เปิดตัวนาฬิกาสุด exclusive ของ ‘แบม-ปีติภัทร คูตระกูล’ ที่ทุกเรือนล้วนมีความพิเศษในตัว
สำหรับคอลเล็กชั่นนี้ที่ Tatler GMT จะพาทุกคนไปชมกัน มาถึงคิวของ แบม ปีติภัทร คูตระกูล พิธีกรคิวทองที่เราได้เห็นหน้าค่าตาเขาอยู่ไม่ขาดตา ด้วยน้ำเสียงและจังหวะการพูดที่มีเอกลักษณ์เป็นตัวเองและหาใครเหมือนยากนั้น ทำให้ใครหลายคนอดติดตามเขาบนเวทีในฐานะพิธีกรไม่ได้ และอีกหนึ่งสิ่งที่เราละสายตาจากเขาไม่ได้เลย เห็นจะเป็นเรือนเวลาที่ประดับอยู่บนข้อมือเขา ทำให้เราอดใจไม่ไหว ที่จะชวนแบมมาเล่าเรื่องราวของนาฬิกาที่เขาได้ครอบครองอยู่ ซึ่งหากให้นิยามคอลเล็กชั่นนี้ คำที่เหมาะสมที่สุดคงจะเป็น ‘valuable’ และ ‘meaningful’ เลยทีเดียว
ความเป็นมาของนาฬิกาเรือนล่าสุดนี้คืออะไร มาเล่าให้ฟังกันสักหน่อย
เรือนนี้ถือว่ามีความพิเศษทางใจมากครับ เพราะได้มาในวันที่แบมขอกวางแต่งงาน จริงๆ แล้วก็ไม่ควรสร้างความผูกพันกับวัตถุอะไรมากมายนะครับ แต่ดันสร้างเรื่องเอง แบบนี้คือขายไม่ลง (หัวเราะ) ช่วง 2-3 วันก่อนที่จะขอกวาง แบมวางแผนเซอร์ไพรส์ไว้ให้เพื่อนบอกกวางว่าแบมติดธุระนู่นนี่ ระหว่างนั้นแบมก็ไปรับแหวนแต่งงานของ Beauty Gems เพราะว่าพี่หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุล เป็นคนที่ทำให้แบมกับกวางได้มาเจอกันครับ ในจังหวะที่กำลังไปเอาแหวน ร้านนาฬิกาก็โทรมาพอดี ทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เคยโทร ตอนนั้นใจตุ๊มๆ ต่อมๆ แล้ว ซึ่งร้านบอกว่า “นาฬิกาได้แล้วค่ะ” แบมก็เลยขอไปรับนาฬิกาในวันขอแต่งงาน มันจะได้พิเศษ และเป็นวันที่ 12 เดือน 12 ปี 2022 พอดี เรือนนี้ไม่ได้มาง่ายๆ จริงๆ ครับ มันคือ 5740/1G-001 Nautilus Perpetual Calendar ของ Patek Philippe ที่ผมต่อคิวรอสักพักหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ด้วย แต่โชคดีที่ได้มาภายในครึ่งปี ส้มหล่นเลยครับ

Above แบม ปีติภัทร คูตระกูล
จาก 5 เรือนที่อยู่ตรงหน้า ขอให้ไล่ทีละเรือนตั้งแต่เก่าสุดไปจนถึงใหม่ล่าสุด
วันนี้จะมี Patek Philippe 3 เรือน Rolex 1 เรือน กับ Audemars Piguet 1 เรือนครับ ซึ่งต่อไปก็จะเป็นเรือนนี้ In-line Perpetual Calendar 5236P-001 ของ Patek Philippe เช่นเดียวกัน ความพิเศษของมันคือเป็นเรือนแรกที่ออกช็อป แบมก็เพิ่งชื่นชอบนาฬิกาเมื่อไม่นานมานี้ พอได้ทำงาน เก็บเงินและเริ่มมาศึกษาจริงจัง ก็เลยเริ่มชอบครับ ก่อนหน้านี้เป็นการซื้อมือสองมาโดยตลอด เพราะเชื่อว่าเราไม่น่าจะได้ของในช็อป และรู้สึกว่าคิวยาวจนแทบไม่ได้เรือนที่ชอบ จนได้มาเจอ TKI และมีโอกาสได้ซื้อที่ช็อปแบมเคยลิสต์ไว้ว่ามีเรือนไหนบ้างที่อยากได้ อันนี้ก็เป็นหนึ่งในลิสต์นั้นที่เขาเชียร์มาครับ จริงๆ แล้วมันเป็นลำดับที่ 3 ของแบมเลยตอนที่เขาโทรมาว่าได้ แบมก็สองจิตสองใจ เพราะราคาสูงอยู่ เลยไม่แน่ใจว่าจะเอาดีไหม ถ้าพูดถึงหลักการของการพ่วง มันก็ต้องซื้อเรือนนี้ก่อนครับ เขาก็แนะนำว่าถ้าอยากได้สปอร์ต ต้องซื้อเรือนนี้ ถึงจะได้มีชื่อต่อคิว ผมเลยคิดว่างั้นเราก็ควรซื้อ เพื่อจะได้มีชื่อต่อคิวสำหรับสปอร์ต ก็เลยตัดสินใจซื้อครับ เป็น Perpetual Calendar เรือนแรกในชีวิต
ส่วนเรือนนี้ Patek Philippe Calatrava 3944J ไม่ได้ออกช็อปครับ ซื้อข้างนอก เขาเป็นนาฬิกาที่ค่อนข้างเก่าหน่อย เรือนนี้พิเศษตรงที่ทำกับ Tiffany & Co. ซึ่งสำหรับวงการนาฬิกา อะไรที่เป็น double brand จะมีความพิเศษเสมอ แต่ผมแอบรู้สึกว่ามันเล็กมาก หน้าปัดกว้างประมาณ 32-33 มม. เหตุผลที่ซื้อเรือนนี้คือตอนนั้นแบมกำลังหา dress watch ครับ แบมมีสปอร์ตมาโดยตลอด แต่ไม่เคยมี dress watch แบบ sleek ที่สามารถใส่ใต้แขนเสื้อได้เลย ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีกฎของมัน อย่างเช่น เวลาไปออกงานก็อาจเป็น black tie เอย อะไรเอย หน้าขาวยังไม่ได้เลย เพราะถ้าเป็นงานกลางคืนก็ควรเป็นหน้าอีกแบบ ผมพยายามศึกษาและเติมคอลเล็กชั่น พอรู้ว่าขาด dress watch เลยตามหาครับ ซึ่งเรือนนี้บางมากและคอลแลบฯ กับ Tiffany & Co. ก็ยิ่งคิดว่าน่าซื้อ และมันยังเป็นเรือนเดียวที่เป็นนาฬิกาควอตซ์ในคอลเล็กชั่นของผม
เรือนถัดไปเป็น Vintage Rolex Daytona 6263 ซึ่งพิเศษมากๆ หลายคนจะเรียกว่า Big Red เพราะมันจะมีดีเทลเล็กๆ น้อยๆ บางเรือนไม่มีสีแดง อาจเป็น Sigma หรือ Dial แต่รุ่นนี้คือ Big Red แบมเป็นคนที่พอได้เก็บนาฬิกาแบบไหนก็อยากเก็บแบบอื่น ค่อยๆ สะสมให้มีความหลากหลาย เอาไว้ใส่ในแต่ละโอกาส ซึ่งพอเก็บ steel มาเรื่อยๆ ก็อยากได้ dress อีกอย่างคือแบมเคยมี Rolex Red Submariner แล้ว แต่ยังไม่เคยมีรุ่น vintage และแอบได้ยินมาว่ารุ่นนี้คือของจริง ตัวจริง (หัวเราะ) แบมก็เลยอยากศึกษาและลองดู แต่ยังไม่ได้เริ่มจากเรือนนี้ เพราะราคาสูงกว่า Rolex Red Submariner ซึ่งมีคนบอกว่ามันเหมือนกล้องวินเทจที่พังคามือได้เลย ผมก็คิดว่าเราจะลงเงินกับของที่จะพังคามือได้ไปทำไม แต่พอศึกษาดูก็รู้ว่าถ้ามันผ่านการ service มาดีแล้ว และเราดูแลดี ใช้เรื่อยๆ ไม่ได้ทิ้งไว้ มันก็ได้ใช้ปกติ เพราะนาฬิกาเป็นอะไรที่ทนมาก
Vintage Rolex Daytona 6263 เรือนนี้ผลิตปี 1980 ต้นๆ อายุมากกว่า 40 ปีแน่นอน มีความยาวนานแต่สภาพดีมาก กว่าจะได้เรือนนี้ แบมก็ดูมานานมากครับ เรือนอื่นๆ ไม่สมบูรณ์เท่านี้ อีกหนึ่งอย่างที่เขาดูกันนอกจากความสะอาดของตัว Dial ก็มีเรื่องของพรายน้ำ อันนี้จะเต็มทุกเม็ดเลยสวยมาก ล่าสุดที่ต้องอวดคือเบ็คแฮมชมครับ ผมได้เจอเขาที่งาน Adidas และเขาก็แซวนาฬิกาว่า “Nice watch, by the way.” เอาไว้ผมเปิดประมูล ผมจะบอกว่าเรือนนี้เบ็คแฮมสัมผัสแล้ว (หัวเราะ)
เรือนสุดท้ายเป็นของ Audemars Piguet ครับ รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น Royal Oak Extra-Thin 15202BC สี White Gold หน้า Salmon เรือนนี้ไว้เพื่อลงทุนด้วย แบมก็ตั้งใจทำงาน เก็บเงินมาตลอด พอรู้ว่าการสะสมนาฬิกาสามารถเป็นการลงทุนได้ เลยลงทุนดูครับ เรือนนี้มีความพิเศษตรงที่หน้า Salmon ซึ่งไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ ต่างจากหน้าขาว หน้าดำ หรือหน้าน้ำเงิน ที่หาได้ทั่วไป อันนี้ไม่ใช่สีชมพูเหมือนสี Salmon อื่นด้วย มันจะมีสีออกเหลือง ส่วนตัวแบมใส่ Audemars Piguet ได้ไม่กี่เรือน เพราะขนาดข้อมือด้วยครับ แบมใส่ 39 ได้ แต่ใส่ 41 ไม่ได้ ถ้าขนาด 41 จะมีแบบสวยๆ เยอะเลย แต่ใส่แล้วมันล้นไปนิดนึง สำหรับ Royal Oak นี่ใส่ได้พอดีเลย จริงๆ มันมีทั้ง white gold, rose gold แล้วก็ steel แต่เลือกรุ่นนี้มาครับ

Above แบม ปีติภัทร คูตระกูล
นาฬิกาเรือนไหนคือเรือนแรกที่สะสม
ตอนที่เริ่มสะสม เรือนแรกของผมคือ Rolex GMT-Master II “Batman” ครับ เคยโชว์ไว้ในคลิปยูทูป ซึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่ และจะไม่ขายแน่นอน มูลค่าของมันไม่ได้สูงมากด้วย ถ้าไม่ได้ร้อนเงินมากก็จะไม่ขายเลยครับ เก็บไว้ยาวๆ แต่อีกเรือนหนึ่งนี่คือ ถ้าราคาขึ้นก็ขายนะ (หัวเราะ)
พูดถึงปัจจัยหลักที่ทำให้เลือกกันบ้าง ปกติแบมตัดสินใจซื้อนาฬิกาจากอะไร
เงินที่ใช้ลงกับการสะสมนาฬิกาก็ไม่ใช่น้อยครับ ซึ่งผมศึกษามาทุกครั้งก่อนจะซื้อแต่ละเรือน เพื่อการลงทุนในอนาคตด้วย ปัจจัยด้านความพิเศษกับการใช้งานส่วนตัวก็สำคัญ ผมประเมินการใช้งานค่อนข้างมาก เพราะมันคือ journey สมมติว่าแบมสะสมมาถึงเรือนที่ 7 แต่รู้สึกว่ายังขาดอะไรไป แบมยังต้องใส่นาฬิกาในชีวิตประจำวัน ใส่คู่กับทักซิโด้ด้วย เลยนึกขึ้นได้ว่าขาด dress watch มันก็เลยช่วยในเรื่องของการตัดสินใจครับ
แบมมีนาฬิกาเป็นจุดที่บ่งบอกถึงแต่ละ milestone ในชีวิตด้วยไหม
ไม่เชิงครับ บางคนอาจมีนาฬิกาเป็นความทรงจำในความสำเร็จ อย่างเช่น ได้เลื่อนขั้น ได้เป็นของขวัญ แต่สำหรับแบมก็ไม่เชิงครับ จะซื้อเมื่อมีจังหวะที่อยากซื้ออะไรมาเติมคอลเล็กชั่นให้มีความหลากหลายมากกว่า ทำให้มีกำลังใจในการทำงานเพิ่มด้วยครับ และเหมือนผู้ชายทั่วไป พอมีของแบรนด์นี้ก็อยากเก็บของแบรนด์นั้น พอมี Rolex ก็อยากได้ของ Patek Philippe กับ Audemars Piguet บ้าง พออยากได้ก็มาดูว่ามีรุ่นไหนที่ iconic ราคาดีและเข้ากับเราบ้าง ทั้งหมดนี้ประกอบการตัดสินใจหมดเลยครับ อีกอย่างคือเล็งไว้แล้วว่าราคาต้องขึ้น ถึงจะตัดสินใจซื้อ ผมไม่ค่อยซื้อเรือนที่มีแววว่าราคาจะตก เพราะเงินเรามีจำกัด (หัวเราะ) เพราะอย่างนั้นก็เลยต้องแน่ใจว่านาฬิกาของเราจะยังมีคุณค่าในอนาคต
ความรู้สึกในการซื้อนาฬิกาออกจากช็อปกับการซื้อจากข้างนอก มีความแตกต่างกันมากไหม
แบมมองว่าการซื้อนาฬิกาออกจากช็อปมันพิเศษมากครับ สำหรับการซื้อมือสอง เท่าที่แบมเคยเจอมาคือนัดเจอกันแล้วก็ไปที่ร้านเพื่อตรวจ ก็เป็นประจำที่แบมไป มันรู้สึกพิเศษตรงที่เราได้นาฬิกาเรือนในฝัน แต่สำหรับการซื้อจากช็อป มันมีเรื่องการบริการ ประสบการณ์และบรรยากาศ ซึ่งยอดเยี่ยมมากจริงๆ ถือว่ามันมีคุณค่าทางใจนะครับ ด้วยความที่ว่าของมันมีชื่อเราและออกช็อป ยิ่งเราได้รู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้นาฬิกาออกช็อปนะ ต้องมีการประเมิน ผมก็ยิ่งรู้สึกว่า เฮ้ย เรามาถึงจุดนี้แล้วเหรอ เรามีคุณสมบัติแล้วนะ มันมีความพิเศษตรงนี้ล่ะครับ
เคยคุยกับคุณกวางไหมว่ามันอาจเป็นฟีลเดียวกับผู้หญิงที่ได้ซื้อออกจากช็อป
(หัวเราะ) มันคงเป็นความรู้สึกเดียวกันนะครับ แต่ทุกวันนี้กวางก็ยังไม่เข้าใจผมนะ เขาอาจไม่ได้เห็นภาพชัดเจนขนาดนั้น แต่ขัดใจเขาได้บ้างก็ไม่เป็นไร
นาฬิการุ่นไหนคือเรือนต่อไปที่อยากสะสม
ต่อไปที่อยากได้ก็เป็น Rolex Daytona Platinum ที่มีบาแกตต์กับเพชรล้อมครับ หรือของ F.P. Journe ก็ชอบ โดยปกติการสะสมของแบม หลายๆ เรือนจะดูเหมือนรุ่นปกติเลย และอันนี้คือ Platinum หรือ White Gold สีมันไม่ต่างจาก Steel เท่าไหร่ครับ ต่างกันนิดเดียวแต่เพิ่มเงินเยอะมาก ผมเคยคิดว่า โห มันจะคุ้มเหรอ แต่ตอนนี้เก็ทแล้ว ของแบบนี้คือถ้ารู้จะเข้าใจเลย อย่างที่เบ็คแฮมเคยชมนาฬิกาของผม ตัว Daytona รุ่นนี้ก็เป็น King of Kings ของ Rolex อยู่แล้ว ยิ่งถือว่าเป็นตัวพีคขึ้นไปอีก
เรือนไหนที่แบมใช้บ่อยที่สุด
จะมี 5740/1 Nautilus Perpetual Calendar และ In-line Perpetual Calendar 5236P-001 ที่เป็นของ Patek Philippe กับ Audemars Piguet Royal Oak Extra-Thin 15202BC สี white gold หน้า Salmon ทั้งหมด 3 เรือนนี้ที่ใช้ประจำ มันมีความวินเทจที่เหมาะสำหรับการใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ปัดมาแล้วนะครับ เพราะเขาปัดก่อนเอาออกมาให้ ผมกล้าเอามาวางแบบนี้ แต่กับตัวอื่นจะไม่กล้าให้เหล็กมาชนเหล็กเลยครับ เพราะผู้เชี่ยวชาญแนะนำมาว่าตรงนี้เป็นตัวเรือน ถ้าโดนแล้วก็คือโดนเลย แต่โดยปกติแบมดูแลรักษาดีอยู่แล้วครับ ส่วนเรือนที่ใส่ไปออกงานพิธีกร อันนี้ก็ต้องซูมเอา (หัวเราะ) เอาจริงๆ ก็แล้วแต่วันครับ ผมจะเอามาแมตช์ว่าอันไหนเหมาะกับชุดหรือเนคไทแบบไหน
ก่อนหน้านี้แบมพูดถึงแพลนที่จะมีน้องกับคุณกวาง มีเรือนไหนที่มองไว้เป็นมรดกให้ลูกไหม
ทั้งหมดเลยครับ ผมอยากมีลูกชายนะ ยิ่งมีเหตุผลนี้ยิ่งต้องซื้อนาฬิกาเพิ่ม (หัวเราะ) อย่างที่บอก ผมจะตั้งใจทำงานเพราะเชื่อว่ายิ่งทำนาน ยิ่งเห็นผลงอกเงย ช่วงนี้อาจเศรษฐกิจไม่ดี แต่ผมก็ยังเชื่ออย่างนั้นอยู่ครับ เพราะฉะนั้น ถ้าในอนาคตไม่ได้เดือดร้อน จะยกทั้งหมดเป็นมรดก ส่งต่อให้กับลูก
มีเรือนไหนที่อยากมอบเป็นของขวัญให้ลูกไหม
ถ้าให้คิดเร็วๆ คงเป็น In-line Perpetual Calendar 5236P-001 นี่ล่ะครับ เพราะเป็นเรือนที่ได้มาในวันที่ขอกวางแต่งงาน มันเลยมีความหมายที่ดี จะได้เอาไปบอกลูกว่าเรือนนี้เป็นเรือนที่ได้ตอนคุกเข่าขอแม่แต่งงานนะ
ขอ motto เกี่ยวกับการทำงานและเวลาอย่างละ 1 ประโยค
อันแรกที่แบมนึกออกคือ “Practices make perfect.” ครับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับงานที่แบมทำ ซึ่งต้องอาศัยทักษะและการหมั่นซ้อมด้วย อีกอันหนึ่งคือ “God is always on time.” เพราะเป็นคาทอลิกด้วย และมันจริงตรงที่หลายๆ อย่างอาจไม่เป็นไปตามที่เราแพลนไว้ มีบ้างที่ช้าไป เร็วไป มีงานที่รอคอยแต่ไม่ได้ หรืองานที่เขาไม่เลือกเรา แต่ประโยคนี้ช่วยปลอบใจ ว่ามันเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าอยู่แล้ว ว่าเราจะได้อะไรในช่วงเวลาไหน สิ่งที่ใช่จะมาในเวลาที่พอเหมาะสำหรับเราครับ
Topics









