Cover เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ในมุมหนึ่งของห้องประชุม และของสะสมชิ้นโปรด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อของสองนักเตะระดับตำนานแห่งสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่าง Cristiano Ronaldo และ Wayne Rooney รวมทั้งอาร์ตทอยสุดฮิตอย่าง Bearbrick (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

รู้จักตัวตนของ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นแห่งบ้าน ‘ชาญวีรกูล’ กับสิ่งที่เขาย้ำเตือนตัวเองเสมอว่า “‘ลูกนายกฯ’ เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว แต่ความเป็นครอบครัว...คือสิ่งที่จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต”

แสงแดดยามบ่ายทอดกระทบผ่านกระจกห้องทำงานบนตึกสำนักงานใหญ่ของอาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตึกสูงที่สุดในย่านอโศกแห่งนี้ ชายหนุ่มวัย 29 ปี ปรากฏตัวในลุคเรียบโก้ ดูคลาสสิก ด้วยเสื้อเชิ้ตลายทาง สวมสูท ผูกไทลายจุดเข็ม พร้อม pocket square เขาพาเราเดินชมพื้นที่หนึ่งชั้น ซึ่งถูกรีโนเวทให้กลายเป็นสำนักงาน Stecx Ventures ที่พนักงานแทบทั้งหมดคือคนรุ่นใหม่

ภายในห้องประชุมสุดโมเดิร์นที่เขาบอกว่า ตัวเองเป็นคนพิถิพิถันในการเลือกการออกแบบและตกแต่งด้วยตัวเอง เราสะดุดตากับไอเท็มสำคัญหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อของสองนักเตะระดับตำนานแห่งสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่าง Cristiano Ronaldo และ Wayne Rooney, อาร์ตทอยสุดฮิตอย่าง Bearbrick, หนังสือชุด Principles ของ Ray Dalio ผู้ก่อตั้งเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่สุดในโลก ตลอดจนภาพวาดภูเขา Northern Ireland ลูกใหญ่ ฝีมือเพื่อนศิลปินอย่าง char.t_ ซึ่งเป๊กเล่าอย่างอารมณ์ดีว่า “เหตุผลที่เลือกเก็บสะสมเฉพาะผลงานของเพื่อน เพราะเงินทองจะได้ไม่รั่วไหลไปไหน” (หัวเราะ)

อ่านเพิ่มเติม: RM แห่งวง BTS และสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์บนเวที APEC CEO Summit กับ ‘พลังแห่งวัฒนธรรมที่ไร้พรมแดน’

Tatler Asia
Above เสื้อ Cristiano Ronaldo หนึ่งในของสะสมชิ้นโปรด (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above ภาพวาดภูเขา Northern Ireland ฝีมือเพื่อนศิลปิน char.t_ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

เรียนรู้ “ชีวิตจริง” ตั้งแต่ยังเยาว์วัย

ชีวิตของ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ก้าวเข้ามาอยู่ในสปอตไลท์แทบจะในทันทีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล บิดาของเขาขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ทว่าหลังการสนทนาเพียงไม่นาน เราก็พบว่าเรื่องราวของชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีเพียงภาพจำจากสังคม แต่เต็มไปด้วย “มรดกทางความคิด” ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากคุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ และจากประสบการณ์ชีวิตที่เติบโตขึ้นมา ท่ามกลางการต่อสู้ในโลกธุรกิจและความผูกพันอันแน่นแฟ้นภายในครอบครัว

“ผมยอมรับว่าชีวิตผมเติบโตต่างจากเพื่อนวัยเดียวกัน” เป๊กเริ่มเล่าอย่างตรงไปตรงมาด้วยแววตาที่มุ่งมั่น “ผมเป็นหลานชายคนโตในเจเนอเรชั่น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราคิดว่า เป็นภาระและความคาดหวังจึงถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก”

เป๊กเล่าว่า คุณพ่อให้เขาเข้ามาเติบโตในออฟฟิศ เพื่อซึมซับวัฒนธรรมองค์กร บางทีก็ให้ไปประชุมร่วมกับผู้บริหารแบบเงียบๆ ไม่ได้ให้พูดหรือเสนอความคิดเห็นอะไร แต่ให้เรียนรู้ผ่านการฟัง ผ่านการสังเกต “สิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างการเปลี่ยนผ่านอันราบรื่น (seamless transition) เมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนถ่ายเจเนอเรชั่น”

อ่านเพิ่มเติม: ชานนท์ เรืองกฤตยา ปักธง “Porsche Design Tower Bangkok” โปรเจ็กต์สุดลักซ์ชูรีแห่งแรกในเอเชีย

Tatler Asia
Above เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ในมาดของการทำงาน (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)

บริษัทที่เขาพูดถึงคือ ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ซึ่งเริ่มต้นจากห้างหุ้นส่วนจำกัดสมัยคุณปู่ (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ที่มีสำนักงานเล็กๆ ในย่านสีลม มีพนักงานเพียงไม่กี่คน ก่อนจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้เมื่อปี 1992

“ผมเกิดปี 1996 ดังนั้น บริษัทก็มีคำว่า ‘มหาชน’ ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว จนทุกวันนี้เราก็มีผู้ถือหุ้นมากกว่าหมื่นราย”

“เหตุการณ์หนึ่งที่ผมพอจำความได้ คือช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งปี 1997 แม้จะอายุแค่ประมาณ 2-3 ขวบ แต่จำได้ว่า ผมเห็นคุณพ่อทำงานหนักมากๆ บริษัทต้องเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ คุณพ่อมักพาผมกับครอบครัว ทั้งคุณแม่และพี่สาวไปกินข้าวกับนายแบงก์บ้าง คู่ค้าบ้าง แต่นั่งแยกโต๊ะกัน เพื่อไปเจรจาต่อรอง ยืดหนี้ ประนอมหนี้ อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้บริษัทอยู่รอด เพราะฉะนั้น เราเติบโตมาในยุคที่บริษัทเป็นช่วงรัดเข็มขัดจริงๆ”

Tatler Asia
Above อาคารซิโน-ไทยทาวเวอร์ ใจกลางอโศก (ภาพ: Stecon)
Tatler Asia
Above ภาพถ่ายเป๊กกับครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาว (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)

วิสัยทัศน์จากคลื่นลูกใหม่

หลังผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ บริษัทก็สามารถฟื้นฟูได้สำเร็จในปี 2000 และเริ่มเติบโตอีกครั้งอย่างมั่นคง

“บริษัทเราเหมือนได้เกิดใหม่ (ยิ้ม) แต่ครั้งนี้เราโตแบบออร์แกนิก เราใช้เงินสดเป็นหลัก ไม่มีหนี้สิน ไม่กู้เกินกำลัง ซึ่งเป็นวิธีคิดในการบริหารจัดการธุรกิจมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งปีนี้ก็เข้าปีที่ 63 แล้ว”

แม้เป๊กจะเติบโตท่ามกลางบริษัทด้านวิศวกรรมก่อสร้าง แต่เขากลับเลือกเรียนต่อด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน

“จริงๆ คุณพ่อฝันอยากให้ลูกเป็นวิศวกร แต่บริษัทเรามีวิศวกรตั้ง 90 เปอร์เซ็นต์ เกือบจะทั้งบริษัทแล้ว ผมเลยเลือกเติมสิ่งที่ขาด ทั้งเรื่องการลงทุนและการบริหารจัดการด้านการเงิน ผมเชื่อว่าจะทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น”

ทายาทธุรกิจหนุ่มผู้นี้ไม่เพียงเข้ามาสานต่อ แต่ยังช่วยปรับมุมมองธุรกิจให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น

“การแข่งขันในธุรกิจก่อสร้างมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากคู่แข่งเข้ามาในตลาดได้ง่าย barrier to entry ต่ำ ขณะที่ margin ค่อนข้างบาง เพราะเป็นธุรกิจที่ใช้คนเยอะ ใช้เครื่องจักรเยอะ เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่ยอดกำไรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การบริหารกระแสเงินสด เพื่อให้เราสามารถนำกระแสเงินสดนี้ไปลงทุนในธุรกิจอื่นๆ เพื่อเพิ่มกำไรและรายได้ให้บริษัท นอกเหนือจากธุรกิจก่อสร้างเพียงอย่างเดียว”

Tatler Asia
Above เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ในมาดของการทำงาน ณ สถานที่จริง (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)
Tatler Asia
Above เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ในมาดของการทำงาน ณ สถานที่จริง (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)

เขาคือหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร จากบริษัทก่อสร้าง ไปสู่โฮลดิ้ง คอมพานี ภายใต้ชื่อ Stecon Group ที่ครอบคลุมทั้งธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่ง ตลอดจนการลงทุนในธุรกิจประเภทอื่นๆ

“ผมเชื่อว่า 10 ปีที่ผ่านมา โลกเราเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก เร็วเสียจนธุรกิจแบบเดิมๆ อาจถูกดิสรัปต์ได้ หรือแค่เราปฏิบัติเหมือนเดิมทุกๆ วัน ก็เหมือนเราเดินถอยหลังไปแล้ว ดังนั้น เราต้องมองหา global mega trends รวมถึงปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน ด้วยการเสริมเทคโนโลยี เพื่อช่วยลดความผิดพลาดของ human error”

แม้โลกธุรกิจจะเต็มไปด้วยสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง แต่เขาย้ำเสมอว่า เราต้องไม่ลืมว่าเรามาจากไหน

“เราอยู่ในอุตสาหกรรมนี้นานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว ผมมั่นใจว่าบริษัทเราก็ต้องมีดีพอที่อยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ธุรกิจก่อสร้างยังคงเป็นแพสชั่นของผม เพราะผมเชื่อว่า นี่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ผมอยากทำสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผู้คนทุกระดับทุกประเภท” ผู้บริหารหนุ่มกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

Tatler Asia
Above เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล กับหนังสือ The Changing World Order ของ Ray Dalio (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

บทเรียนชีวิตจากครอบครัว

เมื่อพูดถึงคำว่า “ครอบครัว” ความหมายของคำๆ นี้สำหรับชายหนุ่ม ไม่ใช่แค่เพียงสายสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่คือต้นแบบเบ้าหลอมทางความคิดที่ช่วยเจียระไนตัวตนของเขาให้เติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้

“ครอบครัวเราไม่ได้ใหญ่ครับ รวมกันสามเจเนอเรชั่นมีไม่เกิน 12 คน เราอยู่ด้วยกันแบบใกล้ชิดมาก ผมจะสนิทกับคุณปู่คุณย่ามากเป็นพิเศษ”

เป๊กเล่าว่า คุณย่า (ทัศนีย์ ชาญวีรกูล) คือแบบอย่างของความพอเพียง ความประหยัดและมัธยัสถ์ “คุณย่าโตมาในทรัพยากรที่จำกัดมากๆ ครอบครัวของท่านต้องปากกัดตีนถีบ พี่น้องทุกคนไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ช่วยกันทำงานหารายได้เพื่อส่งให้ท่านเรียนสูงที่สุด คุณย่าสอนผมเสมอว่า ไม่ว่าวันนี้เราจะมีมากหรือน้อย เราต้องไม่ลืมว่า เรามาจากที่ไหน ทุกวันนี้คุณย่ายังคงกลับไปดูแลชุมชนแถบตรอกจันทน์ที่ท่านเติบโตมา และท่านมักจะพาผมขึ้นสองแถว รถเมล์ หรือขนส่งสาธารณะทุกประเภท เพื่อให้ผมเรียนรู้ว่า นี่คือชีวิตของคนทั่วไปที่เขาต้องเจอ”

Tatler Asia
Above หลานชายกับคุณย่า (ทัศนีย์ ชาญวีรกูล) (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)
Tatler Asia
Above หลานชายกับคุณปู่ (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ผู้ก่อตั้งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (STECON) (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)

ขณะที่คุณปู่ คือผู้ที่สอนเขาเรื่องความเป็นนักธุรกิจ แม้ในวัย 89 ปี แต่ทุกวันนี้ท่านก็ยังมาเยี่ยมที่บริษัทเกือบทุกวัน

“บางทีคุณปู่ก็จะเรียกหลานมาคุยมาให้คำแนะนำ ท่านสอนว่า เวลาทำธุรกิจจะมีคนทั้งเอาเปรียบเรา และคบเราเพียงเพื่อผลประโยชน์ เรายอมโดนเอาเปรียบได้ แต่ต้องรู้ว่ากำลังโดนเอาเปรียบอยู่ และต้องรู้ว่าเราให้ได้มากเท่าไร คุณปู่พูดเสมอว่า ‘มือผู้ให้สูงกว่ามือผู้รับ’ และ ‘โกรธร้อยครั้ง ไม่เท่ากับให้อภัยครั้งเดียว’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมนำปรับมาใช้กับตัวเองอยู่ตลอด”

คำสอนของคุณปู่นี้เองที่ทำให้เป๊กและคุณพ่อ-อนุทิน มีสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง คือเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว

“ผมสามารถทะเลาะกับคนๆ หนึ่งได้ตอนนี้ แล้วอีกห้านาทีต่อมาก็คุยกันได้ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมกับคุณพ่อเป็นคนไม่ค่อยเก็บอะไรไว้ในสมองนานๆ ไม่ค่อยถืออะไรไว้ในหัวใจ เราเอาเวลาไปโฟกัสอย่างอื่นที่มีสาระในชีวิตดีกว่า ไม่อย่างนั้นเราจะใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข”

Tatler Asia
Above เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล กับคุณพ่อ อนุทิน ชาญวีรกูล (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)

ถ้อยคำถึงพ่อ… ผู้เป็นนายกฯ

จากธุรกิจสู่สนามการเมือง ชื่อของอนุทิน ชาญวีรกูล ค่อยๆ เปลี่ยนสถานะจากอดีตรัฐมนตรี สู่อดีตรองนายกฯ และนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศ แต่สำหรับเป๊ก ไม่มีหมวกใบไหนที่สำคัญมากไปกว่าคำว่า “พ่อ”

“ผมกับคุณพ่อเป็นเหมือนกัน ตรงที่เราเป็นคนที่ตั้งเป้าหมายค่อนข้างสูงในชีวิต เราไม่ใช่คนทะเยอทะยาน แต่เป็นคนที่ passionate เรามีความชอบและรักในสิ่งที่เราทํา และอยากจะทําให้เกินเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้”

เราอยากรู้ว่า วันที่เข้ารับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” พ่อลูกคู่นี้คุยอะไรกันบ้าง

เป๊กยิ้มก่อนตอบสั้นๆ “ผู้ชายสองคนนะครับ ผมว่าก็คงเหมือนกับบ้านอื่น เราไม่ต้องคุยกันเยอะ แต่เรารู้ดีว่า เรารู้สึกอะไรถึงกัน”

Tatler Asia
Above เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล กับคุณพ่อ อนุทิน ชาญวีรกูล (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)

จากนั้นเขาก็กล่าวต่อ “แน่นอนว่า ผมพิมพ์ข้อความไปแสดงความยินดีกับท่าน แล้วก็บอกว่า ผมรู้มาตลอดว่า เป้าหมายสูงสุดในชีวิตการทำงานของท่านคืออะไร ผมไม่ได้บอกว่าคุณพ่ออยากเป็นนายกรัฐมนตรีนะ แต่สิ่งที่ผมกําลังจะบอกคือว่า ท่านอยากเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ ให้กับประชาชนในวงกว้าง ท่านอาจเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสําเร็จในระดับหนึ่งมาแล้ว และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา ท่านจึงมองอะไรที่ใหญ่กว่าตัวเอง ไม่ใช่แค่บริษัท แต่ท่านมีความตั้งใจที่อยากจะทําอะไรให้กับประเทศนี้”

เป๊กเล่าว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งคู่ในฐานะพ่อลูกผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย ทั้งความกดดันและการโดนดูถูก

“วันที่คุณพ่อได้รับตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมว่ากอดหนึ่งกอดที่ผมให้ท่านไป มันมีความหมายครอบคลุมทุกอย่างหมดแล้ว เราไม่ได้บอกว่าเราทําสําเร็จ แต่กอดนั้นกําลังบอกว่า จากนี้ไปเราก็ยังเป็นทีมเดียวกันอยู่ เราจะยังเป็นลูกที่สนับสนุนในทุกอย่างที่คุณพ่อตั้งใจจะทํา และจะเป็นหลังบ้านที่แข็งแรงให้กับคุณพ่อ ก็อยากให้ท่านทำหน้าที่ของท่านให้เต็มที่ที่สุด และอยากให้สี่เดือนต่อจากนี้ของท่านมีความหมายในทุกๆ วัน” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

Tatler Asia
Above อ้อมกอดของเป๊กที่มอบให้กับคุณพ่อ ในวันรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)
Tatler Asia
Above ภาพของสองพ่อลูก ในวันรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)
Tatler Asia
Above ภาพของอนุทิน ชาญวีรกูล กับคุณพ่อและคุณแม่ (ภาพ: อนุทิน ชาญวีรกูล)

มรดกที่สำคัญที่สุด

เป๊กยอมรับว่า ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไป หลังจากมีอีกหนึ่งสถานะเพิ่มขึ้นมาคือ “ลูกนายกรัฐมนตรี”

“ผมเป็นคนชอบความเป็นส่วนตัว แต่ด้วยภาระหน้าที่ทางธุรกิจ ก็มักทําให้เราต้องออกไปพบปะสังสรรค์บ้าง แน่นอนว่า ตอนนี้เวลาผมไปไหนมาไหนก็มีคนรู้จักมากขึ้น หากเราทําตัวดี คนก็จะชมว่าพ่อแม่เลี้ยงดูมาดี แต่หากทําตัวไม่ดีหรือเป็นปัญหาของสังคม เขาก็จะมองว่า ลูกคนนี้พ่อแม่ไม่เลี้ยงดู ซึ่งพ่อแม่ที่เรากําลังพูดถึงอยู่นี้ ตําแหน่งท่านคือนายกรัฐมนตรีของประเทศ ผมก็ต้องคํานึงถึงจุดนี้ไว้อยู่ตลอด และไม่ต้องกังวลว่าลูกคนนี้จะไปสร้างปัญหาหรือภาระให้กับท่าน คุณพ่อมักสอนผมเสมอว่า ยิ่งตําแหน่งเราใหญ่มากขึ้นเท่าไร เรายิ่งต้องทําตัวให้เล็กมากเท่านั้น ยิ่งเรานอบน้อมก็จะมีแต่ผลดีกลับมาสู่ตัวเรา ที่สำคัญ ตําแหน่งเหล่านี้ไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืน… มาแล้วก็ไป”

Tatler Asia
Above เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล กับคุณพ่อ อนุทิน ชาญวีรกูล (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)
Tatler Asia
Above เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล กับคุณพ่อ อนุทิน ชาญวีรกูล (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)

บนชั้นหนังสือในห้องประชุม เราสังเกตเห็นภาพถ่ายครอบครัวใหญ่อันแสนอบอุ่น แม้ทุกวันนี้ต่างฝ่ายต่างมีภาระหน้าที่ แต่ทุกคนย่อมต้องมีกติกาของความสัมพันธ์ในการพบปะกันอยู่เสมอ

“จริงๆ เราโทรคุยกันแทบทุกวัน อัปเดตชีวิตว่าวันนี้เราไปเจออะไรมาบ้าง และในหนึ่งสัปดาห์ก็ต้องหาเวลามาเจอกัน 1-2 วัน เพื่อพูดคุยในเรื่องสารทุกข์สุกดิบที่ไม่ได้เกี่ยวกับงาน เพราะคุณพ่อและลูกทั้งสอง (เป๊ก และพี่สาว ต้นสน-นัยน์ภัค ชาญวีรกูล) รู้ดีว่าทุกคนต่างแบกรับภาระหน้าที่ค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว เราจึงถอดหมวกความเป็นผู้บริหารประเทศ ถอดหมวกความเป็นผู้บริหารบริษัทออกบ้าง แล้วไปหาร้านอาหารอร่อยๆ กินด้วยกัน ไปขับเครื่องบิน ขี่ม้า แล่นเรือ หรือไปตีกอล์ฟ เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำให้เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันได้นาน”

Tatler Asia
Above กิจกรรมกอล์ฟระหว่างพ่อลูก (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)
Tatler Asia
Above กิจกรรมเจ็ตสกี (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)
Tatler Asia
Above กิจกรรมขับเครื่องบิน (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)

ตลอดบทสนทนา เราพบว่าชายหนุ่มคนนี้ยังมีแง่มุมอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ เป๊กทิ้งท้ายบทสัมภาษณ์กับ Tatler ด้วยน้ำเสียงและสายตาที่จริงใจที่สุดว่า “สำหรับเขาแล้ว ‘ครอบครัว’ คือทุกสิ่งทุกอย่าง”

“ผมมีทุกวันนี้ได้เพราะครอบครัว ดังนั้น ครอบครัวของผมจึงเป็นทรัพย์สมบัติที่ผมหวงแหน ใครจะมาแตะต้องหรือรังแกไม่ได้ ผมมีหน้าที่เป็นหนึ่งในกำแพง หนึ่งในหลังคาที่จะคอยปกป้องครอบครัวของผมให้อยู่ได้อย่างปลอดภัย ถ้ามีใครถามว่า มรดกที่มีค่าสุดที่ผมเคยได้รับมาในชีวิตนี้คืออะไร มรดกที่ปู่ให้ผม..ก็คือคุณพ่อของผม และมรดกที่คุณพ่อให้ผม..ก็คือตัวผมเอง ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างในชีวิตจากการเป็นลูกชายและหลานชายของท่าน เพราะฉะนั้น ครอบครัวชาญวีรกูล คือมรดกสำคัญ..ที่ผมอยากจะเก็บรักษาไว้ให้ได้นานที่สุด” (ยิ้ม)

Tatler Asia
Above คุณพ่ออนุทิน และลูกทั้งสอง (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)
Tatler Asia
Above ภาพหอมแก้มสุดประทับใจของคุณพ่ออนุทิน และลูกทั้งสอง (ภาพ: เศรณี ชาญวีรกูล)
Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)