ในงาน Watches & Wonders 2024 นี้ Cartier ต้อนรับการกลับมาของนาฬิกาไอคอนจากอดีตอีกครั้ง ส่วนทาง Piaget ตอกย้ำความสำเร็จครั้งใหม่ด้วยนาฬิกาที่มาพร้อมตัวเรือนบางเฉียบ และซูเปอร์โมเดล Gisele Bündchen ก็ปรากฏตัวในงานอย่างโดดเด่นและเป็นที่จับตามอง
Watches & Wonders งานแสดงนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก กลับมาอีกครั้งระหว่างวันที่ 9-15 เมษายน ณ เมืองเจนีวา โดยเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนนี้
โดยงานในปีนี้มีแบรนด์นาฬิกาอันทรงเกียรติจำนวน 54 แบรนด์เข้าร่วม ซึ่งเป็นตัวแทนของนาฬิกาที่หลากหลาย ตั้งแต่ Rolex, Patek Philippe และ Vacheron Constantin ไปจนถึงช่างนาฬิกาอิสระอย่าง Trilobe, Hautlence และ Raymond Weil
Tatler GMT พร้อมรายงานเกี่ยวกับนวัตกรรมการผลิตนาฬิกาอันล้ำสมัย การออกแบบที่ดึงดูดความสนใจ และประสบการณ์อันน่าจดจำที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมนาฬิกาในปีนี้ โดยพร้อมอัปเดตนาฬิกาที่ดีที่สุดและข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับนาฬิการุ่นใหม่จากแบรนด์ต่างๆ
นี่คือไฮไลท์ของวันที่ 1
อ่านเพิ่มเติม: 5 เครื่องบอกเวลารุ่นเด่นสุดหรู ในงาน Grammys 2024
1. Perpetual calendars

Above Perpetual calendars ของ IWC Schaffhausen Portugieser (ภาพ: IWC Schaffhausen)

Above Datograph Perpetual tourbillon Honeygold Lumen ของ A Lange & Söhne Honeygold Lumen (ภาพ: A Lange & Söhne)
นาฬิกาที่มาพร้อมฟังก์ชันปฏิทินถาวรยังถือเป็นดาวเด่นของงาน Watches & Wonders ในปีนี้ ยกตัวอย่างเช่น คอลเล็กชั่น Portugieser รุ่นใหม่ของ IWC Schaffhausen นาฬิกาชิ้นเอกที่มาพร้อมปฏิทินถาวรของชาวโปรตุเกสซึ่งมีความแม่นยำสูง ซึ่งไม่เคยมีใครผลิตมาก่อน ตอกย้ำประสิทธิภาพความแม่นยำในการแสดงค่าเวลาข้างขึ้นข้างแรมที่ครอบคลุมระยะเวลา 45 ล้านปี สามารถแสดงเวลากลางวันและกลางคืนได้อย่างแม่นยำ สะท้อนความงดงามผ่านหน้าปัดที่จัดวางหน้าปัดย่อยอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของคอลเลกชั่นนี้
สำหรับนาฬิกาที่มาพร้อมงานฝีมืออันยอดเยี่ยมต้องยกให้ A Lange & Söhne Datograph Perpetual Tourbillon Honeygold Lumen ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของนวัตกรรม ตลอดระยะเวลา 25 ปีหลังจากการเปิดตัว Datograph รุ่นดั้งเดิม
โดยผลงานรุ่นใหม่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน พื้นหน้าปัดกึ่งโปร่งใส มาพร้อมองค์ประกอบที่สามารถเรืองแสงเพื่อเผยให้เห็นรายละเอียดอันสลับซับซ้อนของหน้าปัด อีกทั้งยังมาพร้อมฟังก์ชันฟลายแบ็ค โครโนกราฟ ปฏิทินถาวร และกลไกทูร์บิญอง ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกบรรจุในตัวเรือนทองสีน้ำผึ้งอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ A Lange & Söhne นอกจากนั้นยังบรรจุกลไก L952.4 โดยสามารถมองเห็นการทำงานผ่านฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นและการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของแบรนด์ในการสร้างนิยามใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาชั้นสูง
2. Cartier Privé Tortue Monopoussoir Chronograph

Above Cartier Privé Tortue Monopoussoir Chronograph มีจำหน่ายในตัวเรือนแพลตตินัมและเยลโลว์โกลด์
นับตั้งแต่ผลงานนาฬิกาในรุ่น Crash ไปจนถึงรุ่น Tonneau สู่คอลเล็กชั่นนาฬิกาหายากอย่าง Cartier's Privé ซึ่งกลายเป็นผลงานที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดของงาน Watches & Wonders ในทุกปี ผลงานสร้างสรรค์นี้เป็นการนำรูปแบบที่ได้รับความนิยมของเมซงในอดีตกลับมาตีความหมายใหม่อีกครั้ง เพื่อเอาใจเหล่านักสะสมรุ่นใหม่ โดยในปีนี้ทาง Cartier นำนาฬิกา Tortue จากปี 1912 กลับมานำเสนออีกครั้งในรุ่นกลไกโครโนกราฟแบบปุ่มเดียวสองรุ่น และรุ่น "ชั่วโมง/นาที" สามรุ่น
โดยผลงานนี้รู้จักในชื่อ Cartier Privé Tortue Monopoussoir Chronograph โดดเด่นด้วยกลไกชุดใหม่ อย่าง 1928 MC แบบไขลานด้วยมือ มีความหนาเพียง 4.3 มิลลิเมตร กลไกนี้ถือเป็นกลไกโครโนกราฟที่บางที่สุดของแบรนด์ ถูกบรรจุในตัวเรือนที่มีขนาด 43.7 มม. x 34.8 มม. โดยมีความหนาของตัวเรือนเพียง 10.2 มม. นาฬิกา Cartier Privé Tortue Monopoussoir Chronograph มีจำหน่ายในรุ่นเยลโลว์โกลด์เพื่อถ่ายทอดความสวยงามในสไตล์วินเทจ รวมถึงรุ่นแพลตตินัมที่ดูร่วมสมัย
3. Tourbillon กลายเป็นไฮไลต์สำคัญ

Above Roger Dubuis Orbis in Machina

Above Piaget Altiplano Ultimate Concept Tourbillon
กลไกทูร์บิญองยังคงเป็นกลไกที่ได้รับความนิยมในงาน Watches & Wonders ปีนี้ โดยแบรนด์ต่างๆ ผลักดันขอบเขตความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์กลไกด้วยสปินเนอร์เพื่อลดแรงโน้มถ่วง เพิ่งอ่านเกี่ยวกับการพัฒนา Datograph ของ A Lange & Söhne ด้วยกลไกทูร์บิญอง ในขณะที่ Jaeger-LeCoultre ก็สร้างความประทับใจให้กับผลงานนาฬิกา Duometre Heliotourbillon Perpetual ที่หมุนด้วยแกนสามส่วน
ทางด้าน Roger Dubuis นำความเชี่ยวชาญทางด้านกลไกทูร์บิญอง มาเป็นแนวทางในการพัฒนานาฬิกาในปีนี้ ผ่านผลงานรุ่นใหม่สี่รุ่น รวมถึง Orbis in Machina ที่สะดุดตาด้วยกลไกทูร์บิญองที่จัดวางอยู่ตรงกลาง โดดเด่นด้วยโครงทูร์บิญองส่วนล่างที่ทำด้วยไทเทเนียม และโครงทูร์บิญงส่วนบนทำด้วยโคบอลต์โครเมียมขัดเงา ซึ่งเป็นวัสดุที่คัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกลไก
สำหรับ Piaget ที่เฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของแบรนด์ผ่านผลงาน Altiplano Ultimate Concept Tourbillon ที่ผลักดันแนวคิดที่ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดทางด้านตัวเรือนที่บางเฉียบผสมผสานกลไกฟลายอิ้งทูร์บิญองในตัวเรือนที่มีความหนาเพียง 2 มิลลิเมตร!
4. Gisele Bündchen เยี่ยมชมบูธของ IWC Schaffhausen

Above Gisele Bündchen ร่วมงานกับ IWC Schaffhausen ในงาน Watches & Wonders ในวันอังคารที่ 9 เมษายน 2024 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ภาพ: Harold Cunningham/Getty Images สำหรับ IWC Schaffhausen)
นางแบบสาว Gisele Bündchen เฉลิมฉลองแคมเปญ Portugieser ใหม่กับ IWC ด้วยการเดินทางไปเยี่ยมชมบูธของ IWC ในงาน Watches & Wonders ปีนี้ ที่มาในธีม "A Tribute to Eternity" ตกแต่งด้วยสีของ Silver Moon, Horizon Blue, Dune และ Obsidian จำลองการเดินทางตั้งแต่ค่ำจนถึงรุ่งเช้า
This story was originally written in English by Amrita Katara, Annabel Tan and Brian Cheong.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2024 โดย Amrita Katara, Annabel Tan และ Brian Cheong โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
บัญชีอินสตาแกรมนาฬิกาสุดหรูที่ควรติดตามบน IG
Tatler Guide จับคู่นาฬิกาให้เข้ากับการแต่งกายในแต่ละลุค
Frédéric Arnault ซีอีโอของ Tag Heuer กล่าวย้ำถึงความพิเศษของนาฬิกา Monaco Chronograph Night Driver




