ประเทศไทยติดโผอันดับที่ 20 ในดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ประจำปี 2026 ของ Kearney (ภาพ: Kearney)
Cover ประเทศไทยติดโผอันดับที่ 20 ในดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ประจำปี 2026 ของ Kearney (ภาพ: Kearney)
ประเทศไทยติดโผอันดับที่ 20 ในดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ประจำปี 2026 ของ Kearney (ภาพ: Kearney)

ประเทศไทยทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการกลับเข้าสู่อันดับที่ 20 ในดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ประจำปี 2026 ของ Kearney หลังจากห่างหายไปตั้งแต่ปี 2023

Kearney บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการชั้นนำระดับโลกมากว่า 100 ปี และได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำใน Fortune Global 500 ได้จัดอันดับตลาดที่มีแนวโน้มสูงสุดในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จากการสำรวจที่ดำเนินการโดย Global Business Policy Council ในเดือนมกราคม 2026 ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงกว่า 500 คนจากบริษัทชั้นนำทั่วโลกเข้าร่วม แสดงให้เห็นว่าบริษัทต่างๆ ยังคงมุ่งมั่นในการลงทุนระหว่างประเทศแม้จะมีความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น โดยผู้ตอบแบบสำรวจถึง 88 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพวกเขาวางแผนที่จะเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอีกสามปีข้างหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องในโอกาสระยะยาวของตลาดโลก

ไทย (อันดับ 20) และมาเลเซีย (อันดับ 21) กลับเข้ามาติด 25 อันดับแรกอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึง 3 ปีและ 12 ปีตามลำดับ ขณะที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดายังคงครองอันดับ 1 และ 2 ญี่ปุ่นก้าวขึ้นมาสู่อันดับ 3 และจีน (รวมฮ่องกง) ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 4 นอกจากนี้ สิงคโปร์ (อันดับ 8) เกาหลีใต้ (อันดับ 11) และอินเดีย (อันดับ 22) ต่างก็มีอันดับที่สูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

อ่านเพิ่มเติม: Escape Velocity 2026: เมื่อความมั่งคั่งไม่รอให้โลกฟื้น แต่เลือกเร่งความเร็วด้วยกลยุทธ์

Tatler Asia
ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ประจำปี 2026 ของ Kearney (ภาพ: Kearney)
Above ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ประจำปี 2026 ของ Kearney
ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ประจำปี 2026 ของ Kearney (ภาพ: Kearney)

นอกจากนี้ ในส่วนประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ไทยมีอันดับที่สูงขึ้น โดยการประกาศใช้มาตรการหลายด้านในปี 2025 เพื่อขยายสิทธิประโยชน์การลงทุนในหลายภาคส่วน ได้แก่ พลังงานที่ยั่งยืน สาธารณสุข ศูนย์ข้อมูล การผลิตแบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้า มาตรการเหล่านี้ประกอบด้วยสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม เช่น การยกเว้นและลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นภาษีนำเข้า การอนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดิน และการอำนวยความสะดวกด้านบุคลากรต่างชาติ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนโดยรวมของไทย

อ่านเพิ่มเติม: การลงทุนในพรมแดนใหม่ ในปี 2026

สำหรับอัตราการว่างงานของไทยลดลงเหลือ 0.76 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสที่ 3 ปี 2025 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2024 สถิติดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสำคัญ โดยทักษะและความสามารถของแรงงานไทย (29 เปอร์เซ็นต์) รวมถึงความสะดวกในการทำธุรกิจ (31 เปอร์เซ็นต์) ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย

เดวิด อูเลนบร็อค (David Uhlenbrock) พาร์ทเนอร์ของ Kearney ประเทศไทย กล่าวว่า “ไทยกำลังฟื้นตัวอย่างชัดเจนในด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ตรงเป้าหมาย โครงสร้างพื้นฐานที่แข่งขันได้ และกลยุทธ์ China+1 ในภูมิภาค ส่งผลให้การลงทุนใหม่มุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมากขึ้น เช่น ศูนย์ข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของภูมิทัศน์การลงทุนในประเทศไทย”

การลงทุนใหม่มุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมากขึ้น เช่น ศูนย์ข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และยานยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของภูมิทัศน์การลงทุนในประเทศไทย

- David Uhlenbrock -

ตลาดเกิดใหม่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง

Tatler Asia
ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ในตลาดเกิดใหม่ ประจำปี 2026 ของ Kearney (ภาพ: Kearney)
Above ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ในตลาดเกิดใหม่ ประจำปี 2026 ของ Kearney
ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDICI) ในตลาดเกิดใหม่ ประจำปี 2026 ของ Kearney (ภาพ: Kearney)

การสำรวจครั้งนี้ยังพบว่า ตลาดเกิดใหม่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงกับกระแสการลงทุนโลกมากขึ้น ทั้งไทยและมาเลเซียมีการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (จากอันดับ 10 เป็น 6 และจากอันดับ 11 เป็น 7 ตามลำดับ) ในดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสำหรับตลาดเกิดใหม่ของ Kearney ปี 2026 โดยเฉพาะไทยที่มีการปรับตัวขึ้นสูงสุดท่ามกลางการกระจายตัวของห่วงโซ่อุปทานที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่จีนยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเกิดใหม่อันดับ 1 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

ความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยในระยะสามปีข้างหน้าอยู่ในระดับสูง ติดอันดับ 5 ของโลก และเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการจัดอันดับความมั่นใจสุทธิของตลาดเกิดใหม่ นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อนักลงทุน บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และโครงสร้างพื้นฐานที่มีความน่าเชื่อถือ ยังคงช่วยเสริมสร้างความน่าสนใจในการลงทุนของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การลงทุน

แม้ความตั้งใจในการลงทุนจะยังคงแข็งแกร่ง แต่ผู้บริหารยังคงตื่นตัวต่อความเสี่ยงระดับโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นมากที่สุดในปีหน้า (36 เปอร์เซ็นต์) ตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองในตลาดประเทศพัฒนาแล้ว (30 เปอร์เซ็นต์)

ขณะเดียวกัน นโยบายอุตสาหกรรมกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการกำหนดทิศทางการตัดสินใจลงทุน จากการสำรวจพบว่านักลงทุนทั่วโลก 84 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่านโยบายอุตสาหกรรมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจลงทุน และ 57 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่านโยบายดังกล่าวส่งผลเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานทางธุรกิจของบริษัท นอกจากนี้นักลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่าให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการสนับสนุนทางการเงินว่าเป็นเครื่องมือนโยบายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดย 88 เปอร์เซ็นต์ มองว่านโยบายที่เน้นโครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยที่ดี และ 80 เปอร์เซ็นต์ มีมุมมองเชิงบวกต่อมาตรการสนับสนุนทางการเงิน

สิทธารถ ปาทัก (Siddharth Pathak) พาร์ทเนอร์อาวุโสของ Kearney กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่นักลงทุนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีการแบ่งขั้วมากขึ้น เอเชียครองสัดส่วนสูงสุดของตลาดที่ติดอันดับในดัชนีปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ และไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่โดดเด่นที่มีความก้าวหน้าที่น่าสนใจที่สุดของภูมิภาค โดยกลับเข้ามาอยู่ในดัชนีระดับโลกอีกครั้ง และมีอันดับที่สูงขึ้นในดัชนีตลาดเกิดใหม่ ท่ามกลางการกระจายห่วงโซ่อุปทานแบบ China+1 ที่ยังคงดำเนินต่อไป และความน่าสนใจในฐานะประเทศกำลังพัฒนาขนาดกลางที่เพิ่มสูงขึ้น ในภาพรวม นักลงทุนกำลังนำเงินทุนไปยังตลาดที่มีการผสมผสานระหว่างศักยภาพ ด้านนวัตกรรม โอกาสในการเติบโต และความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์”

เอเชียครองสัดส่วนสูงสุดของตลาดที่ติดอันดับในดัชนีปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ และไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่โดดเด่นที่มีความก้าวหน้าที่น่าสนใจที่สุดของภูมิภาค

- Siddharth Pathak -

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด