Munehisa Shibasaki ผู้อำนวยการและรองประธานอาวุโส แผนก Grand Seiko Global Division เผยถึงกลยุทธ์ในการก้าวสู่ตลาดโลก หากแต่ยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของความเป็นญี่ปุ่นอันน่าหลงใหล

ต้องยอมรับว่า Grand Seiko สามารถก้าวข้ามจากแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่น สู่การเป็นผู้เล่นคนสำคัญในอุตสาหกรรมนาฬิกาลักซ์ชูรีระดับโลกในตอนนี้ ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานความแม่นยำสูงสุดเข้ากับความงามอันเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่น Grand Seiko ได้รับการยอมรับจากนักสะสมนาฬิกาทั่วโลกในฐานะผู้ผลิตนาฬิการะดับพรีเมียมที่สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับแบรนด์นาฬิกาสวิสชั้นนำได้อย่างภาคภูมิ จากความสำเร็จที่น่าประทับใจนี้ Tatler Thailand จึงมีโอกาสอันล้ำค่าได้พูดคุยกับ Munehisa Shibasaki ผู้อำนวยการและรองประธานอาวุโส แผนก Grand Seiko Global Division ถึงกลยุทธ์อันชาญฉลาดในการก้าวสู่ตลาดโลก หากแต่ยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของความเป็นญี่ปุ่นอันน่าหลงใหล พร้อมทั้งปรัชญาการผลิตที่เน้นความประณีตบรรจงในทุกขั้นตอน

Grand Seiko ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเปลี่ยนผ่านจากแบรนด์ที่มุ่งเน้นตลาดแค่ในประเทศญี่ปุ่น สู่การเป็นแบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ปัจจัยสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นอันเป็นแก่นแท้ กับความต้องการดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายทั่วโลกคืออะไร

ใช่ครับ อย่างที่คุณบอกว่าจุดแข็งของ Grand Seiko อยู่ที่มรดกทางวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนผ่านปรัชญาของแบรนด์เราคือ “The Nature of Time” แทนที่เราจะปรับเปลี่ยนเอกลักษณ์ของแบรนด์เพื่อเข้ากับตลาดที่แตกต่างกัน เราเลือกที่จะสื่อสารถึงเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นในทุกแง่มุมของการรังสรรค์นาฬิกาของเรา เราให้ความสำคัญกับคุณค่าแบบสากลที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นความเที่ยงตรง ความชำนาญของช่างฝีมือ และการรังสรรค์ศิลปะ องค์ประกอบเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นสากลอย่างแท้จริง และเราต้องการเน้นย้ำคุณค่าเหล่านี้ออกไปสู่สายตาชาวโลก ไม่ใช่เพียงแค่ลักษณะเฉพาะที่แคบจนเกินไป

Grand Seiko ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเปลี่ยนผ่านจากแบรนด์ที่มุ่งเน้นตลาดแค่ในประเทศญี่ปุ่น สู่การเป็นแบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ปัจจัยสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นอันเป็นแก่นแท้ กับความต้องการดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายทั่วโลกคืออะไร

ใช่ครับ อย่างที่คุณบอกว่าจุดแข็งของ Grand Seiko อยู่ที่มรดกทางวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนผ่านปรัชญาของแบรนด์เราคือ “The Nature of Time” แทนที่เราจะปรับเปลี่ยนเอกลักษณ์ของแบรนด์เพื่อเข้ากับตลาดที่แตกต่างกัน เราเลือกที่จะสื่อสารถึงเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นในทุกแง่มุมของการรังสรรค์นาฬิกาของเรา เราให้ความสำคัญกับคุณค่าแบบสากลที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นความเที่ยงตรง ความชำนาญของช่างฝีมือ และการรังสรรค์ศิลปะ องค์ประกอบเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นสากลอย่างแท้จริง และเราต้องการเน้นย้ำคุณค่าเหล่านี้ออกไปสู่สายตาชาวโลก ไม่ใช่เพียงแค่ลักษณะเฉพาะที่แคบจนเกินไป

นอกจากนี้ หน้าปัดนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เทคนิคการขัดเงาแบบ Zaratsu กลไก spring drive และ high-beat ล้วนได้รับการยอมรับอย่างดีเยี่ยมทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือคุณค่าระดับโลก ที่สำคัญแม้เราจะเริ่มต้นธุรกิจจากตลาดในประเทศ แต่ในวันนี้เราประสบความสำเร็จในการขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ทั่วโลก และเปลี่ยนผ่านเป็นแบรนด์ระดับโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

Tatler Asia
Above Munehisa Shibasaki ผู้อำนวยการและรองประธานอาวุโส แผนก Grand Seiko Global Division

สืบเนื่องจากคำถามก่อนหน้านี้ ในฐานะที่เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นที่มีนัยเชิงสัญลักษณ์มากมาย Grand Seiko มีวิธีการปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อสื่อสารกับกลุ่มผู้ชมชาวตะวันตกหรือลูกค้าในยุโรปหรืออเมริกา ที่อาจจะยังไม่เข้าใจวัฒนธรรมตะวันออกหรือญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งอย่างไรบ้าง

จริงครับที่นักสะสมฝั่งตะวันตกอาจจะไม่ได้เข้าใจรายละเอียดของวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง แต่พวกเขาเข้าใจคุณค่าสากลอย่างที่ผมกล่าวถึงไปแล้ว เช่น งานของช่างฝีมือ ความเที่ยงตรง และศิลปะแบบญี่ปุ่น เราจึงใช้การเล่าเรื่อง การให้ความรู้ ผ่านการจัดนิทรรศการ สร้างประสบการณ์ที่บูติก และการผลิตคอนเทนต์ดิจิทัล เพื่อช่วยให้ผู้ชมเข้าใจปรัชญาและนวัตกรรมของแบรนด์ Grand Seiko ได้มากขึ้น

ผมคิดว่าในปัจจุบัน ญี่ปุ่นกำลังเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับโลกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับมังงะหรือแอนิเมชั่น เมื่อก่อนอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจว่าอะไรคือญี่ปุ่น อะไรคือวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่ตอนนี้อาหารญี่ปุ่นมีอยู่ทุกที่ การ์ตูนญี่ปุ่น และแฟชั่นสไตล์ญี่ปุ่นกำลังกลายเป็นมาตรฐานสากล ดังนั้นเส้นแบ่ง ระหว่างญี่ปุ่นกับโลกภายนอกจึงเริ่มจางลง ผมจึงไม่รู้สึกว่า Grand Seiko จะยากต่อการเน้นย้ำคุณค่าของแบรนด์ที่มีรากฐานจากญี่ปุ่นออกสู่ตลาดโลกมากนักครับ

Tatler Asia
Above Munehisa Shibasaki ผู้อำนวยการและรองประธานอาวุโส แผนก Grand Seiko Global Division

มาพูดถึง “Grammar of Design” ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของ Grand Seiko กันบ้างครับ คุณมีวิธีอย่างไรในการรักษาหลักการออกแบบนี้ให้ดูสดใหม่และสามารถเข้าถึงนักสะสมรุ่นใหม่ โดยที่ไม่สูญเสียความคลาสสิก

Grand Seiko Style เกิดขึ้นในปี 1967 พร้อมกับรุ่น 44GS ซึ่งเป็นรากฐานของการออกแบบของเรา แม้ว่าหลักการสำคัญของสไตล์นี้จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่การอัปเดตแบรนด์ก็เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเรา คุณคงทราบดีว่าคอลเล็กชั่น Evolution 9 ใหม่นั้นก็มีรากฐานมาจาก 44GS เราไม่ได้นำเสนอแนวทางการออกแบบที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง แต่เราต้องการรักษาแนวทางการออกแบบดั้งเดิมไว้พร้อมกับการอัปเดตให้ทันสมัยขึ้น ผมคิดว่ากลุ่มแฟนคลับของเราคาดหวังสิ่งนี้มากกว่าการเห็นดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ เราได้เปิดตัวรุ่น Tokyo Lion ที่มาพร้อมกับกลไกโครโนกราฟจักรกล Tentagraph ซึ่งเป็นการออกแบบที่ใหม่โดยสิ้นเชิง ในตอนแรกเราค่อนข้างกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับการนำเสนอดีไซน์ใหม่จาก Grand Seiko แต่รุ่นนี้กลับได้รับการตอบรับที่ดีมากในตลาด และเราได้รับยอดสั่งจองจำนวนมาก ดังนั้นการผสมผสานระหว่างรากฐานของโมเดลเก่าแก่ กับการสร้างสรรค์ดีไซน์ใหม่ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญเท่าเทียมกันครับ เราพยายามตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภค ซึ่งจนถึงตอนนี้ผมคิดว่าเราทำได้ดี

Tatler Asia
Above Grand Seiko Spring Drive U.F.A. ‘Violet Dawn’ มอบเที่ยงตรงที่ ±20 วินาทีต่อปี ทำให้เป็นกลไกนาฬิกาข้อมือที่ขับเคลื่อนด้วยลานสปริงที่มีความแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน

ตลาดนาฬิกาลักซ์ชูรีมีการแข่งขันสูงมาก นอกเหนือจากกลไกที่เป็นเอกลักษณ์และล้ำสมัยอย่าง Spring Drive แล้ว Grand Seiko ใช้จุดเด่นอื่นใดบ้างในการสร้างความแตกต่างจากแบรนด์สวิสชั้นนำ

ขอบคุณที่กล่าวถึงนาฬิกา Spring Drive ที่มีความเที่ยงตรงสูงของเรา เราลงทุนจำนวนมากในการวิจัยและพัฒนาสำหรับกลไกใหม่ๆ เช่น Spring Drive ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ค่อนข้างใหม่ และเราก็มีกลไก High-Beat ที่ยอดเยี่ยมด้วย แต่ถึงกระนั้น Grand Seiko ไม่ได้ใช้จ่ายเพื่อพัฒนาเทคนิคแค่ที่ตัวกลไกเท่านั้น ฝีมือของงานช่างก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นการขัดตัวเรือน อย่างเช่น การขัดเงาแบบ Zaratsu ที่ช่างยังคงสร้างสรรค์ด้วยมือ พื้นผิวหน้าปัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เช่น White Birch และ Cherry Blossom ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม รวมทั้งเรื่องของวัสดุ เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัสดุสำหรับตัวเรือน อย่างเช่น Ever-Brilliant Steel ซึ่งเป็นวัสดุใหม่ของเราด้วย องค์ประกอบทั้งหมดเหล่านี้ล้วนได้รับการพัฒนาและยกระดับให้ Grand Seiko อยู่ในระดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Tatler Asia
Above Munehisa Shibasaki ผู้อำนวยการและรองประธานอาวุโส แผนก Grand Seiko Global Division ถ่ายภาพร่วมกับเหล่าผู้บริหารในงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2025

คำถามสุดท้ายเกี่ยวกับตัวคุณครับ คุณมีประวัติอันยาวนานกับ Grand Seiko รวมถึงช่วงเวลาที่คุณเคยเป็น CEO ของ Seiko USA ด้วย หากมองย้อนกลับไป ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในการผลักดันให้ Grand Seiko เป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้คืออะไร และอะไรคือความสำเร็จที่คุณภาคภูมิใจที่สุด

ผมเข้ามาร่วมงานกับบริษัทในปี 1992 ถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาประมาณ 33 ปีแล้วที่ผมอยู่ที่นี่ ความท้าทายที่ยังมีอยู่ในตอนนี้คือการสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างสองแบรนด์ (Seiko และ Grand Seiko) ผมทำงานกับบริษัทมา 33 ปี ขายทั้งสองแบรนด์มาเป็นเวลานาน และตอนนี้ผมต้องเป็นผู้นำของ Grand Seiko และต้องขาย Grand Seiko ให้ได้มากกว่า Seiko ผมทราบดีถึงความแตกต่าง แต่ผู้ใช้งานหรือนักสะสมจำนวนมากยังไม่ทราบความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่าง Grand Seiko และ Seiko ดังนั้นความท้าทายที่ต่อเนื่องคือการสื่อสารกับกลุ่มแฟนของเรา เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องถึงคุณค่าของทั้งสองแบรนด์ ผมไม่อยากจะบอกว่า Grand Seiko ดีกว่า Seiko ทั้งสองแบรนด์มีความพิเศษแต่มีลักษณะและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสที่มีหลายแบรนด์ภายใต้กลุ่มเดียวกัน Seiko และ Grand Seiko ก็เป็นแบรนด์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เราต้องการเน้นย้ำว่าเราจะสามารถยกระดับทั้งสองแบรนด์ไปพร้อมกันได้อย่างไร สำหรับความท้าทายของเราในตอนนี้คือการที่สมาชิกทีม Grand Seiko ทุกคนต้องคิดหาวิธีที่จะ สร้างความแตกต่างให้ Grand Seiko โดดเด่นจากแบรนด์นาฬิกาหรูของสวิส ไม่ใช่แข่งขันกับ Seiko หรือแบรนด์อื่นๆ

ส่วนเรื่องความสำเร็จ ผมไม่มีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากมายนัก ผมกลับมาจากสหรัฐอเมริกาและรับตำแหน่งนี้เมื่อสามถึงสี่ปีที่แล้ว ผมมุ่งเน้นไปที่การอัปเดตภาพลักษณ์ของ Grand Seiko นี่คือสิ่งที่ผมทุ่มเทเวลาและใช้พลังงานกับมันมากที่สุด ปรัชญา “The Nature of Time” คือสิ่งที่เราต้องการเน้นย้ำให้มากกว่าที่ผ่านมา และเราได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของ Grand Seiko แม้ว่าตัวนาฬิกาหลักบางรุ่นจะยังคงเป็นรุ่นที่เราจำหน่ายมานานกว่า 15-20 ปี แต่การยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น เราได้เปลี่ยนคำสื่อสารภายใต้ปรัชญา The Nature of Time เป็น “Alive in Time” ซึ่งคุณอาจเห็นได้จากภาพหรือวิดีโอโปรโมตต่างๆ เราได้ยกระดับและเปลี่ยนภาพลักษณ์ของ Grand Seiko ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ผมยังได้ริเริ่มการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์และบรรยากาศของบูติกให้มีความสะดวกสบายและน่าดึงดูดใจมากขึ้นด้วย เราพยายามเปิดรับงานระดับนานาชาติอย่าง Watches and Wonders มากขึ้น และเน้นการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์หลังได้รับรางวัล GPHG (Grand Prix d'Horlogerie de Genève) สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญ ผมยังไม่ถือว่าภารกิจของผมสำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์ แต่สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำให้แบรนด์ Grand Seiko สามารถเข้าถึงผู้คนได้กว้างขึ้น และเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า Grand Seiko แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ อย่างไร

Topics

Natthawut Saengchuwong
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia

ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Tatler Thailand และ Tatler GMT ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ Thailand มาก่อน นอกเวลาการทำงานบริหาร เขาใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับการสะสมและฟังแผ่นเสียง การตกแต่งบ้านและการดูแลสวนอันเงียบสงบของเขา