พลังงานใหม่ของกันกุลเอ็นจิเนียริ่ง… เมื่อซีอีโอรุ่นใหม่ประกาศวิสัยทัศน์สู่การเป็นพันธมิตรพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสร้าง green s-curve ที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยด้านพลังงาน
บ่ายวันหนึ่ง ณ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 44 ของอาคารแห่งหนึ่งย่านเพลินจิตที่ได้รับการออกแบบราวกับกำลังเดินอยู่ในโลกของความคิดสร้างสรรค์ ตั้งแต่ด้านหน้าอาคารที่เป็นพื้นที่สีเขียวทอดยาว ประดับประดาด้วยงานศิลปะหลายชิ้น ก่อนจะขึ้นไปพบบรรยากาศในออฟฟิศที่ให้พลังกระตือรือร้น สะท้อนความเป็นองค์กรคนรุ่นใหม่ ทั้งพื้นที่ co-working space สไตล์คาเฟ่ ห้องเก็บเสียงสำหรับผู้ต้องการความเป็นส่วนตัว ห้องอบรมขนาดใหญ่สำหรับจัด Town Hall ในองค์กรแบบเป็นกันเอง
“ออฟฟิศแห่งนี้ให้ ‘พลังงาน’ ที่ดีมากๆ” นุก นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ทายาทรุ่นที่สองของกันกุลฯ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ต้อนรับเราด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง “ตอนกำลังหาออฟฟิศใหม่ก็มีปรึกษาซินแสนิดนึง หลังจากย้ายมา นุกได้รับการแต่งตั้งเป็นซีอีโอเลย (หัวเราะ) งานก็หลั่งไหลเข้ามาจนแทบไม่ได้พัก” คำพูดติดตลกนี้ไม่ได้สื่อถึงความเหนื่อยล้า แต่กลับฉายให้เห็นพลังแห่งการเริ่มต้นและบทบาทใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย
อ่านเพิ่มเติม: Tatler Most Influential 2025: เปิดลิสต์ 100 ผู้ทรงอิทธิพล ผู้ขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทย

Above นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ หรือคุณนุก ได้เริ่มวิสัยทัศน์ใหม่ “The Most Recognized Partner in Inclusive Green Energy and Infrastructure across Asia” กับเป้าหมายการเติบโตสองดิจิตทุกปีหรือประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
“พันธมิตรคนสำคัญ”
กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง คือบริษัทที่เติบโตจากธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับรายย่อย โดยกัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ผู้เป็นบิดา ก่อตั้งในปี 1982 ขยับขยายสู่การจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงใหักับภาครัฐวิสาหกิจในขณะนั้น พร้อมจัดตั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์สำหรับระบบไฟฟ้า กระทั่งถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในปี 2010 ที่ทำให้กันกุลฯ กลายเป็นหัวแถวในการเปลี่ยนผ่านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ที่สามารถสร้างรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาทต่อปี รวมถึงการเข้าซื้อบริษัทไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในต่างประเทศ
วันนี้… กันกุลฯ ได้เริ่มวิสัยทัศน์ใหม่ “The Most Recognized Partner in Inclusive Green Energy and Infrastructure across Asia” โดยวางเป้าหมายการเติบโตสองดิจิตทุกปีหรือประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ บนเนื้อกำไรที่มั่นคงสอดคล้องไปด้วยกัน ภายใต้ผู้ดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากแนวคิดเดิม
“เราชิฟท์มายด์เซ็ตไปสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยลูกค้าในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้จริงๆ” นั่นคือการขยายขอบเขตจากพลังงานหมุนเวียน ไปสู่การเข้าถึงพลังงานสะอาดและยั่งยืนอย่างทั่วถึง ที่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อเรียก แต่เป็นการมองภาพใหญ่ขึ้น “Green energy คืออะไรก็ได้ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลิตไฟฟ้าได้” เธออธิบาย
นอกจากนี้ กันกุลฯ ยังมอง “โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน” เป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการรองรับความต้องการไฟฟ้าขนาดใหญ่จากการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (data center) ในพื้นที่ EEC และบางนา “วันนี้ Data Center เข้ามา ยิ่งต้องใช้ไฟจำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยมีแต้มต่อตรงที่เรามีไฟ มีโรงไฟฟ้าสำรองอยู่ทั่วประเทศ และพร้อมจะเป็นผู้เชื่อมโยงพลังงานสะอาดไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ซึ่งจะกลายเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ”
กลยุทธ์สู่เป้าหมายที่ท้าทาย
เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายรายได้ที่ท้าทาย ผู้บริหารรุ่นใหม่ของกันกุลฯ ได้วางกลยุทธ์ไว้สามด้านบนพื้นฐานแนวคิด ESG (environment, social, governance) ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก
1. Build Business Muscle หรือการสร้างกล้ามเนื้อธุรกิจ กันกุลฯ ไม่ได้หยุดอยู่แค่พลังงานหมุนเวียน แต่กำลังมองหา new s-curve ใหม่ทางด้านพลังงาน
“ไม่ว่าลูกค้าต้องการอะไร เราให้คำปรึกษาได้หมด เป็นผู้ร่วมลงทุนก็ได้ หรือช่วยในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานก็ได้” และการจับมือพันธมิตรระดับโลกอย่าง Sungrow ผู้ผลิต inverter ใหญ่ที่สุดในโลก และ Murata Electronics บริษัทชั้นนำด้านการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศญี่ปุ่น ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความแข็งแกร่งนี้
2. Trim Operational Fat การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเพิ่มศักยภาพคนทำงานให้มี productivity มากขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยี และ digital transformation เพื่อให้องค์กรมีประสิทธิภาพ ลดสิ่งที่ไม่ก่อเกิดคุณค่า (lean)
3. Create Stakeholder Impact สร้างสรรค์คุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอก สำหรับภายในคือการดูแลทีมงาน ส่วนภายนอกคือการตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 42 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2030 ตามมาตรฐาน Science Based Targets (SBT)
“เราอยากยกระดับกันกุลฯ ให้เป็นสากลมากขึ้น” เธอกล่าว “ประเทศไทยในวันนี้มีแต้มต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเสถียรภาพด้านพลังงานหรือโรงไฟฟ้าสำรอง เราอยากต้อนรับนักลงทุนต่างชาติในฐานะเจ้าบ้านที่ดี และเป็นอีกแรงที่จะช่วยดึงความสนใจของบริษัทต่างชาติ เพื่อ maximize value ให้เกิดขึ้นในเศรษฐกิจบ้านเรา”
อ่านเพิ่มเติม: เบลล์และบูม สองพี่น้องผู้ก่อตั้ง Butterbear เผยแนวคิดเบื้องหลังที่สร้างปรากฎการณ์ 'น้องเนย' ฟีเวอร์
Above การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่น (ภาพ: กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง)
เปิดช่องทางการเงินสร้างการเติบโต
ด้วยธุรกิจพลังงานที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ซีอีโอกันกุลเอ็นจิเนียริ่งจึงเปิดเผยถึงกลยุทธ์สำคัญคือการจับมือพันธมิตรในรูปแบบ unconsolidated model ที่ไม่ได้นำมารวมอยู่ในงบการเงินรวม (financial statement) ไม่ว่าจะเป็นวิธี profit sharing หรือเป็น equity method (วิธีส่วนได้เสีย)
การเปลี่ยนโครงสร้างนี้ไม่ได้เป็นแค่กลเม็ดทางการเงิน แต่เป็นการสร้าง synergy กับพันธมิตร ได้ economies of scale ในการเจรจาต่อรอง และที่สำคัญคือได้ complementary skills ที่เสริมกันและกัน “มันทำให้ภาพรวมของงบการเงินแข็งแกร่ง และเปิดช่องทางมากกว่าเดิมแบบสิบเท่าตัวเพื่อให้เราโตต่อได้”
จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (14 พ.ย. 25) ระบุว่าในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2025 บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) มีรายได้รวมอยู่ที่ 5.92 พันล้านบาท กำไรสุทธิ 1.31 พันล้านบาท โดยไตรมาสสามที่ผ่านมา เนื้อกำไรของกันกุลฯ เติบโตกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างชาญฉลาดผนวกกับธุรกิจพลังงานลมและแสงแดดที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม เมื่อพิจารณาจากผลประกอบการล่าสุด ที่มาพร้อม “ความมั่นใจ” จากปัจจัยเชิงบวกในสามธุรกิจหลักคือ ธุรกิจจำหน่ายพลังงาน ธุรกิจก่อสร้างโรงไฟฟ้า และธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า ก็สร้างความมั่นใจได้ว่าเป้าหมายนั้นไม่เกินเอื้อม
“เรามีพอร์ตโฟลิโอ ณ ปัจจุบันประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด 100 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ไตรมาสสาม เรา built backlog แตะ 8 พันล้านบาท รวมถึง business model ต่างๆ ที่รอมี activity นุกว่าเรามีความครบเครื่องในทุกมิติแล้ว ดังนั้น ไม่ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายด้านพลังออกมารูปแบบใด เราสามารถเชื่อมต่อเข้าไปได้ทุกรูปแบบ”
ที่น่าสนใจคือมุมมองต่อคู่แข่งในอุตสาหกรรม “ไม่ว่าจะพาร์ทเนอร์จากต่างกลุ่มอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ในอุตสาหกรรมเดียวกันเองเราก็ไม่เคยมองเป็นคู่แข่ง เพราะเรามองว่าตลาดพลังงานสะอาดมันใหญ่พอที่จะทำให้เกิดซินเนอร์จี้ร่วมกันได้” ทั้งยังระบุถึงบทบาทสำคัญต่อไปว่า กันกุลฯ คือ “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของประเทศ” ที่พร้อมช่วยขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

Above โซลาร์รูฟท็อปที่ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ (ภาพ: กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง)
ส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น
ปัจจุบันกันกุลฯ มีพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดในประเทศไทยใหญ่เป็นอันดับสอง เมื่อมองย้อนกลับไป กว่า 40 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ารากฐานสำคัญในความสำเร็จของกันกุลฯ มาจากแนวคิดของผู้ก่อตั้ง กัลกุล ผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ แม้กัลกุลผู้เป็นบิดาจะส่งต่อตำแหน่งสำคัญให้บุตรี แต่ก็ยังมีบทบาทในการให้คำปรึกษา
เมื่อเราถามถึงความหมายของคำว่า “generation” ซีอีโอหญิงผู้นี้ก็ได้ให้มุมมองที่ลึกซึ้งกว่าตัวเลขอายุ “มันคือการสร้างภาพจำในยุคของคนคนนึงที่เขาจะสร้างคุณค่าอะไรให้กับองค์กร หรือสังคม หรือสิ่งแวดล้อมของเขาในยุคนั้น และจะส่งต่ออะไรเพื่อให้กับรุ่นต่อไป”
หลังจากบิดาได้วางรากฐานไว้ เธอบอกว่าบทบาทของเธอคือการต่อยอดและเชื่อมต่อในช่วงเวลาที่โลกธุรกิจพลังงานกำลังเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ “เรามาเป็นเจเนอเรชั่นสอง เราต้องตีโจทย์ให้ออกว่าเมื่อภาพธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป เราจะเข้าไปเชื่อมต่อยังไง ซึ่ง legacy ที่นุกอยากเห็นนั้นชัดเจนมาก เราอยากให้คนในรุ่นนี้มีภาพจำว่ากันกุลฯ เป็นบริษัทพลังงานที่ทำให้คนไทยเชื่อว่าพลังงานสะอาดเป็นไปได้และเป็นของทุกคน”
Above แม้รากฐานในความสำเร็จของกันกุลฯ มาจากแนวคิดของผู้ก่อตั้ง กัลกุล ดำรงปิยะวุฒิ์ แต่ผู้รับไม้ต่ออย่างคุณนุกก็เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การดำเนินธุรกิจพลังงานสีเขียวในรูปแบบใหม่ๆ (ภาพ: กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง)
พลังความยั่งยืนผ่าน “ownership mindset”
ท้ายที่สุดเธอบอกด้วยว่า ความยั่งยืนไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่เป็นหลักคิดที่ต้องฝังลึก “สิ่งที่เราทำในวันนี้ต้องไม่เป็นการทำลายโอกาสของคนในอนาคต” ดังนั้น วิธีการสร้างความยั่งยืนของเธอจึงเป็นการบูรณาการเข้ากับวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และ KPI ทุกระดับ โดยส่งเสริมบทบาทพนักงานในสามสิ่ง นั่นคือ ความรู้ความเข้าใจ ความอยากทำ และความสามารถในการทำ “พลังงานสะอาดเป็นหัวใจของประเทศ ถ้าเราทำได้ดี เราจะเป็น best practice คุณได้ความรู้ บริษัทมีศักยภาพต่อไปได้ และยังเป็นการสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศเรา”
สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้าง “ownership mindset” ให้พนักงานรู้สึกเป็นเจ้าของ เมื่อพวกเขารู้บทบาทหน้าที่และอิมแพคของสิ่งที่เขาทำ ไม่ได้จำกัดแค่ตัวเขาและในองค์กรเท่านั้น แต่เขามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภาพรวมของประเทศ เขาจะรู้ดีที่สุดว่าเขาต้องทำอย่างไรถึงจะได้ผลลัพธ์นั้น
พลังงานสะอาดเปรียบเสมือนเส้นเลือด เราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเลือด
เมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าค่อยๆ เข้มข้นขึ้น ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนำพากันกุลเอ็นจิเนียริ่งสู่ยุคใหม่ก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหารที่สานต่อมรดกทางธุรกิจ หากแต่เป็น “สถาปนิก” ผู้กำลังออกแบบอนาคตให้กับกันกุลฯ ที่พร้อมจะนำพาองค์กร “ก้าวกระโดด” ครั้งสำคัญ
เธอคือผู้นำที่เชื่อมั่นว่า “พลังงานสะอาดเปรียบเสมือนเส้นเลือด เราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเลือด” และพลังงานที่กันกุลฯ กำลังมอบให้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่หน่วยกิโลวัตต์-ชั่วโมง แต่คือเสถียรภาพ ความยั่งยืน และความเชื่อมั่น ที่จะร่วมสร้างรากฐานเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทย ท่ามกลางการแข่งขันในเวทีโลก ภายใต้การนำของซีอีโอหญิงผู้นี้ กันกุลฯ จึงไม่ได้กำลังขายแค่ “ไฟฟ้า” แต่กำลังขาย “อนาคต” ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้และเป็นมิตรต่อโลกอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นตำนานบทใหม่ที่กำลังถูกจารึกอย่างงดงามและยั่งยืน
Topics





