Allies of Skin แบรนด์สกินแคร์จากสิงคโปร์ที่เติบโตเร็วที่สุดบน Cult Beauty และขยายยอดขายบน Amazon ต่อเนื่องกว่า 500% ภายในเพียง 1 ปี
Allies of Skin แบรนด์สกินแคร์ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์บนเวทีความงามระดับโลก ได้เข้ามาสร้างความตื่นตาตื่นใจในประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา และเบื้องหลังซึ่งเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและพันธกิจเพื่อสังคม จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในสิงคโปร์ สู่การเป็นชื่อที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดบิวตี้โลก ภายใต้การนำของ Nicolas Travis หนึ่งใน Tatler Gen.T ที่ไม่เพียงรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ทรงประสิทธิภาพ แต่ยังสร้างเรื่องราวแห่งความหวังและการเยียวยาให้กับผู้คนมากมาย
Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ก่อตั้งและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ Allies of Skin ซึ่งปัจจุบันขึ้นแท่นแบรนด์สกินแคร์ที่เติบโตเร็วที่สุดบน Cult Beauty และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Cult Beauty 2025 Awards ถึง 2 รางวัล ได้แก่ “Viral Sensation” สำหรับ Multi Peptides & Growth Factor Advanced Lifting Serum และ “Expert‑Backed Skin Savior”
อ่านเพิ่มเติม: AI พลิกโฉมโลกความงาม เมื่อ L’Oréal, Charlotte Tilbury และแบรนด์บิวตี้ชั้นนำผนึกกำลังขับเคลื่อนอนาคตแห่งความงามอย่างไร้ขีดจำกัด
Nicolas Travis เล่าถึงการเดินทางของแบรนด์ว่า "จุดเริ่มต้นของเรานั้นเรียบง่ายมาก ในปี 2016 มีเพียงผมกับเด็กฝึกงานคนหนึ่งที่ทำทุกอย่างด้วยกัน แต่วันนี้ Allies of Skin ได้วางจำหน่ายแล้วกว่า 36 ประเทศ ผ่านร้านค้าปลีกความงามระดับโลก และเรามีทีมงานในเบอร์ลิน ลอสแอนเจลิส ลอนดอน และกรุงเทพฯ ในปีที่ผ่านมาเราเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็น แบรนด์สกินแคร์ที่เติบโตเร็วที่สุดบน Cult Beauty เราโตขึ้น 500% บน Amazon ภายในปีเดียว และยังคงเติบโตเป็นเลขสามหลักกับร้านค้าปลีกและเว็บไซต์ของเรา"
เมื่อถามถึงการเติบโตในประเทศไทย Nicolas แสดงความรู้สึกขอบคุณพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง Sephora ประเทศไทย "เรารู้สึกขอบคุณพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมอย่าง Sephora ประเทศไทย และนับตั้งแต่เข้ามา เราก็เติบโตอย่างต่อเนื่องใน ตัวเลขสองหลักทุกปี ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผลิตภัณฑ์ของเราตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยจริงๆ"
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่คนไทยชื่นชอบมากที่สุดคือ THE ONE SPF50 Sunscreen Gel ซึ่ง Nicolas อธิบายถึงความนิยมว่า "มันไม่เหมือนกันแดดทั่วไป คุณสมบัติเด่นคือ เนื้อบางเบาเหมือนผิวชั้นที่สอง ใสไม่มีสี กันน้ำได้ถึง 80 นาที ทำให้ผิวดูเหมือนผ่านฟิลเตอร์ เหมาะทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แม้แต่คนที่มีหนวดเครา และที่สำคัญ เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยอย่างยิ่ง"

Above THE ONE SPF50 Sunscreen Gel

Above Copper Tripeptide & Ectoin Advanced Repair Serum
Nicolas เผยถึงช่วงเวลาที่ภูมิใจที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ว่ามีหลายช่วงเวลา แต่สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือแคมเปญ “In My Healing Era” ที่เปิดตัวพร้อม Copper Tripeptide & Ectoin Advanced Repair Serum "เราร่วมมือกับองค์กรการกุศลสำหรับผู้ป่วยแผลไฟไหม้ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของผู้รอดชีวิตและการเดินทางเพื่อการเยียวยาของพวกเขา"
"หนึ่งในเรื่องราวนั้นกลายเป็นไวรัลจนองค์กรการกุศลในอเมริกานำเธอไปรักษาที่ลอสแอนเจลิส พร้อมสนับสนุนเงิน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อการผ่าตัดเปลี่ยนชีวิตกับศัลยแพทย์พลาสติกชื่อดังใน Beverly Hills เธอเคยถูกอดีตสามีจุดไฟเผาเสียโฉมทั้งใบหน้า และถ้าไม่เข้าร่วมแคมเปญนี้ เธออาจไม่มีวันได้โอกาสนั้นกลับคืนมา สำหรับผม นั่นคือความหมายที่แท้จริงของสิ่งที่เราทำ"
เมื่อถามถึงความแตกต่างของ Allies of Skin จากแบรนด์สกินแคร์อื่นๆ Nicolas เล่าว่า "เรา คิดค้นสูตรแบบไม่เหมือนใคร โดยผสานส่วนผสมออกฤทธิ์รุ่นใหม่ในความเข้มข้นสูงสุดกับระบบนำส่งพิเศษที่ให้ผลลัพธ์ที่เห็นและรู้สึกได้จริง ควบคู่กับภารกิจในการเป็น พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความผิดพลาดในการดูแลผิวของคุณ สิ่งนี้เองที่ทำให้เราแตกต่างอย่างแท้จริง"
อ่านเพิ่มเติม: เมื่อ AI กำลังก้าวเข้ามากำหนดนิยามใหม่ให้กับเทรนด์การดูแลสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย
ผลิตภัณฑ์ที่ Nicolas คิดว่าถูกมองข้ามไปและทุกคนควรลองคือ Copper Tripeptide & Ectoin Advanced Repair Serum "มันมหัศจรรย์มาก มันช่วย ลดการอักเสบและฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้า ทำให้ผิวกระจ่างใส และซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว ใช้ได้หลังเลเซอร์หรือเคมีบำบัด ได้รับการรับรองโดยสมาคมโรคผิวหนังอักเสบแห่งชาติสหรัฐฯ ช่วยปรับปรุงรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดและแผลไฟไหม้ระดับสาม เป็นเซรั่มที่ทั้งดาราและแพทย์ผิวหนังต่างชื่นชอบ"
เราถามเขาถึงการทำงานร่วมกับคนดังระดับโลกว่าส่งผลต่อแบรนด์อย่างไรบ้าง Nicolas ตอบอย่างถ่อมตัวว่า "ผมรู้สึกซาบซึ้งกับแฟนๆ ที่เป็นดารา เช่น Pedro Pascal, Uma Thurman, Kaia Gerber, Jessica Alba, Henry Golding, Mindy Kaling และ Harrison Ford ความรักที่พวกเขามีต่อผลิตภัณฑ์ของเราเป็นแรงบันดาลใจให้ผมพัฒนาสูตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง"
"แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นที่สุดไม่ใช่ชื่อเสียง แต่คือการที่เราได้ช่วยให้คนที่ไม่ค่อยมีโอกาส ได้รู้สึกมั่นใจและกล้าหาญในผิวของตัวเอง" เขาปิดท้ายการสนทนาด้วยการตอกย้ำว่าแบรนด์สกินแคร์นั้นสามารถเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง สร้างความหวัง และมอบโอกาสให้ผู้คนได้รู้สึกดีกับตัวเองในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
Topics





