นักแสดงสาวผู้ก้าวมาสู่โลกธุรกิจเครื่องสำอางด้วยการสร้างแบรนด์ Fleen Beauty บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจที่มาจากประสบการณ์ส่วนตัว ไปจนถึงแนวคิดว่าทุกคนมีผิวสวยในแบบของตัวเอง
การผสมผสานระหว่างประสบการณ์ส่วนตัวกับวิสัยทัศน์ทางธุรกิจกลายเป็นศิลปะแห่งการสร้างสรรค์แบรนด์ความงามที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง สำหรับ ออม สุชาร์ มานะยิ่ง การก้าวผ่านจากโลกศิลปินสู่นักธุรกิจผู้ก่อตั้ง Fleen Beauty คือบทพิสูจน์ของความกล้าที่จะเปลี่ยนความหลงใหลให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เคารพและยกย่องความงามตามธรรมชาติในตัวบุคคล
Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักแสดงหญิงมากฝีมือผู้ซึ่งแบ่งปันเส้นทางที่เต็มไปด้วยบทเรียนและการปรับตัว เธอเล่าถึงการสร้างสมดุลระหว่าง “จิตวิญญาณของศิลปิน” กับ “ความเป็นจริงในโลกธุรกิจ” พร้อมแนวทางที่ช่วยให้เธอรักษาคุณค่าหลักของแบรนด์ไว้ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อ่านเพิ่มเติม: AI พลิกโฉมโลกความงาม เมื่อแบรนด์บิวตี้ชั้นนำผนึกกำลังขับเคลื่อนอนาคตอย่างไร้ขีดจำกัด

Above สำหรับ Fleen Beauty ชื่อแบรนด์เกิดจากการผสมคำว่า Feel (ความรู้สึก) กับ Green (ธรรมชาติ) สะท้อนความตั้งใจที่จะให้ทุกคนรู้สึกถึง “ความสะอาด” และความอ่อนโยนจากส่วนผสมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน
อะไรเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์ Fleen Beauty
แรงบันดาลใจหลักมาจากตัวออมเองที่เป็นคนรักความสวยความงามและหลงใหลในการแต่งหน้า ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็มักจะชอบซื้อเครื่องสำอางติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ ความชอบส่วนตัวนี้ผสมผสานกับความฝันที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายในชีวิตนอกเหนือจากงานแสดง ออมมีแนวคิดนี้อยู่ในใจมานานกว่าเจ็ดปี และเมื่อปีที่ผ่านมาก็มองว่าเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุด จึงได้นำคอนเซ็ปต์ที่เคยฝันไว้มาสร้างให้เกิดขึ้นจริงในรูปแบบของแบรนด์ Fleen Beauty
แบรนด์มีคอนเซ็ปต์และแนวคิดอย่างไร
ออมเชื่อว่าผิวของทุกคนมีความสวยในแบบของตัวเอง ไม่ใช่ทุกคนที่อยากปกปิดผิว และเธออยากเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยดึงความงามตามธรรมชาติของผิวแต่ละคนออกมาให้ได้มากที่สุด แนวคิดนี้มีจุดเริ่มต้นจากประสบการณ์ในวัย 18 ปี เมื่อออมได้เรียนแต่งหน้ากับครูคนแรกในชีวิต (เป็ด อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ป้าเป็ด” ผู้ที่เปลี่ยนมุมมองของออมเรื่องการแต่งหน้าไปโดยสิ้นเชิง เขาสอนว่า สิ่งที่สวยที่สุดของการแต่งหน้าไม่ใช่การปกปิด แต่คือการขับผิวธรรมชาติให้งดงามที่สุด ในวันนั้นออมได้เห็นการแต่งหน้าที่ใช้เพียงเบสไพรเมอร์ แต่กลับทำให้ผิวดูเปล่งประกายและกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนที่ฝังอยู่ในใจจนถึงทุกวันนี้ และนี่คือหัวใจหลักที่ถูกนำมาใช้ในการสร้างแบรนด์
Above ออม สุชาร์ มานะยิ่ง
การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ความชอบหรือคอนเซ็ปต์ที่ดีเพียงอย่างเดียว ไม่ได้การันตีความสำเร็จ ออมต้องเรียนรู้ที่จะบาลานซ์ระหว่าง “ความเป็นศิลปิน” ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม กับ “ความเป็นนักธุรกิจ” ที่เพิ่งเริ่มต้น
การเปลี่ยนบทบาทจากศิลปินสู่นักธุรกิจ มีความท้าทายอย่างไรและคุณปรับตัวอย่างไร
การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ความชอบหรือคอนเซ็ปต์ที่ดีเพียงอย่างเดียว ไม่ได้การันตีความสำเร็จ ออมต้องเรียนรู้ที่จะบาลานซ์ระหว่าง “ความเป็นศิลปิน” ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม กับ “ความเป็นนักธุรกิจ” ที่เพิ่งเริ่มต้น สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ ออมต้องเปิดรับความรู้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เหมือนถูกผลักให้กระโดดลงสนามจริง ต้องรีบเรียนรู้จากทุกแหล่งที่หาได้ ไม่ว่าจะเป็นการดู YouTube การศึกษากรณีศึกษาของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ แล้วนำมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว
สิ่งไหนที่ชอบที่สุด และสิ่งไหนที่รู้สึกว่ายากที่สุดในการทำงาน
สิ่งที่ออมชอบมากที่สุดคือส่วนของกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพราะทุกอย่างต้องเกิดมาจากไอเดียของเรา และเชื่อว่าสินค้าที่ดีมีคุณภาพจะทำให้แบรนด์ยั่งยืน ชอบกระบวนการคิดค้นและพัฒนาสินค้าจากคอนเซ็ปต์ในหัว และถอดออกมาเป็นวิทยาศาสตร์เพื่อให้เกิดขึ้นจริง เช่น การคิดค้นโทนเนอร์ที่ให้ทั้งความชุ่มชื้นและผิวสว่างกระจ่างใส ทุกผลิตภัณฑ์ใช้เวลาและใส่ใจรายละเอียดมาก ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์ของแบรนด์เรา ส่วน สิ่งที่ทำแล้วไม่สนุกเลยคือส่วนของตัวเลข บัญชี และการเงิน แต่แน่นอนว่าออมมีทีมงานที่มาช่วยดูแล

Above Fleen Beauty เป็นเครื่องสำอาง Vegan 100 เปอร์เซ็นต์ ปราศจากพาราเบนและน้ำมันหอมระเหย
การแข่งขันในตลาดบิวตี้สูงมาก จะทำอย่างไรให้แบรนด์แตกต่างและโดดเด่น
ออมเชื่อว่า จุดเริ่มต้นคือการเข้าใจตัวตนของแบรนด์ และรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้าตั้งแต่วันแรก นั่นคือสิ่งที่จะทำให้แบรนด์แตกต่างอย่างแท้จริง แม้จะมีเทรนด์หรือกระแสใหม่ๆ ที่เข้ามาเรื่อยๆ ในฐานะผู้บริโภค เราอาจเปิดรับและทดลองได้บ้าง อย่างไรก็ตามแบรนด์ก็ต้องมีคุณค่าหลักที่ยึดถือไว้ตั้งแต่แรก
สำหรับ Fleen Beauty ชื่อแบรนด์เกิดจากการผสมคำว่า Feel (ความรู้สึก) กับ Green (ธรรมชาติ) สะท้อนความตั้งใจที่จะให้ทุกคนรู้สึกถึง “ความสะอาด” และความอ่อนโยนจากส่วนผสมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยเน้นการใช้สารสกัดที่ปลอดภัยต่อผิวแพ้ง่ายจริงๆ แบรนด์เป็น Vegan 100 เปอร์เซ็นต์ ปราศจากพาราเบนและน้ำมันหอมระเหย
อีกหนึ่งหัวใจหลักของแบรนด์ คือการเป็น Makeup-Skincare Hybrid เพราะในชีวิตจริง เราใช้เวลาบนผิวนานหลายชั่วโมง ผลิตภัณฑ์จึงไม่ควรเป็นเพียงเครื่องสำอางที่ให้การปกปิดเท่านั้น แต่ควรช่วยบำรุงและเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวในระหว่างวันด้วย และแม้ Fleen Beauty อาจไม่ได้เน้นเรื่องความติดทนนาน 20 ชั่วโมง แต่เรายึดถือเรื่องความปลอดภัยและการดูแลผิวเป็นหลัก
อ่านเพิ่มเติม: เมื่อ AI กำลังก้าวเข้ามากำหนดนิยามใหม่ให้กับเทรนด์การดูแลสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย
มีฟีดแบ็กจากลูกค้าที่ทำให้คุณรู้สึกว่าควรปรับปรุงหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านใดบ้างไหม
มีเยอะมาก เพราะ Fleen Beauty เริ่มจากผลิตภัณฑ์เพียงสองชิ้น และที่พัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ มาจากเสียงของลูกค้าทั้งหมด ลูกค้าคือผู้ให้ฟีดแบ็กที่ดีที่สุด และในยุคนี้แบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง ลูกค้าสามารถพิมพ์บอกได้เลยว่าอยากให้มีอะไรเพิ่ม หรือมีปัญหาตรงไหน ในฐานะผู้ผลิตโดยตรง เราสามารถเก็บข้อมูลและตัดสินใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้แบรนด์ได้ปรับปรุงและก้าวเดินต่อไป ออมมองว่าตัวเองเป็นเพียงเครื่องมือ เป็นปากเป็นเสียงให้กับแบรนด์ว่าควรจะเดินไปในทิศทางไหน
แนวทางของแบรนด์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร และสิ่งใดที่คุณได้เรียนรู้และถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดจากการทำงาน
อยากให้แบรนด์ยั่งยืน ไม่ใช่แค่เป็นกระแสที่มาแล้วหายไป ทั้งในประเทศไทยและขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ใน 2-3 ปีข้างหน้า ให้พวกเขาได้รู้จักแบรนด์ไทยที่มี core value ที่ให้ความสำคัญกับ makeup-skincare hybrid และงานผิวมากๆ สิ่งที่ได้เรียนรู้ที่มีคุณค่าอย่างมากคือ โลกความเป็นจริงของการทำธุรกิจไม่ได้เป็นไปตามจินตนาการเสมอไป กระบวนการผลิตต้องทำงานร่วมกับหลายส่วนเพื่อให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นจริงและสามารถส่งมอบถึงผู้บริโภคได้ เป็นวงจรที่เราต้องคิดเป็นวงกลม ไม่ใช่แค่คิดไปเอง แม้จะมีข้อผิดพลาดในผลิตภัณฑ์บ้างก็ต้องเรียนรู้และนำไปปรับปรุง
อยากให้ลูกค้าและวงการบิวตี้ของไทยมองเห็นแบรนด์เป็นอย่างไร
เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย และอยู่เคียงข้าง “งานผิว” ของทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เพราะออมเชื่อว่า ผิวที่ดีสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แพ็กเกจจิ้งของแบรนด์ที่ดูหวานละมุน เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ภายในที่ถูกออกแบบมาให้อ่อนโยน เป็นมิตรกับผิวแพ้ง่ายอย่างแท้จริง ออมตั้งใจตัดทุกส่วนผสมที่มีความเสี่ยงต่อการแพ้ออก เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะปลอดภัยแม้กับคุณแม่ให้นมบุตร เพราะออมเองเป็นคนผิวแห้งมาก ทุกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์จึงต้องมีคุณสมบัติด้านการ ให้ความชุ่มชื้นสูง เป็นหัวใจหลัก เราใส่ใจใน “ความยืดหยุ่นในการใช้งาน” เช่น คอนซีลเลอร์ของเราทุกเฉดสีถูกออกแบบให้มีโครงสร้างที่ต่างกัน แต่สามารถใช้ได้ทั้งก่อนและหลังรองพื้น โดยไม่รบกวนการทำงานของผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อให้การแต่งหน้าเป็นเรื่องง่าย สนุก และสบายผิวในเวลาเดียวกัน
บอกหน่อยได้ไหมว่า ผลิตภัณฑ์ต่อไปของ Fleen Beauty คืออะไร
จริงๆ แล้วมีผลิตภัณฑ์ที่ควรจะออกมาตั้งแต่ปีที่แล้วคือลิปสติก ตอนแรกคิดว่าจะออกพร้อมกันเลย แต่เพิ่งมาเรียนรู้ว่า เรื่องสีเป็นสิ่งที่ยากที่สุด ในการทำเครื่องสำอาง ต้องหาความพอดีและจัดการด้านการตลาดด้วย ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะมีนวัตกรรมที่น่าสนใจโดยและจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม:
แบรนด์ Journal โดย ธนัญญา สุธีรชัย กับภารกิจถ่ายทอดเรื่องราวของประเทศไทยผ่านกลิ่นหอม
Nicolas Travis เผยถึงแบรนด์สกินแคร์ Allies of Skin ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมหัวใจที่มุ่งมั่นช่วยเหลือสังคม
จัดระเบียบร่างกายและค้นพบความสุขจากการเคลื่อนไหวกับ Juyoung Yoon ครูสอนพิลาทิสชาวเกาหลีใต้ ผู้ก่อตั้ง Namu Pilates
Topics





