การเข้ามาสืบต่อธุรกิจโรงแรมของครอบครัวสุโกศลในเจเนอเรชั่นที่สามนั้นไม่ได้อยู่ในแผนการตั้งแต่แรกเหมือนรุ่นคุณพ่อ
แม้ว่าทายาทเจเนอเรชั่นสามแห่งธุรกิจโรงแรมสุโกศลอย่าง ดีโน่ เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ ไม่ได้วางแผนจะสืบทอดธุรกิจครอบครัวตั้งแต่แรก เขาเติบโตมาพร้อมความสนใจด้านดนตรีและศิลปะ จนสร้างชื่อเสียงในฐานะศิลปิน
ทว่าเมื่อหวนกลับมารับผิดชอบธุรกิจครอบครัว เขาได้นำแนวคิดใหม่เข้ามาพัฒนาธุรกิจโรงแรม โดยผสานเทคโนโลยีและความร่วมสมัยเข้ากับบริการที่ใส่ใจในรายละเอียด การทำงานร่วมกับคนต่างเจเนอเรชั่นในครอบครัวทำให้เกิดการผสมผสานแนวคิดที่แข็งแกร่ง ผลักดันให้ธุรกิจเดินหน้าต่อในโลกที่เปลี่ยนแปลง
อ่านเพิ่มเติม: แพรว พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช ทายาทรุ่น 3 ชาตรามือ กับชาที่ชงด้วยใจและอยากให้ดังไกลไปทั่วโลก

Above ดีโน่ สุโกศล แคลปป์ ทายาทรุ่นสามแห่งธุรกิจโรงแรมสุโกศล ณ โรงแรม เดอะสยาม (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
การกลับมาสานต่อกิจการของที่บ้าน
ธุรกิจโรงแรมอยู่ในบทสนทนาของครอบครัวเรามาตลอด ผมจะไปเยี่ยมโรงแรมเดือนละครั้งและเห็นโรงแรมมาตลอดเช่นกัน มันไม่ได้รู้สึกชอบหรือไม่ชอบ แล้วก็ไม่เคยมีใครในครอบครัวหรือแม้แต่คุณพ่อ จะพูดเรื่องให้กลับมาทำงานที่บ้าน ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า succession plan (หัวเราะ) เราคิดถึงเรื่องอื่นที่ไกลไปมากกว่านั้น เพราะบริษัทของเราเติบโตไปถึงจุดที่สามารถเดินได้เอง เราสามารถใช้ซีอีโอมาบริหารได้ โดยที่สมาชิกในครอบครัวอยู่ในบอร์ดแบบบริษัทครอบครัวทำกัน เราไม่ได้ซีเรียสเรื่องการสานต่อธุรกิจในแง่มุมนั้น
ถ้าถามว่าจุดไหนที่ทำให้ผมกลับมาสานต่อการทำงานของครอบครัว คิดว่ามันเป็นความรู้สึกจากข้างใน ที่ผมเป็นหลานคนโตสุดของเจเนอเรชั่นนี้ ความรู้สึกต้องรับผิดชอบที่เราต้องกลับมาทำงานกับธุรกิจครอบครัว มันไม่ใช่การเสียสละหรืออะไร ผมอยากให้ทุกคนได้ใช้โอกาสไปแสวงหาตัวตน และไปทำอะไรใหม่ๆ น่าจะดีกว่า

Above บรรยากาศภายในโรงแรม เดอะสยาม (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Above บรรยากาศภายในโรงแรม เดอะสยาม (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
บทเรียนที่ได้มาจากการทำงาน ก่อนจะกลับมาสานต่อธุรกิจ มีอะไรบ้าง
คุณย่า (กมลา สุโกศล แคลปป์) เป็นคนบอกผมเอง หลังจากจบมหาวิทยาลัยให้ออกไปหาประสบการณ์ก่อนแล้วค่อยกลับมา ถ้ากลับมาทันที ไฟจะแรงเกินไป เพราะเรื่องของ emotional หากมีแรงเกินไป เรื่องเล็กๆ น้อยๆ มันจะเป็นดราม่าใหญ่ ซึ่งพอย้อนกลับมามอง ก็เป็นแบบที่คุณย่าว่าไว้จริง ผมมีเรื่องถกเถียงกันระหว่างการทำงาน ผมมีทีมบริหารของตัวเอง ถ้าผมไม่เคยมีประสบการณ์จากภายนอกมาก่อน ไม่เคยเจอเจ้านายที่ดีและไม่ดีมาก่อน ไม่ได้เรียนรู้เรื่องการจัดการต่างๆ ปัญหาแม้เพียงเล็กน้อยที่เข้ามากระทบระหว่างการทำงาน มันจะกลายเป็นดราม่าใหญ่ทันที เพราะเราไม่รู้วิธีการบริการสิ่งเหล่านี้ การได้ทำงานข้างนอกมาก่อนช่วยผมได้เยอะมาก

Above ดีโน่ สุโกศล แคลปป์ ทายาทรุ่นสามแห่งธุรกิจโรงแรมสุโกศล ณ โรงแรม เดอะสยาม (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
การถกเถียงครั้งไหนที่ทำให้มีการเติบโตมากที่สุด
ต้องอธิบายก่อนว่าสถานการณ์ตอนนี้มีสามเจเนอเรชั่นทำงานพร้อมกัน คุณย่า คุณป้า (มาริสา สุโกศล หนุนภักดี) และดีโน่ การพยายามอธิบายเรื่องการจองห้องพักผ่านแอปพลิเคชั่นกับคุณย่านั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ (หัวเราะ) แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้เลย เราต้องเข้าใจการรับรู้ของคนแต่ละเจเนอเรชั่น ว่าเขาสามารถรับรู้เรื่องไหนได้ในแบบไหนบ้าง ถ้าคิดแบบนี้ ข้อถกเถียงหรือข้อโต้แย้งจะลดลง
แต่ถ้าเถียงกัน มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ มากกว่า เช่น เครื่องทำกาแฟ ผมจัดซื้อเครื่องทำกาแฟของแต่ละห้องให้แขกได้พักผ่อน ดื่มกาแฟภายในห้อง คุณย่าจะไม่เข้าใจว่าซื้อทำไม เพราะข้างล่างแขกก็สามารถเดินลงมาซื้อได้ หรือเป็นเรื่องการวางเตียง คุณย่าจะมีดีไซน์ในแบบของเขา ดีโน่ก็ต้องค่อยๆ คุยกันว่า วางแบบนี้มันดีแต่เราลองแบบอื่น หรือการพยายามนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำงาน เช่น การเช็กอินห้องที่สามารถลดระยะเวลาจากห้านาทีเป็นนาทีเดียว หรือการสั่งอาหารของรูมเซอร์วิสที่ไม่ต้องให้พนักงานวิ่งขึ้นลง ลดระยะเวลาการทำงาน เพิ่มผลิตภาพในมุมอื่น พอเราได้ข้อมูลเหล่านี้มาเป็นตัวเลข เป็นข้อเท็จจริง เราสามารถพิสูจน์ได้ ผู้ใหญ่เขาก็จะเห็นว่ามันเป็นไปได้
อ่านเพิ่มเติม: นิว พิมพ์พิชา อุตสาหจิต คลื่นลูกที่สามของ 'อาณาจักรแห่งเสียงหัวเราะ'

Above บรรยากาศภายในโรงแรม เดอะสยาม (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
การสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่กับการสานต่อความสำเร็จเดิม คิดว่าแบบไหนท้าทายกว่ากัน
ผมคิดว่าการสานต่อความสำเร็จมีความท้าทายในหลายมุมกว่า มันมีทั้งความคาดหวัง ความกดดัน มันมีอะไรที่เกิดขึ้นมาก่อน สำหรับผม คำว่า ‘legacy’ มันใหญ่ครับ คุณย่าผมทำโรงแรม คุณพ่อผมทำค่ายเพลงเบเกอรี่ อาน้อยก็เป็นอาน้อย (หัวเราะ) พอมาถึงรุ่นหลานที่เราจะต้องจัดการกิจการที่มีอยู่ของครอบครัว มันมีส่วนที่เราต้องยังคงไว้เพราะเขาทำมาก่อน และสิ่งที่เราต้องรับมือในทุกวัน และสิ่งที่กำลังจะเข้ามาเพื่อทำให้สิ่งที่มีอยู่เติบโต และทุกครอบครัวก็ต้องมีสักคนที่มารับช่วงต่อธุรกิจอยู่แล้ว ผมเองก็ยินดีที่จะดูแล และเห็นความท้าทายในการทำงาน ส่วนคนอื่นๆ ผมอยากให้เขาไปทำธุรกิจ ไปทำโปรเจ็กต์ใหม่ๆ แล้วในอนาคตถ้ามันไปกันได้ เราค่อยกลับมาเจอกันอีกที ผมว่าลักษณะนี้ก็เป็นการทำธุรกิจครอบครัวในแบบที่น่าสนใจครับ

Above บรรยากาศภายในโรงแรม เดอะสยาม (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
โปรเจ็กต์ต่อไปของดีโน่กับธุรกิจของครอบครัวสุโกศลคือที่ไหน
เชียงใหม่ครับ ครอบครัวเรามีที่ดินอยู่ที่เชียงใหม่อยู่แล้ว คืนหนึ่งเรากินอาหารกันพร้อมหน้า ก็คุยเรื่องนี้ขึ้นมา และก็มีความเห็นตรงกันว่า The Siam เชียงใหม่ คืองานชิ้นต่อไป
The Siam เชียงใหม่ ก็เป็นอีกเหตุผลที่ดีโน่อยากทำธุรกิจกับที่บ้าน ผมอยากอยู่กับโรงแรมนี้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มโปรเจ็กต์ ที่แน่นอนว่าจะเป็นโรงแรมในแบบที่เราทำกัน จะไม่ได้ innovative เต็มที่ แต่จะเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ แพสชั่น ดีไซน์ งานศิลปะ เป็นเหมือนคอลเล็กชั่นส่วนตัวของครอบครัวเรา ที่เราจะได้คุณน้อยมาร่วมตกแต่งและดีไซน์เช่นเดิมครับ
บทเรียนสำคัญของการทำธุรกิจครอบครัว
ถ้าคุณต้องบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว ครอบครัวของคุณคือคนที่บริหารและถูกบริหาร เราทำอะไรไม่ได้ เราเปลี่ยนไม่ได้ แค่ต้องบริการจัดการให้ถูกที่และถูกทาง
Topics





