แอนนาเบล คชนันทน์ ผู้ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบโครงสร้างทางการเงินแก่ตระกูลผู้มั่งคั่งระดับโลก ทั้งในยุโรป และประเทศไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover แอนนาเบล คชนันทน์ ผู้ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบโครงสร้างทางการเงินแก่ตระกูลผู้มั่งคั่งระดับโลก ทั้งในยุโรป และประเทศไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
แอนนาเบล คชนันทน์ ผู้ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบโครงสร้างทางการเงินแก่ตระกูลผู้มั่งคั่งระดับโลก ทั้งในยุโรป และประเทศไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

จาก private banker ชาวไทยในระบบการเงินระดับโลกที่ซับซ้อนที่สุด แอนนาเบล คชนันทน์ ก้าวข้ามแรงเสียดทานทั้งด้านโครงสร้าง วัฒนธรรม จนกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ “Wealth Architect” ผู้ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบโครงสร้างทางการเงินแก่ตระกูลผู้มั่งคั่งระดับโลก ทั้งในยุโรป และประเทศไทย ด้วยวิธีคิดที่ไม่เริ่มจากการคาดเดา แต่เริ่มจากการเตรียมโครงสร้างให้รอดในทุกอนาคตที่อาจเกิดขึ้น

หญิงสาวท่าทางทะมัดทะแมงนั่งเอนกายอย่างผ่อนคลายบนโซฟาหนานุ่มในบ้านสามชั้นสไตล์ luxury loft ซึ่งเธอออกแบบให้เป็นวิลล่าหรูสำหรับชาวต่างชาติในย่านทองหล่อ สายตาคมสวยที่เธอบอกอย่างภาคภูมิใจว่าเป็นดีเอ็นเอจากบรรพบุรุษชาวเปอร์เชียกวาดผ่านกระดาษคำถามของ Tatler อย่างสบายๆ ราวกับเป็นบทสนทนาที่คุ้นเคย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเราด้วยแววมั่นใจที่ไม่ต้องอาศัยการย้ำซ้ำ

“พูดตรงๆ นะคะ คำถามเรื่องการสร้าง wealth ยากๆ แบบนี้ ถ้าตอบกันตามความเป็นจริง คงมีแต่คนในวงการการเงินที่เข้าใจ” เธอหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า “แต่แอนจะพยายามเล่าให้มันเข้าใจง่ายที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว เงินทองไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้คนรู้สึกไกลตัว”

ตลอดเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงถัดจากนั้น คำว่า “wealth” ซึ่งหลายคนคุ้นเคยในฐานะเพียงตัวเลขบนงบการเงิน ค่อยๆ ถูกคลี่ออกมาเป็นระบบ เป็นโครงสร้าง และเป็นปรัชญาการจัดการชีวิตที่สะท้อนโลกทัศน์ของนักการเงินที่ใช้ชีวิตอยู่กับ capital ที่เคลื่อนไหวข้ามรุ่น ข้ามประเทศ และข้ามวัฏจักรเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง

อ่านเพิ่มเติม: การลงทุนในพรมแดนใหม่ ในปี 2026

Tatler Asia
ด้วยประสบการณ์การทำงานในฐานะ Private Banker กว่า 14 ปี ให้กับธนาคารชั้นนำ อาทิ ABN AMRO และ LGT Private Banking Singapore ก่อนจะมาจบที่ UBS กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ศูนย์กลางของ private banking ระดับโลก ทำให้แอนนาเบลตระหนักว่า พอร์ตที่ไม่ขาดทุน คือพอร์ตที่สามารถเติบโตได้จริงในระยะยาว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ด้วยประสบการณ์การทำงานในฐานะ private banker กว่า 14 ปี ให้กับธนาคารชั้นนำ อาทิ ABN AMRO และ LGT Private Banking Singapore ก่อนจะมาจบที่ UBS กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ศูนย์กลางของ private banking ระดับโลก ทำให้แอนนาเบลตระหนักว่า พอร์ตที่ไม่ขาดทุน คือพอร์ตที่สามารถเติบโตได้จริงในระยะยาว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ด้วยประสบการณ์การทำงานในฐานะ Private Banker กว่า 14 ปี ให้กับธนาคารชั้นนำ อาทิ ABN AMRO และ LGT Private Banking Singapore ก่อนจะมาจบที่ UBS กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ศูนย์กลางของ private banking ระดับโลก ทำให้แอนนาเบลตระหนักว่า พอร์ตที่ไม่ขาดทุน คือพอร์ตที่สามารถเติบโตได้จริงในระยะยาว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เส้นทางอาชีพของ แอนนาเบล คชนันทน์ ไม่ได้เริ่มต้นจากสายการเงินอย่างที่ใครหลายคนอาจคาดเดา เธอจบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อด้านบริหารจัดการที่สหราชอาณาจักร และเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยสายงานที่ดูห่างไกลจากโลกการเงิน ไม่ว่าจะเป็น SEO หรือการเป็น estate agent ที่บริษัท King and Castleในอังกฤษ ประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้เธอเข้าใจ “มูลค่า” และ “โครงสร้างของทรัพย์สิน” ในเชิงลึก ตั้งแต่ก่อนจะตระหนักว่าโลกที่เธอสนใจจริงๆ คือโลกของการบริหารความมั่งคั่ง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2012 เมื่อแอนนาเบลตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลก private banking ซึ่งมีเงินลงทุนขั้นต่ำของลูกค้าสูงถึงหลักเริ่มต้นที่ห้าสิบล้านบาท เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ตอนนั้นไม่รู้อะไรเลยจริงๆ” ความไม่รู้นี้เองที่นำพาเธอเข้าสู่บททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดในปีแรกของการทำงาน ตั้งแต่การถูกดูถูก ถูกมองข้าม ไปจนถึงการถูกปฏิบัติราวกับเป็นคนนอกในระบบที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ความผิดพลาด

แต่แทนที่จะถอย แอนนาเบลเลือกจะ “อยู่ให้ได้” และ “รอดให้ได้” เธอกลับไปอ่านตำราการเงินตั้งแต่ระดับปีหนึ่งถึงปีสี่ด้วยตัวเอง ไล่เรียงใหม่ทั้งหมด ตั้งคำถามกับทุกสมมติฐาน และฝึกคิดอย่างเป็นระบบ เพราะเธอไม่เชื่อในความเก่งโดยสัญชาตญาณ แต่เชื่อว่าความได้เปรียบของนักการเงินตัวจริง คือการเข้าใจโครงสร้างก่อนเข้าใจตัวเลข

ความมุ่งมั่นนั้นพาเธอเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากตลาดการเงินไทยสู่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นสมรภูมิที่ซับซ้อนและแข่งขันสูงกว่า กับ ABN AMRO และ LGT Private Banking Singapore ก่อนจะมาจบที่ UBS กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ศูนย์กลางของ private banking ระดับโลก ซึ่งเธอใช้เวลากว่าสิบสี่ปีในการเรียนรู้ระบบที่ละเอียดอ่อน ซับซ้อน และไม่เปิดโอกาสให้ความเข้าใจแบบผิวเผิน

“จากไทยไปสิงคโปร์ เหมือนย้ายไปอยู่อีกโลกหนึ่ง” เธออธิบาย “โปรดักส์ วิธีคิด และโครงสร้างทั้งหมดไม่เหมือนเดิม สิ่งที่เคยใช้ได้กลับใช้ไม่ได้อีกเลย สิงคโปร์ว่ายากแล้ว สวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นอีกเกมหนึ่งที่คุณต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่หมด” สำหรับแอนนาเบล การย้ายประเทศไม่ใช่แค่เปลี่ยนตลาด แต่คือการเปลี่ยนระบบความคิด เพราะเงินในแต่ละภูมิภาค เติบโตภายใต้กติกาที่ไม่เหมือนกันแม้แต่น้อย

Tatler Asia
Euro coins stacked on top of each other in different positions in front of the Swiss flag. Finance Business and Economy Concept. (photo: SimpleImages / Getty Images)
Above สิ่งที่แอนนาเบลได้เรียนรู้จากองค์กรทางการเงินระดับโลกคือสินทรัพย์ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของตัวเลข แต่อยู่ที่วิธีคิดของผู้คนที่เติบโตมากับความมั่งคั่งข้ามรุ่น (ภาพ: SimpleImages / Getty Images)
Euro coins stacked on top of each other in different positions in front of the Swiss flag. Finance Business and Economy Concept. (photo: SimpleImages / Getty Images)

ถอดรหัส “สวิสมายด์เซ็ต”

ในฐานะธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ UBS มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงินของสวิตเซอร์แลนด์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังการเข้าซื้อกิจการ Credit Suisse ซึ่งทำให้ UBS กลายเป็นสถาบันการเงินที่มีสินทรัพย์รวมกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แอนนาเบลได้เรียนรู้จากองค์กรระดับโลกแห่งนี้ ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของตัวเลข แต่อยู่ที่วิธีคิดของผู้คนที่เติบโตมากับความมั่งคั่งข้ามรุ่น

“สิ่งสำคัญที่สุดที่แอนได้เรียนรู้คือ พอร์ตที่ไม่ขาดทุน คือพอร์ตที่สามารถเติบโตได้จริงในระยะยาว” เธอกล่าว พร้อมอธิบายว่าลูกค้า private bank ในสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำถามว่า “จะได้เท่าไหร่” แต่เริ่มจากคำถามว่า “จะไม่เสียได้อย่างไร”

“คนที่มีเงินมากพอ จะไม่ถามว่าพอร์ตนี้โตเร็วแค่ไหน แต่จะถามว่าพอร์ตนี้จะยังอยู่ไหม ในวันที่เขาไม่อยู่แล้ว และนี่คือเหตุผลว่าทำไมความมั่งคั่งระดับโลก ถึงไม่ถูกสร้างจากความกล้า แต่ถูกสร้างจากวินัยที่คนทั่วไปมองไม่เห็น”

ที่สวิตเซอร์แลนด์ ความเสี่ยงต้องมาก่อนผลตอบแทน เงินต้นห้ามหาย และรีเทิร์นระดับ 3-5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีถือว่าเพียงพอสำหรับความสบายใจ ตรงกันข้ามกับนักลงทุนในเอเชีย โดยเฉพาะในไทย ที่มักมองหาผลตอบแทนสูงในเวลาสั้น “ในเอเชีย เราสอนกันให้หาเงินเก่ง แต่ในสวิตเซอร์แลนด์ เขาสอนกันให้ไม่ทำเงินหาย และสองอย่างนี้ไม่เคยเหมือนกัน” เธอกล่าวอย่างเรียบง่าย “ความเสี่ยงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่การไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรับความเสี่ยงอะไรอยู่ต่างหากที่อันตรายที่สุด”

ลูกค้า private bank ในสวิตเซอร์แลนด์มีปรัชญาที่ชัดเจนที่สุดคือ ความมั่งคั่งเท่ากับความปลอดภัย

- แอนนาเบล คชนันทน์ -

โลกใหม่ของ Private Assets

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แอนนาเบลสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในพฤติกรรมการลงทุนของกลุ่มผู้มั่งคั่งระดับโลก โดยเงินกำลังไหลออกจากตลาดสาธารณะ และมุ่งสู่ private assets มากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทคุณภาพจำนวนมากเลือกไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะไม่ต้องการแบกรับภาระด้านกฎระเบียบและความคาดหวังระยะสั้น ส่งผลให้สัดส่วน private assets ในพอร์ตของตระกูลผู้มั่งคั่งหลายแห่งขยับจากราว 40 เปอร์เซ็นต์ ไปสู่ระดับ 60 เปอร์เซ็นต์อย่างมีนัยสำคัญ

“Private asset ไม่ได้ถูกเลือกเพราะให้ผลตอบแทนสูงกว่าเสมอ แต่เพราะมันให้การควบคุม และความเงียบ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่เงินก้อนใหญ่ต้องการมากที่สุด”

Private equity จึงกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว ผ่านการเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหาร เพิ่มมูลค่า และวางแผน exit อย่างเป็นระบบในกรอบเวลา 10-13 ปี “สำหรับตระกูลผู้มั่งคั่งจริงๆ เวลาไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นเครื่องมือ และ private equity คือรูปแบบการลงทุนที่ยอมให้เวลาได้ทำงานอย่างเต็มที่”

ขณะเดียวกัน venture capital และ alternative investments ก็ยังคงมีบทบาท โดยเฉพาะในฐานะสินทรัพย์ที่สะท้อนรสนิยม ตัวตน และวิสัยทัศน์ของผู้ลงทุน ตั้งแต่งานศิลปะ ไวน์ วิสกี้ ไปจนถึง real assets เชิงนวัตกรรม “คนรวยจริงมักลงทุนในสิ่งที่โลกขาดไม่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่แค่กำลังเป็นกระแส” เธอสรุปอย่างสงบนิ่ง

Family Office: “เครื่องยนต์” ของความมั่งคั่ง

หาก private banking คือระบบการดูแลและบริหารพอร์ตด้วยบริการระดับสูง family office คือโลกอีกใบที่ลึกกว่า และ “เฉพาะตระกูล” มากกว่า เพราะสำหรับหลายตระกูลในยุโรปที่สามารถส่งต่อความมั่งคั่งได้ยาวนานเกิน 100 ปี สิ่งที่ทำให้เงินอยู่รอดไม่ใช่แค่การลงทุนเก่ง แต่คือการมี “วิธีบริหาร” ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ และ family office คือหัวใจของวิธีนั้น

แอนนาเบลอธิบายว่า family office ในเชิงปฏิบัติไม่ใช่แค่ทีมผู้จัดการเงิน แต่เป็นเหมือน “สำนักงานใหญ่” ของทรัพย์สินทั้งตระกูล ที่ทำหน้าที่เชื่อมทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ wealth ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่การกำหนดนโยบายการลงทุนและความเสี่ยง การวางแผนภาษีและโครงสร้างการถือครอง การจัดการสภาพคล่อง การกำกับดูแลทรัพย์สินจริงและธุรกิจ ไปจนถึงการวางกติกาครอบครัวและการส่งต่อทรัพย์สินให้รุ่นถัดไปอย่างมีระบบ

ความแตกต่างสำคัญคือ private banking มักเริ่มต้นจาก “พอร์ต” และบริการของธนาคาร ขณะที่ family office เริ่มต้นจาก “ชีวิตของตระกูล” และเป้าหมายของความมั่งคั่งในระยะยาว ซึ่งหมายความว่าในหลายกรณี family office อาจใช้บริการหลายธนาคารพร้อมกันเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านสถาบันและเพิ่มอำนาจต่อรอง แต่ยังคงมี “สมองกลาง” ที่ดูภาพรวมอยู่ตลอดเวลา และสิ่งนี้เองที่ทำให้ความมั่งคั่งไม่สะดุดแม้โลกจะเปลี่ยนผ่านวิกฤติหลายครั้ง

เธอสรุปสั้นๆ ว่า หาก private bank คือที่ที่เงินถูกดูแลอย่างดี family office คือที่ที่เงินถูก “บริหารแบบเป็นองค์กร” และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่บางตระกูลอยู่รอดมาได้เป็นศตวรรษ เพราะเขาไม่ได้หวังให้ทายตลาดถูกทุกปี แต่เขาวางระบบให้ไม่พังในปีที่ทายผิด

อ่านเพิ่มเติม: ต้นกำเนิดอาณาจักรธุรกิจครอบครัวระดับของโลก ที่ยืนหยัดเหนือกาลเวลา

โลกที่อัลกอริทึมเข้าใจไม่ครบ

ในวันที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เริ่มเข้ามามีบทบาทในโลกการเงิน ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดพอร์ต ไปจนถึงการคาดการณ์ตลาด คำถามที่แอนนาเบลได้ยินบ่อยขึ้นคือ AI จะมาแทนนักการเงินได้หรือไม่ ซึ่งเธอมองว่านี่คือคำถามที่สะท้อนความเข้าใจโลกการเงินเพียงครึ่งเดียว

“AI เก่งเรื่องข้อมูล แต่เงินของมนุษย์ไม่ใช่แค่ข้อมูล” เธออธิบาย “การตัดสินใจของผู้มั่งคั่งเต็มไปด้วยอารมณ์ ความกลัว ความสัมพันธ์ในครอบครัว และบริบททางสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีอัลกอริทึมใดเข้าใจได้ครบ”

ในโลกของ private banking และ family office บทบาทของนักการเงินจึงไม่ได้ถูกลดทอน แต่กำลังถูกยกระดับจากคนจัดพอร์ต มาเป็นผู้ออกแบบโครงสร้างความมั่งคั่ง ที่ต้องเข้าใจทั้งระบบการเงินโลก และระบบความคิดของมนุษย์ในเวลาเดียวกัน

Wealth Architect: ออกแบบโครงสร้างชีวิต

แอนนาเบลวางแผนเกษียณจากงานประจำตั้งแต่อายุ 40 และก้าวสู่บทบาท “Wealth Architect” อย่างเต็มตัว บทบาทที่ไม่ใช่เพียงการบริหารพอร์ต แต่คือการออกแบบสถาปัตยกรรมทางการเงินให้กับทั้งครอบครัว ตั้งแต่โครงสร้างความสัมพันธ์ภายในตระกูล ไปจนถึงการส่งต่อทรัพย์สินข้ามหลายเจเนอเรชั่น

“บางตระกูลมีพอร์ตมากกว่า 20 พอร์ต และทุกพอร์ตมีหน้าที่ชัดเจน” เธออธิบาย พอร์ตจำนวนมากไม่ได้สะท้อนความซับซ้อนของเงิน แต่สะท้อนความเข้าใจว่าเงินแต่ละก้อน มีหน้าที่ต่างกันในชีวิตเดียวกัน ตั้งแต่ core portfolio เพื่อการส่งต่อ, growth portfolio เพื่อการเติบโต ไปจนถึง liquidity portfolio ซึ่งเตรียมไว้สำหรับวันที่วิกฤติกลายเป็นโอกาส

“วิกฤติสำหรับคนทั่วไปคือความกลัว แต่สำหรับคนที่มีสภาพคล่อง วิกฤติคือช่วงเวลาที่ราคากับมูลค่าเดินแยกจากกัน นี่คือเหตุผลที่เธอเรียกช่วงเวลานั้นว่า black friday ของผู้มั่งคั่ง”

Tatler Asia
ในฐานะ "wealth architect" แอนนาเบลบอกว่า ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดจากเงินในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงสุขภาพ เวลา และอิสรภาพในการเลือกใช้ชีวิต (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ในฐานะ "wealth architect" แอนนาเบลบอกว่า ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดจากเงินในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงสุขภาพ เวลา และอิสรภาพในการเลือกใช้ชีวิต (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ในฐานะ "wealth architect" แอนนาเบลบอกว่า ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดจากเงินในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงสุขภาพ เวลา และอิสรภาพในการเลือกใช้ชีวิต (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

มายด์เซ็ตเพื่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืน

ก่อนจบการสนทนา แอนนาเบลฝากข้อคิดที่ฟังดูเรียบง่าย แต่แทงใจอย่างยิ่ง “เลิกอยากรวยเร็ว เพราะในโลกการเงินไม่มีอะไรได้มาฟรี” ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดจากเงินในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงสุขภาพ เวลา และอิสรภาพในการเลือกใช้ชีวิต

ในมุมมองของแอนนาเบล ความมั่งคั่งไม่ใช่การมีทุกอย่าง แต่คือการไม่ถูกบังคับให้ตัดสินใจผิดเพราะเงิน และเมื่อเงินไม่เป็นแรงกดดัน ชีวิตจึงมีพื้นที่ให้ความหมายมากกว่าตัวเลข

“ความมั่งคั่งไม่เหมือนความรวย” เธอย้ำ “มันคือการเอาสินทรัพย์ลบด้วยความอยาก และลบด้วยความกลัว แล้วสิ่งที่เหลืออยู่นั่นแหละคือ wealth”

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด