สรุปไฮไลท์ประจำวันจากงาน Watches & Wonders 2024 ด้วยผลงานศิลปะบนข้อมืออันน่าทึ่งและถูกยกย่องให้เป็นสีดำสุดคลาสสิก
Tudor นำเสนอนาฬิการุ่นใหม่ในตระกูล Black Bay 58 นอกจากนั้นผลงาน Metier d'art ครองพื้นที่ตรงกลางเพื่อจัดแสดงนาฬิกา Hermès, Van Cleef & Arpels และ Louis Moinet
จากการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาของ Montblanc ทำให้ทางแบรนด์ก้าวไปสู่จุดสูงสุด ไม่ใช่เพียงแค่ปากกาในกระเป๋าอีกต่อไป แต่เป็นการแสดงประสิทธิภาพชั้นเลิศของนาฬิกาบนข้อมือ
Tudor เพิ่มฟังก์ชัน GMT ให้กับนาฬืกา Black Bay 58
Black Bay 58 ที่ตั้งชื่อตามปีที่เปิดตัว ถือเป็นนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำเรือนแรกของ Tudor ที่สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร ขอบหน้าปัดสีเบอร์กันดีและสีดำอันเป็นเอกลักษณ์สลักขีดสเกลแบบ 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งเสริมฟังก์ชัน GMT โดยขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber MT5450-U ที่ได้รับการรับรองความเที่ยงตรง Master Chronometer จาก Metas นาฬิการุ่นหลังๆ ทางแบรนด์พยายามสร้างความมั่นใจในคุณภาพทั้งหมดด้วยการได้รับการรับรองจาก Master Chronometer เพื่อประสิทธิภาพที่สามารถป้องกันคลื่นสนามแม่เหล็ก แสดงเวลาได้อย่างเที่ยงตรงและกันน้ำได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังต้องได้รับการรับรองจาก COSC อีกด้วย
นาฬิกามาพร้อมกับสายแบบ 3 ลิงค์หรือสายยาง โดยมีตัวล็อคสายแบบระบบ T-fit เพื่อการปรับความยาวได้อย่างง่ายดาย

Above Tudor Black Bay 58 GMT พร้อมสร้อยข้อมือ

Above Tudor Black Bay 58 18k
โดยนาฬิกา Black Bay 58 ตั้งแต่ตัวเรือน สายนาฬิกา ไปจนถึงเข็ม snowflake อันเป็นเอกลักษณ์ ผลิตจากเยลโลว์โกลด์ 18K เสริมความหรูหราด้วยพื้นหน้าปัด "สีเขียวทอง" จึงทำให้นาฬิกาสำหรับนักดำน้ำรุ่นนี้มีสไตล์โดดเด่น
อ่านเพิ่มเติม: Watches & Wonders 2024: ผลงานรุ่นพิเศษจาก Rolex, Patek Philippe และ Chopard
Back to black
นาฬิกาสีดำรุ่นใหม่ที่มีความพิเศษมากกว่าที่มองเห็น กับผลงานนาฬิกา Montblanc 1858 Geosphere 0 Oxygen CARBO2 ผลิตจำนวนจำกัด ตัวเรือนผลิตจากวัสดุใหม่ที่สร้างขึ้นโดยใช้กระบวนการในการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของก๊าซชีวภาพและของเสียจากแร่ที่ผลิตจากโรงงานรีไซเคิล ด้วยกระบวนการนี้ จะได้ผงที่มี CO2 จากนั้นนำไปรวมกับคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่งทนทาน ผลลัพธ์ที่ได้คือวัสดุคอมโพสิตที่เป็นนวัตกรรมใหม่อย่าง CARBO2 ซึ่งมีรูปแบบที่ทันสมัยสำหรับนาฬิกาจับเวลาที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อการผจญภัยอย่างแท้จริง
ในรูปแบบเดียวกันกับผลงาน Bell & Ross BR 05 Skeleton Black Ceramic ดูเท่ด้วยรูปลักษณ์สีดำสนิท ผลิตจากเซรามิกที่มีความทนทานแต่มีน้ำหนักเบา เซรามิกสีดำสื่อถึงเครื่องบอกเวลาในห้องบังคับของนักบิน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของ Bell & Ross ถือเป็นครั้งแรกที่แบรนด์เลือกใช้วัสดุทางเทคนิคนี้ ซึ่งดูเข้ากันอย่างดีกับหน้าปัดสีโปร่งใสที่เผยให้เห็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ BR-CAL.322 เคลือบพื้นผิวด้วยรูทีเนียมสีด

Above Montblanc 1858 Geosphere 0 Oxygen CARBO2

Above Bell & Ross BR 05 Skeleton Black Ceramic
Métiers d'art เข้ามาแทนที่:
Louis Moinet ไปทัวร์รอบโลก
คอลเลกชั่น "Around the World in 8 Days" ของ Louis Moinet นำเสนอการแสดงความเคารพต่อการเดินทางทั่วโลกและความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านศิลปะการผลิตนาฬิกาชั้นเลิศ นาฬิกาแต่ละเรือนในคอลเลกชั่นนี้เป็นตัวแทนของหนึ่งในแปดเมืองใหญ่ทั่วโลก โดยจัดแสดงคุณลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของแต่ละสถานที่
ตัวอย่างเช่น นาฬิกาในปารีสมีหน้าปัดตัวต่อจิ๊กซอว์ที่ประกอบด้วย 81 เรือน ควบคู่ไปกับหอไอเฟลขนาดย่อที่สร้างขึ้นจากลำแสงดั้งเดิมของหอไอเฟล ความใส่ใจอย่างพิถีพิถันในรายละเอียดและการผสมผสานองค์ประกอบทางประวัติศาสตร์นี้ไม่เพียงแต่เน้นย้ำถึงความทุ่มเทของ Louis Moinet ในด้านงานฝีมือเท่านั้น แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวภาพของการสำรวจและความชื่นชมจากทั่วโลกอีกด้วย

Above นาฬิกา Louis Moinet Around the world in 8 days Singapore (ภาพ: Louis Moinet)

Above Van Cleef & Arpels Lady Arpels Jour Nuit (ภาพ: Van Cleef & Arpels)
Van Cleef & Arpels พาธรรมชาติไปพบกับคนรัก
Van Cleef & Arpels ยังคงทุ่มเทกับความหลงใหลทางด้าน Métiers d'art อย่างลึกซึ้ง ด้วยผลงานของแบรนด์ในปีนี้ ได้แก่ คอลเล็กชั่น Poetic Complications และ Extraordinary Dials ซึ่งแต่ละเรือนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของเมซงในการผสมผสานงานฝีมือแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคและนวัตกรรมร่วมสมัย
ตัวอย่างเช่น นาฬิกา Lady Arpels Jour Nuit โดดเด่นด้วยอนิเมชั่นทั้งกลางวันและกลางคืนอันน่าหลงใหลบนหน้าปัดที่ประดิษฐ์จากแก้วอาเวนทูรีนและมาเธอร์ออฟเพิร์ล แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญทางเทคนิคและความละเอียดอ่อนทางศิลปะ คอลเล็กชั่นเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงมรดกอันยาวนานของแบรนด์ทางด้านอัญมณีและการผลิตนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันงานศิลปะให้สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตจริง

Above Hermès Arceau Chorus Stellarum (ภาพ: Hermès)
Hermès ควบม้าอย่างมีสไตล์
Hermès นำเสนอแนวคิดการออกแบบนาฬิกาผ่านผลงาน Arceau Chorus Stellarum ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอไหมพรม Chorus Stellarum โดยผลงานในคอลเลกชั่นนี้ผลิตจำนวนจำกัดต่อรุ่นเพียงหกเรือนเท่านั้น ผ่านผลงาน Horseman และ Horsewoman โดดเด่นด้วยการประดับลวดลายแบบไดนามิกของนักขี่ม้า ผลิตด้วยเยลโลว์โกลด์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้โดยใช้กลไกสปริง ภาพฉากหลังของท้องฟ้าที่เคลื่อนไหวสร้างขึ้นโดย Champlevé และแล็กเกอร์หลากหลายสี การออกแบบที่เป็นนวัตกรรมใหม่นี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Hermès ในการผสมผสานการขี่ม้าเข้ากับงานศิลปะที่แปลกใหม่เท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำถึงทักษะของแบรนด์ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ดึงดูดความสนใจและถ่ายทอดเรื่องราวซึ่งมีนัยยะอันน่าพึงพอใจและความซับซ้อนของกลไกนาฬิกา
This story was originally written in English by Amrita Katara, Annabel Tan and Brian Cheong.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2024 โดย Amrita Katara, Annabel Tan และ Brian Cheong โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
อัปเดตแบรนด์นาฬิกา เปิดตัวเรือนเวลาใหม่ ปี 2024




