์นี้จะไม่ถูกผลิต โดยวินเทจที่ขาดหายไปได้แก่ปี 1970 ถึง 1975, 1981, 1995, 2000, 2003, 2011, 2013 และ 2020

Above ปัจจุบัน Bin 707 เป็นตัวแทนของคำว่า ‘house style’ ในแบบ Penfolds อย่างแท้จริง
ไร่องุ่น Kalimna และ Coonawara ที่เป็นแหล่งขององุ่นครึ่งหนึ่งสำหรับการผลิต Bin 707 แต่ในทุกวันนี้ Bin 707 กลายเป็นตัวแทนแห่ง ‘house style’ ของ Penfolds อย่างแท้จริง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นยิ่งใหญ่จากการรังสรรค์ส่วนประกอบต่างๆ แต่ละส่วน แหล่งองุ่นสำคัญอื่นๆ ยังรวมถึง Block 20 และ Block 10 ใน Coonawarra ที่โด่งดัง และบางส่วนจากไร่องุ่น Koonunga Hill ที่เป็นที่ต้องการอย่างมากใน Barossa Valley สำคัญยิ่งสำหรับนักสะสมไวน์ผู้พิถีพิถันในทุกรายละเอียด นักทำไวน์ของ Penfolds ทุกยุคสมัยยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ไวน์ Cabernet Sauvignon ที่ดีที่สุด ทำให้ Bin 707 ได้บ่มตัวอย่างงดงามยิ่งขึ้นและเก็บรักษาคุณภาพได้ยาวนานถึง 30 ปี และมากกว่านั้น
ในปี 2021 ไวน์รุ่นล่าสุดของ Bin 707 ได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของการผสมผสานไวน์นี้ไว้อย่างชัดเจนด้วยกลิ่นหอม ลองจินตนาการถึงกลิ่นของแบล็กเคอร์แรนท์ คาสซิส และมัลเบอร์รี่ ส่วนรสชาติที่เพดานปากนั้นมีความสมดุลและสมบูรณ์แบบด้วยมัลเบอร์รี่สด แบล็กเคอร์แรนท์ และมะเดื่อ ผสานกับแทนนินที่มีความแน่นและเงางามอย่างลงตัว

Above พบกับ Penfolds Bin 707 ในโลเคชั่นระดับโลก ดื่มด่ำคู่กับอาหารอันเลิศรส
Where will Bin 707 take you?
ในทศวรรษ 1960s ชื่อเสียงของ Penfolds ในฐานะผู้ผลิตไวน์ระดับพรีเมี่ยมได้แพร่กระจายไปทั่วโลก จากไวน์ที่ถูกเสิร์ฟบนเที่ยวบินระดับเฟิร์สคลาสของสายการบิน Qantas และไวน์ดังกล่าวคือ Bin 707 นั่นเอง
ทุกวันนี้ Bin 707 ยังคงโบยบินไปทั่วโลก พาผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ออกเดินทางสู่ประสบการณ์แห่งรสชาติอันพิถีพิถัน ขณะที่พวกเขาค้นพบอาหารหลากหลาย สถานที่อันหรูหรา ที่เติมเต็มด้วยไวน์ขวดนี้ เราจะพาคุณไปจิบไวน์ตามจุดหมายสำคัญเหล่านี้ในเอเชีย
1. Asador V ที่กัวลาลัมเปอร์
Asador V ร้านสเต๊กชื่อดังของกัวลาลัมเปอร์ เป็นร้านสเต๊กหรูที่ตั้งอยู่ใน Menara Hap Seng 3 ที่รังสรรค์โดยทีม Vantador ที่อยู่เบื้องหลัง กับความเชี่ยวชาญในศิลปะการ dry ageing โดยพื้นที่หลายชั้นภายในร้านนำเสนอเนื้อระดับพรี่เมียม ตั้งแต่เนื้อวากิวบ่มแห้งไปจนถึงเนื้อแองกัสที่วัวถูกเลี้ยงด้วยหญ้า แบบบ่มเปียก ทั้งหมดถูกย่างอย่างชำนาญบนเตาย่าง asado อันเป็นเอกลักษณ์
นอกเหนือจากสเต๊กแล้ว ยังมีเมนูอาหารอื่นๆ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่หอยนางรมสด จากนอร์มังดี ล็อบสเตอร์ปาเอลญ่า และปลาค็อดหมักมิโซะย่าง ปิดท้ายมื้ออาหารอย่างหรูหราด้วยชีสเค้กเบิร์นที่ใช้เนยจากการบ่มแห้งเป็นเมนูที่ห้ามพลาด
เมื่อเร็วๆ นี้ Asador V ได้รับเกียรติจากงาน ADA Atap Design Awards 2024 โดยคว้ารางวัลระดับ Gold ในสาขาการออกแบบร้านอาหารยอดเยี่ยม และรางวัลระดับ Silver สาขาการออกแบบธีมยอดเยี่ยม นับเป็นเครื่องพิสูจน์การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราแบบวินเทจและความทันสมัยแบบอินดัสเทรียล
ไวน์ Bin 707 Cabernet Sauvignon ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบกับรสชาติอันเข้มข้นของเนื้องที่ผ่านการสัมผัสไฟ มอบรสชาติที่กลมกล่อมและลงตัวในทุกจิบ ไวน์ Bin 707 Cabernet Sauvignon ยังมีจำหน่ายที่ Sabayon EQ และ Don's Cigar อีกด้วยในราคาขวดละ 3,350 ริงกิตมาเลเซีย
2. Burnt Ends ที่สิงคโปร์
Burnt Ends ร้านอาหารบาร์บีคิวแบบโมเดิร์น ตั้งอยู่ที่ Dempsey Hill ในสิงคโปร์ เสิร์ฟอาหารบาร์บีคิวสไตล์ออสเตรเลียสมัยใหม่ในบรรยากาศที่สนุกสนานและผ่อนคลาย เมนูที่นี่เปลี่ยนแปลงแทบจะไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ทุกเมนูล้วนต้องผ่านเตาอบสองตัวและเตาอิฐน้ำหนักสี่ตัน ที่ออกแบบโดย Dave Pynt เชฟเจ้าของร้าน เมนูซิกเนเจอร์ที่มีเสิร์ฟในทุกวันได้แก่ ไข่นกกระทารมควัน, ปู และไข่หอยเม่น บนขนมปังบริยอช และขาปูยักษ์ พร้อมกระเทียมและบราว์บัตเตอร์
Burnt Ends ได้รับรางวัลดาวมิชลินหนึ่งดวงตั้งแต่ปี 2018 และปัจจุบันจัดอยู่ในอันดับที่ 68 ของรายชื่อร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก World’s 50 Best Restaurants 2024 และอันดับที่ 15 ในรายชื่อร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย Asia’s 50 Best Restaurants 2024 โดย San Pellegrino
ไวน์ Bin 707 รุ่นวินเทจ ถูกนำมาจับคู่กับอาหารชั้นเลิศ ในราคาขวดละ 1,250 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยไวน์วินเทจปี 1998 นี้มีชื่อเสียงด้านแทนนินและความเข้มข้น ซึ่งยังคงความสมบูรณ์แบบและเต็มเปี่ยมของรสชาติแม้จะผ่านไป 27 ปีแล้ว คุณยังสามารถหาไวน์ Bin 707 Cabernet Sauvignon ได้ที่ร้าน Marguerite ที่ได้รับหนึ่งดาวมิชลิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ Gardens by the Bay และร้าน Cut by Wolfgang Puck ที่ได้รับหนึ่งดาวมิชลินเช่นกัน ตั้งอยู่ที่ Marina Bay Sands
อ่านเพิ่มเติม: เปิดประสบการณ์สเต๊กดังระดับโลก Wolfgang’s Steakhouse by Wolfgang Zwiener สาขาแรกในไทย
3. The Chinese Library ที่ฮ่องกง
ภายในห้องอาหารอันงดงามในย่าน Tai Kwun ที่ชวนให้นึกถึงยุคอดีตอันรุ่งเรือง เชฟ Junno Li นำเสนอเมนูอาหารจีนจากหลากหลายภูมิภาคที่โดดเด่นด้านวัฒนธรรมการปรุงอาหาร ทั้งกวางตุ้ง, ปักกิ่ง, เจ้อเจียง, เซี่ยงไฮ้, แต้จิ๋ว และเสฉวน ซึ่งได้รับการจับคู่อย่างพิถีพิถันกับไวน์ชั้นเลิศ ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งในการสร้างสรรค์อาหารแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย เมนูพิเศษยังรวมถึงเป็ดปักกิ่งอิมพีเรียลหมัก 45 วัน ปลาหวงอวี๋ หรือปลาโครกเกอร์เหลืองกับซอสถั่วเหลืองและกระเทียมเจียว ฟัวกราส์และข้าวผัดหม้อหินวากิว รวมถึงติ่มซำที่ปรุงอย่างชำนาญ
Chinese Library เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มร้านอาหารและบาร์ระดับนานาชาติอย่าง อควา กรุ๊ป โดยร้านอาหารแห่งนี้ได้รับรางวัลหนึ่งเพชรเป็นเวลาสองปีติดต่อกันในคู่มือร้านอาหาร Black Pearl ปี 2024-2025
ไวน์ Bin 707 Cabernet Sauvignon มีให้บริการในราคาขวดละ 6,258 ดอลลาร์ฮ่องกง กับรสชาติที่หนักหน่วงภายในขวด ที่ต้องจับคู่กับเนื้อย่างรสชาติเข้มข้น และอาหารผัดจากกระทะร้อนที่ยังแฝงกลิ่นของกระบวนการ caramelised ให้รสชาติคลุ้งทั่วเพดานปาก
4. ร้าน Yu Ting Yuan ในประเทศไทย
ที่โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok At Chao Phraya River, ห้องอาหาร Yu Ting Yuan คือสถานที่ที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับโลกแห่งรสชาติอาหารกวางตุ้งท่ามกลางฉากหลังอันงดงาม เพลิดเพลินกับวิวจากหน้าต่างกระจกจากพื้นจรดเพดานที่มองเห็นสวนอันเขียวขจีและสระน้ำที่สะท้อนประกายระยิบระยับ สว่างไสวในยามกลางวันและเปล่งประกายในยามค่ำคืน ขณะที่เหล่าเชฟในครัวเปิดกำลังเตรียมอาหารซิกเนเจอร์อย่างติ่มซำและเป็ดปักกิ่ง เทสติ้งเมนูของเชฟ Tommy Cheung นั้นเป็นไฮไลต์ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหารของเขา ทั้งปอเปี๊ยะลอบสเตอร์สีทอง บะหมี่ไข่กุ้ง และบาร์บีคิวซิกเนเจอร์
เชฟ Tommy Cheung เดินทางมาจากฮ่องกง ได้สั่งสมประสบการณ์อันล้ำค่าจากร้านอาหารชื่อดังมากมาย รวมถึงห้องอาหาร Yan Toh Heen ที่ได้รับสองดาวมิชลินในฮ่องกง และห้องอาหาร Ya Ge ที่ได้รับหนึ่งดาวมิชลินในไทเป ไต้หวัน
ไวน์ Bin 707 ปี 2021 ราคา 49,950 บาท ทำให้ค้นพบว่ารสชาติที่ทรงพลังและกลิ่นของผลไม้สุกเข้มข้นช่วยเสริมรสอูมามิอันเข้มข้นจากอาหารทะเลและเนื้อย่าง BBQ หวานคาราเมลจากเตา Bin 707 ยังสามารถพบได้ที่บาร์บนดาดฟ้า RedSky ที่ Centara Grand, Centralworld
Yu Ting Yuan
ที่อยู่: 300/1 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาธร กรุงเทพฯ
This story was originally written in English by June Lee.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2025 โดย June Lee โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Krug x Flower ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้อยเรียงรสชาติผ่านแชมเปญและมนต์เสน่ห์แห่งดอกไม้
1970 Bar ชวนย้อนเวลาสู่ยุคเซเวนตี้ผ่านค็อกเทลซิกเนเจอร์สุดหรู





