Cover กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ในลุคเสื้อเชิ้ตหนัง กางเกงขายาว เน็คโบว์ผ้าไหม และรองเท้าโลฟเฟอร์ของ Gucci (ภาพ: Naruebes Vadvaree/Tatler Hong Kong)

อีกหนึ่งซูเปอร์สตาร์ดาวรุ่งมากความสามารถ ทั้งในฐานะนักแสดง นายแบบ และล่าสุดกับบทบาทนักร้องแร็ปเปอร์ กลัฟ คณาวุฒิ คุยกับ Tatler ถึงเส้นทางการเติบโตของเขาในแวดวงแฟชั่นและบันเทิงที่โด่งดังไกลถึงระดับโลก รวมถึงสิ่งที่ทำให้เขาหันเหจากความชอบในกีฬาฟุตบอลมาสู่แพสชั่นในวงการบันเทิง

ด้วยสไตล์แฟชั่นที่โดดเด่น เสน่ห์ความเป็นธรรมชาติ และความน่ารักทั้งในจอและนอกจอของหนุ่มกลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ทำให้ปัจจุบันเขาถือเป็นหนึ่งในศิลปินนักแสดงดาวรุ่งที่ได้รับความรักและกำลังเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดจากหลากหลายวงการ ทั้งแฟชั่น ภาพยนตร์ และดนตรี

โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หนุ่มกลัฟในวัย 26 ปี ได้สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนักแสดงไทยคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์แฟชั่นอิตาลีอย่าง Gucci พร้อมๆ กันกับที่ละครซีรีส์ฟอร์มเด่น ดวงใจเทวพรหม ละครชุดภาคต่อของ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ออกฉาย โดยหนุ่มกลัฟรับบทนำในซีรีส์เรื่องแรกอย่าง ดวงใจเทวพรหม: ลออจันทร์ และได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม

การก้าวกระโดดสู่ความสำเร็จของหนุ่มกลัฟอาจดูคล้ายว่าเขามุ่งมั่นบนเส้นทางสายนี้มาตั้งแต่ต้น แต่น้อยคนจะรู้ว่าในวัยเด็ก เขาไม่ได้มีความฝันที่จะเป็นนักแสดงเลย "ตอนเด็กๆ ผมชอบกีฬา ชอบเล่นฟุตบอล สนุกเกอร์ และวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ครับ” เขาเล่าพลางหัวเราะ และเสริมต่อว่า เชลซีเป็นทีมฟุตบอลทีมโปรด เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยก่อนจะศึกษาต่อที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

อ่านเพิ่มเติม: 16 ดาราไทยที่น่าจับตามองและติดตาม ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์หรู

Tatler Asia
Above กลัฟ คณาวุฒิ ในลุคเสื้อคลุม กางเกง เน็คโบว์ผ้าไหม ต่างหู และรองเท้าโลฟเฟอร์ของ Gucci (ภาพ: Naruebes Vadvaree/Tatler Hong Kong)

พออายุ 15 ปี หนุ่มกลัฟเริ่มมีผลงานในวงการบันเทิง โดยผลงานละครเรื่องแรกของเขาคือรับบทเป็นตัวละครวัยเด็กของพระเอก ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ในซีรีส์มาเฟียเรื่อง เลือดมังกร รวมถึงเป็นนายแบบบ้างเป็นครั้งคราว จนกระทั่งเมื่อเขาศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ที่เขาได้มีโอกาสทำงานเบื้องหลังในฐานะนักศึกษาฝึกงานด้านข่าวกีฬา เขาเลยตกหลุมรักงานในวงการนี้มากยิ่งขึ้น โดยหนุ่มกลัฟเล่าว่า “พอเรามีโอกาสได้ทำงานในวงการบันเทิงมานิดหน่อยแล้ว ผมเลยรู้สึกว่าถ้าได้มาทำเต็มตัวก็น่าจะสนุกดี”

จากนั้นอีก 4 ปีต่อมา กลัฟได้รับบทนำในซีรีส์แนว BL (boys’ love) เรื่อง TharnType: The Series ซึ่งเป็นผลงานที่ส่งให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมากและทำให้บริษัทผู้ผลิตตัดสินใจทำภาคต่อเมื่อปี 2020 และภาคสปิน-ออฟ 2 ภาคเมื่อปี 2019 ซึ่งกลัฟรับบทนำทั้งหมด

กลัฟขยายฝีมือการแสดงจากการเป็นนักแสดง BL มาแสดงในละครไทยอีก 2 เรื่อง ได้แก่ มัดหัวใจยัยซุปตาร์ (You Are My Make-up Artist) (2022) ละครแนวโรแมนติกคอมเมดี้ และละครชุดเรื่อง ดวงใจเทวพรหม: ลออจันทร์ (2024) รวมถึงร่วมแสดงภาพยนตร์แอ็กชั่นคอมเมดี้เรื่อง บัวผันฟันยับ (Bua Pan: Beauty and the Blade) ซึ่งเรื่องหลังทำให้เขาคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวที Maya TV Awards ด้วย นอกจากนี้ ในช่วงปี 2019-2020 กลัฟยังได้เป็นแขกรับเชิญในรายการวาไรตี้และทอล์กโชว์หลายรายการ และได้เปิดตัวสารคดีของเขาเอง Gulf: The Backstage เมื่อปี 2021 ด้วย

อ่านเพิ่มเติม: "ใหม่ ดาวิกา - กลัฟ คณาวุฒิ - บิวกิ้น พุฒิพงศ์" ชวนก้าวสู่ยุคใหม่ไปกับ Gucci และ Tatler Thailand

Tatler Asia
Above กลัฟ คณาวุฒิ ในลุคเสื้อถักของ Gucci (ภาพ: Naruebes Vadvaree/Tatler Hong Kong)
Tatler Asia
Above กลัฟ คณาวุฒิ ในลุคเสื้อถักของ Gucci (ภาพ: Naruebes Vadvaree/Tatler Hong Kong)

หนุ่มกลัฟกล่าวถึงสองปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เขาประสบความสำเร็จในวันนี้คือ ความขยันและความสม่ำเสมอ “ผมมองว่าทุกวันนี้เด็กไทยมีความสามารถหลากหลายมากๆ หากมองวงการบันเทิงไทยสมัยก่อน ดารานักแสดงไทยหน้าตาดีและมีทักษะการแสดงที่ดีก็เพียงพอแล้ว แต่ในปัจจุบัน การแข่งขันในวงการบันเทิงไทยสูงมากขึ้น เพราะเด็กๆ มีศักยภาพเยอะมาก ขอแค่โอกาสให้เด็กไทยได้ไปโชว์ ทุกคนเก่งอยู่แล้ว แค่ไม่ได้ถูกเห็น”

เมื่อได้โอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงเต็มตัว หนุ่มกลัฟเลยมุ่งมั่นเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์การแสดงอย่างเต็มที่ เขาได้เข้าเรียนคลาสการแสดงเพิ่มเติมและพัฒนาทักษะอื่น ๆ ไปด้วย เช่น เรียนภาษาต่างประเทศ เรียนร้องเพลง กีตาร์ คิวบู๊ และแอ็กชั่นการต่อสู้ โดยเขาเล่าว่า “ตั้งแต่เด็ก ผมไม่ชอบร้องเพลง แต่ทุกวันนี้ การเป็นนักแสดงต้องร้องเพลงได้ด้วย”

ด้วยความรักและเสียงชื่นชมจากหลายๆ วงการที่อยากได้หนุ่มกลัฟไปร่วมงาน และฐานแฟนคลับที่ติดตามผลงานและให้กำลังใจอยู่เสมอ ทำให้เขามียอดผู้ติดตามบนอินสตาแกรมเกือบ 5 ล้านคน ทว่าชื่อเสียงความโด่งดังเหล่านี้ไม่ได้ทำให้หนุ่มกลัฟเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย นักแสดงหนุ่มยังคงยึดถือหลักการทำงานที่ดีเป็นสำคัญ มองโลกในแง่บวก รวมถึงรักษาความน่ารักในการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างสม่ำเสมอ เช่นในวันที่ถ่ายแฟชั่น Photo shoot กับ Tatler เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาที่กรุงเทพฯ เขาถูกร้องขอให้นอนบนหญ้าเปียก วิ่งท่ามกลางสายฝนปรอยๆ และเปลี่ยนชุด 5 เซ็ตท่ามกลางอากาศที่ร้อนถึง 40 องศาเซลเซียส หนุ่มกลัฟก็ยังยิ้มแย้มและกระตือรือร้นตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่

สไตล์แฟชั่นก็อาจเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเขาได้ดีเช่นกัน “ผมชอบ Gucci มาตลอด” หนุ่มกลัฟกล่าวพร้อมรอยยิ้มสดใสแม้จะเจออากาศร้อนอบอ้าวเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยพูดถึงสไตล์การออกแบบของ Sabato de Sarno ที่เขาสวมใส่ในวันถ่ายแฟชั่นว่า “คอลเล็กชั่นของ Sabato มีความเรียบง่ายมากขึ้น และเหมาะกับ everyday look มากขึ้น ทำให้สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายมากขึ้นด้วย ผมมีความสุขและรู้สึกขอบคุณมากที่ Sabato มองเห็นศักยภาพในตัวผมและให้โอกาสผมได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอคอลเล็กชั่นของเขา”

อ่านเพิ่มเติม: Gucci นำเสนอนิทรรศการ Gucci Visions เปิดตัวเป็นครั้งแรก ณ เอ็มสเฟียร์ กรุงเทพฯ

Tatler Asia
Above กลัฟ คณาวุฒิ ในลุคเสื้อคลุม กางเกงขายาว เนคโบว์ผ้าไหม ต่างหู และรองเท้าโลฟเฟอร์ของ Gucci (ภาพ: Naruebes Vadvaree/Tatler Hong Kong)

นอกจากความพยายามในการพัฒนาการแสดงอย่างต่อเนื่องแล้ว กลัฟยังทุ่มเททำงานหนักในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์และหนึ่งในตัวแทนนักแสดงไทยที่ได้เข้าร่วมงานแฟชันวีคระดับโลก ไปจนถึงงานเปิดตัวภาพยนตร์ และงานแฟนมีตติ้งกับแฟนๆ ทั่วโลก

“เมื่อไหร่ก็ตามที่มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ผมพยายามนำเสนอวัฒนธรรมไทยและทำให้ผู้คนจดจำผมในฐานะนักแสดงไทย ผมอยากให้ประเทศไทยและวงการบันเทิงของเราก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ผมหวังที่จะปูทางให้คนรุ่นต่อไปสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่าเดิม”

เช่นเดียวกับวงการเพลงป๊อปของไทยหรือ T-Pop ที่กำลังเติบโต หนุ่มกลัฟกล่าวว่า “T-Pop กำลังมุ่งสู่การเป็นอีกหนึ่งแนวดนตรีระดับท็อป เช่นเดียวกับ K-Pop เราจะเห็นว่าอุตสาหกรรมบันเทิงระดับนานาชาติให้การยอมรับความสามารถของคนไทยมากขึ้น และเห็นว่ามุมมองที่หลากหลายของดนตรีไทยสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างไรบ้าง”

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หนุ่มกลัฟได้มีโอกาสพบกับ Jay Park แร็ปเปอร์ชาวอเมริกันจากเกาหลีใต้ที่งาน Milan Fashion Week

“เราแลกเปลี่ยนไอเดียกันเกี่ยวกับเรื่องดนตรีและเขาบอกว่า ถ้ามีโอกาส เรามาคอลแลปฯ กัน ผมคิดว่าการที่นักร้องไทยได้เข้าร่วมงานหรืออีเวนต์ระดับโลกเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้พบกับคนในวงการ ศิลปิน รวมถึงซูเปอร์สตาร์ และใช้โอกาสเหล่านี้ในการพัฒนาทั้งศักยภาพของเราและดนตรี T-Pop ไปพร้อมกัน”

Tatler Asia
Above กลัฟ คณาวุฒิ ในลุคเสื้อถักและยีนส์ของ Gucci (ภาพ: Naruebes Vadvaree/Tatler Hong Kong)
Tatler Asia
Above กลัฟ คณาวุฒิ ในลุคเสื้อคลุม กางเกงขายาว เนคโบว์ผ้าไหม ต่างหู และรองเท้าโลฟเฟอร์ของ Gucci (ภาพ: Naruebes Vadvaree/Tatler Hong Kong)

เมื่อมองไปข้างหน้า กลัฟบอกว่าเขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาวงการเพลงของไทยและฝึกฝนนักแสดงศิลปินรุ่นใหม่ และอยากลองแสดงในภาพยนตร์แอ็กชั่นฮอลลีวูดหากมีโอกาส นอกจากบทบาทนักแสดง หนุ่มกลัฟยังข้ามไปมีผลงานในฝั่งดนตรี โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 เขาได้เปิดตัวเดบิวต์เพลงไทยฮิปฮอป Why You So Serious ที่เขา featuring กับแร็ปเปอร์ของไทยอย่าง F Hero และยังได้ร่วมงานกับศิลปินอื่นๆ อาทิ Ballistik Boyz จาก Exile Tribe ในเพลง All I Ever Wanted

ยิ่งไปกว่านั้น หนุ่มกลัฟยังได้ฝึกการร้องแร็ปมาตั้งแต่ปลายปี 2023 และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาได้ปล่อยผลงานเพลงเดี่ยวชื่อ Congratulations ออกมาด้วย “ผมได้พบกับผู้คนมากมายที่มีแพสชั่นในเรื่องของดนตรี เหมือนเราเป็นถ่านก้อนหนึ่งที่อยู่ตรงกลางและถูกล้อมรอบด้วยกองไฟ เมื่อมีการสุมไฟแพสชั่นเข้ามาเรื่อยๆ ท้ายที่สุด แพสชั่นด้านดนตรีของผมก็ถูกจุดประกายขึ้น และทำให้ผมอยากพัฒนาวงการเพลงต่อไป”

อ่านเพิ่มเติม: เปิดลิสต์เพลงใหม่จากศิลปิน T-Pop ในปี 2024

Tatler Asia
Above กลัฟ คณาวุฒิ ในลุคเสื้อคลุม กางเกงขายาว เนคโบว์ผ้าไหม ต่างหู และรองเท้าโลฟเฟอร์ของ Gucci (ภาพ: Naruebes Vadvaree/Tatler Hong Kong)
Tatler Asia
Above กลัฟ คณาวุฒิ ในลุคเสื้อคลุม กางเกงขายาว เนคโบว์ผ้าไหม ต่างหู และรองเท้าโลฟเฟอร์ของ Gucci (ภาพ: Naruebes Vadvaree/Tatler Hong Kong)

นั่นไม่ได้หมายความว่าหนุ่มกลัฟตั้งใจจะจำกัดกรอบตัวเองไว้ในเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเท่านั้น เพราะหนทางการเติบโตของเขาในวันข้างหน้านั้นยังอีกยาวไกล ประกอบกับความสามารถหลากหลายในแบบคนรุ่นใหม่ เขาพร้อมเปิดประตูต้อนรับโอกาสใหม่ๆ บนเส้นทางอาชีพของเขาอยู่เสมอ

“ผมยังตอบไม่ได้เลยครับ อีกสิบปีหรือห้าปี ผมก็ตอบไม่ได้ว่าในอนาคตผมจะเป็นอย่างไร ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมมีแพสชั่นเรื่องเพลง แต่ไม่แน่ว่าพอผมทำเพลงไปสัก 2-3 เดือน ผมอาจจะเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ผมทวิสต์ อาจจะไม่อยากเป็นนักร้องแล้ว ดังนั้นผมเลยตอบไม่ได้ครับว่า อีกห้าปีหรือสิบปี ผมจะเป็นอะไร” กลัฟกล่าว “ผมแค่อยากสนุกกับระหว่างทางที่เราเลือกเดิน”

Credits

Editor-in-Chief Ahy Choi

Executive Producer Kat Yeung

Creative Direction Zoe Yau, Cherry Mui

Fashion Direction Cherry Mui

Author Zabrina Lo

Photographer Naruebes Vadvaree

Photographer’s Assistants Nattapong Amkham, Passapon Khemmanipitpon, Songsak Wadvaree, Thanakorn Thanapoempul

Producer Tharida Diloksongtham

On-site Stylist Tanwa Tiammek

Assistant Pornthip Suphanno

Hair Tiyanon Kamtawai

Make-Up Chanaphan Kerdmongkol

Videographer Apimook Phadee

Video Team Theetawat Chotejalatarphorn

Video Editor Poomin Wongsing

Production team by @useau

Location @whispering.cafe

Topics