นาฬิกา HUBLOT MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์ขนาด 42.0 มม. หนา 13.40 มม. กันน้ำได้ลึก 30 เมตร  หน้าปัดเรซินคอมโพสิตใสขัดเงา
Cover นาฬิกา Hublot MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์ขนาด 42.0 มม. หนา 13.40 มม. กันน้ำได้ลึก 30 เมตร หน้าปัดเรซินคอมโพสิตใสขัดเงา (ภาพ: Hublot)
นาฬิกา HUBLOT MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์ขนาด 42.0 มม. หนา 13.40 มม. กันน้ำได้ลึก 30 เมตร  หน้าปัดเรซินคอมโพสิตใสขัดเงา

Art of Fusion ปรัชญาที่กลายเป็นดั่งหัวใจหลักในการรังสรรค์ผลงานเครื่องบอกเวลาของ Hublotโดยศิลปะแห่งการผสมผสานที่หยิบนำศาสตร์จากหลากหลายแขนงมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สุดยอดผลงานอันมีเอกลักษณ์มาประดับบนข้อมือ

จากการหลอมรวมประเพณี นวัตกรรมและงานฝีมือชั้นสูง สร้างสุนทรียศาสตร์แห่งความงามที่ไม่เหมือนใคร ในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส ถึงแม้ Hublot จะเริ่มต้นธุรกิจในปี 1980 แต่ทางแบรนด์ได้ปูเส้นทางการผลิตนาฬิกาที่ชัดเจน นับจากผลงานเครื่องบอกเวลารุ่นแรก ที่ฉีกกฎหลักการพื้นฐานของการประดิษฐ์ดั้งเดิม พร้อมความคิดนอกกรอบ ด้วยการนำเสนอนาฬิกาที่จับคู่ระหว่างตัวเรือนทองและสายยาง ซึ่งในช่วงเวลานั้นถือเป็นแบรนด์แรกที่กล้านำตัวเรือนทองที่ดูคลาสสิกมาประกอบเข้ากับสายยางที่ดูสปอร์ต พร้อมการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่องหน้าต่างวงกลมของเรือที่เรียกว่า “Hublot” ในภาษาฝรั่งเศส สร้างอัตลักษณ์ที่มองเห็นแวบเดียวก็รู้ได้เลยว่านี่คือนาฬิกาจาก Hublot

ด้วยการผลักดันรูปแบบนาฬิกาภายใต้ปรัญชาอันแน่วแน่ของแบรนด์ จนทำให้บรรลุความสำเร็จสร้างชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อีกทั้งยังสร้างนิยาม ‘Be First, Unique and Different’ ซึ่งนำไปสู่การรังสรรค์นาฬิกาคอลเล็กชั่นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมและความสามารถของช่างนาฬิกา ก่อให้เกิดผลงานที่มีความพิเศษและเปี่ยมด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์

อ่านเพิ่มเติม: What’s in My Collection ส่องคอลเล็กชั่นนาฬิกาหรูของ ‘แบม-ปีติภัทร’

The Fusion of Art and Haute Horlogerie

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 นาฬิกา Hublot MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire
Photo 2 of 5 นาฬิกา Hublot MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์
Photo 3 of 5 นาฬิกา Hublot MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์
Photo 4 of 5 นาฬิกา Hublot MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์
Photo 5 of 5 นาฬิกา Hublot MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์
นาฬิกา HUBLOT MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire
นาฬิกา HUBLOT MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์
นาฬิกา HUBLOT MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์
นาฬิกา HUBLOT MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์
นาฬิกา HUBLOT MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์

ความร่วมมือของ Hublot x Takashi Murakami ยังคงดำเนินต่อไปด้วยการพลิกโฉมรูปแบบนาฬิกาให้เหนือระดับไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire โดยอักษรย่อ MP มาจากคำว่า Manufacture Piece ซึ่งนาฬิกาแต่ละรุ่นในคอลเล็กชั่นนี้จะมีความพิเศษเฉพาะ ด้วยการสะท้อนความงดงามของดอกไม้ยิ้ม หรือ Smiling Flower อันเป็นซิกเนเจอร์ทางด้านดีไซน์ของ Murakami ในตัวเรือนแซฟไฟร์รูปกลีบดอกไม้ 12 กลีบ ดูโค้งมนและโปร่งใส เผยให้เห็นความซับซ้อนสุดล้ำของกลไก Central Flying Tourbillon ซึ่งดูเสมือนลอยอยู่ตรงกลางภายใต้ใบหน้าของดอกไม้นี้

จุดเด่นของ MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire คือความโปร่งใสของหน้าปัดนาฬิกา ทำให้สามารถมองเห็นความมหัศจรรย์ของกลไก Central Flying Tourbillon ที่เป็นหนึ่งในกลไกซับซ้อนและต้องใช้ความชำนาญของช่างนาฬิกาในการผลิตด้วยเทคนิคที่โดดเด่นทำให้ดูเหมือนกลไกทูร์บิญองลอยอยู่ โดยไม่มีสะพานจักรกลมาบังสายตา

ส่วนประกอบทั้งหมดถูกทำให้เป็นโครงสร้าง สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการพัฒนานาฬิกาในคอลเล็กชั่น MP ขุมพลังที่เต็มเปี่ยมสามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 150 ชั่วโมง หรือเกือบหนึ่งสัปดาห์เต็ม ถือเป็นความสำเร็จทางเทคนิคอันยอดเยี่ยม นอกจากนี้แบรนด์ยังได้ผลิตสไตลัสที่สามารถต่อเข้ากับเม็ดมะยมมาช่วยทุ่นแรงในการไขลาน ซึ่งจะหมุนขึ้นลาน 100 รอบ จนกักเก็บพลังงานเต็มที่

ดอกไม้ที่มีลูกเล่นด้วยรอยยิ้มกว้าง สามารถอ่านค่าเวลาได้อย่างง่ายดาย ผ่านเข็มที่เคลื่อนผ่านด้านล่างของกลไกและขีดแสดงค่าเวลาสีขาว เคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา ทำให้สามารถอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในพื้นที่ที่มีแสงน้อย นำเสนอในตัวเรือนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42.0 มิลลิเมตร ประกอบเข้ากับสายยางแบบใส ผลงานนาฬิกา Hublot MP-15 Takashi Murakami Tourbillon Sapphire ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนเท่านั้น

Full Energy System

Tatler Asia
MP-10 Tourbillon Weight Energy System  ตัวเรือนไทเทเนียมไมโครบลาสต์ขัดเงาขนาด  54.1 x 41.5 มม. หนา 22.4 มม. กันน้ำได้ลึก 30 เมตร หน้าปัดสีดำ เผยให้เห็นกลไกด้านใน
Above MP-10 Tourbillon Weight Energy System ตัวเรือนไทเทเนียมไมโครบลาสต์ขัดเงาขนาด 54.1 x 41.5 มม. หนา 22.4 มม. กันน้ำได้ลึก 30 เมตร หน้าปัดสีดำ เผยให้เห็นกลไกด้านใน
MP-10 Tourbillon Weight Energy System  ตัวเรือนไทเทเนียมไมโครบลาสต์ขัดเงาขนาด  54.1 x 41.5 มม. หนา 22.4 มม. กันน้ำได้ลึก 30 เมตร หน้าปัดสีดำ เผยให้เห็นกลไกด้านใน

ในการประกาศเปิดตัวนาฬิกา MP รุ่นใหม่แต่ละครั้ง ต่างได้รับความสนใจจากเหล่านักสะสมคนรักนาฬิกา Hublot โดยคอลเล็กชั่น Manufacture Piece หรือ MP ผลงานการสร้างสรรค์เครื่องบอกเวลาจากโรงงานการผลิตที่ชูความเป็นเลิศทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยล่าสุดทางแบรนด์ได้นำเสนอผลงานมาสเตอร์พีชที่ใช้เวลาในการคิดค้นพัฒนาถึง 5 ปี ซึ่งพาย้อนกลับสู่พื้นฐานการผลิตนาฬิกาอีกครั้ง โดยไม่มีหน้าปัด เข็มนาฬิกา หรือโรเตอร์ แต่ใช้ดิสเพลย์บอกเวลาแบบหมุน มาตรแสดงพลังงานสำรองแบบวงกลม อีกทั้งยังมาพร้อมกลไกทูร์บิญองที่เอียงทำมุม 35° พร้อมระบบการขึ้นลานอัตโนมัติด้วยลูกตุ้มเชิงเส้นตรงสองส่วนที่มาปฎิวัติวงการนาฬิกา

หลังจากเปิดตัวนาฬิกา MP-10 Tourbillon Weight Energy System ก็เหมือนสปอตไลท์ฉายแสงมายังนาฬิการุ่นนี้ เพราะเป็นที่สนใจของนักสะสมนาฬิกาที่ตามเก็บผลงานในคอลเล็กชั่น MP ด้วยการออกแบบที่ดูเท่ไม่เหมือนใครและการแสดงเวลาในแนวตั้งที่ท้าทายความสามารถของช่างนาฬิกา พร้อมกลไกการทำงานอันสลับซับซ้อน ซึ่งถือเป็นการผสมผสานวัสดุศาสตร์ในรูปแบบที่เหนือจินตนาการ เปี่ยมไปด้วยพลังทางด้านกลไกและสุนทรียศาสตร์ที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ ตามแนวคิดหลักของ MP คอลเล็กชั่น

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 MP-10 Tourbillon Weight Energy System เดินด้วยความถี่ 3 เฮิร์ต (21,600 ครั้งต่อชั่วโมง), สำรองพลังงาน 48 ชั่วโมง
Photo 2 of 3 MP-10 Tourbillon Weight Energy System กลไกขึ้นลานอัตโนมัติ HUB9013, Manufacture สเกเลตัน ทูร์บิญอง
Photo 3 of 3 MP-10 Tourbillon Weight Energy System ตัวเรือนไทเทเนียมไมโครบลาสต์ขัดเงาขนาด 54.1 x 41.5 มม. หนา 22.4 มม. กันน้ำได้ลึก 30 เมตร หน้าปัดสีดำ เผยให้เห็นกลไกด้านใน
MP-10 Tourbillon Weight Energy System  เดินด้วยความถี่ 3 เฮิร์ต (21,600 ครั้งต่อชั่วโมง), สำรองพลังงาน 48 ชั่วโมง,
MP-10 Tourbillon Weight Energy System กลไกขึ้นลานอัตโนมัติ HUB9013, Manufacture  สเกเลตัน ทูร์บิญอง
MP-10 Tourbillon Weight Energy System  ตัวเรือนไทเทเนียมไมโครบลาสต์ขัดเงาขนาด  54.1 x 41.5 มม. หนา 22.4 มม. กันน้ำได้ลึก 30 เมตร หน้าปัดสีดำ เผยให้เห็นกลไกด้านใน

ส่วนรายละเอียดที่ทำให้นาฬิกา MP-10 แตกต่างจากนาฬิการุ่นอื่นๆ คือ รูปทรงของตัวเรือนและกระจกแซฟไฟร์ทรงพิเศษ ไม่มีเข็ม แทนที่ด้วยดิสเพลย์สี่ช่องที่หมุนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การแสดงชั่วโมงและนาทีที่อยู่บริเวณส่วนบนของตัวเรือน แสดงพลังงานสำรองแบบวงกลมตรงกลางโดยมีโซนสีเขียว-สีแดงและแสดงวินาทีบริเวณส่วนด้านล่างเหนือช่องกรงทูร์บิญองที่ผลิตจากอะลูมิเนียมชิ้นเดียว เสมือนลอยตัวลาดเอียงทำมุม 35° โดยกลไกที่พัฒนานี้อยู่ในระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตร

รูปลักษณ์ของนาฬิกาเรือนนี้ สามารถดึงดูดสายตาให้หันไป สนใจกับกลไกที่อ่านค่าเวลาได้ง่ายดายยิ่งขึ้น เพียงกวาดสายตา จากบนลงล่างตามธรรมชาติ ช่องแสดงเวลาชั่วโมง นาที พลังงานสำรอง และวินาที ได้ถูกเรียงอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีตัวเลขเคลือบแล็คเกอร์สีขาวและเครื่องหมายสามเหลี่ยมสีแดงแสดงค่าในปัจจุบัน

สำหรับกลไกในแบบดั้งเดิมจะประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนตามแนวนอนและจะมีโรเตอร์อยู่ด้านหลังตัวเรือน แต่นาฬิกา MP-10 ที่ไม่มีหน้าปัดหรือเข็ม จึงไม่สามารถประกอบกลไกในแนวราบ ทางวิศวกรของ Hublot จึงคิดค้นหลักการถ่วงน้ำหนัก แต่ปรับให้อยู่ในแนวตั้ง และเพื่อป้องกันการกระแทกของกรอบด้านข้าง

ทาง Hublot ได้พัฒนาระบบป้องกันการสะเทือน โดยตุ้มน้ำหนักแนวตั้งทั้งสองนี้จะถูกประกอบเข้ากับแกนกลางและสามารถขึ้นลานกลไกได้สองทิศทาง เป็นการพัฒนาตามเอกสิทธิ์เฉพาะของ HUBLOT นอกเหนือจากการขึ้นลานอัตโนมัติยังสามารถไขลานด้วยมือผ่านเม็ดมะยมในตำแหน่ง 12 นาฬิกา ทำให้นาฬิการุ่นนี้สามารถสำรองพลังงานได้นาน 48 ชั่วโมง

Black Magic & White Ceramic

Tatler Asia
Square Bang Unico Black Magic & White Ceramic ตัวเรือนเซรามิกทรงสี่เหลี่ยมสีดำหรือสีขาวขนาด 41.0 มม. หนา 12.0 มม. กันน้ำได้ลึก  100 เมตร
Above Square Bang Unico Black Magic & White Ceramic ตัวเรือนเซรามิกทรงสี่เหลี่ยมสีดำหรือสีขาวขนาด 41.0 มม. หนา 12.0 มม. กันน้ำได้ลึก 100 เมตร
Square Bang Unico Black Magic & White Ceramic ตัวเรือนเซรามิกทรงสี่เหลี่ยมสีดำหรือสีขาวขนาด 41.0 มม. หนา 12.0 มม. กันน้ำได้ลึก  100 เมตร

Hublot ให้ความสำคัญทางด้านวัสดุศาสตร์และรูปทรงมาโดยตลอด ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปีที่คิดค้นและพัฒนา เพื่อสร้าง Shaped Collection ให้ดูแตกต่างในนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยม ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ จากพื้นฐานนาฬิกาตัวเรือนทรงกลมที่มีการจัดวางกลไกในแบบทรงกลม แต่ถ้าหากจะนำกลไกนี้มาบรรจุในตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยม จะต้องมีความชำนาญในการจัดวางให้ทุกส่วนประกอบดูลงตัวซึ่งหลายแบรนด์มักเลือกใช้ตัวเรือนที่ปิดสนิท แต่ไม่ใช่กับ Hublot ที่ฝาหลังประกบเข้ากับกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เผยให้เห็นกลไกอย่างชัดเจน

ภายในงาน Watches&Wonder 2022 ทาง Hublot ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการนำเสนอนาฬิกาที่มาพร้อมตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอลเล็กชั่นไอคอนิกอย่าง Big Bang กับผลงาน Square Bang Unico ด้วยความโดดเด่นของรูปทรงเรขาคณิตดูแปลกตาสำหรับปี 2023 นี้ได้ นำเสนอในโทนสีขาวและสีดำที่ดูคอนทราสต์ กับผลงาน Square Bang Unico White Ceramic (สแควร์ แบง ยูนิโค ไวท์ เซรามิก) และ Square Bang Unico Black Magic (สแควร์ แบง ยูนิโคแบล็ก เมจิก)

โดยทั้งสองรุ่นมาในตัวเรือนเซรามิกขนาดพอเหมาะ 41.0 มิลลิเมตร หนา 12.0 มิลลิเมตร ในรุ่น Square Bang Unico Black Magic ขอบตัวเรือนยึดด้วยสกรูไทเทเนียม สอดรับกับปุ่มกด เม็ดมะยม เข็ม รวมไปถึงสะพานจักรกล แท่นเครื่องและกลไกในโทนสีเงิน ส่วนทางด้าน Square Bang Unico White Ceramic ปีกทั้งสองฝั่งของฐานตัวเรือนมาในโทนสีดำ ส่วนปุ่มกดและเม็ดมะยมมาในโทนสีเงินของไทเทเนียม ดูเรียบหรูแต่แฝงไว้ด้วยลูกเล่นที่ช่วยให้หยุดมอง

Tatler Asia
Square Bang Unico Black Magic & White Ceramic
Above Square Bang Unico Black Magic
Tatler Asia
Square Bang Unico White Ceramic ตัวเรือนเซรามิกทรงสี่เหลี่ยมสีขาวขนาด 41.0 มม. หนา 12.0 มม.
Above Square Bang Unico White Ceramic ตัวเรือนเซรามิกทรงสี่เหลี่ยมสีขาวขนาด 41.0 มม. หนา 12.0 มม.
Square Bang Unico Black Magic & White Ceramic
Square Bang Unico White Ceramic ตัวเรือนเซรามิกทรงสี่เหลี่ยมสีขาวขนาด 41.0 มม. หนา 12.0 มม.

ภายในตัวเรือนบรรจุกลไกอัตโนมัติ HUB1280 Unico ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 354 ชิ้น และทับทิม 43 เม็ด มาพร้อมฟังก์ชั่นแสดงเวลา วันที่และโครโนกราฟฟลายแบคที่เที่ยงตรงแม่นยำ เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง ฝาหลังประกบกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ โดยจุดเด่นของกลไกชุดนี้อยู่ที่ไมโครโรเตอร์ที่ย้ายมาอยู่ด้านหน้า จึงสามารถมองเห็นผ่านหน้าปัดแบบ Open-work ถึงแม้กลไกจะถูกออกแบบในทรงกลม แต่ก็ยึดเข้ากับตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมได้อย่างลงตัว เมื่อขึ้นลานเต็มจึงสามารถสำรองพลังงานได้นาน 72 ชั่วโมง

พื้นหน้าปัดอ่านค่าเวลาได้อย่างง่ายดายขอบหน้าปัดทรงเหลี่ยมสีดำสเกลขาว จัดวางขีดแสดงเวลาทรงแท่งสี่เหลี่ยม โดยขีดและเข็มเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา ส่วนหน้าปัดย่อยในตำแหน่ง 3 นาฬิกาทำหน้าที่บอกค่าจับเวลาแบบ 60 นาที และหน้าปัดย่อยในตำแหน่ง 9 นาฬิกาบอกค่าวินาที โดยในวงหน้าปัดบอกค่าจับเวลานาทีจะประกบด้วยกระจกแซฟไฟร์คริสตัล โดยในหน้าปัดย่อยนี้ยังได้เจาะช่องในตำแหน่ง 15 นาที เพื่อแสดงวันที่ผ่านจานหมุนแบบสเกเลตันสีดำ

Square Bang Unico White Ceramic และ Square Bang Unico Black Magic มาพร้อมสายยางลายตารางสี่เหลี่ยมและตัวล็อคสายไทเทเนียมแบบบานพับสามารถปรับได้ โดยสายมาพร้อมระบบ One Click ที่สามารถถอดเปลี่ยนสายได้อย่างง่ายดายด้วยตัวเอง เพื่อเปลี่ยนสีสายให้ดูแมตช์กับการแต่งกายในแต่ละลุคได้อย่างง่ายดาย

Sport Luxury

Tatler Asia
Square Bang Unico  Diamonds Collection ตัวเรือนไทเทเนียม หรือ คิงโกลด์ ขนาด  42.0 มม. มีให้เลือกทั้งในเวอร์ชันประดับเพชรรอบตัวเรือนและขอบตัวเรือน, กันน้ำได้ลึก 100 เมตร
Above Square Bang Unico Diamonds Collection ตัวเรือนไทเทเนียม หรือ คิงโกลด์ ขนาด 42.0 มม. มีให้เลือกทั้งในเวอร์ชันประดับเพชรรอบตัวเรือนและขอบตัวเรือน, กันน้ำได้ลึก 100 เมตร
Square Bang Unico  Diamonds Collection ตัวเรือนไทเทเนียม หรือ คิงโกลด์ ขนาด  42.0 มม. มีให้เลือกทั้งในเวอร์ชันประดับเพชรรอบตัวเรือนและขอบตัวเรือน, กันน้ำได้ลึก 100 เมตร

นอกจากนี้ทาง Hublot ยังได้ถ่ายทอดให้เห็นถึงความยอดเยี่ยม ในการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องบอกเวลาที่สะท้อนสไตล์ลักซ์ชัวรี่สปอร์ต ผ่านผลงานนาฬิกาประดับเพชรในรุ่น Square Bang Unico Diamonds บรรจงประดับเพชรน้ำงามลงบนตัวเรือนที่ทำจาก Titanium และ King Gold วัสดุที่คิดค้นขึ้นโดย Hublot จากการผสมระหว่างทอง 18 กะรัต กับทองแดงและแพลทินัม จนเกิดสีสันที่ดูทองเหลือบแดงที่มากกว่าทอง 5N ปกติ

โดยนาฬิการุ่นนี้จะประดับเพชรที่มีให้เลือกถึง 4 ระดับ ระดับแรก ประดับเพชร 44 เม็ด หนักรวม 9 กะรัตบนขอบตัวเรือน ระดับที่สองจะประดับเพชรจำนวน 138 เม็ด หนักรวม 3.31 กะรัต เต็มทั่วทั้งตัวเรือน ระดับที่สามชูความโดดเด่นของเครื่องบอกเวลาประดับเพชร หรือที่เรียกว่าเวอร์ชั่น Jewellery ด้วยการตกแต่งเพชรทรงบาแกตต์ 50 เม็ดรอบขอบตัวเรือนส่วนตัวเรือนประดับด้วยเพชรกลม 94 เม็ด ทำให้มีเพชรรวมทั้งสิ้น 144 เม็ด หนักรวมกว่า 4.4 กะรัต ระดับที่สี่ กับเครื่องบอกเวลา High Jewellery ด้วยการประดับเพชรทรงบาเกตต์ทั้งหมด 285 เม็ดบนตัวเรือน ทั้งขอบตัวเรือนและหน้าปัดประดับเพชรเต็มพื้นที่ โดยมีน้ำหนักรวม 18 กะรัต โดยตกแต่งแบบซ่อนหนามเตย เทคนิคเฉพาะที่ต้องใช้ฝีมือช่างผู้ชำนาญของ Manufacture

Tatler Asia
Square Bang Unico Diamonds Collection ตัวเรือนไทเทเนียม ขนาด  42.0 มม. เวอร์ชันประดับเพชรขอบตัวเรือน
Above Square Bang Unico Diamonds Collection ตัวเรือนคิงโกลด์ ขนาด 42.0 มม. มีให้เลือกทั้งในเวอร์ชันประดับเพชรรอบตัวเรือนและขอบตัวเรือน, กันน้ำได้ลึก 100 เมตร
Tatler Asia
Square Bang Unico  Diamonds Collection ตัวเรือนคิงโกลด์ ขนาด  42.0 มม. เวอร์ชันประดับเพชรขอบตัวเรือน, กันน้ำได้ลึก 100 เมตร
Above Square Bang Unico Diamonds Collection ตัวเรือนคิงโกลด์ ขนาด 42.0 มม. เวอร์ชันประดับเพชรขอบตัวเรือน, กันน้ำได้ลึก 100 เมตร
Square Bang Unico Diamonds Collection ตัวเรือนไทเทเนียม ขนาด  42.0 มม. เวอร์ชันประดับเพชรขอบตัวเรือน
Square Bang Unico  Diamonds Collection ตัวเรือนคิงโกลด์ ขนาด  42.0 มม. เวอร์ชันประดับเพชรขอบตัวเรือน, กันน้ำได้ลึก 100 เมตร

ทางด้านรูปแบบของนาฬิการุ่นนี้มีความโดดเด่น มาพร้อมตัวเรือนทรงเหลี่ยมซึ่งเป็นรูปทรงที่ช่างนาฬิกาของ Hublot ทุ่มเทในการพัฒนา สำหรับนาฬิกาตัวนี้มาในตัวเรือน Titanium สะท้อนสไตล์โมโนโครม เน้นความคลาสสิคด้วยแสงแวววับของเพชรน้ำงาม เสริมลูกเล่นด้วยด้านข้างตัวเรือนที่ตกแต่งเพชรอย่างบรรจง นำเสนอความประณีตที่ดูเรียบหรูแต่ยังซ่อนกลิ่นอายสปอร์ต

ส่วนในตัวเรือน King Gold ที่มาพร้อมสายยางสีดำ วัสดุที่แตกต่าง แต่กลับนำมาประกอบเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว เพิ่มความงามด้วยเพชรที่ดูเป็นประกายเวลากระทบแสง โดยนาฬิการุ่นนี้แฝงเอกลักษณ์ของคอลเล็กชั่น Big Bang ไว้ในรายละเอียดต่างๆ อาทิ ขอบตัวเรือนยึดด้วยสกรู 6 ตัว และประกอบเข้ากับสายระบบ One-Click นอกจากนั้นขีดแสดงค่าเวลาและเข็มก็ถ่ายทอดเอกลักษณ์มาจากนาฬิกา Big Bang เช่นกัน

สร้างนิยามใหม่ให้กับผลงานเครื่องบอกเวลาประดับเพชร ที่ส่องแสงระยิบระยับสมกับเป็นนาฬิกาลักซ์ชูรีสปอร์ตขนานแท้

Topics