สำหรับนักสะสมหรือคนรักนาฬิกา ความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของนาฬิกานั้นมีหลากหลายเหตุผล และแน่นอนเสน่ห์ของเครื่องบอกเวลาที่หลายคนหลงใหลอยู่ที่การถ่ายทอดแนวคิดนอกกรอบ จากชิ้นส่วนขนาดเล็กๆ ที่ประกอบโดยช่างนาฬิกาผู้ชำนาญงาน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามของท้องฟ้าไปจนจักรวาลอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
สำหรับคนทั่วไป 'นาฬิกา' อาจเป็นเพียงเครื่องบอกเวลาที่สวมใส่ในชีวิตประจำวันหรือเครื่องประดับบนข้อมือที่สะท้อนรสนิยมและสไตล์ แต่สำหรับกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่าเป็นนักสะสมหรือคนรักนาฬิกา ความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของนาฬิกาอาจแตกต่างไปจากนั้น เวลาที่เห็นใครใส่นาฬิการุ่นพิเศษ เราสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าคนๆ นั้นใส่ใจกับเวลาและเห็นคุณค่าของนาฬิกาอย่างแท้จริง
เสน่ห์ของเครื่องบอกเวลาที่หลายคนหลงใหล จากชิ้นส่วนขนาดเล็กผ่านการผลิตและประกอบด้วยช่างนาฬิกาผู้ชำนาญงานสร้างผลลัพธ์อันน่าทึ่งให้กับผลงานการออกแบบที่มีอัตลักษณ์ นำเสนอคุณค่าที่อยู่เหนือกาลเวลา ซึ่งในครั้งนี้ขอนำเสนอนาฬิกาที่เป็นดั่งอัจฉริยะศาตร์ทางด้านเครื่องบอกเวลาที่เหล่านักสะสมถวิลหาและอยากครอบครองเป็นเจ้าของ
อ่านเพิ่มเติม: Watches & Wonders 2024: The editors pick นาฬิกาเรือนโปรด
Urwerk

Above Urwerk UR-230 “Eagle”
นาฬิกาในคอลเล็กชั่น UR-200 ของ Urwerk ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยการพัฒนากลไกและปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ดูเท่โฉบเฉี่ยวสมกับชื่อ UR-230 “Eagle” รวมถึงพัฒนาฝาครอบคาร์บอน CTP ให้สามารถเคลื่อนที่ได้ พร้อมด้วยแอโรไดนามิกไลน์ในรูปทรงที่เพรียวบาง
กลไกนาฬิกาถูกต่อยอดด้วยดิสเพลย์ดาวเทียม เข็มแสดงค่าเวลาชั่วโมงแบบ 3 มิติ และเข็มนาทีแบบรีโทรเกรด ได้อัพเกรดกลไกสู่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง จุดเด่นที่สำคัญคือดิสก์หมุนแบบสามแกน บล็อกที่หมุนได้แต่ละบล็อกจะมีตัวเลขสี่ชั่วโมง ซึ่งจะเคลื่อนที่ไปตามเซกเตอร์ในมุม 120 องศา โดยเผยตัวเลขชั่วโมงปัจจุบัน ที่หันไปทางผู้สวมใส่นาฬิกา ส่วนดิสเพลย์นาที ลูกบาศก์ชั่วโมง จะอยู่บนเข็มรีโทรเกรดที่ทำจากอะลูมิเนียม เมื่อสิ้นสุดการเดิน 60 นาที เข็มชี้จะตีกลับไปที่ตัวเลข 0 โดยจะควบคุมผ่านลูกบาศก์ที่แสดงชั่วโมงถัดไป
นอกจากการแสดงค่าเวลาที่ดูพิเศษ นาฬิกา UR-230 “Eagle” ยังนำเสนอประสิทธิภาพใหม่ๆ โดยได้พัฒนาโช๊คที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องกลไกคาลิเบอร์ UR-7.30 เพื่อลดแรงกระแทกจากภายนอก และชุดควบคุมที่ทำหน้าที่ดูแล การไหลเวียนของอากาศที่ป้อนเข้าสู่ภายในตัวเรือน
แรงดันของ “air brake” ซึ่งออกแบบมาเพื่อปรับกำลังการขึ้นลานตามกิจกรรมของผู้สวมใส่ กำหนดค่าผ่านปุ่มควบคุมด้านหลังตัวเรือน ส่วนสวิตช์ตัวที่สองที่อยู่ตรงข้ามสวิตช์ตัวแรกทำหน้าที่ปลดโรเตอร์ สลับโหมดกลไกมาเป็นการขึ้นลานแบบ Manual ผลงานนาฬิกาที่มีเอกลักษณ์รุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 35 เรือน
MB&F

Above MB&F Horological Machine Nº11 (HM11)
MB&F ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่อย่าง Horological Machine Nº11 (HM11) ถ่ายทอดแนวคิดนอกกรอบเพื่อรังสรรค์งานศิลปะจลนศาสตร์แบบสามมิติที่ดูแตกต่างจากการประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิม จากคำกล่าวของสถาปนิกชื่อดังชาวสวิส Le Corbusier ที่ว่า “Une maison est une machine à habiter“ (a house is a machine to live in) โดย Maximilian Büsser ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้หยิบนำแนวคิดดังกล่าวมาทดลองผลิตจักรกลบอกเวลาที่แฝงด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านเรือนในยุคโพสโมเดิร์นในช่วงปี 1960s
สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ด้วยดีไซน์ตัวเรือนคล้ายบ้านหลังใหญ่ที่มีห้อง 4 ห้อง ทำมุม 90 องศา ผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 ที่แข็งแกร่งที่สุด ขนาดพอเหมาะ 42.0 มิลลิเมตร แกนหลักตรงกลางตัวเรือนจัดวาง Central Flying Tourbillon ที่คุมประสิทธิภาพความเที่ยงตรงแม่นยำของกลไกไขลานด้วยมือ ซึ่งจะสะสมพลังงานด้วยการหมุนเคสในมุม 45 องศา โดยเมื่อหมุนครบรอบ 10 รอบ จะสะสมพลังงานได้เต็ม สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 96 ชั่วโมง
ตัวเรือนประกบกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโดม โดยแต่ละช่องทำหน้าที่แตกต่างกัน ทั้งบอกเวลาชั่วโมงและนาที มาตรวัดพลังงานสำรอง มาตรวัดอุณหภูมิ และเม็ดมะยมตามลำดับ ช่องว่างพื้นที่กระจกแซฟไฟร์สามารถชมความงามของกลไกซึ่งพัฒนาโดย MB&F เองทั้งหมด จักรกลบอกเวลารุ่นนี้นำเสนอสองซีรีย์ในโทนสี Blue Dial และ Red Gold Dial ผลิตจำนวนจำกัดเพียง สีละ 25 เรือนเท่านั้น
Jacob & Co

Above Jacob & Co Astronomia Tourbillon
Jacob Arabo ผู้ก่อตั้ง Jacob & Co กล่าวว่า ดาราศาสตร์ได้รับแรงบันดาลใจจากจักรวาลอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต แนวคิดและความมหัศจรรย์ของฟากฟ้าถูกถ่ายทอดผ่านคอลเล็กชั่น Astronomia ที่เปิดตัวเมื่อปี 2014 ดวงดาว ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ ได้ถูกตีความหมายใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อปี 2023 ทางแบรนด์ได้นำเสนอผลงานรุ่นใหม่ Astronomia Revolution มาพร้อมสุดยอดประสิทธิภาพในการแสดงค่าเวลาที่เที่ยงตรงแม่นยำ ขับเคลื่อนด้วยกลไกที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด เริ่มต้นจากกลไกแบบสามมิติ Caliber JCAM48B ที่สามารถหมุนครบรอบ 360 องศาในระยะเวลาเพียง 60 วินาที เอกลักษณ์ของ Jacob & Co ภายใต้วงโคจรแนวโค้งของโครงสร้างดาวเทียม เสริมรายละเอียดด้วยการประดับแผ่นสะท้อนเรดโกลด์ 18K จำนวน 18 ชิ้น ที่ขัดเงาอย่างประณีตและจัดวางทำมุมลาดเอียงดูคล้ายรังผึ้ง โดยได้แรงบันดาลใจจากกล้องโทรทัศน์อวกาศ James Webb Space Telescope เครื่องมือนี้ ได้รับการยอมรับในการสำรวจอวกาศ และเป็นเครื่องมือที่ออกแบบเพื่อยกย่องการปฏิวัติดาวเทียม
เครื่องบอกเวลารุ่นนี้สามารถชมความงามของชิ้นส่วนประกอบผ่านกระจกคริสตัลแซฟไฟร์แบบโปร่งใส เพื่อโชว์ให้เห็นความงดงามของกลไกเต็มตาในแบบ 360 องศา พร้อมกันนั้นยังแสดงค่าวินาทีด้วยเข็มปลายลูกศรที่ผลิตจากทับทิมสีแดง ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 18 เรือน ในตัวเรือนทองชมพู ทองคำขาว และทองคำขาวเคลือบ DLC สีดำ
Bovet

Above Calendrier Astronomie Bovet scaled Back site

Above Calendrier Astronomie Bovet scaled Back site
เครื่องบอกเวลา Récital 20 Astérium สะท้อนภาพความงามของท้องฟ้าที่แหงนมองจากพื้นโลก ผลงานชิ้นเอกในคอลเล็กชั่น Astronomical Complications ของ BOVET ได้นำเสนอการเคลื่อนที่ของหมู่ดาวอันสวยงามผ่านการแสดงค่าเต็มหน้าปัด
หน้าปัดที่ถูกประดิษฐ์อย่างประณีต แสดงแผนที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว ซึ่งแกะสลักด้วยเลเซอร์ จากนั้นเคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova บนโดมควอตซ์สีน้ำเงินโปร่งแสง จุดเด่นอยู่ที่ฟังก์ชั่นปฏิทินดาวฤกษ์ แสดงระยะเวลาการโคจรรอบโลกโดยสมบูรณ์ คือ 365 วัน 6 ชั่วโมง 9 นาที 9.77 วินาที หรือ 365.25 วัน ซึ่งหากตามปฏิทินเกรกอเรียนจำเป็นต้องปัดเศษจำนวนวันในหนึ่งปีลงเหลือ 365 วัน และเพิ่มวันพิเศษ (วันที่ 29 กุมภาพันธ์) ทุกๆ สี่ปี ตามปีอธิกสุรทิน เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่หายไป แต่การใช้ปฏิทินเพื่อคำนวณการขับเคลื่อนของกลุ่มดาวบนท้องฟ้าจะต้องคำนวณตามเวลาจริง 365.25 วัน ของระยะเวลาจริงในวงโคจรของโลกเต็มรูปแบบหนึ่งวงโคจร จากการผสมผสานระหว่างความเที่ยงตรงและการแสดงผลของนาฬิกา ทำให้สามารถระบุตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้าในเวลาปัจจุบัน
ผลงานนี้ยังสะท้อนคุณสมบัติเครื่องบอกเวลาชั้นสูง ด้วยฟังก์ชั่นที่ครบครัน อาทิ การแสดงเวลานาทีผ่านเข็มรีโทรเกรด ช่องกรงทูร์บิญอง ปฏิทินประจำปี และการแสดงช่วงเวลาซัมเมอร์และวินเทอร์ ตัวเรือนผลิตจากทองคำขาวและทองสีเข้ม ขนาด 46.0 มม. ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 240 ชั่วโมง




