Cover กมลา สุโกศล ในวัย 89 ปี กับบทเรียนตลอดชีวิตที่ “หากไม่ Live… ก็ไม่ Learn” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

รู้จักชีวิตและหมวกหลายใบของ กมลา สุโกศล ทั้งบทบาทของความเป็นแม่ นักธุรกิจ ศิลปิน และนางฟ้าผู้อุปถัมถ์เด็กๆ ผู้พิการมากว่า 40 ปี

หลายคนอาจจะรู้จักชื่อของ กมลา สุโกศล ในฐานะนักธุรกิจ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทและโรงแรมเครือสุโกศล ซึ่งประกอบด้วยรีสอร์ตอันแสนอบอุ่น ไปจนถึงบูติกโฮเทลระดับโลก ขณะที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับเธอในฐานะเจ้าของเสียงร้องที่สร้างกำลังใจให้กับเราได้เสมอ ในบทเพลง Live & Learn “เมื่อวันที่ชีวิต เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ...”

ไม่ว่าเราจะรู้จัก “หญิงแกร่ง” ผู้มากความสามารถคนนี้ในฐานะอะไร เชื่อว่าประสบการณ์กว่า 89 ปี ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกข์และสุขของ กมลา สุโกศล น่าจะเป็นบทเรียนชีวิตที่ล้ำค่าให้กับพวกเราได้ไม่น้อยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม: Tatler Most Influential 2025: เปิดลิสต์ 100 ผู้ทรงอิทธิพล ผู้ขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทย

Tatler Asia
Above กมลา สุโกศล ในวัย 89 ปี กับบทเรียนตลอดชีวิตที่ “หากไม่ Live… ก็ไม่ Learn” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ครอบครัวสุโกศล

หลายครั้งที่ “ครอบครัวสุโกศล” ถูกขนานนามว่าเป็น “นักธุรกิจโรงแรมสายดนตรี” ซึ่งผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเอกลักษณ์และเสน่ห์ทางวัฒนธรรม บริการที่ใกล้ชิดและอบอุ่นแบบครอบครัว และการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ

กมลาในฐานะหัวเรือใหญ่ของครอบครัว พร้อมลูกๆ สี่คน ได้ปลุกปั้นโรงแรมในเครือสุโกศลอย่างตั้งใจ ด้วยแพสชั่นของความเป็นครอบครัว ทำให้เราสัมผัสได้ถึงคาแร็กเตอร์และความเป็นตัวตนที่ชัดเจน รวมทั้งรู้สึกราวกับได้มาพักผ่อนที่ “บ้าน” ใครสักคน

ปัจจุบัน กลุ่มโรงแรมในเครือสุโกศลประกอบด้วยโรงแรมห้าแห่ง คือ สองแห่งในกรุงเทพฯ ได้แก่ The Siam Bangkok, The Sukosol Bangkok และสามแห่งในพัทยา ไม่ว่าจะเป็น Siam Bayshore Pattaya, The Bayview Pattaya, Wave Hotel ซึ่งสิ่งเล็กๆ ที่น่าภาคภูมิใจ คือการที่กลุ่มโรงแรม (hotel chain) แห่งนี้ ยังมีเจ้าของที่เป็น “ครอบครัวคนไทย” โดยสมบูรณ์

Tatler Asia
Above The Sukosol Bangkok

The Siam แห่งใหม่

จากความสำเร็จของโรงแรมเดอะสยาม (The Siam Bangkok) ลักซ์ชูรีรีสอร์ตริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการันตีด้วยรางวัลระดับนานาชาตินับไม่ถ้วน รวมถึง Tatler Best-in-Class Hotel: Best Boutique Hotel นำไปสู่โครงการใหม่ล่าสุดที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา คือ The Siam Chiangmai

“The Siam ตอนนี้ก็ติดระดับโลกไปแล้ว ตอนแรกก็มีแต่คุณน้อย (กฤษดา สุโกศล แคลปป์) ที่บ้าคนเดียว ทุกคนอีกสี่คนไม่เห็นด้วย เขาก็เดินหน้าของเขาไปเรื่อยๆ แต่พอประสบความสำเร็จ เราก็ภูมิใจและไว้ใจเขา เพราะมีเงินของเขาที่ร้องเพลงอยู่ในนั้นไม่รู้เท่าไหร่ เขาไปซื้อของแล้วไม่เคยชาร์จบริษัท เดี๋ยวก็ไปซื้อโน่นซื้อนี้มาใส่เข้าไป ทีนี้เราเห็นว่า พอมีโรงแรมที่กรุงเทพฯ แล้ว ก็ต้องมีที่เชียงใหม่ เพราะมีแขกเราเยอะมากที่มาพัก The Siam แล้วไปเที่ยวเชียงใหม่ เราก็ควรจะมีโรงแรม The Siam ที่นั่น ก็มั่นใจว่าโปรเจ็กต์นี้จะไปได้ด้วยดี”

Tatler Asia
Above The Siam Bangkok

บทบาทของความเป็น “แม่”

หมวกหลายใบของกมลา ทั้งในฐานะนักธุรกิจ ศิลปิน ฯลฯ ไม่มีอะไรที่ท้าทายสำหรับเธอเท่ากับความเป็นแม่ เพราะการเป็นนักธุรกิจจะเลิกเมื่อไรก็ได้ เช่นเดียวกับการเป็นศิลปิน แต่บทบาทของความเป็นแม่ ต้องเป็นไปตลอดชีวิต “ตั้งแต่เกิดจนตาย”

“เราต้องรับผิดชอบตั้งแต่เขาเกิด จนกระทั่งตายจากกัน เพราะคุณพาพวกเขามาอยู่ในโลกนี้ และความรับผิดชอบนี้จะอยู่ไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ ลูกทั้งสี่คนเขาก็พิสูจน์แล้วว่าเขาดูแลตัวเองได้ และฉันเชื่อว่าสี่คนก็น่าจะเก่งกว่าหนึ่งคนนะ” เธอเล่าพร้อมรอยยิ้มแห่งความภูมิใจ

หน้าที่ความรับผิดชอบของสี่พี่น้องทายาทรุ่นที่สองแห่ง “ครอบครัวสุโกศล” แบ่งออกเป็นหลายด้าน โดยมาริสา สุโกศล หนุนภักดี เจ้าของเสียงร้องในบทเพลง สักวันหนึ่ง รับหน้าที่รองประธานกรรมการบริหาร ขณะที่ดารณี สุโกศล แคลปป์ เป็นรองประธานฝ่ายการเงิน ส่วนสมาชิกทั้งสองแห่งวงพรูอย่าง “สุกี้” กมล สุโกศล แคลปป์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ และ “น้อย” กฤษดา สุโกศล แคลปป์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์

Tatler Asia
Above ครอบครัวสุโกศล

สองลูกสาวนักบริหาร

กมลาพูดถึง มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ในฐานะลูกสาวคนโต ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักมาตลอดในการดูแลกิจการของครอบครัว

“เมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว จู่ๆ เขาก็มาบอกว่า อยากจะ step out อยากออกไปทำอย่างอื่นบ้าง ซึ่งเราเข้าใจเลย เพราะว่าลูกคนโตเขาก็ suffered พอสมควร เพราะว่าเขาไม่เคยไปทำงานที่ไหนเลย ตั้งต้นกับครอบครัว เสียสละและรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เพื่อนร่วมงานจริงๆ จังๆ ก็ไม่มี เพราะเพื่อนร่วมงานก็คือลูกน้อง เราก็บอกว่าโอเค และแนะนำว่าสมาคมโรงแรมน่าจะดีที่สุด เพราะเป็นอุตสาหกรรมของเรา ซึ่งปกติเวลาทำอะไร คุณมาริสาก็จะให้มากกว่าคำว่า ‘เต็มร้อย’ แล้วเธอก็ทำผลงานออกมาได้ดีมาก จนเขาเลือกเป็นนายกสมาคมโรงแรมและมีคนเชิญไปพูดตลอดเวลา จริงๆ การไปทำตรงนั้นก็ดีเหมือนกัน ได้รู้จักคนเยอะ เพราะว่าการทำธุรกิจ ถ้าไม่รู้จักใครเลยก็ลำบาก บางทีเราเจอปัญหาก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปปรึกษาใคร ถ้ามีเพื่อนพ้องมีคนที่รู้จักบ้างก็เป็นสิ่งที่ดี”

Tatler Asia
Above มาริสา สุโกศล หนุนภักดี

ขณะที่ลูกสาวคนที่สองอย่าง ดารณี สุโกศล แคลปป์ ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจของครอบครัวสุโกศล

“ดารณีเขาเป็นคนทุบโต๊ะ ถ้าเธอไม่เปิดไฟเขียว ฉันก็ไม่เอา” กมลาให้คำจำกัดความทายาทคนเก่งที่กุมบัญชีและการเงินของธุรกิจได้อย่างรัดกุม

“ลูกคนที่สอง แทบจะไม่มีใครเคยได้ยินเลย เขาเป็นคนสวย เก่ง แล้วก็ฉลาดมาก เขามาทาง data finance ได้เรียนในมหาวิทยาลัยดีๆ และได้รับเลือกให้เข้าไปอยู่ใน Phi Beta Kappa ซึ่งเป็น honour society ของอเมริกา รวมทั้งเคยทำงานที่วอลล์สตรีทมาก่อน เขาเป็นคนที่ไม่ชอบเป็นที่สนใจ หรืออยู่ใน lime light ชอบอยู่เบื้องหลังมากกว่า แต่ถ้าฉันจะต้องลงทุนทำอะไรสักอย่าง ถ้าเขาไม่เห็นด้วย ฉันก็ไม่เดินหน้า ถ้าเขาไม่เปิดไฟเขียวให้ ฉันก็ไม่เอา โชคดีที่ The Siam Chiangmai เขาเปิดไฟเขียว” (ยิ้ม)

Tatler Asia
Above ดารณี สุโกศล แคลปป์

สองลูกชายหัวใจศิลปิน

กมลาพูดถึง “สุกี้” กมล สุโกศล แคลปป์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลงเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงไทยเป็นอย่างมาก และในช่วงต้นเดือนธันวาคมก็จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ B.DAY Forever Concert เพื่อฉลอง 30 ปี ของค่ายเพลงโฮมเมดแห่งนี้

“ตอนที่สุกี้มีไอเดียจะทำค่ายเพลง ทีแรกเราก็ว่าเขาบ้า แต่ความเป็นศิลปินมันอาจจะอยู่ในดีเอ็นเอ สอนกันไม่ได้ บังคับกันไม่ได้ ตอนเด็กๆ เขาขอเงินไปซื้อกีต้าร์ตัวแรก ยังจำได้ว่าเป็นแบรนด์ Gibson ราคาประมาณพันเหรียญ คือถ้าอะไรที่เขานำไปใช้แล้วเขาได้ประโยชน์ ฉันก็จะซื้อให้ สุกี้เขาเป็นคนที่มีความตั้งใจ อย่างตอนเด็กๆ เขานั่งต่อเรือรบอยู่คนเดียวสามเดือน จู่ๆ คุณน้อยเดินมาเตะ โครม! พังหมดเลย (หัวเราะ) หรือตอนที่เบเกอรี่ มิวสิคดังๆ มันก็มาจากแพสชั่นของพวกเขา ยังจำได้ว่า สุกี้ บอย สมเกียรติ เอาเงินเป็นล้านๆ จากการขายตั๋ว ผูกใส่ถุงดำแล้วโยนใส่ไว้ข้างหลังรถ เขาก็เป็นเศรษฐีมาได้แล้วตั้งแต่เด็กๆ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็คือ Live & Learn”

อ่านเพิ่มเติม: เรื่องเล่าแสนอันอบอุ่นจากสามผู้ร่วมก่อตั้งเบเกอรี่ มิวสิค (Bakery Music) ‘บอย–สุกี้–สมเกียรติ’ และคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี

Tatler Asia
Above “สุกี้” กมล สุโกศล แคลปป์

ส่วนลูกชายคนเล็ก ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับบทบาทของศิลปินนักร้องนักแสดง ผู้มีคาแรกเตอร์อันโดดเด่นอย่าง “น้อย” กฤษดา สุโกศล แคลปป์

“ตอนเด็กๆ คุณน้อยน่ารักมาก และเป็นคนที่ไม่เคยขัดคอเลย เพราะชอบกินเหมือนกัน ชอบวัฒนธรรมเหมือนกัน เป็นลูกฉันคนเดียวที่อ่านหนังสือแบบจริงจัง ถ้าถามเรื่องการเมืองหรือเรื่องอะไรต่อมิอะไร เขาจะรู้หมดเลย เขาเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน ร้องเพลงได้ แสดงได้ เต้นได้ เขายังเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์และเป็นคนที่ทำให้ The Siam กลายเป็น Top 50 โรงแรมที่ดีที่สุดในโลก ตอนเด็กๆ เวลามีงานแสดงที่โรงเรียน แล้วคุณสุกี้หาใครไม่ได้ ก็จะให้คุณน้อยไปตีกลอง เขาก็ยอมตี มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนคุณสุกี้ไม่สบาย ก็เลยส่งคุณน้อยไปร้องเพลง เขาก็ยอมร้อง คือพี่ชายให้ทำอะไรก็ทำหมด”

แต่กว่าที่เจ้าตัวจะกลายมาเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับเหมือนทุกวันนี้ เขาต้องผ่านการค้นหาและพิสูจน์ตัวเองอยู่หลายปีเช่นกัน

“คุณน้อยเคยพยายามไปเป็นนักแสดงที่นิวยอร์ก เขาถามฉันว่ารู้จัก Dustin Hoffman ไหม ดาราเบอร์ใหญ่มาก แสดงเก่งมาก แต่กว่าจะดังใช้เวลาตั้ง 15 ปี ฉันบอกฉันไม่ได้เป็นแม่ Dustin Hoffman แต่ฉันเป็นแม่ยู ฉันไม่รอหรอก 15 ปี กลับมาเป็นปลาใหญ่ในบ่อเล็กดีกว่า เขาก็เชื่อเรา แต่ช่วงแรกๆ คนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจที่เขาเต้นโน่นเต้นนี่ จนเขาเคยบอกว่าไม่อยากเป็นศิลปินแล้ว แต่เดี๋ยวนี้เขามีแฟนๆ เยอะมาก เวลาไปไหนมาไหน ก็มีแต่คนรักเขา ถ้าไปถามคุณน้อยว่า ภูมิใจอะไรที่สุด เขาจะบอกทันทีเลยว่า สิ่งที่ภูมิใจมากที่สุดคือ การที่คนไทยยอมรับในตัวเขา” (ยิ้ม)

Tatler Asia
Above “น้อย” กฤษดา สุโกศล แคลปป์

จากเจเนอเรชั่น สู่เจเนอเรชั่น

แม้ว่าครอบครัวสุโกศลจะขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่อบอุ่น และสมาชิกทุกคนก็ล้วนมีนิสัยน่ารักและติดดิน แต่เมื่อถามถึงการพร่ำสอนที่เป็น family legacy กมลาเผยว่า เธอไม่เคยต้องมานั่งบอกว่า ต้องดำเนินชีวิตแบบไหน เพียงแต่ทำให้ดูเป็นแบบอย่าง “lead by example”

“ถ้าคุณไปถามพวกเขา เขาจะบอกว่า แม่ไม่เคยสั่งสอนอะไรเลย ก็เบสิกทั้งหลายคือ โดยมากเราให้ความเป็นอิสระ ให้เขาตัดสินใจ แต่ก็ควรรู้ว่าอะไรควรทำและไม่ควรทำ ที่สำคัญคือ ไม่คาดหวังว่าเขาจะต้องเติบโตไปเป็นแบบไหน แค่ขอให้เขามีความสุข เพราะต่อให้เขาเป็นเทวดา ถ้าเขาไม่แฮปปี้ คุณก็ไม่แฮปปี้ ฉันว่าชีวิตมันสั้น ภาษาฝรั่งเศสเขาเรียกว่า Laissez-faire (เล เซ แฟร์) คือต้อง Live & Learn เหมือนชื่อเพลงนั่นแหละ

“โดยมากฉันบอกว่า ‘you put yourself in someone else shoes’ คุณเอารองเท้าของคนอื่นมาใส่แล้วคุณรู้สึกยังไง ถ้าคุณไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวคุณ คุณก็อย่าไปทำเขาสิ และอีกอย่างที่สำคัญสำหรับดิฉันมากๆ คือความกตัญญูรู้คุณ คนๆ นั้นอาจจะเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกที่ไม่มีความหมาย แต่ถ้าเขาเคยช่วยเหลือคุณ ฉันจะจำได้และไม่มีวันลืม นี่คือสิ่งสำคัญ”

Tatler Asia
Above ภาพความอบอุ่นของครอบครัวสุโกศล

เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อเจเนอเรชันถัดไปที่จะมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว เธอบอกเพียงว่า มันคือ ‘มรดกของพวกเขา’ ที่ต้องดูแลรับผิดชอบด้วยตัวของพวกเขาเอง

“เขาไม่จำเป็นต้องลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่อย่างน้อยที่สุดก็ต้อง ‘เข้าใจ’ ในสิ่งที่ทำ เขาอาจจะนั่งอยู่ในบอร์ดและคอยมองภาพรวมว่ามีอะไรเกิดอะไรขึ้นบ้าง อย่างดีโน่ (เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ หนึ่งในทายาทรุ่นที่สาม) เขาก็ไปทำงานที่อื่นอยู่สองปีนะ แล้วพอเรียนจบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เขาก็บอกว่า เขาพร้อมจะกลับมาทำงานด้วย ทุกวันนี้เขาก็ดูแลเรื่องมาร์เก็ตติ้งของ The Siam แล้วนี่ก็เพิ่งรีโนเวทบอลรูมใหม่ของ The Sukosol Bangkok อะไรที่เกี่ยวกับเรื่องพัฒนาธุรกิจ เขาก็ดูแลทั้งหมด ดีโน่เป็นคนที่มีความสามารถ ตอนนี้เขาก็พยายามชวนน้องๆ ในเจเนอเรชันเดียวกันกับเขากลับมาช่วย เราเองก็ต้องฟังเขา เข้าใจเขา และสนับสนุนเขาเมื่อจำเป็น”

อ่านเพิ่มเติม: Combined with Three Generations: ถอดบทเรียนเมื่อสามเจเนอเรชั่นในครอบครัว สุโกศล ร่วมงานกันที่ เดอะสยาม

Tatler Asia
Above ดีโน่ เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์

บทเรียนชีวิตอันล้ำค่า

ตลอด 89 ปี ในชีวิตของกมลา ไม่ได้มีเพียงช่วงเวลาของความสุข สนุก และสมหวังเท่านั้น เธอเล่าว่า หนึ่งในบทเรียนที่มีค่ามากที่สุด คือการต้องรับมือกับปัญหา โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจอย่างต้มยำกุ้ง ที่จู่ๆ เงินบาทก็ถูกลดค่าจาก 25 บาท ต่อหนึ่งดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 38 บาท

“ก่อนหน้านั้นเรารู้สึกว่าเงินมันหาง่าย ตอนนั้นฉันขาดทุนไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ต้องใช้หนี้อยู่ 14 ปีเต็ม พอจ่ายเงินงวดสุดท้ายจบไม่ทันไร โควิดก็มาอีก โรงแรมเราไม่มีแขกเลยสักคน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาหมุน นั่นแหละ Live & Learn ก็อย่างที่เพลงมันพูดว่า “สุขก็เตรียมไว้ว่า ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล” ประโยคนี้สำคัญที่สุด เราไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง เพราะฉะนั้นอย่าไปปักความเชื่อหรือให้ความหวังกับสิ่งต่างๆ แล้วคิดว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะวันหนึ่งความฝันอาจจะพังทลายลงได้”

Tatler Asia
Above กมลา สุโกศล เจ้าของเสียงร้องที่สร้างกำลังใจให้กับผู้ฟังได้เสมอ ในบทเพลง Live & Learn

กมลาเล่าย้อนถึงวันแรกที่บอย โกสิยพงษ์นำบทเพลง Live & Learn มาให้ฟัง แล้วขอให้เธอร้องเพลงนี้

“ตอนแรกก็ปฏิเสธไป เพราะเราร้องเพลงไทยไม่ถนัด บอยก็ยืนยันว่าต้องเป็นเรา เพราะถ้าคนอื่นร้อง คนจะไม่เชื่อ ถ้าไม่ใช่คนที่มีชีวิตอยู่มานานพอสมควร แล้วจะเข้าใจคำร้องเหล่านี้ได้ยังไง เชื่อไหมทั้งสุกี้ทั้งบอยอ้อนวอนฉันอยู่สองปี จนฉันยอมร้อง”

ใครจะรู้ว่า เธอจะใช้เวลาเพียง 15 นาทีในห้องอัดเสียง ทุกอย่างก็ผ่านฉลุย พร้อมการ improvise ท่อน “โฮ โฮ โฮ” ขึ้นเองโดยไม่ได้ปรากฏในเนื้อเพลงมาก่อน นี่คือความเป็นมืออาชีพของศิลปินที่มากด้วยประสบการณ์ชีวิต

“ฉันจะพูดความจริงจากหัวใจเลยนะ ท่อนที่ร้องว่า “อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน” จริงๆ ถ้าไม่ฝันเลยก็ไม่ได้ คนเราต้องฝัน ฝันจะเป็นนักร้อง ฝันจะเป็นนักธุรกิจ หรืออะไรก็ตามแต่ ถ้าคุณไม่มีความฝันเลย ชีวิตคุณก็จะไม่ก้าวหน้า”

Above Live & Learn

ความสุขของการแบ่งปัน

กมลายอมรับว่า เธอดีใจที่บทเพลงที่เธอร้องมีความหมายกับชีวิตของใครๆ หลายคน ที่สำคัญไม่ว่าเธอจะไปปรากฏตัวที่ไหนก็ตาม เธอขอแลกกับการเขียนเช็คมอบให้กับสภากาชาดไทย โดยเฉพาะการช่วยเหลือเด็กที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ซึ่งเธอให้การอุปการะมายาวนานกว่า 20 ปีเต็ม

“จริงๆ ฉันหาเงินช่วยเด็กๆ ผ่านโครงการต่างๆ มา 40 กว่าปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งทำ สภากาชาดไทยบอกว่า คุณกมลาอย่าทิ้งนะ เพราะเด็กพิการกลุ่มนี้หาคนทำบุญยากมาก คือเขาอาจจะไม่ได้เสียชีวิต แต่เขาอยู่ในสังคมไม่ได้ เราเองก็ไม่เคยทิ้งเลยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ก็ช่วยหาให้เขาได้ประมาณเกือบห้าสิบล้านบาทแล้วมั้ง”

Tatler Asia
Above ครอบครัวสุโกศล พร้อมด้วย กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล มอบเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการ คลินิกเคลื่อนที่สำรวจความผิดปกติบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ปี 2568 ของ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
Tatler Asia
Above ครอบครัวสุโกศล มอบเช็คเงินบริจาคจำนวน 4.7 ล้านบาท ให้ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์จรัญ มหาทุมะรัตน์ หัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ สภากาชาดไทย

เธอบอกว่า ความสุขของเธอทุกวันนี้ คือการได้เห็นลูกๆ หลานๆ ของเธอมีความสุข เช่นเดียวกับแฟนเพลงทุกๆ คน

“Our job is to make people happy.” กมลากล่าวด้วยรอยยิ้ม “จริงๆ ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากจะมีสองชีวิต อยู่ชีวิตละ 70 ปี แล้วก็ตาย แล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ บางทีอายุมากเกินไปมันค่อยสนุก เพราะเคลื่อนไหวได้ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน ทุกวันนี้ฉันก็กำลังเขียนหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง เป็น collection of memoirs เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่ฉันเคยได้พบเห็นและเรียนรู้ มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่วนรายได้ทั้งหมดก็ยกให้สภากาชาดไทยเหมือนเดิม ก็หวังว่าคนอ่านจะได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างจากชีวิตที่ผ่านมา จริงๆ มันคือ Live & Learn นั่นแหละ เพราะถ้าฉันไม่ Live ฉันก็ไม่ Learn”

Tatler Asia
Above ครอบครัวสุโกศล ในคอนเสิร์ตใหญ่ B.DAY Forever Concert
Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)