Cover เส้นทาง 20 ปี ในฐานะนักสะสมนาฬิกา กับห้าเรือนเวลาของ อุเทน พัฒนานิผล (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Tatler GMT เปิดคอลเลกชันนาฬิกาของ ‘อุเทน พัฒนานิผล’ หนึ่งในนักสะสมผู้ครำ่หวอดในแวดวงนี้มานานกว่าสองทศวรรษ พบกับห้าเรือนเวลาของเขา ที่ไม่เพียงสะท้อนตัวตน แต่ยังเชื่อมโยงผู้คนและคอมมูนิตี้ในโลกแห่งกาลเวลา ให้เป็นมากกว่าคำว่า “แบรนด์”

ชีวิตส่วนตัวของ อุเทน พัฒนานิผล นอกเหนือจากหน้าที่ความรับผิดชอบในหลากหลายธุรกิจ ทั้งอุตสาหกรรมการผลิตสกินแคร์ คัลเลอร์คอสเมติก และสารสกัดพืชสมุนไพร คือความรักความชอบในการ ‘สะสม’ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่คอลเล็กชั่นนาฬิกา 200-300 เรือน งานศิลปะ 2,000-3,000 ภาพ ตลอดจนไวน์ วิสกี้ และอื่นๆ อีกสารพัด

“การจะเป็นนักสะสมได้ ตราบใดที่ผนังห้องยังว่างเปล่า แล้วคุณหยุด สำหรับผมนั่นไม่ได้เรียกว่า ‘นักสะสม’ คุณต้องมีห้องเก็บรูป มีรูปมากมายวางซ้อนๆ กันจนเกินผนัง เช่นเดียวกับการสะสมนาฬิกา เรามีแค่ข้อมือเดียว จริงๆ นาฬิกา 5-6 เรือนก็น่าจะเพียงพอ แต่การที่เรามีมากเกินกว่านั้น นั่นทำให้เรากลายเป็นนักสะสม” อุเทนเริ่มต้นบทสนทนาอย่างอารมณ์ดี พร้อมพา Tatler GMT เดินชมบ้านหลังใหม่ที่ในอนาคตอาจจะเปิดเป็นแกลเลอรีศิลปะให้ผู้คนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้

อ่านเพิ่มเติม: ประสบการณ์สุดพิเศษจาก Tatler Thailand x A. Lange & Söhne กับการสัมผัสศิลปะแห่งเรือนเวลาอันเที่ยงตรง

Tatler Asia
Above ส่วนหนึ่งในคอลเล็กชันนาฬิกาของ อุเทน พัฒนานิผล (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

มุมหนึ่งของบ้านถูกออกแบบเป็น home bar ซึ่งให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายชนิดที่เรียงรายจนแน่นขนัด เรียกว่าเป็น “สวรรค์สำหรับนักดื่ม” ก็คงไม่ผิดนัก เขาหยิบถาดเรือนเวลาหรูจำนวนหนึ่งจากหลายร้อยเรือนออกมาให้เราชม

อุเทนเล่าว่า นาฬิกาทุกเรือนต่างมีเรื่องราว ตลอดจนเสน่ห์ในการออกแบบและความซับซ้อนของกลไกที่แตกต่างกัน นับจาก Rolex Turn-O-Graph เรือนแรกที่เขาซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเมื่อ 20 กว่าปีก่อน หลังจากไปสะดุดตากับภาพถ่ายบนปกนิตยสารญี่ปุ่นเล่มหนึ่ง ซึ่งด้วยค่านิยมของยุคสมัยนั้นเชื่อว่า “การใส่โรเล็กซ์ ขับเบนซ์” คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ กระทั่งเมื่อกาลเวลาผันผ่าน ก็ทำให้เขาได้เรียนรู้สัจธรรมข้อหนึ่งว่า การเลือกซื้อ “สิ่งที่ตัวเองชอบ” นั่นแหละ…คือสิ่งที่ดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติม: Under the Same Sky: ร่วมสำรวจโลกและปกป้องทุกชีวิตไปกับผู้ได้รับรางวัลจาก Rolex กับโครงการ Perpetual Planet Initiative

Tatler Asia
Above อุเทน พัฒนานิผล สวมใส่ Chanel Monsieur H6596 Jumping Hour 240° Retrograde Minute (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above Chanel Monsieur H6596 Jumping Hour 240° Retrograde Minute

นาฬิกาไม่เพียงแต่บอกเวลา แต่ยังทำหน้าที่บ่งบอกตัวตนของผู้สวมใส่ หลายครั้งที่เราเห็นคนใส่นาฬิกาเรือนนั้นเรือนนี้ ก็พอจะอนุมานได้ว่า เขาเป็นคนบุคลิกแบบไหน

อุเทนเผยว่า เหตุผลหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อนาฬิกาแต่ละเรือนของเขามาจากความชอบ ทั้งฟังก์ชั่นที่ตอบสนองการใช้งาน และรูปลักษณ์ดีไซน์ที่เหมาะสมสำหรับการใส่ในโอกาสต่างๆ

“โดยส่วนตัวจะไม่เน้นอยู่ที่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ไม่จําเป็นต้องเป็นแบรนด์ที่แพงที่สุด หรือหายากที่สุด เพราะแต่ละแบรนด์ก็จะมีอัตลักษณ์ที่เราชื่นชอบ ทั้ง movement การออกแบบตัวเรือน และหน้าปัดต่างๆ เวลาที่แบรนด์ไหนจัดงาน เราก็สามารถใส่แบรนด์นั้นไปร่วมได้ ทำให้ได้พบปะกับเพื่อนๆ กลุ่มเดิม รวมถึงเพื่อนใหม่ๆ ได้มีบทสนาที่ต่อยอดจากสิ่งที่เราชอบและเก็บสะสมด้วยกัน”

Tatler Asia
Above Breguet Marine Hora Mundi 5557BR (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ห้าเรือนเวลา..อันน่าตื่นตาตื่นใจ

เราเริ่มต้นเรือนแรกกับ Breguet Marine Hora Mundi 5557BR และฟังก์ชั่นอันโดดเด่นที่ตอบโจทย์การเดินทางด้วยปุ่มปรับเขตเวลา เมื่อกดปุ๊บก็จะสามารถสวิตช์มาอีกเมืองหนึ่งได้เลย รวมถึงขนาดที่เหมาะกับข้อมือ และวัสดุสายหนังที่ให้ความเป็นกึ่งเดรส จึงเป็นนาฬิกาเรือนสำคัญที่อุเทนสวมใส่เวลาเดินทางไปต่างประเทศ

“สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษ คือมีครั้งหนึ่งได้รับเชิญไปเยี่ยมชมโรงงาน Breguet ที่สวิตเซอร์แลนด์ และมีโอกาสคุยกับซีอีโอ ซึ่งอาจเพราะคุยถูกคอกัน เขาเลยอยาก custom ให้เราเป็นพิเศษ ด้วยการเปลี่ยนจานดิสก์ใหม่ โดยใส่ชื่อเราเข้าไปอยู่ในเรือนแทน ก็ถือเป็นความทรงจําที่ดีและมีคุณค่ากับเรามากๆ”

Tatler Asia
Above Bell & Ross BR-X2 Skeleton Tourbillon Micro Rotor (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

สำหรับเรือนที่สองเป็น Bell & Ross BR-X2 Skeleton Tourbillon Micro Rotor กับกลไกฟลายอิ้งทูร์บิญอง (flying tourbillon) ซึ่งเป็นศาสตร์ชั้นสูงของช่างทํานาฬิกาในเรื่องความเที่ยงตรง โดยตัวเรือนเป็นเคสแซฟไฟร์สองด้านประกบกัน รวมถึงดีไซน์แบบสเกเลตันที่มองเห็นกลไกภายในได้แบบทะลุปรุโปร่ง

“หลังจากได้เรือนนี้ก็มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ซีอีโอเขาก็บินมาจากสวิตเซอร์แลนด์ อยากมาทำความรู้จักว่า มีนักสะสมคนไทยด้วยเหรอที่ครอบครองเรือนนี้ จากนั้นก็ได้คุยกัน จนทุกวันนี้เหมือนเป็นเพื่อนกันไปเลย”

Tatler Asia
Above MB&F x Bvlgari Serpenti – Titanium (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ส่วนเรือนที่สาม MB&F x Bvlgari Serpenti – Titanium มีความพิเศษตรงที่เป็นการคอลแลบร่วมกันระหว่าง MB&F และ Bvlgari ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากสัญลักษณ์รูปงูสุดไอคอนิกอย่าง Serpenti ซึ่งดู futuristic ด้วยรูปทรงที่แตกต่างจากนาฬิกาทรงกลมหรือทรงเหลี่ยมโดยทั่วไป สามารถแมตช์เข้ากับเสื้อยืด และกางเกงขาสั้นในวันสบายๆ เป็นลุคสปอร์ตที่ให้ความรู้สึกมั่นใจ สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ

“เรือนนี้เป็นเคสไทเทเนียม limited edition มีแค่ 33 เรือนในโลก ถ้าในเมืองไทย เข้าใจว่าน่าจะมีเรือนเดียว เพราะยังไม่เคยเห็นใครใส่เคสไทเทเนียม ตอนที่โพสต์รูปเรือนนี้ก็มีเพื่อนต่างชาติเข้ามาแสดงความยินดี บอกว่าถ้าเขามาเมืองไทย ขอโอกาสชมด้วยนะ (หัวเราะ) เลยรู้สึกว่า นาฬิกาช่วยลิงก์ให้เราได้รู้จักผู้คนใหม่ๆ ได้อีกเยอะเลย”

Tatler Asia
Above A. Lange & Söhne Zeitwetk (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

สำหรับเรือนที่สี่ A. Lange & Söhne Zeitwetk ซึ่งอุเทนยกให้เป็นแบรนด์นาฬิกาเยอรมันอันดับหนึ่งในใจของเขา ด้วยศาสตร์ทางวิศวกรรมชั้นสูง และความพิถีพิถันในรายละเอียด ทำให้ทุกอย่างมีความเนี้ยบไม่แพ้เรือนเวลาจากฝั่งสวิตเซอร์แลนด์แม้แต่น้อย

“เรือนนี้ออกแบบโดยใช้ระบบไขลานจริง เราจะเห็นหน้าต่างที่บอกเวลาสองฝั่งพลิกเปลี่ยนไปทุกๆ นาที ตามแพทเทิร์นของหน้าต่างโรงละครโอเปร่าในเมืองเดรสเดนเมื่อหลายร้อยปีก่อน ถือเป็นการผสมผสานความคลาสสิคกับความโมเดิร์น โดยหยิบประวัติศาสตร์มาใส่ไว้บนหน้าปัดนาฬิกาได้อย่างลงตัว นอกจากนั้น หากเราพลิกดูด้านหลังเครื่อง เราจะเห็นรายละเอียดการแกะลายที่เป็นงานแฮนด์คราฟต์ ซึ่งมีช่างทำนาฬิกาของแบรนด์เพียง 4-5 คนเท่านั้นที่ทำสิ่งนี้ได้ เพราะฉะนั้น ช่างนาฬิกาแต่ละคนจะรู้เลยว่า อันไหนเป็นผลงานของเขาหรือเพื่อนในทีม ซึ่งเป็นอะไรที่พิเศษเกินกว่าที่เราจะนึกถึง”

Tatler Asia
Above Bvlgari Octo Finissimo Lee Ufan Limited (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

และมาถึงเรือนสุดท้าย Bvlgari Octo Finissimo Lee Ufan Limited ความพิเศษคือเป็น limited edition ของศิลปินเกาหลี ที่ไปทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่น ชื่อว่า Lee Ufan แม้ตัวเรือนจะดูเรียบง่าย (minimal) ขนาดบาง น้ำหนักเบา แต่กลับแฝงไว้ซึ่งปรัชญาที่ลึกซึ้ง นอกจากวัสดุที่ทำจากไทเทเนียม เคส Octo Finissimo แล้ว หน้าปัดอันงดงามก็มีการไล่เฉดสี (gradient) และเล่นแสงได้ดีมาก ตัวสายยังมีการแกะการสลักในสไตล์ของศิลปิน พร้อมลายเซ็นบริเวณด้านหลังที่เป็นเอกลักษณ์

“ตอนนี้ผมเริ่มสะสมงานศิลปะมากขึ้น ก็พยายามเก็บซีรีส์ที่เป็นแบรนด์นาฬิกาคอลแลบกับงานอาร์ต อย่างเรือนนี้ก็เป็นหนึ่งในเรือนที่ตอบสนองความรู้สึกอยากครอบครอง และทำให้อยากจะเก็บเพิ่มไว้ในพอร์ตได้ดีทีเดียว (ยิ้ม)”

Tatler Asia
Above อุเทน พัฒนานิผล สวมใส่ H. Moser & Cie. Endeavour Perpetual Calendar / Cosmic Green Fumé (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above H. Moser & Cie. Endeavour Perpetual Calendar / Cosmic Green Fumé

คุณค่าที่มากกว่าคำว่า “แบรนด์”

แท้จริงแล้วการตัดสินใจเลือกนาฬิกาเพียงห้าเรือนจากคอลเลกชั่นที่มีนับร้อย เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลยสำหรับอุเทน แม้ว่าในภาพรวม แบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์จะยังคงรั้งอันดับหนึ่งในใจ เพราะจากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงาน ได้เห็นการซัพพอร์ทระหว่างแบรนด์และคนในอุตสาหกรรมเดียวกัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมนาฬิกาถึงกลายเป็นธุรกิจหลักที่สำคัญของประเทศเขา

“อย่างผมไปเยี่ยมชมโรงงาน H.Moser & Cie. ผมเห็นช่างทำนาฬิกากำลังนั่งทํางานอยู่ แต่บนโต๊ะของเขามีกรอบรูป ตอนที่เขาได้รับรางวัลจาก Thierry Stern ประธานของ Patek Philippe

“ผมว่าสิ่งสำคัญคือการสร้างคอมมูนิตี้ ที่เขาพร้อมซัพพอร์ทเด็กทุกคนให้เติบโตไปอยู่แบรนด์ไหนก็ได้ เราจะรู้ว่าบางแบรนด์เก่งทำสายใยนาฬิกา (hairspring) บางแบรนด์เก่งทำหน้าปัด เขาก็จะ supply ข้ามค่ายกัน ส่งให้ Patek บ้าง ส่งให้แบรนด์อื่นๆ บ้าง ไม่ใช่ว่าเขาจะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ใครเชี่ยวชาญอะไรก็พร้อมแบ่งปัน อันไหนแชร์ได้ก็แชร์ ส่วนอันไหนเป็นอัตลักษณ์ก็เก็บรักษาและพัฒนาต่อยอด ย้อนกลับมามองประเทศไทย หากว่าคอมมูนิตี้ของเราช่วยกัน ซัพพอร์ทกัน ทุกอุตสาหกรรมก็น่าจะเติบโตไปได้ด้วยดีเช่นเดียวกัน”

Tatler Asia
Above Patek Philippe Grand Complications Alarm Travel Time 5520P (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above Patek Philippe Perpetual Calendar Chronograph Grand Complications 5270p Salmon Dial (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)