Cover เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ แห่งภัตตาคารโพทง (ภาพ: Gastrofilm)

มาดูกันว่า เชฟแพม - พิชญา สุนทรญาณกิจ แห่งภัตตาคารโพทง ระดับดาวมิชลินในกรุงเทพฯ จะผสมผสานรสชาติอาหารดั้งเดิมเข้ากับรสชาติแนวใหม่ได้อย่างไร

ในเดือนพฤษภาคม 2566 เชฟแพม - พิชญา สุนทรญาณกิจ แห่งร้านโพทง กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับดาวมิชลินมา 1 ดวง พ่วงมาด้วยรางวัลอันดับที่ 35 จาก ภัตตาคารที่ดีที่สุด 50 ร้านในเอเชียประจำปี 2566 ได้ร่วมมือกับ วิกกี้ เลา สุดยอดเชฟแห่งปี 2566 ของ Tatler Dinning เพื่อสร้างสรรค์เมนูชวนชิม 11 รายการ ให้กับภัตตาคาร Tate Dining Room ของเชฟดาวรุ่งคนล่าสุดของฮ่องกง 

เชฟดาวรุ่งพุ่งแรงทั้งสองมีโอกาสได้พบกันในงานกาล่าดินเนอร์ของมิชลินในปี 2565 และสานสัมพันธ์เป็นเพื่อนกันในเวลาต่อมา ต่างภูมิใจนำเสนอเมนูอาหารที่น่าทึ่ง โดยการประยุกต์หลักการปรุงอาหารที่ผสมผสานรสชาติแบบไทย-จีนและฝรั่งเศส-จีนจากวันวานสู่ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว เป็นอาหารจานเลิศที่รสชาติกลมกล่อม เช่น บะหมี่ไข่เลิศรสกับเห็ดโมะเรล และ Oscietra caviar เมนูหรูระยับ จากภัตตาคารโพทง ตามด้วยปลากะพงย่างถ่านหอมชวนลิ้มลองของ Tate Dining Room กับมะเขือเทศ beurre blanc และกะหล่ำปลีดอง 

เชฟแพมเปิดภัตตาคารโพทงในใจกลางย่านเยาวราช เมื่อปี 2564 เมนูอาหารที่ถูกปากลูกค้าได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษไทย-จีนของตระกูล เดิมที่ตั้งภัตตาคารเป็นอาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีสอายุร่วม 120 ปี ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของครอบครัว 

ระหว่างที่เธออยู่ที่ฮ่องกง เชฟแพมนั่งคุยกับ Tatler เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความร่วมมือและปรัชญาการทำอาหารของเธอ

อ่านเพิ่มเติม: เหตุผลที่กรุงเทพฯ ได้ชื่อว่าเป็น “สุดยอดเมืองแห่งอาหารที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของเอเชีย”

สองเชฟสาวดาวรุ่งโคจรมาพบกัน

เชฟแพมเล่าว่า “ฉันรู้จักชื่อเสียงโด่งดังของเชฟวิกกี้มานานแล้ว เรื่องราวของเธอยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับฉันด้วย แต่เราไม่เคยมีโอกาสเจอกันเลยก่อนหน้านั้น  จนกระทั่งมาพบกันในงานกาล่าดินเนอร์ของมิชลิน ซึ่งการพบกันครั้งนั้น ทำให้ฉันยิ่งชื่นเธอมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกลักษณะ สไตล์ในการทำอาหารที่แสดงถึงตัวตนของเธอ จากนั้นเราทั้งสองก็มีโอกาสคุยกันแล้วจู่ๆก็พูดขึ้นว่า “เรามาทำอะไรด้วยกันเถอะ” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่นำพาเชฟสาวคนเก่งจากเมืองไทยมาฮ่องกง โดยที่เธอมีโอกาสไปเยี่ยมชมครัวของเชฟวิกกี้และได้มาร่วมทำอาหารโชว์กันที่นี่ 

สุดยอดเชฟสาวร่วมสร้างสรรค์เมนูเด็ด

Tatler Asia
Photo: Gastrofilm
Above บะหมี่ไข่กับเห็ดโมะเรล และ Oscietra caviar จากภัตตาคารโพทง (ภาพ: “Gastrofilm”)
Photo: Gastrofilm

เชฟวิกกี้ทำอาหารฝรั่งเศส – คล้ายกับที่เราทำที่ภัตตาคารโพทง แต่สูตรอาหารของเราเผ็ดร้อนกว่า

เราเริ่มต้นทำอาหารให้ลูกค้าชิมแล้วให้คิดว่าเหมือนกับนั่งรถไฟเหาะ (เพราะถูกกระตุ้นต่อมรับรสด้วยส่วนผสมของเครื่องเทศ) มีขี้นมีลง แล้วก็ขี้นใหม่ ไม่ใช่ขี้นไปเรื่อยๆ 

บะหมี่ไข่เป็นอาหารจานโปรดของลูกค้าภัตตาคารโพทง ได้รับแรงบันดาลใจในการดัดแปลงเมนูจากก๋วยเตี๋ยวราดหน้า (หมูหมัก บะหมี่ น้ำเกรวี่) จริงๆแล้วเป็นอาหารจีนแบบไทยๆ ฉันโรยเห็ดโมะเรลและคาเวียร์ไว้ข้างบน บะหมี่น่ากินอยู่ในน้ำชุปกลมกล่อม มันทำให้ฉันคิดถึงบ้าน

เมื่อเชฟแพมทำอาหารร่วมกับเชฟผู้หญิง

Tatler Asia
From left: Vicky Lau of Tate Dining Room (Photo: Handout); Pam Soontornyanakij of Potong (Photo: Gastrofilm/Potong)
Above จากซ้าย: เชฟวิกกี้ เลา จาก Tate Dining Room (เอกสารประกอบคำบรรยาย); เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม จากภัตตาคารโพทง (ภาพ: Gastrofilm/โพทง)
From left: Vicky Lau of Tate Dining Room (Photo: Handout); Pam Soontornyanakij of Potong (Photo: Gastrofilm/Potong)

ฉันไม่เคยร่วมงานกับเชฟผู้หญิงมาก่อน ห้องครัวในฮ่องกงที่มีเชฟเป็นผู้หญิงมีเครื่องมืออุปกรณ์คล้ายกับที่เราใช้กัน ฉันไม่อยากพูดเหมารวม เพียงแต่รู้สึกว่าผู้หญิงจะพิถีพิถันกับการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในครัวให้เหมาะกับกับหลักสรีรศาสตร์ ส่วนฉันชอบซื้อกระทะและถาดขนาดเล็ก ซึ่งทุกอย่างมีรายละเอียดมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับของที่เชฟผู้ชายใช้ ผู้หญิงเราใช้ความพยายามเป็นพิเศษเพื่อค้นหาเครื่องมือที่เหมาะสม

สิ่งที่เราทำที่ภัตตาคารโพทงเป็นการทำอาหารไทยประยุกต์

Tatler Asia
Photo: Gastrofilm
Above ภาพ: “Gastrofilm”
Tatler Asia
Photo: Gastrofilm
Above ภาพ: “Gastrofilm”
Photo: Gastrofilm
Photo: Gastrofilm

สำหรับฉันมีเพียงวิธีเดียวที่จะอธิบายอาหารไทย-จีนได้

คืออาหารไทยได้รับอิทธิพลจากชาวจีนอพยพที่มาตั้งรกรากในไทย ต่อมาก็กลายมาเป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่แยกจากกัน แต่ขณะนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาหารไทยแล้วด้วย

ที่ภัตตาคารของเรา เราเน้นอาหารไทยจีนด้วยเทคนิคการทำอาหารที่ฉันได้เรียนรู้ตลอดอาชีพการทำงานและจากโรงเรียนสอน [การทำอาหาร] ซึ่งเป็นอาหารยุโรปมากกว่าและฝรั่งเศสอีกนิดหน่อย

รังสรรค์เมนู

สำหรับฉัน การสร้างสรรค์เมนูอาหารเริ่มต้นจากอาหารที่ชอบก่อน วัฒนธรรมไทยจีนและวัตถุดิบที่ฉันใช้ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาคำติชมจากลูกค้า ฉันพยายามทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน สิ่งที่เป็นแบบฉบับของฉันเอง มันยากเอาการอยู่ เพราะว่าสมัยนี้มีภัตตาคารใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แล้วยังมีสิ่งที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตที่คุณเห็นแล้วยากที่จะเอาออกจากความคิดของคุณ

ในการเรียนรู้วิถีการทำอาหารแบบดั้งเดิม

เมื่อสิบปีที่แล้ว ฉันพยายามทำกระเพาะปลา ซึ่งต้องเอามาตุ๋นในน้ำชุป เพราะกระเพาะปลาไม่มีรสชาติใดๆ ฉันพยายามข้ามขั้นตอนนั้น และไปทำสิ่งอื่นแทน เช่น เอาไปทอด แต่แม่ของฉันติงว่า “ คนจีนเขาทำแบบนั้นมาหลายพันปีแล้ว ทำไมจะเปลี่ยนวิธีเสียล่ะ” ฉันไม่เชื่อที่แม่พูด หลังจากทดลองทำหลายๆวิธี แต่ก็ไม่เคยได้ผล ฉันเลยกลับมาทำวิธีการดั้งเดิม ซึ่งมันก็ดีกว่ามาก

นั่นเป็นสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ว่า เราต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นวิถีดั้งเดิม เพราะมันจะมีเหตุผลแฝงอยู่เสมอ และถ้าคุณอยากติดค้นอะไรใหม่เป็นของตัวเอง ก็ค่อยทำหลังจากนั้น

สิ่งที่เชฟแพมอยากให้แขกได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมความร่วมมือฯ

Tatler Asia
Photo: Dofskyground
Above ภาพ: “Dofskyground”
Photo: Dofskyground

ฉันตั้งใจที่จะให้แขกชื่นชอบอาหาร ไม่ใช่ถูกกดดัน อยากให้เชื่อมต่อกับสิ่งที่เรานำเสนอได้ เหมือนคุณกินอาหารกับครอบครัวที่บ้านของคุณ 

นี่คือภาพการทำงานของเราที่ภัตตาคารโพทง มีคนถามฉันบ่อยว่า อยากจะเปิดสาชาที่โตเกียวหรือสิงคโปร์บ้างไหม แต่โพทงมีอยู่เฉพาะที่ตรงนั้นในโครงสร้างบ้านโบราณของเราเท่านั้น ประวัติศาสตร์และเรื่องราวมากมายของสถานที่นี้ผูกพันกับครอบครัวของเราอย่างแน่นแฟ้น ฉันเป็นรุ่นที่ 5 ของตระกูล เพราะฉะนั้น ต้องอยู่ที่โพทงถึงจะเข้าใจในสิ่งที่เราทำ

Topics