สัมผัสเสน่ห์อาหารไทยในกลิ่นอายไวน์บาร์แบบออสซี่ ที่ Saam ร้านอาหารที่เป็นนิยามใหม่แห่งการกินดื่มใจกลางสุขุมวิท 31
ท่ามกลางร้านอาหารมากมายในย่านสุขุมวิท 31 ที่คึกคัก มีอีกหนึ่งร้านอาหารไทยและไวน์บาร์ Saam (สาม) ก้าวเข้ามาเป็นพื้นที่แห่งใหม่ที่นำเสนอประสบการณ์อาหารที่น่าสนใจด้วยการผสมผสานระหว่างรสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิมและเสน่ห์แบบชิลๆ ของไวน์บาร์สไตล์ออสเตรเลีย
Saam ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหาร แต่ยังตั้งใจเป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมการรับประทานอาหารในรูปแบบใหม่ ด้วยการนำเสนอเมนูอาหารที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่และไวน์ที่ถูกคัดสรรอย่างดี เพื่อสร้างความโดดเด่นในฐานะจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งคนรักอาหารและนักดื่มไวน์ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและน่าประทับใจ
อ่านเพิ่มเติม: ลิ้มรสอาหารไทยรสจัดจ้านในรูปแบบโมเดิร์นที่ Khaan
ถ้าพร้อมแล้ว เราขอพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์ของร้านอาหารเปิดใหม่ซอยสุขุมวิท 31 ร้านนี้พร้อมกัน!

Above บรรยากาศด้านหน้าร้าน Saam
จาก Proper สู่ Saam

Above เอ็ม นริสา โพธิกุลชนันท์ และศรีล โรจนเมธินทร์ สองหุ้นส่วนเบื้องหลังร้าน Saam
หากคุณเคยไปดื่มด่ำบรรยากาศของ Proper Bar เนเชอรัลไวน์บาร์เล็กๆ ที่อัดแน่นด้วยคุณภาพกันมาแล้ว ตอนนี้พื้นที่ตรงนั้นได้ถูกเปลี่ยนเป็น 'Saam' อีกหนึ่งร้านอาหารและไวน์บาร์ที่ขยายวิสัยทัศน์ของสองหุ้นส่วนร้านออกมาผ่านคอนเซ็ปต์ใหม่ในโลเคชั่นเดียวกัน และชื่อของมันก็มาจากการเป็นโปรเจ็กต์ที่สามของ ศรีล โรจนเมธินทร์ เชฟและเจ้าร้าน Small Dining Club และเอ็ม นริสา โพธิกุลชนันท์ เจ้าของร้าน Proper Bar
Saam เป็นร้านที่ทั้งคู่ตั้งใจนำไวบ์แบบออสซี่มาปรุงใหม่ นำเสนอวัฒนธรรมอาหารและไวน์แบบเมลเบิร์นมาเสิร์ฟผ่านวัตถุดิบและรสชาติอาหารแบบไทยให้มีความสร้างสรรค์และสนุกขึ้น พร้อมกับความรู้สึกที่คาดไม่ถึงซึ่งถูกซ่อนเอาไว้ในแต่ละจาน คุณจะไม่คาดคิดว่า ลาบเป็ด หอยทอด หรือต้มยำที่เราคุ้นเคย จะออกมาเป็นแบบไหนเมื่อถูกรังสรรค์ผ่านความคิดเชฟศรีลและเสิร์ฟในร้านนี้ นับว่าเป็นประสบการณ์อาหารไทยที่น่าสนใจและแปลกใหม่อีกหนึ่งแห่งเลยทีเดียว
การนำเสนออาหารไทยที่ใหม่ขึ้น

Above Larbbb Duck Croquette โครเกต์ลาบเป็ดที่ผสานความละมุนของเนื้อสัมผัสกับความจัดจ้านถึงใจในแบบอีสาน

Above Oh-So-Good Potato มันฝรั่งตาข่ายอบนุ่ม รสนวลละมุน ผสานเครื่องแกงเข้มข้น ไข่แดง และกลิ่นหอมสดชื่นจากผักชี

Above Jon's Tom-Yum Charcoal-Grilled Corn Ribs คอร์นริบส์สไตล์ออสซี่หอมกลิ่นย่างเตาถ่าน ผสานรสชาติเข้มข้นแบบต้มยำไทย
ถ้าพูดถึงเมนูของที่ร้านนี้ เราคงต้องเรียกว่ามันคือการเดินทางมาบรรจบกันของรสชาติแบบโลคัลและเทคนิคการทำอาหารแบบสากล เพราะในทุกๆ จานของที่ร้าน เราจะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ที่รอให้เราสำรวจ โดยเมนูของทางร้านจะเสิร์ฟแบบแชริ่งเป็นหลัก แบ่งเป็นหมวดหมู่ตั้งแต่เมนูรับประทานเล่น อาหารจานกลางจานไม่ใหญ่มาก ไปจนถึงอาหารหนักๆ และเมนูเส้นพร้อมจานเคียง ปิดท้ายด้วยขนมหวาน
เริ่มจากเมนูรับประทานเล่นง่ายๆ ที่ร้านนี้คุณจะได้ชิมการมาบรรจบกันของลาบเป็ดและโครเกต์ กลายเป็น Larbbb duck croquette โครเกต์ลาบเป็ดรสละมุนแต่ก็ยังจัดจ้านสมกับเป็นอาหารอีสาน หรือ Jon's tom-yum charcoal-grilled corn ribs ที่เอาเมนูสไตล์ออสซี่อย่างคอร์นริบส์หอมกลิ่นย่างเตาถ่าน มาคลุกกับเครื่องปรุงรสต้มยำ ออกมาเป็นอีกหนึ่งจานรสชาติดีและเก๋ทีเดียว
ถ้าคุณชอบหอยทอด นี่คือเมนูที่ไม่ควรพลาด SAAM hoy tod เมนูที่นำเอาหอยนางรมมาชุบแป้งทอดคล้ายๆ กับเทมปุระแบบญี่ปุ่น เป็นอีกการตีความคำว่าหอยทอดออกมาได้อย่างน่าสนใจ และเราไม่คิดเลยว่าปีกไก่ทอดของที่นี่จะเซอร์ไพร์สเราได้ The Son-in-Law Chicken Wings ปีกไก่ทอดกรอบๆ ที่เพิ่มความสนุกด้วยการคลุกกับซอสมะขามแบบเมนูไข่ลูกเขย ก็เป็นอีกเมนูที่ทำรสชาติออกมาได้อย่างแปลกใหม่
ใครที่ต้องการมื้อหนักๆ เราขอขยับมาอีกนิดที่เมนูไซส์ Medium และ Larger เริ่มกันที่ Yellowtail crudo, orange & ginger sauce เสิร์ฟคู่กับชิปส์กรอบๆ สูตรของทางร้าน เป็นเมนูรสชาติสดชื่นๆ ด้วยปลาดิบหั่นเต๋าเล็ก ราดซอสรสชาติเบาๆ รับประทานง่าย เมื่อรับประทานคู่กับมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ คือความลงตัวมากๆ ต่อด้วย Grilled cabbage, salted fish cream, fried garlic and lardo การตีความกะหล่ำปลีทอดน้ำปลาใหม่ ด้วยการเสิร์ฟหัวกะหล่ำย่างท็อปด้วยครีมซอสน้ำปลา และกระเทียมทอดกรอบๆ ร่วมกับ Lardo (ซาลามี่ชนิดพิเศษที่ทำจากไขมันหลังหมู หมักเกลือและเครื่องเทศ) รสชาตินวลๆ กำลังพอดี เป็นอีกเมนูที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ต่อที่อาหารจานใหญ่ขึ้นอีกสักนิดกับ S.F.C. ไก่ทอดสูตรพิเศษของทางร้านที่เอาไก่ไปไบร์นในน้ำเกลือแล้วทอดจนหนังกรอบ กินคู่กับมาโยซอสพริกศรีราชา และตะไคร้ฝอย ส่วนใครชอบรับประทานเส้นหรือต้องการคาร์บ เราขอแนะนำ Thai bolognese with thick hand-cut noodle พาสต้าเส้นหนาใหญ่เสิร์ฟกับซอสไทยโบโลญเนสที่เพิ่มกลิ่นเครื่องเทศไทยๆ และความเผ็ดร้อนเข้าไปจากโบโลญเนสแบบดั้งเดิม
ตบท้ายด้วยของหวานอย่าง 'Reimagined Tom Yum' sundae ไอศกรีมข้าวเหนียว พร้อมซอสต้มยำ ท็อปด้วยข้าวพอง และขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่นำ Crêpes Suzette มาเติมองค์ประกอบไทยๆ อย่างครีมขิงและตะไคร้เข้าไป ทำให้เป็นจานขนมหวานที่เฟรชยิ่งขึ้น
ไวน์ลิสต์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว

Above บรรยากาศสบายๆ และวัฒนธรรมการดื่มไวน์แบบชาวออสเตรเลียในร้าน Saam
คนรักไวน์น่าจะถูกใจกับลิสต์ไวน์ที่คัดสรรมาอย่างดีของร้าน Saam ส่วนใหญ่จะเป็นไวน์แบบ Low Intervention และเนเชอรัลไวน์ คัดสรรมาอย่างดีเพื่อแพริ่งกับจานอาหารรสเลิศของทางร้านให้เสริมอรรถรสกันยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งแต่ละขวดที่คัดสรรมาต่างก็มีเรื่องราวเป็นของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นคอไวน์หรือเพิ่งเริ่มต้นดื่มไวน์ ลิสต์ไวน์ของที่นี่จะสร้างความทรงจำดีๆ ให้คุณได้อย่างแน่นอน และพนักงานทุกคนก็พร้อมให้คำแนะนำกับคุณตลอดมื้ออาหาร เพราะฉะนั้นคุณต้องไม่พลาดวัฒนธรรมการดื่มไวน์แบบออสซี่ที่นี่
ประสบการณ์ที่มากกว่าแค่อาหารหนึ่งมื้อ
เราจะไม่พูดถึงบรรยากาศของร้านก็ไม่ได้ เพราะบรรยากาศภายในร้าน Saam ก็อบอุ่นและสบายๆ ไม่แพ้จานอาหารเลยทีเดียว ด้วยการตกแต่งที่เบลนด์ระหว่างความอบอุ่นและความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ให้บรรยากาศที่เป็นกันเอง สบายๆ มากพอที่คุณจะมาจิบไวน์ชิลๆ ได้ แต่ก็ยังจริงจังพอให้คุณมารับประทานอาหารมื้อสำคัญได้เช่นกัน ด้วยผังที่นั่งที่ปรับเปลี่ยนขยายได้ ทำให้สามารถรองรับแขกได้หลากหลายไซส์ แต่ยังคงความสบายๆ ไม่อึดอัด
การมาถึงของร้าน Saam ทำให้โซนสุขุมวิทที่หลากหลายนั้นยิ่งหลากหลายและสนุกมากขึ้นไปอีก รับรองได้เลยว่าประสบการณ์ในร้านอาหารแห่งนี้จะเป็นมากกว่าแค่อาหารเพียงหนึ่งมื้อ แต่จะเป็นความทรงจำดีๆ ให้คุณได้เช่นกัน
Saam
ที่อยู่: 235 สุขุมวิท 31, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
Credits
ภาพ: Saam
Topics










