Richard Mille RM 07-01 Intergalactic ผสานศิลปะแห่งการประดับอัญมณีชั้นสูงเข้ากับนวัตกรรมที่ท้าทายขีดจำกัด สร้างสรรค์คอลเล็กชั่นสี่เรือนใหม่ที่บรรจุความงดงามของจักรวาลไว้บนข้อมือ
ในโลกแห่ง Haute Horlogerie ที่ซึ่งศิลปะชั้นสูงบรรจบกับนวัตกรรมที่ท้าทายขีดจำกัด Richard Mille แบรนด์ทรงอิทธิพลแห่งวงการนาฬิกาหรู ได้เขียนประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับคอลเล็กชั่นสุภาพสตรีด้วยผลงานอันน่าทึ่ง RM 07-01 Intergalactic ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปี 2022
คอลเล็กชั่นซึ่งประกอบด้วยการตีความใหม่สี่แบบนี้ ไม่ใช่เพียงนาฬิกาข้อมือธรรมดาสามัญ แต่เปรียบเสมือนคำเชื้อเชิญอันทรงพลังให้ผู้สวมใส่เริ่มต้นการเดินทางสำรวจอันน่าตื่นตาตื่นใจ ย้อนกลับไปสู่ยุคเริ่มต้นแห่งกาลเวลา สู่จุดกำเนิดแห่งจักรวาลที่ยังคงเต็มไปด้วยความลึกลับ แรงบันดาลใจของคอลเล็กชั่นนี้กำเนิดขึ้นจากจินตภาพอันงดงามของดวงดาวที่ระเบิดขึ้นในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด ทำให้ RM 07-01 Intergalactic สามารถสร้างสรรค์การผสานที่น่าทึ่งระหว่างความมืดและแสงสว่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดุจปรากฏการณ์อันวิเศษในห้วงอวกาศที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้ด้วยคำพูด

Above หัวใจสำคัญของ RM 07-01 Intergalactic อยู่ที่การรวมสุดยอดวัสดุคุณภาพเข้าด้วยกัน โดยใช้ความดำลึกดุจกำมะหยี่ของวัสดุ Carbon TPT อันเลื่องชื่อ
หัวใจสำคัญของ RM 07-01 Intergalactic อยู่ที่การรวมสุดยอดวัสดุคุณภาพเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด โดยใช้ความดำลึกดุจกำมะหยี่ของวัสดุ Carbon TPT อันเลื่องชื่อ มาขับเน้นประกายอันเจิดจรัสของเพชรเจียระไนแบบบริลเลียนต์คัต และหนามเตยทองคำ 5N Red Gold ที่ได้รับการขัดเงาจนส่องประกายระยิบระยับ การผสมผสานที่เปี่ยมเสน่ห์และลึกลับนี้ ทำให้เพชรและ Carbon TPT ยกระดับคุณสมบัติเด่นของกันและกันขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ดุจการเต้นรำของแสงและเงามืดท่ามกลางอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล

Above RM07-01 Bright Night (ภาพ: Richard Mille)

Above RM07-01 Bright Night (ภาพ: Richard Mille)
Carbon TPT ไม่ได้เป็นเพียงวัสดุทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นวัสดุคอมโพสิตที่มีน้ำหนักเบา แข็งแกร่งเหนือชั้น และให้สัมผัสที่อบอุ่นแตกต่างจากโลหะทั่วไป กระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและพิถีพิถันนั้นใช้การซ้อนทับเส้นใยคาร์บอนหลายชั้น ถักทอที่มุม 45 องศาอย่างประณีต จากนั้นจึงผ่านความร้อนสูงถึง 120 องศาเซลเซียส ภายใต้แรงดันสูงถึง 6 บาร์
กระบวนการอันพิถีพิถันนี้รับประกันความทนทานเป็นเลิศ โดยสามารถพัฒนาจุดแตกหักได้ดีขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และลดการเกิดรอยแตกขนาดเล็ก (micro-cracks) ได้ถึง 200 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับคาร์บอนรูปแบบอื่นๆ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น เอฟเฟ็กต์ลายเหล็กดามัสกัส (damascene effects) และลวดลายมัวเร (moiré motifs) ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ทำให้มั่นใจได้ว่านาฬิกาแต่ละเรือนจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง

Above RM07-01 Dark Night (ภาพ: Richard Mille)

Above RM07-01 Dark Night (ภาพ: Richard Mille)
คอลเล็กชั่นนี้ได้ผลักดันขอบเขตของศิลปะเครื่องประดับชั้นสูงให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ความเชี่ยวชาญของ Richard Mille ในการทำงานกับ Carbon TPT ได้รับการยืนยันด้วยเทคนิคการประดับอัญมณีที่ล้ำสมัยและต้องใช้ฝีมือช่างระดับปรมาจารย์
เนื่องจาก Carbon TPT มีความแข็งอย่างยิ่งยวด ทำให้วิธีการดั้งเดิมในการขึ้นรูปหนามเตยทองคำไม่สามารถนำมาใช้ได้ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ช่างประดับอัญมณีผู้ชำนาญต้องใช้เครื่องมือเจาะกัดด้วยหัวเพชร (diamond-bit milling tools) เพื่อสร้างช่องว่างที่มีขนาดและเส้นผ่านศูนย์กลางแตกต่างกันอย่างแม่นยำยิ่ง จากนั้นจึงบรรจงสอดหนามเตยทองคำ 5N Red Gold ขัดเงาและเพชรลงไปทีละเม็ดด้วยมืออย่างพิถีพิถันสุดขีด
เซซิล กีนาต์ (Cécile Guenat) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนา ได้อธิบายถึงปรัชญาการออกแบบว่า “การใช้หนามเตยเป็นองค์ประกอบตกแต่งคือแนวคิดเชิงสุนทรียภาพที่ค่อยๆ เผยให้เห็นการระเบิดของแสงนี้อย่างต่อเนื่อง” ดุจดาวฤกษ์ที่ค่อยๆ ส่องประกายสว่างขึ้นในท้องฟ้ายามราตรี

Above RM07-01 Misty Night (ภาพ: Richard Mille)

Above RM07-01 Misty Night (ภาพ: Richard Mille)
Four Celestial Interpretations
นาฬิกาสี่เรือนใหม่นี้ แต่ละเรือนต่างยืนยันคุณลักษณะเฉพาะของตนเองอย่างโดดเด่น เสริมเติมเต็มคอลเล็กชั่น RM 07-01 สำหรับสุภาพสตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยสุนทรียภาพของการประดับเพชรและหนามเตยได้ถูกพัฒนาไปตามรุ่นต่างๆ เพื่อสะท้อนมิติที่แตกต่างกันของความงามแห่งจักรวาล ได้แก่
Dark Night
เปรียบได้กับการกำเนิดของกลุ่มดาวต่างๆ ซึ่งแสดงออกผ่านประกายระยิบระยับของหนามเตยทองคำถึง 765 ชิ้น ประดับด้วยเพชรอันละเอียดอ่อน 51 เม็ด (0.081 กะรัต) ทั้งขอบตัวเรือน ส่วนกลางตัวเรือน และหน้าปัดกลาง ล้วนทำจาก Carbon TPT ที่ส่องประกายดำลึกลับ ดุจท้องฟ้ายามราตรีที่เริ่มมีดวงดาวส่องประกายปรากฏขึ้น
Misty Night
นำเสนอท้องฟ้าที่ส่องประกายอบอุ่นด้วยแกนหลักทองคำ 5N Red Gold เรือนนี้ประดับเพชรอย่างวิจิตรงดงามด้วยเพชร 251 เม็ด (0.81 กะรัต) และหนามเตยทองคำถึง 1,123 ชิ้น สะท้อนถึงความงดงามของท้องฟ้าที่มีหมอกบางๆ ปกคลุม ทำให้แสงดาวส่องประกายอ่อนโยนและแผ่วเบา
Starry Night
เพชรส่องประกายเจิดจ้าบนเรือนนี้ และมาพร้อมกับสายนาฬิกาแบบข้อเต็มที่ทำจาก Carbon TPT อันหาได้ยากยิ่ง ประกอบด้วยเพชร 181 เม็ด (0.57 กะรัต) และหนามเตยทองคำ 701 ชิ้น เปรียบดังท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับล้านดวง ส่องสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้า
Bright Night
โดดเด่นด้วยส่วนกลางตัวเรือนที่ทำจากทองคำ 5N Red Gold ขัดพ่นทราย อันทรงคุณค่า เสริมด้วยขอบตัวเรือนและฝาหลัง Carbon TPT ประดับด้วยเพชร 228 เม็ด (0.81 กะรัต) และหนามเตยทองคำ 849 ชิ้น สื่อถึงราตรีที่สุกใสแจ่มแจ้ง ปราศจากเมฆหมอกบดบัง ทำให้ดวงดาวส่องประกายชัดเจนที่สุด

Above RM07-01 Starry Night (ภาพ: Richard Mille)

Above RM07-01 Starry Night (ภาพ: Richard Mille)
หัวใจที่ขับเคลื่อนความงามและเทคนิคอันน่าอัศจรรย์นี้คือกลไก Calibre CRMA2 ซึ่งเป็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติแบบสเกเลตันที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงาน (in-house) ของ Richard Mille อย่างพิถีพิถัน กลไกนี้ถูกสร้างขึ้นจากไทเทเนียมเกรด 5 (Grade 5 Titanium) ขัดพ่นทรายอย่างประณีต สำหรับใช้เป็นฐานเครื่อง และสะพานจักร เพื่อให้มั่นใจในความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพสูงสุด กลไกนี้แสดงผลชั่วโมงและนาทีอย่างชัดเจน
โรเตอร์แบบปรับรูปทรงได้ (Variable-Geometry Rotor): กลไก CRMA2 มีโรเตอร์แบบปรับรูปทรงได้ ซึ่งช่วยให้สามารถปรับการขึ้นลานให้เหมาะสมกับระดับกิจกรรมของเจ้าของนาฬิกาได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอย่างคล่องแคล่วหรือสงบนิ่ง
ประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้: กลไกมีพลังงานสำรองประมาณ 50 ชั่วโมง (±10 เปอร์เซ็นต์) และทำงานด้วยความถี่ 28,800 vph (4 Hz) ที่รับประกันความแม่นยำสูงสุด
การปกป้องตัวเรือน: ตัวเรือนสามส่วนสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร โดยมีขนาด 31.40×45.66×11.85 mm. ที่เหมาะสมกับข้อมือสุภาพสตรีอย่างสมบูรณ์แบบ
คอลเล็กชั่น RM 07-01 Intergalactic ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความซับซ้อนทางเทคนิคและการออกแบบสำหรับสุภาพสตรีที่วิจิตรบรรจงสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและสวยงาม รับประกันว่าดวงดาวใหม่ทั้งสี่ดวงนี้จะยังคงส่องประกายอย่างเจิดจรัสในกลุ่มดาวของ Richard Mille ต่อไปอย่างแน่นอน
นี่ไม่ใช่เพียงนาฬิกาข้อมือ แต่เป็นผลงานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้ เป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงรสนิยมอันเลอเลิศและความเข้าใจในคุณค่าของงานฝีมือชั้นสูง เป็นการเฉลิมฉลองความงามของจักรวาลที่ถูกบรรจุไว้บนข้อมืออันงดงาม
อ่านเพิ่มเติม:
เส้นทาง 20 ปี ในฐานะนักสะสมนาฬิกา กับห้าเรือนเวลาของ อุเทน พัฒนานิผล
Under the Same Sky: Felix Brooks-church เจ้าของรางวัล Rolex ผู้สร้างนวัตกรรมเพื่อลดภาวะทุพโภชนาการ
Karl-Fritz Scheufele กับการรักษาห้วงเวลาในอดีตอันล้ำค่า นำพา Chopard สู่อนาคต
เผยวิสัยทัศน์ Munehisa Shibasaki กับการพา Grand Seiko สู่แบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก
เส้นทางแห่งนาฬิกาอิสระ และนวัตกรรมที่พลิกโฉมประเพณีนาฬิกาของ Bernhard Lederer





