พูดคุยกับมาดามตวง อุบลรัตน์ ช่อธีระพฤกษ์ ในฐานะนักสะสมนาฬิกาที่หลายคนอาจยังไม่รู้
หลายคนน่าจะเคยคุ้นตากับ มาดามตวง-อุบลรัตน์ ช่อธีระพฤกษ์ ในฐานะ Food Influencer ผู้ทรงอิทธิพลในวงการอาหาร หากมาดามตวงได้เข้าไปเยือนร้านไหนแล้วนั้น การันตีได้เลยว่ารสชาติต้องได้มาตรฐานความอร่อยแบบฉบับมาดามตวงอย่างแน่นอน
แต่น้อยคนที่จะทราบว่า หมวกอีกใบของมาดามตวง คือเธอถือเป็นหนึ่งในคอลเล็กเตอร์นาฬิกาตัวยง จากความคุ้นเคยของการจัดสรรเวลาที่ต้องมีนาฬิกาติดตัว กลายเป็นสิ่งบ่งบอกตัวตนในแต่ละวัน เป็นจุดเริ่มต้นความชื่นชอบในเรือนเวลา และวันนี้ Tatler GMT จะพามาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: ดร. รีเบคก้า สตรัทเธอร์ส ช่างนาฬิการะดับปรมาจารย์หญิงคนแรกในสหราชอาณาจักร

Above มาดามตวงอุบลรัตน์ ช่อธีระพฤกษ์ (ภาพ: Tulika Kim)
ในหนึ่งวันของมาดามตวง มีกิจกรรมอะไรบ้าง
กิจกรรมเยอะมากเลยนะ (หัวเราะ) เป็นคนที่ไม่ปล่อยตัวเองให้อยู่นิ่งเลย ถ้าเป็นวันธรรมดาจะตื่นประมาณ 7 โมงเช้า เริ่มทำงานตั้งแต่ตื่นเลย เข้าไปตรวจสอบสารพัดแพลตฟอร์มบนโลกออนไลน์ ก็คอมเมนต์งานทิ้งไว้ตรวจดูไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีนัดก็จะทำอยู่อย่างนั้นจนถึงบ่ายลงมากินข้าว แล้วก็จัดการงานของบริษัทแต่ละบริษัทไล่ไปเรื่อยๆ จนหมด จากนั้นก็เป็นเวลาของครอบครัวที่บ้าน จนถึงตี 1 ตี 2 ถ้าไม่มีอะไรก็ไล่อ่านคอมเมนต์ในวิดีโอ (หัวเราะ) หาอะไรทำไปเรื่อยให้ตัวเองไม่ว่าง
แต่อย่างวันนี้ที่เรามานั่งคุยกัน ก็จะมีความพิเศษ เพราะวันนี้คิวค่อนข้างแน่น ตอนเช้าต้องไปงานประกาศผลรางวัลจนเรียบร้อยประมาณเที่ยงกว่าๆ แล้วก็กลับมาบ้านมีคิวสัมภาษณ์ที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ตรงนี้ แล้วต้องทำ ‘Lamb in Lavender’ เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Rosemary ที่เคยเปิดที่ทองหล่อ จากนั้นจะมีรีวิวร้านอาหารที่ต้องไปถ่าย อันนี้จะเป็นหนึ่งวันที่ค่อนข้างจะวุ่นอยู่หน่อยๆ
กิจกรรมเยอะขนาดนี้ จัดสรรเวลาในแต่ละวันได้อย่างไร
มันมีเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่พี่เคยร้องไว้ ‘ใช้ทุกก้าว ทุกวัน เวลา ให้คุ้มที่หายใจ ให้ทำทุกอย่างเหมือนพรุ่งนี้ที่จะตาย บริหารเวลา มีอะไรที่เราจะทำแล้วมีความสุขได้ ไม่ว่าจะเป็นกับตัวเอง คนรอบข้าง’ ท่อนนี้จะอยู่ในเพลง ‘รองเท้าของนักเดินทาง’
เราพยายามจัดสรรเวลาให้เข้าคู่กับความสุขให้ได้ อย่างตอนเริ่มทำอาหาร ก็มาจากสามีไปตีกอล์ฟวันเสาร์ เราก็ไม่มีอะไรทำ จะให้ไปช้อปปิ้งทุกเสาร์ มันก็ใช่ที่ก็เลยไปเรียนทำอาหาร พอทำเป็น ทำได้ ก็สร้างกิจกรรมหลังจากตีกอล์ฟเสร็จ ให้สามีชวนเพื่อนมากินข้าวที่บ้าน กลายเป็นความสุขที่เราเริ่มสร้างจากตัวเอง ทั้งๆ ที่ตอนนั้นก็ไม่ใช่ว่าว่างงานหรือไม่มีอะไรทำ แต่พอเป็นเรื่องความสุข ทั้งของสามีและเรา เราจะจัดสรรเวลาในการทำมันได้เอง
พี่ทำรายการอยู่ในยูทูป เผยแพร่สูตรอาหารต่างๆ มันคือสิ่งที่เราคิดว่า เรามีตรงนี้แล้วเราจะแบ่งปันให้ใคร เพื่อที่เขาจะเอาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะทำอาหารให้ครอบครัวหรือทำอาหารเป็นอาชีพ ซึ่งทุกวันนี้เดินออกไปก็ดีใจที่หลายๆ งาน เจอคนในวงการอาหารเข้ามาหา หลายๆ คนเขาก็บอกว่าดูสูตรในรายการแล้วเอาไปทำ ไปทำเป็นอาชีพเลย

Above เมนู ‘Lamb in Lavender’ เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Rosemary by Madame Tuang ของมาดามตวง (ภาพ: Tulika Kim)
เป็นคนบริหารเวลาได้ลงตัวแบบนี้ อยากรู้ว่า มาดามตวงเป็นคนที่ “ก่อนเวลา ตรงเวลา หรือเลทห้านาที”
ตรงเวลา เพราะไม่อยากเอาเปรียบเวลาใคร และไม่ไปก่อนเพราะไม่ชอบนั่งรอ 10.00 คือ 10.00 แต่เข้าใจกรุงเทพฯ นะ บางทีมันสุดวิสัยจริงๆ รถติด เราเข้าใจได้ แต่จะพยายามตรงเวลาที่สุด
ถ้าเป็นคนให้ความสำคัญกับเวลาแบบนี้ แล้วให้ความสำคัญกับเรือนเวลามากน้อยขนาดไหน
เป็นคนมีนาฬิกาติดข้อมือไว้อยู่แล้ว เราก็มองเห็นว่านอกจากบอกเวลาได้แล้วเนี่ย นาฬิกามันคือเครื่องประดับได้นะ มันคือจิวเวลรีชิ้นหนึ่งได้เลย ที่บอกคาแร็กเตอร์ของคุณในแต่ละวัน ว่าวันนี้คุณจะมาทางลักซ์ชูรี สปอร์ต หรือไลฟ์สไตล์ นาฬิกาสื่อสารได้ถึงขนาดนั้นเลย มันเลยเป็นจุดเริ่มต้นในการสะสมนาฬิกาด้วย

Above คอลเล็กชั่นนาฬิกาของมาดามตวง อุบลรัตน์ ช่อธีระพฤกษ์ (ภาพ: Tulika Kim)
โดยปกติแล้ว มาดามตวงใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินก่อนจะเลือกเป็นเจ้าของเรือนเวลาแต่ละเรือน
เป็นคนไม่คิดเยอะ ถ้าเห็นอยากได้ซื้อเลย ไม่รอด้วย ไม่เข้า waiting list ใดๆ ทั้งนั้น คิดว่าแต่ละเรือนคือเนื้อคู่ของเรา เห็นแล้วถ้าชอบใจ คุยเรื่องราคา ถ้าพอใจก็ซื้อเลย ไม่ไปเช็กราคาร้านข้างๆ ด้วยนะ (หัวเราะ) ไม่เช็กด้วยว่ารุ่นนี้จะราคาขึ้น ราคาลง หรือจะซื้อไปแล้วราคาตกไหม ฉันรักเธอ และฉันก็จะพาเธอกลับบ้าน
อีกสิ่งที่ให้ความสำคัญคือความคลาสสิก จะไม่ซื้อเรือนที่อยู่ได้แค่ 5 ปี 10 ปี เรามองระยะยาวกว่านั้น หลัก 20 ปี แต่ละเรือนต้องอยู่กับเราได้ ใส่ได้ทั้งตอนนี้ และต่อให้แก่ไปมากกว่านี้ก็ต้องใส่ได้อยู่ จะไม่ซื้อพวกอะไรที่มาเร็วไปเร็ว
อย่างเพื่อนสามีที่เป็นแก๊งผู้ชายเขาก็ซื้อเก็งกำไรกัน มูลค่าเพิ่มขึ้น แต่เราไม่ได้มองจุดนั้นเลย อาจมีมองบ้าง แต่ไม่ใช่เหตุผลหลักใหญ่สำคัญ โชคดีด้วยที่พี่มีลูกสาว นาฬิกาแต่ละเรือนมันก็กลายเป็นสินทรัพย์ที่จะส่งต่อให้กับลูกสาวได้ด้วย อย่างตัว Franck Muller ก็สามารถเป็นได้ทั้งนาฬิกา กึ่งๆ เครื่องเพชรไปในตัวด้วย
เรือนเวลาเรือนแรกสุดที่มาอยู่กับมาดามตวง
Chopard เป็นคนชอบเพชร ด้วยความที่ Chopard มีความ feminine มาก บวกกับเรือนนี้มีลูกเล่นเป็นเพชรหลายๆ เม็ด กลิ้งอยู่ตรงขอบ ยิ่งทำให้ดูไม่ซ้ำใคร ถูกใจมาก เพราะเราก็เป็นคนไม่อยากเหมือนใครด้วย (หัวเราะ)
เรือนเวลาที่รักมากที่สุด
Franck Muller สีเหลืองล้อมเพชร (ตอบอย่างรวดเร็ว) เป็นเรือนที่รักมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้ใช้มันบ่อย แต่รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิด
เรือนเวลาสำหรับ everyday use
เป็น Chanel J12 แล้วกัน เราสามารถสมบุกสมบันได้โดนน้ำ เจอความร้อน อยู่หน้าเตา เข้าครัวได้หมด สายหนังก็มีความบอบบางในแบบของเขา แต่ถ้าให้เลือกเป็น J12 จะเหมาะที่สุด
มาดามตวงทำมาหลายอย่างมากในชีวิต ตอนนี้ยังอยากทำอะไรเพิ่มเติมกับชีวิตบ้าง
อยากกลับไปขายอาหาร แต่อยากเป็นร้านข้าวแกงนะ อยากให้ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารที่เป็นปัจจัย 4 ในราคาที่จับต้องได้ เราเห็นสภาวะเศรษฐกิจที่กดดันชีวิตคน เราเห็นคนที่เดือดร้อน เราเห็นคนที่ต้องอดมื้อกินมื้อ เพื่อครอบครัว หรือคนที่พวกเขารัก มันก็บีบหัวใจอยู่นะ
อาหารเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องกิน เราอยากทำข้าวแกงในราคาที่เหมาะสม ปริมาณที่เหมาะสม กับทั้งคนรายได้น้อยคนใช้แรงงาน ให้เขาได้อิ่มท้อง ในจำนวนเงินที่เขาสามารถหาได้ในแต่ละวัน ก็อยากเป็นที่พึ่งให้กับสังคมและชุมชน
เป็นคนที่ใช้เวลา ใช้ชีวิตแบบ 24/7 เลย ถ้าวันนี้มีเวลาเพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมง มาดามตวงอยากจะทำอะไร
(ครุ่นคิดสักพัก) น่าจะเอาเวลามาดูแลตัวเอง นอนให้เยอะขึ้น ทรีทเม้นต์ผิว ดูแลร่างกายดูแลสุขภาพ เราจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้แบบมีสุขภาพที่ดี








