บทเรียนและประสบการณ์จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ของ อุ้ย รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค และโมสต์ วิศรุต หิมรัตน์ หลังพาภาพยนตร์ ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost) คว้ารางวัลสูงสุดในสายประกวด Critics’ Week

นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกของวงการภาพยนตร์ไทย เมื่อ ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost) ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ อุ้ย รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค ที่ว่าด้วยเรื่องราวสุดแปลกของ “ผีเครื่องดูดฝุ่น” กลายเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่คว้ารางวัล AMI Paris Grand Prize ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในสายประกวด Critics’ Week (Semaine de la Critique) ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 78 (Cannes Film Festival 2025)

นอกจากนั้น ความร้อนแรงของ ผีใช้ได้ค่ะ ยังไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลง เมื่อล่าสุดสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ประกาศเลือกภาพยนตร์จากบริษัท 185 Films เรื่องนี้ ให้เป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทย เพื่อเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 98 ในสาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม (Best International Feature Film) ประจำปี 2026 อีกด้วย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทย ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2025 เป็นต้นไป

อ่านเพิ่มเติม: ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ (A USEFUL GHOST) ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ คว้ารางวัล AMI Paris Grand Prize เทศกาลหนังเมืองคานส์ 2025

Tatler Asia
Tatler Asia

Tatler มีนัดสัมภาษณ์ อุ้ย รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค ผู้กำกับภาพยนตร์ ผีใช้ได้ค่ะ และ โมสต์ วิศรุต หิมรัตน์ หนึ่งในนักแสดงนำ รวมถึงแขกรับเชิญพิเศษอย่าง “เครื่องดูดฝุ่น” ซึ่งกลายเป็นคาแร็กเตอร์สุดไอคอนิกของหนังที่หลายคนนึกถึง

อุ้ยเล่าย้อนไปถึงช่วงปี 2017 ที่ไอเดียของหนังเรื่องนี้เริ่มก่อร่างขึ้น ก่อนที่เขาจะเริ่มสานต่อความฝันของตัวเองอย่างจริงจัง ด้วยการสมัครเข้าร่วมเวิร์กช็อปการเขียนบทสำหรับผู้กำกับหน้าใหม่ ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสิงคโปร์ ซึ่งผลงานของเขากลายเป็นหนึ่งใน 11 ผลงานสุดท้ายที่ได้รับการสนับสนุน เช่นเดียวกับภาพยนตร์ Tiger Stripes (2023) จากประเทศมาเลเซียที่เคยคว้ารางวัล Critics’ Week Grand Prize มาก่อน ก็มีจุดเริ่มต้นจากโครงการเดียวกัน

แต่ด้วยภาระหน้าที่จากงานประจำ คือการบทละครและซีรีส์ ทำให้อุ้ยไม่มีเวลาที่จะพัฒนาเรื่องย่อที่เคยร่างไว้ให้กลายเป็นบทภาพยนตร์ได้เสียที จนกระทั่งเกิดสถานการณ์โควิดในปี 2020 ที่เขาเปรียบว่า อาจเป็นความโชคดีในความโชคร้าย ทำให้เขามีเวลามากพอที่จะเขียนบท (screenplay) ร่างแรกได้สำเร็จ เพื่อนำไปสมัครทุนในรอบลึกๆ ได้

“เราไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะทําหนังยาว ตอนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ก็รู้สึกว่า กองถ่ายมันเหนื่อยจัง ไม่เอาดีกว่า เราแค่คิดว่าเราอยากทําหนังสั้น แล้วก็ฉายในประเทศไปเรื่อยๆ ซึ่งพอคิดอย่างนั้น มันก็ทำให้เราไม่ค่อยเชื่อด้วยมั้งว่า หนังของเรามันจะไปเมืองนอกได้”

อ่านเพิ่มเติม: “ขออุทิศรางวัลนี้..แด่ผีทั้งหลายในเมืองไทย” รู้จัก อุ้ย รัชฏ์ภูมิ ผู้กำกับหนังไทยที่ไปคว้ารางวัลคานส์ จากผลงาน ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ (A Useful Ghost)

Tatler Asia

จนเมื่อเขาเริ่มยื่นขอทุนเมืองนอก เขากลับพบจุดบอดว่า ตัวเองไม่มีโปรไฟล์ผลงานระดับนานาชาติเลย นั่นจึงเป็นที่มาของการทำหนังสั้นเรื่อง อนินทรีย์แดง (2020) ซึ่งกลายเป็นใบเบิกทางที่สำคัญในเวลาต่อมา

“เรามาตระหนักว่า จริงๆ แล้ว โปรไฟล์หนังสั้นสําคัญมากนะ เราเคยคุยกับคนที่เขาคัดเลือกทุน เขาบอกว่า คุณอาจจะเขียนบทดี แต่ไม่ได้รับประกันว่า คุณจะเป็นคนทําหนังที่โอเค ดังนั้น ผลงานหนังสั้นจึงเป็นก้าวแรกที่สําคัญสำหรับเขา”

ผลปรากฏว่า อนินทรีย์แดง ได้รับเลือกให้ฉายรอบปฐมทัศน์ และสามารถคว้ารางวัล Junior Jury Award ที่เทศกาลภาพยนตร์โลการ์โน (Locarno) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้สำเร็จ

“พอได้ทุนนึงแล้ว ที่เหลือก็ง่ายขึ้น มันเหมือนมีผลงานที่ช่วยยืนยันว่า คนๆ นี้ทําหนังเป็น เลยยื่นขอทุนทั้งสิงคโปร์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และโชคดีที่ค่อยๆ รวบรวมเงินได้เพียงพอสำหรับการเปิดกล้อง จากนั้นก็ใช้เวลาถ่ายทำประมาณสามเดือน ตั้งแต่ปลายปี 2023 ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการ post production จนหนังเสร็จสมบูรณ์”

Tatler Asia
Tatler Asia
Tatler Asia

หลักไมล์สำคัญของอาชีพนักแสดง

ขณะที่ โมสต์ วิศรุต หิมรัตน์ นี่ถือเป็นการรับบทนำครั้งแรกของเขาบนจอภาพยนตร์ หลังเคยฝากผลงานทั้งละครโทรทัศน์ ซีรีส์ รวมทั้งละครเวทีมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยหนึ่งในความท้าทายที่สุดสำหรับเขา คือการรับบท “มาร์ช” ชายหนุ่มที่กำลังโศกเศร้า หลังจากที่ “แนท” ภรรยาของเขา (รับบทโดย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่) เพิ่งเสียชีวิตจากมลพิษฝุ่น และเขาพบว่าวิญญาณของแนท ได้กลับมาสิงอยู่ใน “เครื่องดูดฝุ่น” 

“ตอนได้อ่านบทครั้งแรกรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าสนใจ เพราะเราชอบอะไรแปลกๆ พิลึกๆ อยู่แล้ว (หัวเราะ) ผมว่าเป็นบทที่ทั้งยากและง่าย ความยากคือ เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเล่นไปมันใช่หรือเปล่า ถูกแล้วหรือยัง อย่างฉากที่ต้องเข้าพระเข้านางกับเครื่องดูดฝุ่น มันต้องจับส่วนไหน เราจะจินตนาการให้ตรงนี้เป็นอะไรดี (ยิ้ม) คือตอนที่เล่น เราไม่ได้คิดว่าเขาเป็นเครื่องดูดฝุ่น แต่เราพยายามคิดว่าเขาเป็นภรรยาเราจริงๆ ส่วนความง่าย คือเวลาเล่นมันไม่ต้องเขิน เราจะทำอะไรก็ได้ เสียดายว่าถ้าย้อนกลับไปได้ น่าจะแสดงออกมากกว่านี้หน่อย (หัวเราะ)”

โมสต์เผยว่า การได้แสดงหนังเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหลักไมล์ที่สำคัญในเส้นทางการแสดงของเขาเลยทีเดียว

“จริงๆ หลายคนอาจจะรู้จักเราจาก บุพเพสันนิวาส (2018) แต่เขาอาจจะไม่รู้ว่า คนๆ นี้เป็นใคร ทำอะไรมาบ้าง แต่ ผีใช้ได้ค่ะ ช่วยให้เราพิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางอาชีพนี้ว่า เราเป็นนักแสดงได้นะ ยิ่งพอเราได้ไปคานส์ เหมือนเป็นหมุดหมายของนักแสดงที่ชัดเจนที่สุด มันช่วยเปิดโลก ช่วยสานต่อความฝันและภาพอนาคตของเราให้ชัดเจนขึ้น (ยิ้ม)”

Tatler Asia
Tatler Asia
Tatler Asia

ประสบการณ์ครั้งแรกที่เมืองคานส์

เมื่อภาพยนตร์ ผีใช้ได้ค่ะ ได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนหนังไทยเพียงหนึ่งเดียวเพื่อฉายรอบปฐมทัศน์โลก ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 78 หนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์ที่เก่าแก่และทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ก็ทำให้ทั้งผู้กำกับ นักแสดง และทีมงานบินลัดฟ้าไปเยือนเมืองชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของผู้คนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก และนี่ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่คานส์ของอุ้ยและโมสต์

ทั้งคู่เล่าว่าบรรยากาศของเทศกาลเต็มไปด้วยความคึกคักของผู้คนบนถนนริมหาดที่มาเฝ้ารอชมคอนเทนต์ใหม่ๆ ของปีกันอย่างล้นหลาม ผู้คนมากกว่าครึ่งจะสวม badge ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงบุคคลในอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้น การที่จะเข้าร่วมเทศกาลได้ จำเป็นต้องมาด้วยสถานะใดสถานะหนึ่งเท่านั้น

“จริงๆ แล้วคานส์ไม่ใช่เทศกาลแบบ public ที่เปิดให้คนซื้อตั๋วดูหนังได้ แต่บางทีนักท่องเที่ยวที่อยากดูหนัง จะถือป้ายกระดาษว่า ‘ขอตั๋วหน่อย ใครมีตั๋วเหลือบ้าง บริจาคหน่อยได้ไหม ฉันอยากดูหนังเรื่องนี้’ เราก็จะเห็นภาพแบบนี้บ่อยมาก ทุกบ่าย ทุกเย็น ซึ่งเราก็สงสัยว่า เอ๊ะ มันจะได้จริงๆ ใช่ไหม” อุ้ยตั้งคำถามด้วยความสงสัย

“ยิ่งเป็นโรงภาพยนตร์หลักอย่าง Grand Théâtre Lumière ซึ่งรอบพรีเมียร์มีกฎว่าต้องใส่ชุดทางการ ผู้ชายสวมทักซิโด้ ผู้หญิงใส่ชุดราตรี ก็จะมีกลุ่มวัยรุ่นที่อยากดูหนังมากๆ ยอมเช่าทักซิโด้มาใส่ถือป้ายกันเต็มเลย ยิ่งถ้าหนังเรื่องไหนดังมาก คนก็จะต่อแถวรอกันเต็ม จนต้องปิดถนน ตำรวจก็เยอะมาก มันเป็นบรรยากาศของความตื่นเต้น ความลุ่มหลง ที่เพิ่งเคยได้เห็นของจริงก็คราวนี้ (ยิ้ม)”

Tatler Asia
Tatler Asia
Tatler Asia

ทั้งคู่อธิบายว่า ด้วยความที่เป็นเทศกาลก็จะมีโรงภาพยนตร์เยอะมาก ทั้งในฝั่งของเทศกาลหลักแถวริมหาด รวมถึงโรงหนังในเมืองที่น่าจะเชื่อมโยงในการฉายโปรแกรมต่างๆ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่ไม่ใช่แค่ฟังก์ชั่นการฉายหนัง เช่น พื้นที่ที่ให้คนมาเจอกัน เพื่อสร้างคอนเน็กชั่น ซึ่งเป็นสิ่งสําคัญมาก รวมถึง panel talk สารพัด ทั้งเรื่องการร่วมทุน เรื่อง AI เรื่องการซื้อขายหนัง ฯลฯ

อุ้ยอธิบายว่า ก่อนมาเทศกาลเขาตั้งเป้าว่า จะดูหนังในสายประกวดเดียวกันให้ครบทุกเรื่อง แต่ในความเป็นจริงภารกิจแต่ละวันนั้นแน่นขนัดเหลือเกิน ทั้งการให้สัมภาษณ์สื่อ มีนัดหมายกับคนในอุตสาหกรรม รวมถึงการรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับผู้ให้ทุน เช่น รัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนของทุนรัฐบาลฝรั่งเศส

“จริงๆ ที่คานส์ก็มี lunch ฟรีเยอะเหมือนกันนะ ซึ่งถ้าผมต้องเลือกระหว่างดูหนัง กับกินอาหารฟรี ผมมักจะเลือกอย่างหลัง เพราะที่คานส์อะไรๆ ก็แพง” (หัวเราะ​)

Tatler Asia
Tatler Asia

พรมแดงไอคอนิก และเสียงปรบมือกว่าเจ็ดนาที

Palais des Festivals คือแลนด์มาร์กสำคัญอันคุ้นเคย ที่เหล่าเซเลบริตี้และบิ๊กเนมแห่งวงการภาพยนตร์จะมาเฉิดฉายบนพรมแดง เพื่อรับแสงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัว อุ้ยอธิบายว่า จริงๆ แล้วพรมแดงนี้มีไว้สำหรับภาพยนตร์ในสายหลักเท่านั้น ซึ่งจะเป็นผู้กํากับหนังรุ่นใหญ่ หรือกลุ่มบุคคลที่ดังมากๆ อาทิ เจ้ย อภิชาติ​พงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับหนังสี่รางวัลคานส์ ก็เป็นบุคคลต้นแบบที่อยู่ในสปอตไลท์นี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดงานยังจัดสล็อตพิเศษสำหรับผู้ที่มีหนังฉายในเทศกาลให้สามารถเดินบนพรมแดงได้ โดยอุ้ยมีโอกาสได้เดินพรมแดงสองรอบ คือรอบทีมงาน ผีใช้ได้ค่ะ และรอบผู้กํากับภาพยนตร์เรื่องแรก

“ผมรู้สึกว่าพรมแดงเป็น publicity ที่มีมูลค่ามากเลย ยิ่งเมื่อลองเปรียบเทียบยอดผู้ติดตามตอนที่ประกาศว่าหนังได้ไปคานส์ ตอนหนังฉายแล้วมีรีวิว กับตอนผมเดินพรมแดงกับใหม่ ดาวิกา ปรากฏว่าตอนเดินพรมแดงมีคนติดตาม IG เพิ่มขึ้นเยอะมาก เลยรู้สึกว่าสิ่งนี้ช่วยสร้างการรับรู้ และเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของระบบนิเวศ”

อ่านเพิ่มเติม: “ใช้ชีวิตให้เหมือนสายน้ำ” ข้อคิดจากผู้กำกับสี่รางวัลคานส์ ‘เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล’ กับเส้นทาง 25 ปี แห่งความสำเร็จ

Tatler Asia
Tatler Asia

ทั้งคู่ยังได้เล่าถึงบรรยากาศการฉายรอบปฐมทัศน์โลก ที่ทุกคนจะแต่งตัวหล่อสวยเพื่อขึ้นเวที โดยมีการประกาศรายชื่อผู้กำกับ นักแสดง และทีมงานยืนเรียงเป็นหน้ากระดาน ก่อนจะเข้าสู่การฉายหนังอย่างเป็นทางการ

“จำได้ว่าหลังจากหนังจบ ทุกคนลุกขึ้นปรบมือ standing ovation กันยกใหญ่ แล้วปรบมือไปเรื่อยๆ ไม่หยุดจริงๆ ส่วนคนที่ร้อง ‘bravo!’ ก็ร้องอยู่อย่างนั้น ตอนนั้นไม่มีใครบรีฟเลยว่าต้องทำยังไงต่อ ไหว้ก็แล้ว โค้งก็แล้ว เดินไปกอดคนอื่นก็แล้ว ทุกคนก็ยังปรบมือต่อไปเรื่อยๆ ก็เป็นความรู้สึกที่แปลกดี สุดท้ายมีคนบอกว่า รอบนั้นผู้ชมปรบมือไปถึงเจ็ดนาทีครึ่ง!” (หัวเราะ)

ประสบการณ์ครั้งแรกจากเทศกาลหนังระดับโลก ทำให้โมสต์รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโชคดีเหลือเกิน จนเมื่อเขาได้คุยกับ บลาบูม วิศรุต หอมหวน เพื่อนนักแสดง เขาก็ตระหนักว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด แท้จริงแล้วมาจากผลลัพธ์ของการกระทำที่สั่งสมมาเรื่อยๆ ทุกพลังงานที่เขาตั้งใจทำลงไปในแต่ละวัน แต่ละปี มันไม่เคยสูญเปล่า แต่อาชีพนักแสดงแบบเองมักจะนอยด์ง่าย เพราะไม่มีใครบอกได้ว่า ความสำเร็จจะต้องรออีกนานแค่ไหน สิ่งที่ทำได้ คือพยายามทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่ทำย่อมไปสร้างผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้สักวัน

Tatler Asia
Tatler Asia
Tatler Asia
Tatler Asia

ขณะที่อุ้ย รัชฏ์ภูมิ ผู้กำกับคนเก่งที่สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัล AMI Paris Grand Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ พร้อมเสียงชื่นชมล้นหลาม กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่มีคนมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ และหวังว่าจะช่วยทำให้โอกาสในการทำหนังต่อจากนี้ง่ายขึ้น

“กว่าจะมาถึงวันนี้ต้องใช้เวลาแปดปีเลยนะ ก็หวังว่าหนังเรื่องที่สองจะไม่ต้องรอนานเท่านี้ (หัวเราะ) เรารู้สึกว่าก้าวแรกจริงๆ มาจากตัวเราที่เชื่อมั่น และทําต่อจนสำเร็จ ซึ่งมันดีที่สุดเท่าที่เราทําได้แล้ว และโลกก็โอบรับมันไว้ มีคนที่ชอบหนังเรา แม้ว่าอาจจะแปลก อาจจะไม่ได้ขนบ แต่เราแค่อยากจะท้าทายตัวเอง ท้าทายคนดู และวิธีคิดเกี่ยวกับหนังว่า มันจะเล่าอะไรได้อีกบ้าง

“มีผู้กํากับที่เราชอบมากถามว่า อุ๊ย เครื่องดูดฝุ่นไปไหนล่ะ แค่นั้นก็ทำให้เราปลื้มใจมากที่เขาได้ดูหนังเรา แล้วเขาจําได้ อย่างน้อยก็คงไม่ต้องพิสูจน์อะไรมากมายแล้วว่า ฉันทำหนังได้นะ ไม่ต้อง doubt หรือสงสัยตัวเองเหมือนที่ผ่านมา แต่เราจะไม่ชะล่าใจ เราจะไม่หยุดทำให้คนตื่นเต้น ไม่หยุดครีเอทอะไรที่สร้างสรรค์ และหาทางเซอร์ไพรส์คนดูต่อไป”

อย่างน้อยก็คงไม่ต้องพิสูจน์อะไรมากมายแล้วว่า ‘ฉันทำหนังได้นะ’

Tatler Asia
Tatler Asia
Tatler Asia
Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)