วงจรของการรีไซเคิลนั้นจะสามารถหมุนครบรอบ หากแต่ไม่มีช่องทางเพื่อนำไปใช้จริง วัธ จิรโรจน์ มองเห็นถึงช่องว่างนี้ และเติมเต็มด้วย Circular
จากธุรกิจ แสงเจริญแกรนด์ ในรุ่นอากง ในธุรกิจโรงงานซื้อสิ่งเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ ไม่ว่าจะเป็นใยผ้า เศษผ้า เศษด้าย และอื่นๆ ที่ไม่ต้องการจากโรงงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาขายต่อ
รุ่นต่อมากับการเปลี่ยนแปลงแบรนด์เป็น SC Grand ที่เป็นแบรนด์วัตถุดิบ รีไซเคิลจากเสื้อผ้าเก่า จนกลายเป็นธุรกิจปั่นด้ายและผลิตผ้ารีไซเคิลแห่งแรกของไทย
เมื่อ วัธ จิรโรจน์ มีแหล่งที่มาอย่าง แสงเจริญแกรนด์ ที่รับของเหลือทิ้งใช้มาแล้ว และโรงงานผลิตวัตถุดิบอย่าง SC Grand ที่นำเอาเศษผ้าต่างๆ มารีไซเคิลอยู่ในมือทั้งคู่แล้ว ธุรกิจต่อไปที่จะทำให้วงจรของการรีไซเคิลนั้นครบรอบได้อย่างสมบูรณ์ นั่นคือการชุบชีวิตผืนผ้ารีไซเคิ้ลนี้ให้กลับมาเป็นเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้จริง Circular จึงเกิดขึ้น แบรนด์แฟชั่นที่ทำให้ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง
อ่านเพิ่มเติม: คุยกับ หมู Asava ในวันที่ตกตะกอนทางความคิดและวิธีบิดมุมมองให้สร้างสรรค์

Above วัธ จิรโรจน์ พจนาวราพันธุ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของบริษัท แสงเจริญแกรนด์ จำกัด หรือ SC Grand หนึ่งในผู้ได้รับเลือกให้เป็น Asia’s Most Stylish 2024 (ภาพ: Termsit Siriphanich)

Above วัธ จิรโรจน์ พจนาวราพันธุ์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของบริษัท แสงเจริญแกรนด์ จำกัด หรือ SC Grand หนึ่งในผู้ได้รับเลือกให้เป็น Asia’s Most Stylish 2024 (ภาพ: Termsit Siriphanich)
Circular
"ถ้านับจริงๆ ปีนี้เป็นปีแรกที่เราเพิ่งขายได้อย่างต่อเนื่อง แต่เราทำแบรนด์มาซักพักใหญ่แล้ว ตอนช่วงโควิดผมบอกกับทีมเสมอว่า คนยังไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่หรอก เพราะว่าคนต้องเอาตัวรอดกันก่อน เราก็อาศัยช่วงนั้นในการสร้างแบรนด์ สร้างทีมให้แข็งแรง แล้ววันที่โควิดมันหมดไป เรื่องราวเกี่ยวกับ BCG, circular economy, development growth โน่นนี่ต่างๆ เกี่ยวกับ climate change กลายเป็นเรื่องกระแสหลักขึ้นมา คนมองหา จะเอาเสื้อผ้ากลับมารีไซเคิล เราก็จะได้เป็นแบรนด์ที่ชัด เป็นตัวจริง คนก็เริ่มติดต่อเข้ามาปีที่ผ่านมา แล้วปีนี้ก็เป็นปีแรกที่เราเริ่มได้ยอดขายต่อเนื่อง"
วัธ จิรโรจน์ เล่าเรื่องราวของแบรนด์ให้เราฟัง ในวันที่ Circular ก้าวออกมาสู่ตลาดการแข่งขันในอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างเต็มรูปแบบ หลักจากซุ่มทำงานเพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงมาเป็นระยะเวลาหลายปี
อ่านเพิ่มเติม: Asia’s Most Stylish 2024: พบกับเหล่าซูเปอร์สตาร์วงการแฟชั่น ผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของสไตล์
Recycle
Circular ยึดหลักการของรีไซเคิลมาตั้งแต่วันแรกของการทำธุรกิจ ด้วยเหตุที่ วัธ จิรโรจน์ มองเห็นโอกาส และความเป็นไปได้จริงในการสร้างแบรนด์แฟชั่นที่มีความยั่งยืน
"เราคือคนรับซื้อของเหลือจากแหล่งต่างๆ เพื่อทำเสื้อผ้าชุดใหม่ นี่คือวัตถุประสงค์ของเรา"
"เรามีตัวเลขที่น่าสนใจคือ textile waste ในโลกใบนี้ มีประมาณ 92 ล้านตัน แค่ในแถบอาเซียนถ้านำมารีไซเคิลเป็นเสื้อผ้าใหม่ คนไทย 70 ล้านคน จะมีเสื้อฟรีวันละสิบตัวไปได้อีกสิบปี"
ความน่าสนใจยังไม่หมดเท่านี้ Circular ได้ยกระดับการรีไซเคิลด้วยเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และ วัธ จิรโรจน์ ยังเล่าให้เราฟังอีกว่า ในต่างประเทศนั้นได้พัฒนาเทคโนโลยีไปไกลมาก ตั้งแต่เสื้อที่สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ หรือบางที่ใส่เสื้อเก่าเข้าไป และได้ฝ้ายใหม่ออกมา
"เทคโนโลยีตอนนี้มันไปไกลมาก แต่คนเราจะไม่ยอมเปลี่ยนถ้ายังไม่ยืนอยู่ปากเหว แบรนด์ใหญ่เขาก็จะเปลี่ยนแปลงเมื่อจวนตัวแล้วจริงๆ"
วัธ จิรโรจน์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ทุกครั้งที่เราผลิตเสื้อผ้าหรือว่าซื้อเสื้อผ้า เรามีส่วนร่วมในการก่อให้เกิดการ climate change ในทุกกิจกรรมที่เราทำ
Greenwashing?
หลายคนอาจเคย greenwashing หรือ การฟอกเขียวธุรกิจ คือการเปิดเผยข้อมูลหรือข้อความที่แสดงความเป็นมิตรต่อสังคม สิ่งแวดล้อมของธุรกิจที่เกินความเป็นจริง เพื่อหวังจะให้ธุรกิจสามารถขายของหรือสร้างกำไรบนความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม และแน่นอนว่า Circular ไม่ได้นิ่งนอนใจในส่วนนี้
"เราตระหนักในเรื่องนี้มาตลอด เราไม่อยากให้บริษัทไหนหรือใครครหาเรื่องนี้ เป็นเหตุให้เราเลือกใช้องค์กรต่างประเทศในการพิสูจน์ และการันตีความยั่งยืนทางการผลิตที่เราทำมาตลอด เราใช้บริษัทเดียวกับ Patagonia เราได้สกอร์อยู่ที่ 82.8 เขาที่ทำมาก่อนเราอยู่ที่ 160 และยังมีอีกหลากหลายโครงการที่เราเข้าร่วมเพื่อให้ความยั่งยืนของเรามันเป็นอะไรที่จับต้องได้" วัธ จิรโรจน์ กล่าว
เขายังย้ำอย่างหนักแน่นว่า เสื้อทุกตัวของ Circular นั้นจะมี QR Code ที่สามารถสแกนและบอกได้ว่าเสื้อตัวนี้ผ่านกระบวนการใดมาบ้าง ไม่ผ่านการฟอก ย้อม รวมถึงลดการใช้น้ำไปเท่าไหร่ ลดสารเคมีไปเท่าไหร่ ลดการนำเข้าฝ้าย การปลูกฝ้าย และลดคาร์บอนไดออกไซน์ได้เท่าไหร่ โดยตัวเลขเหล่านี้ถูกยืนยันโดยองค์กรที่รับรองเสื้อผ้าแนวยั่งยืนระดับโลกอีกหลายแบรนด์
เสน่ห์และความแตกต่างของ Circular
หลายคนน่าจะเคยผ่านตากับเสื้อผ้าของ Circular กันมาบ้างแล้ว ด้วยกระบวนการรีไซเคิลทำให้เส้นด้ายในการทอมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร การควบคุมสีในเส้นด้ายนั้นแม้ว่าจะสามารถควบคุมค่าสี หรือความเข้มได้ แต่ทาง Circular ก็เลือกที่จะเป็น undyed fabric มากกว่าเพื่อความยั่งยืนที่แท้จริง
"เราจะพูดเสมอว่า ถ้าเปรียบเทียบรถญี่ปุ่นกับรถยุโรป มาตรฐานเราเหมือนรถทั่วไป แต่เราก็ยอมรับว่าเราไม่ได้เป็นเกรดพรีเมียมแบบผ้าวูล ผ้าไหม หรือขนสัตว์แบบนั้น สัมผัสของเขามีความกึ่งลินิน มีค่าเฉดสีที่ไม่เท่ากัน เพราะเราไม่ทราบว่าแต่ละแหล่งเขาเอาฝ้ายไปทำอะไรมาบ้าง เราเอามาล้างออกแล้ว มันจะมีความไม่เท่ากันของค่าเส้นใย ซึ่งเรามองว่าสิ่งนี่แหละ คือเสน่ห์ของ Circular"





