AI trends are changing how we view and approach health and wellness. (Photo: Freepik)
Cover เทรนด์ AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีที่เรามองและเข้าถึงสุขภาพและสุขภาวะ (ภาพ: Freepik)
AI trends are changing how we view and approach health and wellness. (Photo: Freepik)

AI กำลังพลิกโฉมการดูแลสุขภาพในเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย ตั้งแต่คลินิกชะลอวัยไปจนถึงการวินิจฉัยที่แม่นยำ

ในเอเชีย ซึ่งสุขภาพและการดูแลตัวเองเป็นทั้งอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็วและฝังรากลึกในวัฒนธรรม การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์กำลังวาดเส้นขอบใหม่ให้กับความหมายของการมีสุขภาพดี ตั้งแต่แอปดูแลสุขภาพจิตไปจนถึงคลินิกยืดอายุ เทรนด์ AI กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทไม่เพียงแค่เป็นเครื่องมือ แต่เป็นตัวช่วยตัดสินใจสำคัญ

ขณะที่ภูมิภาคนี้กลายเป็นสนามทดลองสำหรับเทคโนโลยีสุขภาพล้ำสมัย คำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพ การเข้าถึง และจริยธรรมก็ปรากฏขึ้นควบคู่ไปกับคำสัญญาเรื่องความเฉพาะเจาะจงตามแต่ละบุคคล สิ่งที่ชัดเจนคือ เทรนด์ AI ไม่เพียงกำลังกำหนดอนาคตของสุขภาพในเอเชีย แต่กำลังเขียนกฎใหม่ให้กับวงการนี้

อ่านเพิมเติม: IBM และ L'Oréal ร่วมสร้างปรากฏการณ์ AI สุดล้ำเพื่อพัฒนาการสร้างเครื่องสำอางแนวคิดยั่งยืน

AI-powered therapy

นี่ไม่ใช่แค่การขอคำแนะนำจาก ChatGPT อีกต่อไป แพลตฟอร์มสุขภาพจิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในเอเชีย โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งการเข้าถึงนักบำบัดแบบดั้งเดิมยังขาดแคลนหรือยังคงถูกตีตราเป็นเรื่องน่าละอาย ในอินเดีย Wysa แชตบอตนักบำบัดที่ได้รับการสนับสนุนจากนักจิตวิทยาคลินิก ได้รับการนำไปใช้โดยบริษัทอย่าง Accenture และหน่วยงาน NHS เพื่อสนับสนุนสวัสดิภาพของพนักงาน ส่วนในประเทศไทย แอป Ooca เชื่อมต่อผู้ใช้งานกับนักบำบัดที่ได้รับใบอนุญาต ผ่านระบบคัดกรองและจัดลำดับความเร่งด่วนด้วย AI ที่ช่วยชี้นำกระบวนการให้คำปรึกษา

แม้แอปพลิเคชันเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตในราคาย่อมเยา แต่ประสิทธิภาพของแต่ละแพลตฟอร์มยังแตกต่างกันไป และมีเพียงไม่กี่แห่งที่ผ่านการวิจัยเชิงวิชาการอย่างเข้มข้น เทรนด์ AI ในด้านนี้จึงยังคงเผชิญคำถามสำคัญเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม ความเป็นส่วนตัว และความเสี่ยงในการลดทอนความซับซ้อนของสภาพอารมณ์ที่ต้องการการดูแลอย่างลึกซึ้ง

Speedy diagnostics

ความก้าวหน้าของเอเชียในการนำเทคโนโลยีสุขภาพมาใช้ เห็นได้ชัดที่สุดในด้านการวินิจฉัยโรค ในจีน Ping An Good Doctor ใช้ AI ทำการประเมินอาการเบื้องต้นก่อนส่งต่อผู้ใช้งานไปยังแพทย์จริง โดยปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานกว่า 400 ล้านคน ส่วนในเกาหลีใต้ AIMMED พัฒนาโซลูชั่นด้านรังสีวิทยาด้วย AI ภายใต้ชื่อ Dr Noon ซึ่งถูกนำไปใช้ในโรงพยาบาลเพื่อช่วยวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองจากภาพสแกนสมองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัท MICIN จากญี่ปุ่น กำลังพัฒนาเครื่องมือ AI ที่สามารถคาดการณ์ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานล่วงหน้า โดยใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ติดตามระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมเหล่านี้สัญญาว่าจะช่วยให้การดูแลสุขภาพรวดเร็วและเชิงรุกยิ่งขึ้น แต่ก็ยังต้องพึ่งพาความแม่นยำของข้อมูลและการกำกับดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการวินิจฉัย

Longevity hacking

เทคโนโลยี AI กำลังผลักดันวงการ “ยืดอายุขัย” ให้กลายเป็นเซ็กเตอร์เฉพาะกลุ่ม ที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้มีฐานะในเอเชียโดยเฉพาะ ในฮ่องกง Prenetics เสนอแพ็กเกจ CircleDNA ระดับพรีเมียม ซึ่งรวมถึงรายงานสุขภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI พร้อมคำแนะนำเรื่องอาหารเสริมแบบเจาะจงรายบุคคล ขณะที่ในสิงคโปร์ Chi Longevity Centre ใช้การตรวจสอบทางอีพีเจเนติกส์ร่วมกับ AI เพื่อออกแบบแผนดูแลสุขภาพในระยะยาว พร้อมปรับเปลี่ยนโปรแกรมแบบเรียลไทม์ตามข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่และผลตรวจเลือด

ที่โตเกียว Euglena MyHealth มุ่งเน้นการวิเคราะห์จุลินทรีย์ในลำไส้ด้วย AI เพื่อส่งเสริมการชะลอวัยอย่างมีประสิทธิภาพ แม้บริการเหล่านี้จะดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคสายเทคโนโลยีระดับบน แต่ต้นทุนที่สูงก็ทำให้หลายคนเอื้อมไม่ถึง สะท้อนความเสี่ยงที่เทรนด์ AI อาจยิ่งขยายช่องว่างทางสังคมในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ

อ่านเพิ่มเติม:  ความงามในยุคปัญญาประดิษฐ์ กับการเปลี่ยนโฉมวงการบิวตี้ตั้งแต่ห้องแล็บไปจนถึงโลกดิจิทัล

The human touch

แม้จะมีความตื่นเต้นกับเทรนด์ AI ในวงการสุขภาพ แต่ก็ไม่ใช่ทุกนวัตกรรมที่จะผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด หลายแอปพลิเคชันพึ่งพาข้อมูลผู้ใช้ซึ่งเก็บรวบรวมโดยมีข้อกังขาเรื่องความยินยอม เช่น แอปฟิตเนสยอดนิยมของจีนอย่าง Keep ที่ถูกวิจารณ์เรื่องนโยบายการแบ่งปันข้อมูลกับพันธมิตรภายนอกที่ไม่ชัดเจน ขณะเดียวกัน การตัดสินใจด้านสุขภาพที่อิงกับอัลกอริทึมที่ไม่โปร่งใส เช่น คำแนะนำจากบอทโภชนาการ AI อาจสร้างความพึ่งพิงแทนที่จะส่งเสริมความเป็นอิสระของผู้ใช้

วงการสุขภาพโดยรวมแตกต่างจากวงการแพทย์ เพราะมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่จับต้องไม่ได้ เช่น ความเชื่อ ชุมชน และพิธีกรรมทางวัฒนธรรม AI อาจให้คำตอบได้รวดเร็วกว่า แต่จะสามารถสร้างสุขภาพที่ยั่งยืนโดยไม่มีมนุษย์เป็นผู้กำกับดูแลได้หรือไม่นั้น ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ขณะที่เอเชียยังคงทดลองใช้ AI ในวงการสุขภาพ สิ่งที่ควรตระหนักคือ ไม่ใช่นวัตกรรมทุกอย่างจะนำไปสู่การพัฒนาอนาคตของสุขภาพได้อย่างแท้จริง อัลกอริทึมอาจกำหนดทิศทาง แต่ความหมายและคุณค่าของสุขภาพยังคงขึ้นอยู่กับผู้คน

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย