บอย โกสิยพงษ์, สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ และ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ สามผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover บอย โกสิยพงษ์, สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ และ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ สามผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
บอย โกสิยพงษ์, สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ และ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ สามผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

มิตรภาพและความทรงจำตลอด 30 ปีที่ไม่เคยเปลี่ยนของ บอย โกสิยพงษ์, สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ และ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ แห่งค่ายเบเกอรี่ มิวสิค สู่การกลับมาของงานรียูเนียนครั้งประวัติศาสตร์ ‘B.DAY Forever Concert’ และหลากหลายบทเพลงที่ไม่เคยเลือนหายไปจากชีวิตเรา...

แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมาถึง 30 ปีเต็ม แต่เสียงดนตรีอันไพเราะจากค่ายเพลงระดับตำนานอย่าง “เบเกอรี่ มิวสิค” ยังคงอบอวลอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน เสียงของความอบอุ่น จริงใจ และกล้าคิดต่าง ที่หาได้ยากยิ่งในอุตสาหกรรมดนตรียุคหลัง

จากความฝันเล็กๆ ของคนกลุ่มหนึ่งกับเครื่องดนตรีเพียงไม่กี่ชิ้น ได้จุดประกายให้เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการเพลงไทยยุค 90s ค่ายเพลงโฮมเมดแห่งนี้ คือบ้านอันอบอุ่นของศิลปินคลื่นลูกใหม่จำนวนมาก ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมด้วยแนวทางเฉพาะตัวที่แตกต่าง และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยของวงการดนตรีไทยในที่สุด

Tatler ชวนสามผู้ร่วมก่อตั้ง บอย โกสิยพงษ์, สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ และ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ นั่งล้อมวงสนทนาเหมือนวันวาน ผ่านคำถามที่ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงสุดไอคอนิกของค่ายเบเกอรี่ มิวสิคแห่งนี้

อ่านเพิ่มเติม: 30 ปี เบเกอรี่ มิวสิค กับลิสต์บทเพลงสุดไอคอนิกจาก ‘บอย โกสิยพงษ์’

Tatler Asia
Above Bakery ที่ไม่ใช่ขนม แต่เป็น “ตำนาน” ของวงการเพลงไทย

“มองไปไกลที่ดวงดาวสุดขอบฟ้าไกล”

ยังจำได้ไหมว่า ‘ความฝันที่ขอบฟ้าไกล’ ในตอนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร (ก้อนหินละเมอ)

บอย: สำหรับผม ตอนนั้นไม่ได้มีความฝันเลย แค่ได้ทำเพลงทุกวัน ได้เจอกันทุกวัน ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน แค่นั้นมันก็สนุกแล้ว การได้ร่วมงานกับศิลปินต่างๆ ได้ตื่นเต้นกับผลงานที่พวกเขาทำขึ้น ดนตรีที่เขาแต่งขึ้น ต่างคนต่างเอาโลกของตัวเองมาแชร์กัน ความสนุกมันอยู่ที่ตรงนั้นต่างหาก

สุกี้: ผมไม่เคยเจอศิลปินคนไหนที่เริ่มทำเพลง เพราะว่าอยากจะได้เงิน ทุกคนเริ่มเพราะรักและอยากที่จะทำ ตอนแรกไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้จะเป็นอาชีพได้ จนวันหนึ่งถึงรู้ว่ามันทำได้นะ (ยิ้ม) สำหรับผมช่วงเวลาที่สนุกที่สุดในการอยู่วงการนี้ คือตอนที่วงกำลังจะดัง ‘It’s so much fun’ เพราะฉะนั้น มันไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่เป็นระหว่างทางต่างหาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ดนตรีมันคอนเน็กกับคนดูจนกลายเป็นหนึ่งเดียว สำหรับผม ‘that’s the magic’

สมเกียรติ: ทุกครั้งที่ได้รู้ว่ามีคนชื่นชอบสิ่งที่เราทำ มันเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญมากๆ เราไม่เคยนึกมาตั้งแต่ต้นว่า สิ่งนี้จะประสบความสำเร็จ ตอนนั้นความสำเร็จอยู่ตรงไหนเราเองก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าเราทำเสร็จแล้ว และเราเองก็สนุกทุกครั้งที่ได้ฟัง

บอย: มันสำเร็จตอนนั้นแหละ

สมเกียรติ: ใช่ มันสำเร็จตอนนั้น (ยิ้ม)

อ่านเพิ่มเติม: เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล กับชีวิตการเป็น ‘ลูกนายกฯ’ และมรดกทางความคิดของครอบครัว ‘ชาญวีรกูล’ ที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

Tatler Asia
Above บรรดาศิลปินแห่งค่ายเบเกอรี่ มิวสิค

“กากี่นั้งนะ กากากี่นั้ง นะพวกนะเรา”

จากคนไม่คุ้นเคย กลายมาเป็น ‘กากี่นั้ง’ (พวกเดียวกัน) ตั้งแต่เมื่อไร

สมเกียรติ: จริงๆ ใช้เวลาไม่นานนะ อย่างพี่บอยก็เป็นเหมือนพี่ชาย คือทำงานด้วยกัน แต่งเพลงด้วยกัน คุยกันทุกเรื่อง ดึกๆ ก็ไปหาอะไรกินกัน ส่วนสุกี้แรกๆ ก็ไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน แต่เขาเป็นคนที่เวลาทำอะไรก็จะตั้งใจมาก พอได้คุยแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น ก็ค่อยๆ เริ่มสนิทกัน

สุกี้: หลายคนชอบคิดว่าเรารู้จักกันมานานแล้ว จริงๆ เพิ่งรู้จักกันตอนทำเบเกอรี่นี่แหละ ผมว่ามันเป็นเรื่องเคมีที่ลงตัว ‘It’s chemistry’ อย่างบอย ผมเจอเขาวันแรก เขามาเล่าปัญหาชีวิตให้ฟังหมดเลย ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่กันในครัว แต่ขอไม่ลงรายละเอียดแล้วกันนะ (หัวเราะ)

บอย: ผมว่าแต่ละคนเหมือนรู้บทบาทของตัวเอง พอเจอกันปุ๊บต่างคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ผมมักเปรียบสมเกียรติเป็นเหมือนหัวใจ สุกี้เป็นหัวสมอง ส่วนผมเป็นหัวเข่า… ไว้ค่อยวิ่งตาม บอกปุ๊บวิ่งเลย! (ยิ้ม)

Tatler Asia
สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

“รักคุณเข้าแล้วเป็นไร..รักจนคลั่งไคล้จริงจัง”

บทเพลงใดที่ทำให้ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง

สุกี้: โห (นิ่งคิด) รู้จัก RIK ริค วชิรปิลันธิ์ ไหม ไม่มีใครร้องแบบเขาได้ อย่างเพลง เทวี ฟังแล้วแบบ ว้าววว อยากจะไปเล่นให้เลย ถ้าไม่มีงบ เดี๋ยวออกตังค์ให้ (หัวเราะ) นั่นแหละคือช่วงเวลาที่รู้ว่า… เราชอบเพลงนั้นจริงๆ

บอย: เพลงตัวเองผมก็ชอบนะ แต่เพลงที่ฟังแล้วตกใจเลย อย่างเพลง รักคือสิ่งเดียว พอฟังปุ๊บ ทำไมมันเท่อย่างนี้ แล้วก็เพลง ยังรอคอยเธอเสมอ ของวงพรู เป็นเพลงที่ผมใส่ชื่อเต็มเลยนะว่า บอย ชีวิน โกสิยพงษ์ แต่งเนื้อเพลง หรือเพลง รักคุณเข้าแล้ว ผมก็ได้คำแนะนำจากคุณสมเกียรติว่าให้ลองเปลี่ยนเป็นสไตล์ของเราเอง ก็เลยกลายเป็นแนวทางของบริษัทในการแต่งเพลงรักบวก หรือจริงๆ เพลง บางสิ่ง ก็รู้สึกว่าเป็นอะไรที่เท่มาก

สุกี้: รู้หรือเปล่าว่าเพลง บางสิ่ง ตอนนั้นป๊อดบอกว่า ให้ผมแต่งเพิ่มอีกเพลงนึง ผมก็เข้าไปแต่งเพลงในห้องสามชั่วโมงเสร็จ จริงๆ ที่อยู่บนเทปนั่นคือเดโมนะ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมป๊อดไม่เล่นใหม่ 

บอย: ก็ของมันดีอยู่แล้วไง (ยิ้ม)

สุกี้: ถ้ามีโอกาสอยากให้ลองกลับไปฟังใหม่ สิ่งที่คนไม่รู้คือว่า กลองกับเบสอยู่ขวามือ เครื่องดนตรีอื่นอยู่ซ้ายมือ ถ้าเกิดลำโพงพัง จบเลย แต่ไม่เคยมีใครพูดถึงประเด็นนี้ เพราะสมัยก่อน The Beatles ก็ทำ ผมเลยอยากลองทำเหมือนกัน (หัวเราะ)

Above เพลง บางสิ่ง โดย Moderndog

สมเกียรติ: เพลงที่ชอบมีเยอะแยะเต็มไปหมด อย่างเพลง ลมหายใจ หรือ Seasons Change (ฤดูที่แตกต่าง) มันคอนเน็กกับชีวิตช่วงนั้นที่เราอยู่เมืองนอกพอดี เราต้องค้นหาชีวิตและพบกับความผิดหวัง พี่บอยก็ส่งเดโมมาให้ฟังก่อน พอได้ฟังเพลงเท่านั้นแหละ น้ำตาก็ไหลออกมาเลย

บอย: ตอนแต่งเพลงนี้เสร็จ คนแรกที่ผมนึกถึงคือ คุณสมเกียรติ อยากส่งให้เขาฟังมาก เพราะรู้สึกว่าเขาจะภูมิใจในตัวเรา

สุกี้: ผมว่าเราพัฒนาเร็วมากเลยนะ ยังจำได้ว่าเพลงแรกๆ นี่อะไรก็ไม่รู้ แล้วอยู่ดีๆ ก็กลายมาเป็นเพลงนี้ รู้สึกว่า ว้าววว เขียนออกมาได้ยังไง

สมเกียรติ: เหมือนคนละคนเลย (ทุกคนหัวเราะ)

สุกี้: ผมจะพูดอยู่ตลอดเวลาว่า ผมชอบเพลงร็อก สมเกียรติชอบเพลงแดนซ์ บอยชอบเพลงบัลลาด ถ้าเกิดผมชอบลูซ์ บอยชอบแจ๊ส สมเกียรติชอบคลาสสิก เราเจ๊งไปนานแล้ว แต่บังเอิญสิ่งที่เราชอบเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชอบ อันนี้คือเป็นความโชคดีมากๆ แล้วสิ่งที่แต่ละคนมีก็สะท้อนผ่านบทเพลงของตัวเองออกไป

Above เพลง Season Change (ฤดูที่แตกต่าง) โดย บอย โกสิยพงษ์

“แม้ว่าอาจจะเผลอมองใคร”

เคยเผลอแอบมองหรือเสียดาย อยากได้ศิลปินค่ายอื่นมาร่วมงานบ้างไหม

บอย: เคยสิครับ เคยอยู่แล้ว (ตอบทันที)

สุกี้: แต่ผมไม่เคยนะ ‘we’re the best’ แต่…Silly Fools เนี่ย ปล่อยไปได้ไง (หัวเราะ) ล่าสุดผมเพิ่งรู้ว่า จริงๆ โปเตโต้ก็เคยมาเบเกอรี่นะ

บอย: อ้าว... ผมไม่เคยรู้เลย (บอยสะดุ้งแล้วหันมองสุกี้) ผมว่าปัญหาคือศิลปินของเราส่วนใหญ่มาจากเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน พอคนที่ไม่ใช่เพื่อนของเพื่อน เลยมักจะไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกัน นี่ไม่รู้เลยว่า มีโปเตโต้ด้วย อย่างตอนนั้น B5 ผมไปเจอโต๋ที่โบสถ์ ส่วนเบน ชลาทิศ ผมได้ยินเสียงเขาในวิทยุ คือฟังแล้วต้องโทรบอกทีมเลยว่า ให้โทรไปถามรายการหน่อยว่า คนนี้เสียงใคร (ยิ้ม)

Tatler Asia
Above วง ​B5 ​โปรเจกต์พิเศษที่ประกอบด้วยศิลปินเลือดใหม่ 5 คนของเบเกอรี่มิวสิคในขณะนั้น ประกอบด้วย ​เบน ชลาทิศ ตันติวุฒ, มาเรียม อัลคาลาลี่, เค้ก อุทัย (นิรัติกุลชัย)​ ปุญญมันต์, ​คิว สุวีระ บุญรอด และ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

“ความอ่อนโยนทุกๆ ถ้อยคำ คอยเติมและทำให้ความหวังของฉัน (กลับมา)”

การเป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างของกันและกัน มีวิธีให้กำลังใจแต่ละฝ่ายอย่างไรบ้าง

สุกี้: ไม่เคยมีใครให้กันเลยนะ (ทุกคนหัวเราะ)

สมเกียรติ: ลึกๆ เราก็ช่วยกันตลอด คอยดูแลกันอยู่ห่างๆ

บอย: มีช่วงหนักๆ คือตอนที่ต้องหมุนเงิน ก็โทรคุยกันเยอะหน่อย ระบายความทุกข์กัน แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะว่าเราเชื่อใจกันและกัน แต่ละคนก็ทำตามหน้าที่ของตัวเอง จนถึงป่านนี้ ถ้าทั้งสองคนให้ทำอะไร ผมก็จะทำตามนั้นถึงแม้ผมจะคิดต่างก็ตาม เพราะผมมีหลักว่า สองคนนี้เป็นหัวสมองและหัวใจ จะเอาอะไรก็เอาตามนั้น

สุกี้: เคยมีคนพูดกับผมว่า ถ้าปราศจากความเชื่อใจในธุรกิจ ทุกอย่างก็ไม่มีทางที่จะสำเร็จหรือไปต่อได้ “If there’s no trust in business, you can’t do this.” สุดท้ายมันกลับไปที่เคมีระหว่างกัน บางครั้งมันไม่เกี่ยวกับผิดหรือถูก แต่มันเกี่ยวกับว่า เราจะนับถือกันและกันไหม และเราจะเดินไปด้วยกันต่อจากนี้ได้ไหม

Tatler Asia
สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ ผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ ผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ ผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

“ว่าไม่มีอีกแล้ว ไม่มีกันอีกแล้ว”

ตอนที่ไม่มีเบเกอรี่ มิวสิคแล้ว ชีวิตของแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง

บอย: ตอนนั้นก็มาทำอีกบริษัทหนึ่ง แต่สุดท้ายมันก็ค่อยๆ ทำให้เห็นว่า วันเวลาดีๆ เหล่านั้นมันจบลงแล้วจริงๆ

สมเกียรติ: ก็เป็นช่วงที่ลำบากนะ เพราะพอไม่มีเบเกอรี่ ก็เหมือนกับบ้านที่เราเคยอยู่มันพังสลายไปเลย ก็เคว้งยังอยู่ประมาณ 10 ปีได้

บอย: ผมก็เคว้ง ผมถึงมีเพลง หวานขม สำหรับผมมันคือความคิดถึงแบบสุดหัวใจ ถึงได้แต่งเพลงนั้นขึ้นมา

สุกี้: สองปีแรกของผมคือเละเลย ไปไม่ถูกเลย…

Tatler Asia
บอย โกสิยพงษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above บอย โกสิยพงษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
บอย โกสิยพงษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

“น้ำตาที่ไหล ย่อมมีวันจางหาย หากไม่รู้จักเจ็บปวด ก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ”

แม้ชีวิตจริงจะต้องเจอกับหลากหลายฤดู แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 10 ปี ของการทำเบเกอรี่ มิวสิค คือช่วงเวลาที่น่าจดจำมากที่สุด

สมเกียรติ: ง่ายๆ เลย มันคือความสุข สำหรับคนทั่วไป ความสุขอาจมีหลายอย่าง แต่ของผมมีอย่างเดียวเลย คือชีวิตในช่วง 10 ปี ของเบเกอรี่ มิวสิค เป็นช่วงชีวิตที่ทุกจังหวะและท่วงทำนองร้อยเรียงไปด้วยกัน ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด และความรู้สึกนี้ไม่เคยหายไปจากชีวิตของผมเลย

สุกี้: สำหรับผมมันคือ ช่วงเวลาที่ดวงดาวโคจรมาเจอกัน ซึ่งผมรู้ว่ามันจะไม่อยู่ตลอดกาล วันหนึ่งก็ต้องไป เพียงแต่ตอนนั้นเราไม่ได้คิดถึงสิ่งนี้ เราแค่ทำทุกอย่างตามสัญชาตญาณ (instinct) อย่างเดียว เคยมีผู้ใหญ่มาคุยกับผมว่า สมัยโน้นพวกค่ายเพลงใหญ่ๆ เขาศึกษาเราหมดเลยนะ เพราะฉะนั้น เวลามีคนถามว่า ผมเสียใจหรือเปล่า ผมบอกว่าผมไม่เสียใจเลย เพราะมาถึงวันนี้ ผมเชื่อว่าเบเกอรี่ มิวสิค เป็นของประชาชน

บอย: สำหรับผม นั่นคือช่วงเวลาที่สนุกและมีความสุขที่สุด สนุกที่ได้ทำและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เยอะมาก ได้เรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน จากสถานการณ์ที่พวกเราต้องเจอ และได้เรียนรู้ว่า การมีเพื่อนที่ดี หุ้นส่วนที่ดี คือความไว้ใจซึ่งกันและกัน ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ 10 ปีที่ผ่านมานั้น เป็น 10 ปีที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับชีวิตของผม สมมติว่าถ้าวันหนนึ่งพวกเขามาชวนผมทำอีก ผมก็จะทำนะ (ยิ้ม) ซึ่งถ้าปกติคนอื่นชวน ผมจะไม่ทำเลย

Tatler Asia
บอย โกสิยพงษ์, สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ และ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ สามผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above บอย โกสิยพงษ์, สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ และ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ สามผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
บอย โกสิยพงษ์, สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ และ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ สามผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

“ก่อนดอกไม้จะผลิบาน ก่อนความฝันอันแสนหวาน”

มีอะไรที่อยากบอก ก่อนจะไปชม B.DAY Forever Concert ฉลองครบรอบ 30 ปี เบเกอรี่ มิวสิค วันที่ 5 – 8 ธันวาคมนี้บ้าง

บอย: เดี๋ยวเราจะมีตารางสอนให้ว่า ศิลปินคนไหนขึ้นเมื่อไหร่กี่โมง เพราะว่าคอนเสิร์ตนี้ค่อนข้างยาว (ประมาณ 8–9 ชั่วโมง) อยากให้ทุกคนเตรียมฟังเพลงเบเกอรี่มาเยอะๆ ถ้าเป็นแฟนฮาร์ดคอร์ของเบเกอรี่ ผมเชื่อว่าจะสนุกทั้งโชว์แน่นอน และเราก็จะเตรียมเนื้อเพลงคาราโอเกะไว้ให้ด้วย

สุกี้: จริงๆ ตอนแรกมันยาว 12 ชั่วโมง อันนี้คือตัดแล้วนะ (หัวเราะ) เพราะเรามีเพลงฮิตเยอะมาก ก็อยากให้ทุกคนได้เล่น เลยคุยกับศิลปินว่า มีคอนเสิร์ตสี่รอบใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเราขอเพลงฮิตของแต่ละวง สักเพลงสองเพลงแล้วกัน ส่วนที่เวลาที่เหลือ ถ้าศิลปินอยากเปลี่ยนไปเล่นเพลงอะไรวันไหนก็ได้ เขาจะได้สนุก เพียงแต่ห้ามเกินเวลานะ (ยิ้ม) 

สมเกียรติ: ถ้าใครอยากอยู่ยาวๆ ก็อย่าลืมฟิตร่างกายนิดนึง และพวกเราจะรอทุกคนมาสนุกด้วยกัน 

สุกี้: ตอนที่เราตัดสินใจจัด B.Day ผมรู้ว่ากระแสจะดี แต่ไม่ผมไม่รู้ว่าบัตรสี่รอบ จะขายหมดภายใน 10 นาที ผมขอขอบคุณแฟนเพลงทุกคนจากใจที่อยู่กับเรามาตลอด เพราะถ้าไม่มีแฟนเพลง..ก็ไม่มีพวกเรา (ยิ้ม)

Tatler Asia
Above B.DAY Forever Concert วันที่ 5 – 8 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี
Tatler Asia
Above B.DAY Forever Concert วันที่ 5 – 8 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

มากกว่าคอนเสิร์ต คือช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

B.DAY Forever Concert การกลับมารวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของครอบครัวเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) ในรอบกว่า 20 ปี

พบกับศิลปินจากทุกยุคของเบเกอรี่ มิวสิค อาทิ B5 / BE PEERAPAT / BEN CHALATIT / BOYD KOSIYABONG / CAKE POONYAMUND / CRESCENDO / FLURE / GROOVE RIDERS / H / JOEYBOY / KRISTIN / MARIAM / MARISA SUKOSOL NUNBHAKDI / MODERNDOG / MR.SISTER / MR.Z/ NADIA / NIECE / NONG PIMLUCK / NOP PONCHAMNI / OIL SHOCKING PINK / ORNAREE / P.O.P / PAUSE / PRU / Q SUVEERA / RIK / RUDKLAO AMRATISHA / SAICHOL RADOMKIT / SEPIA / SOUL AFTER SIX / TEA FOR THREE / THEE CHAIYADEJ / TOR SAKSIT / TRAI BHUMIRATNA / TRIUMPHS KINGDOM / YOKEE PLAYBOY

รวมกว่า 40 ชีวิตบนเวทีเดียว ตลอด 8-9 ชั่วโมงเต็ม ทุกบทเพลงฮิต ทุกเสียงร้องที่อยู่ในใจของชาวเบเกอเรี่ยนจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพื่อให้ทุกคนได้ย้อนหัวใจกลับไปยังวันวานที่เราเคยมีทรงจำอันสวยงามร่วมกัน

Tatler Asia
Above B.DAY Forever Concert และการกลับมารวมตัวกันของศิลปินกว่า 40 ชีวิตบนเวทีเดียว
Above B.DAY Forever Concert วันที่ 5 – 8 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

คนเจียงใหม่กึ้ดเติงกันก่อ หมู่เฮากําลังจะไปแอ่วหาละเน้อ

นอกจาก B.DAY Forever Concert ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานีแล้ว ยังมีเซอร์ไพรส์เป็นของขวัญสำหรับชาวเชียงใหม่และแฟนเพลงภาคเหนือ กับเทศกาลดนตรีท่ามกลางหุบเขา B.Day After Party Festival ‘Life After Live’ ที่จะเต็มอิ่มไปกับศิลปินเบเกอรี่ มิวสิคยกค่าย ปล่อยกาย พักใจใต้ม่านลมหนาว กับบทเพลงที่อบอุ่นหัวใจ ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ Royal Train Garden Resort จังหวัดเชียงใหม่

Tatler Asia
Above B.Day After Party Festival ‘Life After Live’ วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ Royal Train Garden Resort จังหวัดเชียงใหม่

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)