Abstract people standing on a large digital screen, analysing interactive data visualisations and charts for strategic planning. Representing teamwork, technology, and data-driven decision making in a corporate environment. (photo: sankai / Getty Images)
Cover J.P. Morgan Private Bank ระบุว่า ปี 2025 คือปีแห่งความไม่แน่นอน แต่วันนี้ โลกเริ่มขยับไปสู่กรอบคิดใหม่ด้วยสามธีมหลัก ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก ทำให้นักลงทุนต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้มีความสดใหม่ (ภาพ: sankai / Getty Images)
Abstract people standing on a large digital screen, analysing interactive data visualisations and charts for strategic planning. Representing teamwork, technology, and data-driven decision making in a corporate environment. (photo: sankai / Getty Images)

J.P. Morgan ชี้พรมแดนใหม่แห่งการลงทุนปี 2026: ปัญญาประดิษฐ์จุดชนวนการเติบโต การแบ่งขั้วเศรษฐกิจใหม่ และการจัดการความเสี่ยงเงินเฟ้อ

J.P. Morgan Wealth Management หน่วยบริการบริหารความมั่งคั่งของ J.P. Morgan สถาบันการเงินระดับโลก เผยแพร่มุมมองการลงทุนทั่วโลกประจำปี 2026 ภายใต้ชื่อ “Promise and Pressure” (คำมั่นสัญญาและแรงกดดัน) โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ผลกระทบของสามพลังขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ความแตกแยกของโลก (global fragmentation) และ ภาวะเงินเฟ้อ (inflation) ต่อกลยุทธ์การลงทุนของนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลตลอดสองปีข้างหน้า

รายงานฉบับนี้เจาะลึกว่าปัจจัยเหล่านี้กำลังพลิกโฉมภูมิทัศน์การลงทุนอย่างไร และจะส่งผลต่อความคิดเชิงกลยุทธ์ของนักลงทุนในช่วงสองปีข้างหน้าอย่างไรบ้าง

Grace Peters ผู้บริหารร่วมฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกของ J.P. Morgan Private Bank กล่าวว่า “ปี 2025 คือปีแห่งความไม่แน่นอน แต่วันนี้ โลกเริ่มขยับไปสู่กรอบคิดใหม่ด้วยสามธีมหลัก ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก” พร้อมเสริมว่า “สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้มีความสดใหม่ โดยผนวกความมีวินัยเข้ากับความยืดหยุ่น”

อ่านเพิ่มเติม: จับกระแส 8 เมกะเทรนด์โลก

Tatler Asia
J.P. Morgan Wealth Management เผยแพร่มุมมองการลงทุนทั่วโลกประจำปี 2026 ภายใต้ชื่อ “Promise and Pressure” มุ่งเน้นการวิเคราะห์ผลกระทบของสามพลังขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การแบ่งขั้วเศรษฐกิจของโลก และภาวะเงินเฟ้อ (ภาพ: privatebank.jpmorgan.com)
Above J.P. Morgan Wealth Management เผยแพร่มุมมองการลงทุนทั่วโลกประจำปี 2026 ภายใต้ชื่อ “Promise and Pressure” มุ่งเน้นการวิเคราะห์ผลกระทบของสามพลังขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การแบ่งขั้วเศรษฐกิจของโลก และภาวะเงินเฟ้อ (ภาพ: privatebank.jpmorgan.com)
J.P. Morgan Wealth Management เผยแพร่มุมมองการลงทุนทั่วโลกประจำปี 2026 ภายใต้ชื่อ “Promise and Pressure” มุ่งเน้นการวิเคราะห์ผลกระทบของสามพลังขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การแบ่งขั้วเศรษฐกิจของโลก และภาวะเงินเฟ้อ (ภาพ: privatebank.jpmorgan.com)

AI: แรงขับเคลื่อนหลักแห่งการพลิกโฉม

J.P. Morgan ระบุชัดเจนในรายงานว่า AI คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงเชิงอุตสาหกรรม ทั้งในมิติประสิทธิภาพ การลดต้นทุน และการยกระดับศักยภาพการผลิตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีกำลังปรับเปลี่ยนตลาดแรงงานและสร้างกิจกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่

ปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะ generative AI กำลังได้รับแรงผลักดันอย่างต่อเนื่อง ความสามารถของโมเดลต่างๆ แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่ agentic models (โมเดลที่สามารถดำเนินการตามเป้าหมายได้เอง) อาจมีประสิทธิภาพเทียบเท่ามนุษย์ได้ภายในปี 2026

การเติบโตของ AI ได้กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างมหาศาล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ (hyperscalers) 12 แห่งได้เพิ่มการใช้จ่ายด้านทุน (capex) เป็นสามเท่าจาก 1.50 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.79 ล้านล้านบาท) ในปี 2023 เป็นกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 15.95 ล้านล้านบาท) ในปี 2026 ทั้งนี้ การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้มีส่วนช่วยในการเติบโตของ GDP สหรัฐฯ มากกว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคในปี 2025

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างกังวลว่า AI จะเป็น “ฟองสบู่” ซึ่งรายงานชี้ว่าแม้จะมีส่วนประกอบของฟองสบู่ (การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่, ความตื่นเต้น) แต่ก็ยังไม่เห็นกำลังการผลิตที่ล้นเกิน (excess capacity) เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในยุคฟองสบู่อินเทอร์เน็ต โดยปัจจุบัน อุปสงค์ยังคงมากกว่าอุปทานในห่วงโซ่คุณค่าของคอมพิวติ้ง พลังงาน และศูนย์ข้อมูล นอกจากนี้ ผลตอบแทนของบริษัท AI ในตลาดสาธารณะส่วนใหญ่มาจาก การเติบโตของกำไร (earnings growth) ไม่ใช่แค่การขยายตัวของอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E multiple)

Tatler Asia
Digital background depicting innovative technologies in (AI) artificial systems, neural interfaces and internet machine learning technologies (photo: MF3d)
Above มีแนวโน้มสูงว่า AI ที่สามารถดำเนินการตามเป้าหมายได้เอง (agentic models) อาจมีประสิทธิภาพเทียบเท่ามนุษย์ได้ภายในปี 2026 (ภาพ: MF3d / Getty Images)
Digital background depicting innovative technologies in (AI) artificial systems, neural interfaces and internet machine learning technologies (photo: MF3d)

เพื่อคว้าโอกาสจาก AI, J.P. Morgan จึงได้นำเสนอกลยุทธ์สำคัญสี่ประการ ได้แก่

  • มุ่งเน้นผู้นำตลาดขนาดใหญ่ (large-cap leaders) โดยเชื่อว่ากลุ่ม hyperscalers (ผู้ให้บริการคลาวด์และผู้บริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่) จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • ค้นหาโอกาสในห่วงโซ่อุปทาน AI (AI supply chain) เน้นบริษัทที่เป็นผู้ขับเคลื่อนเทคโนโลยี เช่น พลังงาน เซมิคอนดักเตอร์ ระบบระบายความร้อน และแร่ธาตุสำคัญ เนื่องจากพลังงานเป็นข้อจำกัดที่สำคัญที่สุด
  • องค์กรใหญ่ฉลาดใช้ AI (smart corporate users of AI) จึงควรมองหาธุรกิจที่นำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มรายได้และกำไรอย่างประสบความสำเร็จ
  • พิจารณาการลงทุนในตลาดส่วนบุคคล (private exposure) เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีมีแนวโน้มที่จะเป็นส่วนบุคคลนานขึ้น มูลค่าส่วนใหญ่จากการปฏิวัติ AI จึงคาดว่าจะเกิดขึ้นในส่วนของเทคโนโลยีแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชั่น ซึ่งมักจะยังคงอยู่ในตลาดส่วนบุคคลจนถึงสิ้นทศวรรษ

โลกที่แบ่งขั้ว: พอร์ตยุคใหม่ต้องแข็งแรงและกระจายตัวกว่าเดิม

รายงาน Promise and Pressure ของ J.P. Morgan Wealth Management ยังเน้นย้ำถึงสภาวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังแยกส่วนกันมากขึ้น และกล่าวถึงพลวัตของเงินเฟ้อที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่ปี 2022

ภูมิภาคสำคัญของโลก เช่น อเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และลาตินอเมริกา ต่างกำลังปรับยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านการค้า ความมั่นคง และพลวัตของสกุลเงินที่กำลังแปรผัน การเกิดขึ้นของกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economic Blocs) และการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ทั่วโลก กระตุ้นให้นักลงทุนต้องเสริมความแข็งแกร่งและกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตโฟลิโอ

Stephen Parker ผู้ร่วมบริหารฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกของ J.P. Morgan Private Bank กล่าวว่า “เมื่อมองไปยังปี 2026 นักลงทุนต้องเผชิญกับพลังคู่ขนาน ทั้งการเพิ่มผลผลิตจาก AI และภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ ภายใต้ภูมิทัศน์โลกที่แบ่งขั้ว” โดยย้ำว่า “เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ลูกค้าค้นพบโอกาสใหม่ๆ และสร้างพอร์ตโฟลิโอที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของพวกเขา”

ทั้งนี้ J.P. Morgan Wealth Management ยังได้ระบุถึงภูมิภาคที่น่าจับตาในโลกที่กำลังแบ่งขั้วไว้ดังนี้

Tatler Asia
concept photo for China-USA trade war conflict (photo: Yaorusheng / Getty Images)
Above ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ส่งผลให้จีนพยายามขยายอิทธิพลไปสู่กลุ่มการค้าที่เรียกว่า “Global South” ซึ่งไม่รวมสหรัฐอเมริกาและยุโรป (ภาพ: Yaorusheng / Getty Images)
concept photo for China-USA trade war conflict (photo: Yaorusheng / Getty Images)

จีน:

มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับสองของโลก กำลังเร่งสร้างอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยกระชับความสัมพันธ์ทั้งทางการทูตและการทหารกับรัสเซียและเกาหลีเหนือให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จีนแสดงความกระตือรือร้นในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอินเดีย ซึ่งเป็นคู่แข่งที่มีมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ จีนยังพยายามที่จะขยายอิทธิพลไปสู่กลุ่มการค้าที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “Global South” ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่รวมสหรัฐอเมริกาและยุโรป เราจะเห็นร่องรอยของการลงทุนและอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนได้ทั่วโลก ตั้งแต่ท่าเรือในเปรู ไปจนถึงทางรถไฟในเอธิโอเปีย และเหมืองโคบอลต์ในคองโก ในปี 2025 กลุ่ม BRICs ก็ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ ได้แก่ อียิปต์ อิหร่าน เอธิโอเปีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย เข้าสู่กลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ 11 ประเทศ

การที่จีนหันไปเป็นคู่ค้ากับประเทศอื่นที่ไม่ใช่สหรัฐฯ อาจไม่ใช่สัญญาณบวกสำหรับตลาดเกิดใหม่ทั้งหมด ดังนั้น ในส่วนกลยุทธ์การลงทุน J.P. Morgan Wealth Management จึงเลือกให้ความสำคัญกับตลาดหุ้นในประเทศที่มีปัจจัยขับเคลื่อนระยะยาว (secular drivers) ที่เป็นอิสระ ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง อาทิ อินเดีย โดยตลาดหุ้นอินเดียมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากนโยบายการเงินและการคลังที่เอื้ออำนวย ท่ามกลางการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ, ไต้หวัน อาจได้รับประโยชน์จากแนวโน้มความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวดีขึ้นตามวัฏจักร ผนวกกับความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาคเทคโนโลยีซึ่งจีนถือเป็นหัวใจสำคัญ มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ จะยิ่งเร่งให้จีนเร่งพัฒนาศักยภาพภายในประเทศ แม้ว่าจีนจะยังคงตามหลังในด้านความพอเพียงของเซมิคอนดักเตอร์ระดับสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทนวัตกรรมของจีนกำลังสร้างมูลค่าอย่างแข็งแกร่งและเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต โดยใช้ประโยชน์จากโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูง แพลตฟอร์มผู้บริโภคที่ได้รับความนิยม และความเป็นผู้นำในด้านฮาร์ดแวร์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) การตัดสินใจล่าสุดของรัฐบาลจีนที่สั่งห้ามการใช้ชิปที่ Nvidia ส่งออกมา อาจตีความได้ว่าชิปที่ผลิตในประเทศนั้น “ดีพอ” สำหรับการฝึกฝนโมเดล LLM ที่เทียบเคียงได้กับคู่แข่งในสหรัฐฯ แม้ว่าจะต้องใช้พลังงานมากกว่ามากก็ตาม

อ่านเพิ่มเติม: 9 เหตุผลที่ทำให้ “อินเดีย” ยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการลงทุนระดับโลก

ยุโรป:

ภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต โลกที่พัฒนาแล้วต่างเพลิดเพลินกับสิ่งที่เรียกขานกันในวงกว้างว่า “เงินปันผลแห่งสันติภาพ” (Peace Dividend) ในช่วงปี 1992 จนถึง 2022 การผลิตรถถังของยุโรปลดลงถึง 77 เปอร์เซ็นต์ เครื่องบินรบ 57 เปอร์เซ็นต์ เรือ 39 เปอร์เซ็นต์ และเรือดำน้ำลดลง 47 เปอร์เซ็นต์ เทคโนโลยีต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ตและ GPS ได้เปลี่ยนผ่านจากการใช้ทางทหารสู่การใช้ในเชิงพาณิชย์ ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกดึงดูดกระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้อย่างมหาศาล ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานและตลาดทุนทั่วโลกก็มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Tatler Asia
European Community flag over cheap plastic map pointing Brussels city, where its headquarters are found. Shallow depth of field (ภาพ: FotografiaBasica / Getty Images)
Above ทศวรรษ 2020 ยุโรปถูกนิยามด้วยการรุกรานยูเครนของรัสเซีย และความเร่งด่วนที่เพิ่มขึ้นในการสร้างระบอบความมั่นคงที่ยั่งยืน (ภาพ: FotografiaBasica / Getty Images)
European Community flag over cheap plastic map pointing Brussels city, where its headquarters are found. Shallow depth of field (ภาพ: FotografiaBasica / Getty Images)

ทว่า ทศวรรษ 2020 ยุโรปกลับถูกนิยามด้วยการรุกรานยูเครนของรัสเซีย และความเร่งด่วนที่เพิ่มขึ้นในการสร้างระบอบความมั่นคงที่ยั่งยืน ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่การป้องกันประเทศแบบดั้งเดิม ความมั่นคงทางไซเบอร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และอุปทานพลังงาน

  • ยุโรปกำลังเปลี่ยนแปลงในด้านการจัดสรรงบประมาณป้องกันประเทศครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยอรมนี รัฐบาลเยอรมนีได้ประกาศมาตรการกระตุ้นทางการคลังขนาดใหญ่ NATO เองก็ได้กำหนดเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่สูงขึ้นใหม่ ในส่วนของสหรัฐฯ ก็กำลังขออนุมัติงบประมาณด้านกลาโหม 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแรงผลักดันในการติดอาวุธครั้งใหม่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในยุโรปเท่านั้น การเคลื่อนไหวเหล่านี้ได้ยกระดับความคาดหวังของนักลงทุนอย่างมาก โดยบริษัทกลาโหมในยุโรปมีอัตราการเติบโตของกำไรต่อปีแบบทบต้น (CAGR) อยู่ที่ประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปี 2019 ถึง 2024 และ Wall Street คาดการณ์การเติบโตที่เกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ไปจนถึงสิ้นทศวรรษ
  • บริษัทอุตสาหกรรมในยุโรปยังได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็วและการนำ AI มาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการลงทุนในศูนย์ข้อมูลเร่งตัวขึ้น กระแสความต้องการนี้กระตุ้นอุปสงค์ในสินค้าทุน อุปกรณ์ไฟฟ้า และโซลูชั่นด้านพลังงาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทชั้นนำของยุโรปมีความโดดเด่น

อเมริกาใต้:

ในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกมีความหลากหลายมากขึ้น และประเด็นด้านความมั่นคงได้กำหนดความสัมพันธ์ทางการค้า อเมริกาใต้ต้องดำเนินกลยุทธ์การค้าควบคู่ไปกับทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ประเทศส่วนใหญ่ในอเมริกาใต้มีดุลการค้าขาดดุลกับสหรัฐฯ ขณะที่จีนได้กลายเป็นคู่ค้าหลักสำหรับหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา การลงทุนของจีนมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเหนือกว่า FDI ที่มาจากสหรัฐฯ และการเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลแนวคิดซ้าย (left-leaning governments) ตลอดทศวรรษได้ทำให้อเมริกาใต้มีแนวคิดทางอุดมการณ์ใกล้ชิดกับจีนมากขึ้น

นอกเหนือจากเรื่องอุดมการณ์ อเมริกาใต้ยังครอบครองทรัพยากรสำคัญที่เศรษฐกิจโลกต้องการ เช่น ทองแดงที่ภูมิภาคนี้มีอัตราส่วนที่ 40 เปอร์เซ็นต์ของการผลิตทองแดงทั่วโลก และมีปริมาณสำรองถึง 38 เปอร์เซ็นต์ของโลก เฉพาะชิลีประเทศเดียวก็ผลิตทองแดงได้ถึง 27 เปอร์เซ็นต์ของโลก เปรูมีปริมาณสำรองแร่เงินมากที่สุดในโลก ขณะที่เม็กซิโกเป็นผู้ผลิตแร่เงินรายใหญ่ที่สุดสำหรับลิเทียม ชิลีและอาร์เจนตินาเป็นอันดับหนึ่งและสามของโลกในแง่ของปริมาณสำรองที่สามารถสกัดทางเศรษฐกิจได้ 

ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคลื่นการปฏิวัติ AI ได้เร่งความต้องการพลังงานและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งผลักดันความต้องการแร่ธาตุสำคัญให้สูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกก็มุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงด้านอาหารในระยะยาว

Tatler Asia
Aerial view of enormous copper mine at Palabora, South Africa (ภาพ: sfmthd / Getty Images)
Above อเมริกาใต้ครอบครองทรัพยากรสำคัญที่เศรษฐกิจโลกต้องการ หนึ่งในนั้นคือทองแดงที่ภูมิภาคนี้มีอยู่ 40 เปอร์เซ็นต์ของการผลิตทองแดงทั่วโลก (ภาพ: sfmthd / Getty Images)
Aerial view of enormous copper mine at Palabora, South Africa (ภาพ: sfmthd / Getty Images)

เงินเฟ้อที่ยังคงอยู่: สร้างพอร์ตโฟลิโอเพื่อความยืดหยุ่น

J.P. Morgan Private Bank ชี้ให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล (rising government deficits) ได้นำมาซึ่งความผันผวนที่สูงขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุน แรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากห่วงโซ่อุปทานและนโยบายการคลัง ล้วนเป็นปัจจัยที่ผลักดันสภาวะนี้ ทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องสร้างพอร์ตโฟลิโอที่สามารถต้านทานความผันผวนของระดับราคาได้

Tatler Asia
The ‘cost of living crisis’ refers to the fall in ‘real’ disposable incomes (that is, adjusted for inflation and after taxes and benefits) that the UK has experienced since late 2021. It is being caused predominantly by high inflation outstripping wage and benefit increases and has been further exacerbated by recent tax increases. (photo: Craig Hastings / Getty Images)
Above J.P. Morgan Private Bank ชี้ว่า พันธบัตรยังคงเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการสร้างพอร์ตโฟลิโอ แต่เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่ฝังแน่นและความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น (ภาพ: Craig Hastings / Getty Images)
The ‘cost of living crisis’ refers to the fall in ‘real’ disposable incomes (that is, adjusted for inflation and after taxes and benefits) that the UK has experienced since late 2021. It is being caused predominantly by high inflation outstripping wage and benefit increases and has been further exacerbated by recent tax increases. (photo: Craig Hastings / Getty Images)

มุมมองดังกล่าวยังเสนอว่า ปัจจัยเชิงโครงสร้าง อาทิ ข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต (capacity constraints) และรูปแบบการใช้จ่ายของผู้บริโภค มีแนวโน้มที่จะคงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไว้ในระยะกลาง

Stephen Parker ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า “พันธบัตรยังคงเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการสร้างพอร์ตโฟลิโอ แต่เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่ฝังแน่นและความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนจำเป็นต้องมองข้ามสินทรัพย์รายได้คงที่แบบดั้งเดิม” และยังระบุว่า “เพื่อนำทางในระบอบใหม่นี้ การเติมเต็มพันธบัตรหลักด้วย สินค้าโภคภัณฑ์ (commodities), สินทรัพย์ที่จับต้องได้ (real assets), และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน (uncorrelated hedge funds) จะช่วยกระจายความเสี่ยงจากหุ้นท่ามกลางเงินเฟ้อที่คงอยู่ได้เป็นอย่างดี”

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด