เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

เบื้องหลังเส้นทางกว่า 18 ปี ของ ‘นครโต๊ะ’ ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องราวของโต๊ะ เก้าอี้ หรือเต้นท์ แต่คือความตั้งใจที่จะส่งมอบรอยยิ้มให้ลูกค้า และนำพาชีวิตของผู้คนรอบตัวให้ดีขึ้น

จากบทสนทนาสั้นๆ สู่บทสัมภาษณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแง่คิดและคุณค่าจาก self-made entrepreneur ตัวจริง เปิ้ล อัศรี จารุโกศล นักจิตวิทยาคลินิกผู้มีความใฝ่ฝันอยากจะโลดแล่นในแวดวงวิชาการ กลับต้องจับพลัดจับผลูมาทำธุรกิจร่วมกับพี่สาว ปอนด์ ธีรตี จารุโกศล เนื่องจากธุรกิจโรงงานเจียระไนพลอยของที่บ้าน ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 จนกิจการถึงคราวสะดุด 

"พวกเราที่ตอนนั้นต่างยังเรียนหนังสืออยู่ก็ปรึกษากัน พยายามทำทุกวิถีทางที่จะแบ่งเบาภาระของทางบ้าน และเพื่อให้คนงานที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเหมือนสมาชิกในครอบครัวได้มีงานทำต่อ โดยเริ่มจากการนำเข้าของพรีเมียมจากประเทศจีน ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และมีกลุ่มลูกค้าหลักๆ เป็นออร์แกไนเซอร์ หรือเอเจนซี่ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการขาย จากนั้นก็ต่อยอดไปสู่บริการรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ (catering)"

เปิ้ลเล่าว่า ตอนที่ทํา catering ก็เริ่มจากการไปเช่าโต๊ะแค่ตัวสองตัว แต่กลับพบปัญหาว่าคู่ค้าผิดนัด หรือไม่รักษาเวลา ก็เลยคุยกับพี่สาวว่า ถ้าเราลงทุนทําเองบ้างได้ไหม ถึงจะเป็นเรื่องใหม่แต่อยากลองดู โดยเงินทุนก้อนแรกแสนกว่าบาทได้โต๊ะมาทั้งหมด 10 ตัว และเก้าอี้พลาสติกอีก 50 ตัว

"จุดเริ่มต้นของ ‘นครโต๊ะ’ คือมีเท่านั้นเลย แต่ก็ทำให้เราเติบโตมาเรื่อยๆ จากโต๊ะ 10 ตัว ตอนนี้ก็เป็นพันแล้ว (หัวเราะ) เยอะแยะเต็มไปหมด จนไม่มีที่เดิน นั่นเพราะเราเริ่มต้นธุรกิจจาก pain point เรารู้ว่าปัญหาคืออะไร ปัญหาคือบริการไม่ตรงเวลา ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกคนเจอเหมือนกัน ก็เป็น core value ที่เรานำมานั่งคุยกับทีมว่า งานบริการเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของธุรกิจเรา"

อ่านเพิ่มเติม: Gen.T Interview: Atmos Bangkok กับความฝันที่จะปลุกปั้น Sneaker Culture ในเมืองไทย

Tatler Asia
(จากซ้าย) ปอนด์ ธีรตี จารุโกศล และ เปิ้ล อัศรี จารุโกศล สองพี่น้องผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ
Above (จากซ้าย) ปอนด์ ธีรตี จารุโกศล และ เปิ้ล อัศรี จารุโกศล สองพี่น้องผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ
(จากซ้าย) ปอนด์ ธีรตี จารุโกศล และ เปิ้ล อัศรี จารุโกศล สองพี่น้องผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ

ครอบครัว ‘นครโต๊ะ’

สองผู้บริหารหญิงแห่งนครโต๊ะ มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจน ด้วยความที่พี่สาวอาศัยอยู่ต่างประเทศ จึงจะรับผิดชอบในส่วนงานหลังบ้านที่สามารถควบคุมได้ผ่านระบบออนไลน์ ส่วนเปิ้ลจะดูแลงานโอเปอเรชั่นทั้งหมด

"ปกติเปิ้ลจะคอยดูแลหน้างานทั้งหมด ไปดูตลาด ไปดูว่าปีนี้เราจะมีอะไรใหม่ๆ หรือว่ามีส่วนไหนของลูกค้าที่เราสามารถทําให้ดีขึ้นได้บ้าง ส่วนพี่สาวก็ช่วยดูแล back office เช่น ตัวเลขรายได้ งบการเงิน บัญชี หรือสต็อคต่างๆ แต่ถ้ามีอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ในภาพรวมก็มาช่วยกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะประชุมกันช่วงตีหนึ่งตีสอง เนื่องจาก time zone ที่แตกต่างกันระหว่างไทยกับแคนาดา"

วันเวลาผ่านไป ทำให้ผู้นำหญิงค้นพบว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นธุรกิจที่ดีมาก เพราะนอกเหนือจากการตอบโจทย์ pain point ของตลาด ยังสามารถมอบโอกาสให้เธอได้ดูแลสมาชิกอีกหลายสิบครอบครัว

"พอเราทำเต็มที่ไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่างานนี้มีคุณค่ามากกว่าแค่สร้างรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัว เราสามารถที่จะทําให้ลูกค้ามีรอยยิ้มได้ ขณะเดียวกันก็สามารถที่จะดูแลคนงานเก่าๆ ของที่บ้าน ซึ่งแต่ละคนผูกพันกับเรามา 20-30 ปี พอโรงงานจิวเวลรี่ของที่บ้านปิดตัวลง เราก็ดึงเขามาเป็นหัวหน้าทีม จากคนที่เคยนั่งตกแต่งเจียระไนพลอย เขาก็ต้องปรับตัวมาช่วยบริหารจัดการ ช่วยเรียงเก้าอี้ จัดโต๊ะ กางเต้นท์ ซึ่งพวกเขาสามารถทำได้ดีมากๆ ทําให้เรามีทีมคุณภาพสูง ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญในงานบริการของนครโต๊ะ นั่นเพราะทุกคนเข้าใจว่า ทําไมเขาถึงจำเป็นต้องทําธุรกิจนี้ให้ดีและอยู่รอด เข้าใจว่าการทํางานให้ดีแล้วลูกค้าแฮปปี้ สุดท้ายผลตอบแทนเหล่านั้นจะกลับมาหาตัวเขาเอง"

Tatler Asia
เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ปรับวิธีคิดใหม่ เพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ

นอกจากการมีทีมที่ดีแล้ว แม่ทัพหญิงแห่งนครโต๊ะ เผยว่า กลยุทธ์ที่พาองค์กรมาได้ไกลขนาดนี้ คือ ‘การคิดเผื่อลูกค้า’ และ 'เพิ่มมูลค่า' ให้กับธุรกิจที่ทำ

"เราพยายามมองว่าทำอย่างไรได้บ้างที่จะขยายธุรกิจ โดยไม่ต้องเพิ่มคน ไม่ต้องเพิ่มของ แต่ให้ทีมงานที่ทำอยู่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราจึงจำเป็นต้องหาทางเพิ่มมูลค่าและใส่นวัตกรรมเข้าไปในแต่ละงาน โดยใช้คนเท่าเดิม ใช้เวลาเท่าเดิม แต่ทำให้รายได้เติบโตแบบทวีคูณ เพราะฉะนั้น สมมติว่าเราเคยใช้เวลาจัดงาน 3 ชั่วโมง ด้วยคน 3 คน ได้ค่าตอบแทน 2,000 บาท ทําอย่างไรให้ผลลัพธ์เพิ่มเป็น 4,000 บาท 8,000 บาท หรือ 20,000 บาท"

จากโจทย์ตรงนี้ กอปรกับความรู้สึกของสองผู้บริหารว่า สินค้าที่มีในท้องตลาดยังไม่หลากหลายและมีคุณภาพเพียงพอ ทั้งคู่จึงเริ่มแสวงหาสิ่งของใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้า จากแต่ก่อนที่มีเพียงเก้าอี้พลาสติกตัวละ 15 บาท ก็พัฒนามาเป็นเก้าอี้นวมตัวละ 45 บาท ขึ้นมา 3 เท่า แล้วก็พัฒนามาเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็นเก้าอี้ชิวารี่ตัวละ 150 บาท ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ท้าทาย และทําให้งานหนึ่งงานสามารถมีรายได้จากการให้เช่าเก้าอี้ชิวารี่แค่ 10 ตัว แทนที่จะเป็นเก้าอี้พลาสติก 100 ตัว

Tatler Asia
เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ และทีมงาาน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

"นอกจากเก้าอี้แล้ว เรายังใช้มากกับการคิดและผลิตโต๊ะไม้แบบพิเศษที่สามารถพับได้ เพื่อให้ง่ายกับการขนส่ง ไม่อย่างนั้นโต๊ะหนึ่งตัวต้องใช้รถหนึ่งคัน ถ้าลูกค้ามีโต๊ะ 40 ชุด ก็ต้องอาศัยรถเป็นคาราวานเลย เราจึงตัดสินใจพัฒนาร่วมกับทีมไปขลุกอยู่ในโรงไม้ จนได้ผลงานที่เป็นลิขสิทธิ์ของนครโต๊ะเอง ที่แม้แต่ฝรั่งยังบินมาดูงานเลย (ยิ้มด้วยความภูมิใจ)"

จากโต๊ะ เก้าอี้ ก็นำไปสู่การพัฒนาปรับเปลี่ยนเต้นท์แบบเดิมให้กลายเป็นโครงผ้าเก๋ๆ ที่ถ่ายรูปออกมาสวย และเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของตลาด ณ ขณะนั้น ก่อนจะต่อยอดไปสู่โครงไม้ที่แข็งแรง ง่ายต่อการติดตั้ง และกลายเป็นพื้นฐานของงานอีเวนต์ในปัจจุบัน

นอกจากนั้น กลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าของนครโต๊ะยังครอบคลุมไปถึงการเพิ่มตัวเลือกแบบ add-on ให้กับตัวงาน ด้วยอุปกรณ์ในการตกแต่ง (decoration) รูปแบบต่างๆ ทั้งจานชาม ดอกไม้ตรงกลาง และพร็อพอีกมากมาย ทำให้ปัจจุบัน ‘นครโต๊ะ’ กลายเป็นแพล็ตฟอร์มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและสามารถตอบโจทย์ของลูกค้าได้แบบครบวงจร ชนิดที่ว่าลูกค้าบางรายต้องขอจองคิวไว้ก่อนล่วงหน้า แม้จะยังไม่รู้ว่าตัวเองมีไอเดียจัดงานแบบไหน หรือต้องใช้อุปกรณ์ตกแต่งอะไรบ้างก็ตาม

Tatler Asia
Above ตัวอย่างการจัดงานของนครโต๊ะ
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 8 ตัวอย่างการจัดงานของนครโต๊ะ
Photo 2 of 8 ตัวอย่างการจัดงานของนครโต๊ะ
Photo 3 of 8 ตัวอย่างการจัดงานของนครโต๊ะ
Photo 4 of 8 ตัวอย่างการจัดงานของนครโต๊ะ
Photo 5 of 8 ตัวอย่างการจัดงานของนครโต๊ะ
Photo 6 of 8 ตัวอย่างการจัดงานของนครโต๊ะ
Photo 7 of 8 ตัวอย่างการจัดงานของนครโต๊ะ
Photo 8 of 8 ตัวอย่างการจัดงานของนครโต๊ะ

ผู้นำเทรนด์แห่งการจัดงาน

ความสนุกในการทำธุรกิจสำหรับเปิ้ล คือการได้คิดนอกกรอบ และพยายามสรรหาอะไรใหม่ๆ ที่จะยกระดับการจัดงานในประเทศไทยให้สมบูรณ์และดีมากยิ่งขึ้น 

"จริงๆ เทรนด์การจัดงานเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเรานี่แหละ เราค่อนข้างจะเป็น 'ก้าวแรกๆ ของวงการเสมอ' เพราะลูกค้าที่ได้เห็นรูปตอนเราจัดงาน เขาก็อยากจะทำแบบนี้บ้าง เพราะฉะนั้น หน้าที่และความสนุกของเรา คือถ้าวันไหนว่างๆ เราก็จะนั่งดูว่าตอนนี้มีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจในโลก ที่อยากจะให้มีในประเทศไทยบ้าง แล้วเราทำได้หรือเปล่า ทำแล้วจะเวิร์คไหม ก็จะนำของใหม่ๆ ไปให้ลูกค้าได้ลอง เราอยากให้ทุกคนในงานรู้สึกแฮปปี้ แขกไปใครมาก็ชมว่าเก้าอี้สวย โต๊ะดูดี ชื่นชอบบรรยากาศและการตกแต่ง ที่สำคัญ ทีมงานทุกคนของนครโต๊ะต้องระลึกไว้เสมอว่า ในวันๆ หนึ่ง เราอาจจะต้องเซ็ทงาน 5-7 งานต่อวัน แต่ทุกงานคืองานสําคัญที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละคน เพราะฉะนั้น เราต้องทำเต็มที่ที่สุดในทุกๆ งาน ทำให้เขารู้สึกแฮปปี้ และไม่ผิดหวังที่ได้ใช้บริการของเรา"

อ่านเพิ่มเติม: GEN.T INTERVIEW: 'RAVIPA' แบรนด์จิวเวลรีของไทยที่โด่งดังไกลระดับโลก

ปัจจุบัน งานของ ‘นครโต๊ะ’ กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ เขาใหญ่ หัวหิน จันทบุรี สมุย ภูเก็ต หรือแม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว

ขณะที่กลุ่มลูกค้าของ ‘นครโต๊ะ’ ก็มีหลากหลาย ตั้งแต่สถานที่จัดงานอย่าง แอมโก้ เฮ้าส์ (AMCO House) หรือ สี่สาริน สตูดิโอ (See Sa Rin studio) ที่เป็นการดีลกันในลักษณะของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ โดยสามารถแจ้งได้ว่า ต้องการอุปกรณ์แบบไหน จำนวนกี่ชุด เพื่อนำไปจัดเป็น Open House ในการพรีเซนต์ลูกค้า ทางนครโต๊ะก็จะเข้าไปช่วยดูแล ส่วนกลุ่มที่สองจะเป็นออร์แกไนเซอร์ wedding planner, catering ซึ่งมีลูกค้าอยู่แล้วและมีโจทย์หรือธีมการจัดงานในรูปแบบต่างๆ ทางนครโต๊ะก็มาดูว่าจะช่วย support ตรงไหนได้บ้าง

"ส่วนกลุ่มสุดท้ายจะเป็นลูกค้าในฝั่งของ end user เช่น หากใครอยากจัดปาร์ตี้ที่บ้าน จัดงานปีใหม่แบบส่วนตัว จัดงานวันเกิด หรืองานเฉลยเพศลูก ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทางเราก็ช่วยดูแลให้ได้ ที่สำคัญ ไม่จำเป็นว่าจะต้องจัดงานใหญ่ แขกหลักร้อยคนเท่านั้น อยากจะจัด 5 คน 10 คน เราก็ดูแลให้หมด ไม่มีปัญหาเลย เพราะเรามีของ และเราก็มีทีม ที่เหลือเดี๋ยวเราช่วยจัดสรรเวลาให้เอง"

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 ตัวอย่างวัสดุตกแต่งของนครโต๊ะ
Photo 2 of 5 ตัวอย่างวัสดุตกแต่งของนครโต๊ะ
Photo 3 of 5 ตัวอย่างวัสดุตกแต่งของนครโต๊ะ
Photo 4 of 5 ตัวอย่างวัสดุตกแต่งของนครโต๊ะ
Photo 5 of 5 ตัวอย่างวัสดุตกแต่งของนครโต๊ะ

พันธกิจที่ต้องดูแล

แม้ไม่ได้เรียนจบมาทางด้านธุรกิจโดยตรง แต่ต้องยอมรับว่าวิธีคิดและทักษะในการบริหารองค์กรของสองผู้บริหารนั้นเฉียบแหลม ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า สิ่งเหล่านี้ได้มาจากความเอาจริงเอาจังของตัวเอง

"เปิ้ลและปอนด์รู้สึกว่า เราต้องผ่านมันไปให้ได้ เราจึงตั้งใจ จริงใจ และเต็มที่ที่สุดกับสิ่งที่ทำ เราคิดเสมอว่าธุรกิจของเราคืองานบริการ ดังนั้น ถ้าจะไปอยู่ในตลาด เราต้องมีคุณงามความดีกับตลาด เราต้องดูว่า pain point ของลูกค้าคืออะไร แล้วค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ทบทวน และปรับเปลี่ยนตาม feedback เราไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อหวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ทําอย่างไรให้ธุรกิจของเรากลายเป็นธุรกิจที่ดี ลูกค้าได้งานเราไปก็แฮปปี้ แล้วพอมีกําไร เราก็อยากจะตอบแทนทีมงานของเราบ้าง เพราะทุกครั้งที่เราเห็นเขายกโต๊ะหนักๆ กลางแดดร้อนๆ เรารู้ว่ามันเหนื่อยมาก และทำให้เราคิดเสมอว่า 'ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีเรา' ซึ่งมันคงจะเป็นความรู้สึกโหวงๆ เหมือนกันนะ ถ้าเราเดินเข้าไปที่โกดัง แล้วมีทีมงานบางคนต้องกินแต่มาม่าทุกมื้อ หรือเป็นหนี้นอกระบบอยู่ ในขณะที่เราในฐานะผู้บริหารอยู่สุขสบาย"

"ความท้าทายของเปิ้ล คือทำอย่างไรให้ปีหน้าของนครโต๊ะดีขึ้นกว่าปีนี้ ทำอย่างไรให้เราสามารถดูแลทีมงาน 30-40 คน ให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีอนาคตที่ดีกว่าเดิม อย่างน้อยที่สุด ถ้าเขาจะต้องเช่าห้องอยู่ ก็น่าจะเป็นห้องเช่าที่ดีขึ้น หรือหวังว่าวันหนึ่งถ้าเขามีเงินเก็บมากพอ เขาอาจจะเริ่มต้นผ่อนบ้านของตัวเองได้บ้างแล้ว"

ความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นพันธกิจสำคัญที่ทำให้แม่ทัพหญิงแห่ง 'นครโต๊ะ' มีแรงกายแรงใจกลับไปพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน

"เพราะถ้าเราทำดี อีก 40 ครอบครัวที่เราดูแล ก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นเช่นกัน (ยิ้ม)"

Tatler Asia
เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ และทีมงาน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ และทีมงาน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ และทีมงาน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้ก่อตั้งนครโต๊ะ และทีมงาน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)