Jon Rahm นักกอล์ฟดาวรุ่ง หนึ่งใน Rolex Testimonee กับตำแหน่งแชมป์ The Masters Tournament 2023
สำหรับเครื่องบอกเวลาที่มีสัญลักษณ์มงกุฎการันตีความเป็นเลิศอย่าง Rolex ได้เริ่มต้นความสัมพันธ์กับกีฬากอล์ฟมาตั้งแต่ปี 1967 หลังจากนั้นก็ได้ขยายขอบเขตความร่วมมือไปสู่เกมการแข่งขันในทุกระดับ ซึ่งมักเห็นชื่อ Rolex ปรากฏอยู่ในทุกสนาม
นอกเหนือจากทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ทางแบรนด์ยังต้อนรับนักกอล์ฟมากความสามารถมาเป็นหนึ่งในสมาชิก Rolex Testimonee อาทิ Arnold Palmer, Jack Nicklaus และ Gary Player หรือที่รู้จักในนาม The Big Three ผู้เล่นระดับตำนานแห่งวงการกอล์ฟในยุค 1960s และ จอน ราห์ม (Jon Rahm) นักกอล์ฟดาวรุ่งที่สามารถคว้าชัยชนะรายการ The Masters Tournament 2023 มาครองล่าสุด
อ่านเพิ่มเติม: รวมบุคคลผู้ทรงเกียรติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่พิชิตรางวัล Rolex Awards for Enterprise 2023

Above ฉลองชัยชนะการแข่งขัน The Masters Tournament ครั้งที่ 87 (ภาพ: Rolex)
ความสัมพันธ์อันดีระหว่าง Rolex และ Jon Rahm เริ่มต้นเมื่อปี 2016 ซึ่งตรงกับปีที่เขาเทิร์นโปรจากการสร้างผลงานในฤดูกาลแรกได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการคว้าชัยชนะในการแข่งขัน Farmers Insurance Open, Dubai Duty Free Irish Open และ DP World Tour Championship Dubai เมื่อปี 2017 พร้อมขึ้นแท่นเป็นมือวางอันดับหนึ่งในการจัดอันดับนักกอล์ฟมือสมัครเล่น
ส่วนทางด้านความสัมพันธ์ของ Jon Rahm และ Rolex ถูกเชื่อมโยงความเป็นเลิศและความแม่นยำ ถ่ายทอดคุณสมบัติผ่านกีฬากอล์ฟ ซึ่ง Jon Rahm ได้กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เป็นพันธมิตรมาอย่างยาวนานว่า
“ตอนเซ็นสัญญากับ Rolex ผมยังไม่ได้เป็นสมาชิก PGA Tour ด้วยความที่ทางแบรนด์ไว้ใจและให้การสนับสนุน ผมจึงตั้งใจฝึกฝนและตั้งเป้าทำให้สำเร็จ ซึ่งไม่นานผมก็เป็นสมาชิก DP World Tour ตอนแรกที่ Rolex มาเป็นสปอนเซอร์ช่วยเพิ่มความมั่นใจอย่างมาก เพราะ Rolex ถือเป็นแบรนด์นาฬิกาที่มีชื่อเสียงในระดับสากล"
"หลังจากผมคว้าแชมป์เมเจอร์มาได้สองรายการ สถานะของผมในวงการกีฬากอล์ฟก็เปลี่ยนไป การทำงานร่วมกับ Rolex ถือเป็นแบรนด์ที่ทำงานด้วยง่ายและเชื่อในความสัมพันธ์ที่ยืนยาว ขณะที่ทางแบรนด์ก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผม แบรนด์เข้าใจสิ่งที่ผมโฟกัสในชีวิต เมื่อแบรนด์ขอความร่วมมือต่างๆ ผมจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล”

Above ช่วงเวลาแห่งชัยชนะที่ตราตรึงใจ (ภาพ: Rolex)
Jon Rahm ยังบอกอีกว่าการได้สานสัมพันธ์กับแบรนด์นาฬิกาที่มีความผูกพันกับกีฬากอล์ฟมาเกือบ 60 ปีนั้นเป็นเรื่องพิเศษ เริ่มจากตำนานนักกอล์ฟระดับ Big Three อย่าง Arnold Palmer, Jack Nicklaus และ Gary Player ตามมาด้วยนักกอล์ฟยอดฝีมืออย่าง Tiger Woods สะท้อนให้เห็นว่า Rolex เชื่อมโยงเรื่องราวเข้ากับผู้เล่นที่ทรงอิทธิพล
“ถือเป็นเกียรติมากที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งของ Rolex Testimonee จากจุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้ ผมมาได้ไกลมากหลังเซ็นสัญญากับทางแบรนด์ ผมจึงรู้สึกขอบคุณที่ได้รับโอกาสนี้”
เสียงปรบมือหลังคว้าชัยชนะในรายการ The Masters Tournament 2023 และความรู้สึกที่ได้สวมแจ็คเก็ตเขียวในตำนานถือเป็นหนึ่งช่วงเวลาแห่งความทรงจำ
อ่านเพิ่มเติม: อัปเดตแบรนด์นาฬิกา เปิดตัวเรือนเวลาใหม่ ปี 2024
“การคว้าชัยชนะในรายการ The Masters Tournament 2023 ถือเป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาทั้งชีวิต เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ และยังเป็นการเชื่อมโยงระหว่างสนาม Augusta National และวงการกอล์ฟสเปนเข้าไว้ด้วยกัน การที่ผมสามารถคว้าชัยในวัน Easter Sunday ซึ่งเป็นวันเกิดของ Seve Ballesteros และเป็นวันครบรอบ 40 ปีที่เขาเป็นแชมป์เมเจอร์สมัยที่สอง เป็นเรื่องที่ตราตรึงใจ มีอะไรหลายอย่างที่ทำให้ชัยชนะรายการนี้มีความพิเศษ และรู้สึกดีใจที่ได้ก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการกีฬากอล์ฟ”
The Masters Tournament ถือเป็นรายการแข่งขันที่มีความสำคัญในวงการกีฬากอล์ฟ ซึ่งทาง Rolex ให้การสนับสนุนการแข่งขันรายการนี้มาโดยตลอด และไม่ใช่เพียงการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อการแข่งขันกอล์ฟ ความเป็นเลิศที่ไม่ได้มาจากการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีเท่านั้น หากแต่ยังเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความพยายามอย่างตั้งใจจริงของ Rolex ในการสนับสนุนกีฬาหลากหลายประเภท โดยมีกอล์ฟเป็นหนึ่งในนั้น ทางแบรนด์ได้ร่วมเป็นพันธมิตรในรายการ PGA Tour และ DP World Tour รวมถึงการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นรายการต่างๆ ทั้งหมดนี้ล้วนตอกย้ำถึงความร่วมมือที่ดีงามที่ทาง Rolex มีต่อวงการกอล์ฟ
สัมพันธภาพระหว่าง Rolex กับ The Masters Tournament แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่มีต่อกีฬากอล์ฟ เราเชื่อมั่นอย่างเดียวกันว่า ความเป็นเลิศไม่ได้มาจากการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีเท่านั้น แต่เป็นผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการที่เราฝึกฝนลงมือทำด้วย
สิ่งที่ Rolex ยังคงยึดมั่นและทำมาโดยตลอด นั่นคือการสร้างสรรค์นาฬิกาและกลไกที่เชื่อมโยงกับปัจจัยต่างๆ ในการเล่นและการโฟกัสไปที่การตีลูก ความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานระหว่าง Rolex และการแข่งขันกอล์ฟ จึงเป็นสิ่งที่พิเศษมาก ไม่ว่าจะเป็น The Masters Tournament หรือกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น AJGA และ LPGA จะเห็นได้ว่าการจัดอันดับนักกอล์ฟโดยองค์กรมีชื่อเหล่านี้ มักเห็นชื่อ Rolex ปรากฏร่วมเป็นส่วนหนึ่งอยู่ด้วยเสมอ
การที่ทางแบรนด์มีส่วนร่วมกับองค์กรทางด้านกีฬากอล์ฟต่างๆ จึงส่งผลให้เกิดการพัฒนากีฬาชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Rolex มีส่วนยกระดับวงการกีฬากอล์ฟให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และพร้อมอยู่เคียงข้างนักกีฬาที่ไม่ยอมแพ้และมุ่งมั่นที่จะทำฝันของตนให้เป็นจริง เฉกเช่น Jon Rahm






