มาริษา เจียรวนนท์
Cover มาริษา เจียรวนนท์
มาริษา เจียรวนนท์

ถึงแม้ว่าจะมีนามสกุล ‘เจียรวนนท์’ ต่อท้าย แต่มาริษา เจียรวนนท์ สุภาพสตรีชาวเกาหลีใต้ที่สวยและอ่อนโยนคนนี้ ไม่ได้หยุดนิ่งกับการเป็นภรรยาท่านประธาน สะใภ้ตระกูลใหญ่ และคุณแม่ลูกสี่ แต่เธอกำลังทุ่มเทอย่างหนักในการผลักดันวงการศิลปะของไทยและมูลนิธิที่ยกระดับอาหารไทยสู่ระดับสากล

วันแรกที่ผมได้เจอ มาริษา เจียรวนนท์ เป็นการส่วนตัวเพื่อพูดคุยเรื่องคอนเซ็ปต์การถ่ายแฟชั่นเซ็ตปกให้กับ Tatler เรานัดเจอกันที่ Bangkok Kunsthalle (บางกอก คุนส์ฮาเลอ) สถานที่จัดแสดงงานศิลปะแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่เธอเป็นผู้ก่อตั้ง

เมื่อไปถึงมาริษาชวนผมและทีมงานเดินชมนิทรรศการ nostalgia for unity ของกรกฤต อรุณานนท์ชัย ด้วยตัวเธอเองและอย่างเป็นกันเอง ขณะเดินชมเธอเล่าว่ามันเกี่ยวกับ “นกฟีนิกซ์ที่ฟื้นคืนชีพจากเถ้าถ่าน” ไม่ต่างจากอาคารเก่าแก่แห่งนี้ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความทรุดโทรมจากเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อปี 2000 ซึ่งเดิมทีเคยเป็นอาคารไทยวัฒนาพานิช โรงพิมพ์หนังสือแบบเรียนของไทย นั่นคือความประทับใจตั้งแต่แรกพบ เพราะแม้มาริษาจะอยู่ในฐานะสุภาพสตรีสะใภ้ใหญ่ตระกูลอภิมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของไทย แต่ในวันที่ผมพบเธอ กลับไม่มีภาพเหล่านั้นอยู่ในหัว ผมรู้สึกว่าเธอคือ คนรักงานศิลปะอย่างแท้จริง

“ตั้งแต่ดิฉันย้ายจากฮ่องกงมาอยู่เมืองไทย ดิฉันมองหาบ้านเก่าๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะรักในศิลปะ วัฒนธรรม และรักเรื่องราวในอดีตด้วย แต่ก็ยังไม่เจอหลังที่ถูกใจ บ้านเก่าหลังสวยๆ มีคนจับจองไปหมดแล้ว” มาริษาเล่าให้ผมฟังถึงจุดเริ่มต้นของ Bangkok Kunsthalle

“วันหนึ่งมีเพื่อนติดต่อมาบอกว่ามีอาคารหลังหนึ่งน่าสนใจ แต่มันไม่ได้สวยนัก เลยอยากไปดูให้เห็นกับตา และเมื่อมาถึงที่นี่ ในมุมมองของดิฉัน คิดว่ามันสวยมาก”

อ่านเพิ่มเติม: 5 บ้านหลังงามในเอเชีย กับดีไซน์งานออกแบบที่ชวนใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 มาริษา เจียรวนนท์ สวมเครื่องประดับ Cindy Chao 'The Art Jewel' 20th Anniversary Collection เข็มกลัด Dragonfly Brooch ประดับเพชรและแซฟไฟร์ บนตัวเรือนไทเทเนียม และทอง 18k
Photo 2 of 2 มาริษา เจียรวนนท์ ในชุดจากแบรนด์ Vvon Sugunnasil เครื่องประดับ Cindy Chao 'The Art Jewel' White Label Collection เข็มกลัด Sapphire Floral Brooch ประดับ แซฟไฟร์พม่าหลังเบี้ย ทรงหมอน ขนาด 32.11 กะรัต ไม่ผ่านการเผา ประดับด้วยเพชร เพชรสีเหลือง เดมานทอยด์และซาโวไรท์
มาริษา เจียรวนนท์ สวมเครื่องประดับ Cindy Chao 'The Art Jewel' 20th Anniversary Collection เข็มกลัด Dragonfly Brooch ประดับเพชรและแซฟไฟร์ บนตัวเรือนไทเทเนียม และทอง 18k
มาริษา เจียรวนนท์ ในชุดจากแบรนด์ Vvon Sugunnasil เครื่องประดับ Cindy Chao 'The Art Jewel' White Label Collection เข็มกลัด Sapphire  Floral Brooch ประดับ แซฟไฟร์พม่าหลังเบี้ย ทรงหมอน ขนาด 32.11 กะรัต ไม่ผ่านการเผา ประดับด้วยเพชร เพชรสีเหลือง เดมานทอยด์และซาโวไรท์

อาคารแห่งนี้เคยเป็นสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นโรงพิมพ์หนังสือแบบเรียนของคนไทยมาเป็นเวลายาวนานหลายทศวรรษ มีสามอาคารวางต่อเนื่องกัน สร้างขึ้นคนละช่วงเวลา มีความเก่าแก่กว่า 70 ปี เมื่อกระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนหน่วยงานการพิมพ์ ธุรกิจการพิมพ์ของไทยวัฒนาพานิชจึงลดขนาดลงตามลำดับ ประกอบกับหลังเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อปี 2000 อาคารนี้จึงปิดตัวลง รกร้างเป็นเวลานานกว่าสองทศวรรษ

“ที่นี่เป็นเหมือนอาคารที่ทรุดโทรมมันคนละเรื่องกับที่ดิฉันเคยตั้งใจไว้ พอมาดูเป็นครั้งที่สองก็ยิ่งเกิดแรงบันดาลใจจากเรื่องราวและธุรกิจที่อาคารแห่งนี้เคยทำในอดีต” โดยคำว่า 'Kunsthalle' (คุนส์ฮาเลอ) เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า ห้องโถงเพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะ

เรื่องราวที่มาริษาเล่าเกิดขึ้นตั้งแต่สามปีก่อน “มันใช้เวลานานมากกว่าจะออกมาเป็นแบบนี้ได้” เธอกล่าวด้วยความภูมิใจ

“ดิฉันรู้สึกว่าอาคารแห่งนี้เปรียบเสมือนชีวิต มันเคยมีวันอันรุ่งโรจน์ แต่ต้องกลายเป็นซากปรักหักพัง และเต็มไปด้วยคราบของเถ้าถ่านที่เป็นผลมาจากเหตุการณ์เพลิงไหม้”

อีกหนึ่งเหตุผลที่มาริษาต้องการอนุรักษ์อาคารแห่งนี้ไว้เนื่องจากเป็นโรงพิมพ์ที่ผลิตและจำหน่ายแบบเรียนสำหรับนักเรียนทั่วประเทศไทยทุกระดับชั้นมายาวนาน

“มันมีเรื่องราวในประวัติศาสตร์เยอะมาก พอได้ทราบเรื่องก็ยิ่งประทับใจมากขึ้น เกิดแรงบันดาลใจ และคิดว่าจะทำให้อาคารทรุดโทรมแห่งนี้กลับมามีชีวิตได้อย่างไร ดิฉันอยากสานต่อ legacy ของประวัติศาสตร์อาคารแห่งนี้ นี่คือสาเหตุของการก่อตั้ง Bangkok Kunsthalle ขึ้นมา”

ที่นี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์หรูหราเพื่อจัดแสดงงานศิลปะ แต่เป็นอาร์ตสเปซที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้จัดแสดงผลงานในรูปแบบหลากหลายและไม่เป็นที่คุ้นชินนักของศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมและเวิร์กช็อปเกี่ยวกับศิลปะอยู่ตลอดเวลา และให้ความสำคัญกับการสร้างคอมมูนิตี้

“ดิฉันว่าการให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรม สำหรับเยาวชนถือเป็นเรื่องสำคัญมากเราเลยจัดโปรแกรมที่หลากหลาย ทั้งสัมมนา เวิร์กช็อป การแสดงเรามีทำงานร่วมกับหน่วยงานการศึกษาด้วย เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร” มาริษาอธิบาย

เราเปิดประตูต้อนรับทุกคน ดิฉันอยากให้วันหนึ่งเมื่อพวกเขาเติบโตและกลายเป็นศิลปิน หรือนักสะสมงานศิลปะ หรือคนรักงานศิลปะ พวกเขาจะจดจำได้ว่าฉันเคยมาที่นี่

- มาริษา เจียรวนนท์ -

Tatler Asia
มาริษา เจียรวนนท์ และทีมงาน Bangkok Kunsthalle
Above มาริษา เจียรวนนท์ และทีมงาน Bangkok Kunsthalle
มาริษา เจียรวนนท์ และทีมงาน Bangkok Kunsthalle

“ยังจำได้ว่าตอนจัดงานเปิดตัวที่นี่ ดิฉันเชิญเพื่อนหลายคนมา พวกเขาคิดว่าถ้ามาริษาเชิญมางานเปิดนิทรรศการศิลปะ ก็น่าจะเป็นตึกสวยๆ เหมือนพิพิธภัณฑ์” มาริษาเล่าย้อนความ

“คืนนั้นเพื่อนฉันหลายคนสวมชุดราตรีสวยๆ มางานกัน (หัวเราะ) บางคนมาช้าเพราะพวกเขาหาทางเข้าไม่เจอ แต่สิ่งที่น่ารักคือเพื่อนบ้านในละแวกนี้อาสาช่วยกันนำทางพวกเขามาที่นี่”

นับตั้งแต่เปิดในเดือนมกราคมปีนี้ Bangkok Kunsthalle จัดนิทรรศการมาแล้วสามครั้ง นิทรรศการแรกคือ Nine Plus Five ของ Michel Auder ศิลปินผู้สร้างสรรค์วิดีโออาร์ตชื่อดังแห่งยุค 1960s

“เขาอายุ 80 แล้ว แต่ยังเท่สุดๆ ” มาริษาอธิบายว่าในช่วงนั้นมีการจัดโปรแกรมเชื้อเชิญศิลปินต่างชาติให้เข้ามาพำนักในกรุงเทพฯ (Artists in Residence) ระหว่างนั้นมีการเชิญศิลปินไทยให้มาพบปะกับศิลปินต่างชาติเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดเชิงศิลปะจากสองซีกโลก

“ตอนนั้น Michel มาที่นี่และอยู่ประมาณสามเดือน มาซึบซับวัฒนธรรม สร้างผลงานกับเรา แล้วกลับไปสอนที่ Yale University จริงๆ ดิฉันยังไม่คิดว่าจะเปิด Kunsthalle ในเดือนมกราคม แต่เพราะ Michel กำลังจะบินกลับ เลยคิดว่า ‘เปิดเลยเถอะ’ อยากให้ศิลปินได้อยู่เปิดตัวผลงานชิ้นใหม่ที่เขาสร้างขึ้นขณะที่อยู่ไทยด้วย อย่างที่เห็นว่าอาคารนี้ยังไม่ได้รับการปรับปรุงใหม่เลยด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายเราผลักดันจัดแสดงผลงานของ Michel Auder สำเร็จเป็นคนแรกกระแสตอบรับค่อนข้างดี มีทั้งคนไทย คนต่างชาติมาเข้าชม”

อ่านเพิ่มเติม: แปลงโฉมโรงภาษีร้อยชักสาม สู่ The Langham Bangkok พร้อมเปิดตัว 2026

จากนั้นวันที่ 31 พฤษภาคม nostalgia for unity ของ กรกฤตอรุณานนท์ชัย ศิลปินร่วมสมัยชาวไทย ก็จัดแสดงเป็นนิทรรศการลำดับที่สอง ซึ่งเป็นผลงานศิลปะแบบ spatial installation

“ผลงานของกรกฤต อรุณานนท์ชัย มีหัวใจสำคัญคือการกำเนิดใหม่ของนกฟีนิกซ์ มันเหมือนเป็นการกำเนิดใหม่ของไทยวัฒนาพานิช ใช้เถ้าธุลีมาสร้างให้กลายเป็นงานศิลปะ ชุบชีวิตของตึกนี้จนกลายเป็น Bangkok Kunsthalle ดิฉันคิดว่ามันเป็นหนึ่งในมาสเตอร์พีซของเขาเลยล่ะ” มาริษากล่าวชม

ล่าสุด Mend Piece ผลงานของนิทรรศการของ Yoko Ono ที่สร้างสรรค์มาตั้งแต่ในปี 1966 โดยร่วมมือกับหนึ่งในสถาบันศิลปะระดับโลก A4 Arts Foundation จากแอฟริกาใต้ ก็เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา

“เราจัดงานนี้ขึ้นอย่างมีความสุขมาก เพราะเรามีเด็กนักเรียน คนละแวกนี้ หรือคนที่ไม่ได้สนใจศิลปะมาที่นี่และสร้างสรรค์ผลงานของพวกเขา” มาริษาอธิบาย

“คอนเซ็ปต์ของ Mend Piece คือการเยียวยา การเยียวยาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและโปรเจ็กต์ของดิฉัน อย่างอาคารแห่งนี้ก็เป็นการเยียวยา เพราะที่นี่เคยถูกปล่อยให้ทิ้งร้างดิฉันพยายามบูรณะซ่อมแซมและชุบชีวิตใหม่ให้อาคารแห่งนี้”

นอกจาก Bangkok Kunsthalle แล้ว มาริษายังมีโปรเจ็กต์ใหม่ (และใหญ่) Khaoyai Art Forest ที่เขาใหญ่ซึ่งกำลังจะเปิดในช่วงท้ายปี

“ดิฉันตื่นเต้นมาก” เธอเผยความรู้สึกและเล่าต่อว่า “โปรเจ็กต์ที่เขาใหญ่เป็นการสร้างแลนด์มาร์กระดับโลก ด้วยศิลปะร่วมสมัย มีจุดเริ่มต้นที่เกี่ยวกับการเยียวยาเช่นกัน พื้นที่ตรงนั้นเดิมทีเป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ลุ่มทิวเขา และยอดเขาด้วย ทางรัฐมอบพื้นที่ให้กลุ่มผู้อพยพมาอาศัยอยู่ที่นี่เนื่องจากเกิดน้ำท่วมในปี 1975 สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือตัดต้นไม้เพื่อนำไปขายเลี้ยงชีพ และใช้พื้นที่ทำเกษตรเชิงเดี่ยวมานานหลายสิบปี จากนั้นเมื่อรัฐบาลให้โฉนดกับพวกเขา พวกเขาก็ขายที่ดินและย้ายกลับไปยังบ้านเกิดที่ตรงนี้เลยไม่มีคนใส่ใจดูแลต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกตัดทำลาย เหลืออยู่เป็นส่วนน้อยที่ยังไม่สมบูรณ์นัก โปรเจ็กต์นี้เลยเกี่ยวกับการเยียวยา แต่เราไม่ได้เยียวยาด้วยการปลูกป่าเท่านั้น เรามีศิลปะร่วมสมัย มีเรื่องอาหารและความยั่งยืนเข้ามาเป็นองค์ประกอบ”

ย้อนกลับไปก่อนหน้า Bangkok Kunsthalle โปรเจ็กต์ของมาริษาที่หลายคนรู้จักนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับศิลปะ แต่เป็นเรื่องของอาหาร นั่นก็คือมูลนิธิ Chef Cares

“ช่วงโควิดเริ่มระบาดในปี 2019 ตอนนั้นทั้งโลกปั่นป่วนไปหมด ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป มันวิกฤติมาก เพื่อนเชฟคนหนึ่งของดิฉันติดต่อมาว่าเขาอยากบริจาคอาหารกลางวันให้กับโรงพยาบาลสองแห่งในภูเก็ต ซึ่งดิฉันสามารถบริจาควัตถุดิบในการทำอาหารจากที่นี่ได้ เราเริ่มจากตรงนั้น” มาริษาเล่าถึงจุดเริ่มต้น

“แต่ในช่วงเวลานั้นดิฉันไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้มากกว่านั้นยกเว้นจะส่งวัตถุดิบไปให้ เลยคิดว่า ทำไมเราไม่ทำสิ่งนี้ที่กรุงเทพฯ ล่ะ”

มาริษาใช้เวลาสองวันสองคืนในการคิดคอนเซ็ปต์พร้อมตั้งชื่อโปรเจ็กต์นี้ว่า Chef Cares

“มันตรงความหมายว่าเชฟแคร์คุณจริงๆ” มาริษากล่าว “ฉันเชิญเชฟระดับมิชลินสตาร์และเชฟไทยชื่อดังหลายคนมาช่วยกันทำอาหารที่ทั้งอร่อย มีโภชนาการที่ดีเพื่อเป็นอาหารสำหรับแพทย์ที่ช่วยรักษาผู้ป่วยโควิด เพราะในช่วงนั้นแพทย์ส่วนใหญ่ทำงานหนัก และอาจไม่ได้รับประทานอาหารที่ดีเนื่องจากไม่มีเวลา เมื่อเรามอบอาหารปรุงสดใหม่จากเชฟให้พวกเขา พวกเขารู้สึกขอบคุณมาก”

ระหว่างที่ทำโปรเจ็กต์มาริษาเดินทางพร้อมเชฟไปยังโรงพยาบาลทุกวันเพื่อส่งมอบอาหาร หลังจากผ่านไปราวสามเดือนครึ่ง ประเทศไทยเริ่มรับมือกับโรคโควิด-19 ได้ดีในระลอกแรก เมื่อโควิดจางลง มาริษาและทีมเชฟจึงเริ่มบริจาคอาหารให้กับบรรดาบุคลากรด่านหน้า อย่างเช่นด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน ตำรวจคนเช็กอุณหภูมิผู้โดยสารที่สถานีรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT จากนั้นก็ปิดโปรเจ็กต์

“ตอนนั้นดิฉันรู้จักเชฟหลายคนมากเชฟที่มีน้ำใจ เราเริ่มต้นโปรเจ็กต์ด้วยเชฟ 25 คน แต่ปิดท้ายด้วยเชฟ 73 คน” มาริษาเล่าด้วยความปลื้มใจ

Tatler Asia
มาริษา เจียรวนนท์ ในชุดจากแบรนด์ Vatit Itthi Custom เครื่องประดับ Cindy Chao The Art Jewel White Label Collection ต่างหู Ribbon ประดับแซฟไฟร์สีน้ำเงิน แซฟไฟร์สีม่วงและโกเมนสีม่วงบนตัวเรือน ไทเทเนียมและทอง 18k
Above มาริษา เจียรวนนท์ ในชุดจากแบรนด์ Vatit Itthi Custom เครื่องประดับ Cindy Chao The Art Jewel White Label Collection ต่างหู Ribbon ประดับแซฟไฟร์สีน้ำเงิน แซฟไฟร์สีม่วงและโกเมนสีม่วงบนตัวเรือน ไทเทเนียมและทอง 18k
Tatler Asia
มาริษา เจียรวนนท์ ในชุดจากแบรนด์ Vvon Sugunnasil เครื่องประดับ Cindy Chao 'The Art Jewel' White Label Collection เข็มกลัด Four Seasons Branch Brooch ประดับเพชรและเพชรสีเหลืองบนตัวเรือน ไม้มะเกลือ ไทเทเนียม และทอง 18k
Above มาริษา เจียรวนนท์ ในชุดจากแบรนด์ Vvon Sugunnasil เครื่องประดับ Cindy Chao 'The Art Jewel' White Label Collection เข็มกลัด Four Seasons Branch Brooch ประดับเพชรและเพชรสีเหลืองบนตัวเรือน ไม้มะเกลือ ไทเทเนียม และทอง 18k
มาริษา เจียรวนนท์ ในชุดจากแบรนด์ Vatit Itthi Custom เครื่องประดับ Cindy Chao The Art Jewel White Label Collection ต่างหู Ribbon ประดับแซฟไฟร์สีน้ำเงิน แซฟไฟร์สีม่วงและโกเมนสีม่วงบนตัวเรือน ไทเทเนียมและทอง 18k
มาริษา เจียรวนนท์ ในชุดจากแบรนด์ Vvon Sugunnasil เครื่องประดับ Cindy Chao 'The Art Jewel' White Label Collection เข็มกลัด Four Seasons Branch Brooch ประดับเพชรและเพชรสีเหลืองบนตัวเรือน ไม้มะเกลือ ไทเทเนียม และทอง 18k

วันที่เราสร้างโครงการ สานฝัน ปั้นเชฟ เราคิดถึงกลุ่มคนที่มีโอกาสน้อยที่สุด คือน้องๆ ที่ติดคดีจากกรมพินิจฯ เมื่อทุกคนเรียนจบ พวกเขาสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในทันที มันช่วยเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา นี่เป็นสิ่งที่ดิฉันทุ่มเทด้วยหัวใจ

- มาริษา เจียรวนนท์ -

ในวาระปิดโปรเจ็กต์ มาริษาจัดงานเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวันเพื่อเป็นการขอบคุณเชฟทุกคนพร้อมประกาศในงานว่า “โปรเจ็กต์ Chef Cares จะกลายเป็นมูลนิธิ Chef Cares” โดยมีสี่พันธกิจหลัก ได้แก่ สนับสนุนอาหารไทยและเชฟไทยไปสู่ระดับสากล,ผลิตอาหารพร้อมรับประทานเพื่อให้คนไทยได้รับประทานอาหารคุณภาพดี มีสารอาหารครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีในราคาจับต้องได้,บริจาคอาหารให้แก่ชุมชนชายขอบที่ขาดที่พึ่ง และสุดท้ายคือสร้างบุคลากรเชฟรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Chef Cares Dream Academy สานฝัน ปั้นเชฟ เพื่อให้โอกาสเด็กติดคดีจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และเยาวชนด้อยโอกาส ได้เรียนรู้ศาสตร์และศิลป์การทำอาหารและธุรกิจอาหาร

“เราเชื่อว่าการศึกษาเปลี่ยนชีวิตคนเราได้ วันที่เราสร้างโครงการ สานฝัน ปั้นเชฟ เราคิดถึงกลุ่มคนที่มีโอกาสน้อยที่สุด คือน้องๆ ที่ติดคดีจากกรมพินิจฯ ไม่มีใครอยากให้โอกาสเขา แต่ถ้าไม่มีใครให้โอกาสชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป เราจึงผลักดันสร้างโครงการกับทางกรมพินิจฯ ทุกวันนี้มีเชฟอายุน้อยหลายคนมาจากสถานพินิจฯ น้องๆ เหล่านี้มีชีวิตที่ยากลำบาก พวกเขาเป็นเด็กกำพร้าบ้าง มีปัญหาทางจิตใจบ้าง กระทำความผิดมาก่อน และสิ้นหวังกับชีวิต ดิฉันเลยตั้งใจรับเด็กกำพร้าและเด็กจากสถานพินิจฯ เข้าโครงการให้ความหวังและโอกาสที่สองแก่พวกเขาให้เข้ามาเรียนทำอาหาร ตอนนี้ผ่านไปสามรุ่น รุ่นที่สี่เพิ่งเริ่มเรียน”

โครงการสานฝัน ปั้นเชฟมีระยะเวลานานเก้าเดือน โดยสามเดือนแรกเป็นการสอนทำอาหารไทย ฝรั่ง และของหวาน ส่วนอีกหกเดือนหลังเป็นการฝึกงานกับเชฟระดับมิชลินหรือเชฟไทยที่มีฝีมือ

“ระหว่างนั้นเราจ้างนักจิตวิทยาเด็กและไลฟ์โค้ชเข้ามาด้วย เพราะน้องๆ ไม่เหมือนคนอื่น พวกเขาเป็นโรคซึมเศร้าบ้าง มีบาดแผลทางใจจากเหตุการณ์รุนแรงในอดีตบ้าง บางคนที่มาจากสถานพินิจฯ ก็เคยมีปัญหาเรื่องยาเสพติด เราพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้พวกเขามีความมั่นใจในการเข้าสังคม ในการเริ่มต้นใหม่” มาริษาอธิบาย

“เวลาเจอครั้งแรกๆ ได้ถ่ายรูปร่วมกันเมื่อจบโครงการ ผ่านไปเก้าเดือน หน้าตาโหงวเฮ้งเปลี่ยนไปมากและทุกคนมีทัศนคติที่เปลี่ยนไป มั่นใจขึ้น พูดจาเปลี่ยนไป เป็นโครงการที่ดิฉันรู้สึกภูมิใจกับมัน เมื่อน้องๆ กลุ่มนี้เรียนจบก็มีงานทำ ได้เป็นเชฟในครัวระดับมิชลิน ตอนที่รับสมัคร เราไม่สนใจว่าพวกเขามีคดีอะไร เหลือเวลาอีกกี่เดือนหรือกี่ปี เราแค่ดูว่าพวกเขามีใจรักการทำอาหารมากแค่ไหน เมื่อทุกคนเรียนจบ พวกเขาสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในทันที มันช่วยเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา นี่เป็นสิ่งที่ดิฉันทุ่มเทด้วยหัวใจ”

Tatler Asia
มาริษา เจียรวนนท์ กับเชฟรุ่นใหม่ในโครงการ Chef Cares Dream Academy
Above มาริษา เจียรวนนท์ กับเชฟรุ่นใหม่ในโครงการ Chef Cares Dream Academy
มาริษา เจียรวนนท์ กับเชฟรุ่นใหม่ในโครงการ Chef Cares Dream Academy

น้อยครั้งมากที่มาริษา เจียรวนนท์ จะยอมถ่ายภาพลงนิตยสาร แต่สำหรับโปรเจ็กต์กับ Tatler Thailand เธอตอบตกลงเพราะเป็นเพื่อนสนิทกับซินดี้ เชา (Cindy Chao) ผู้ก่อตั้งแบรนด์และศิลปินนักสร้างสรรค์จิวเวลรีชื่อดังจากไต้หวันที่มาริษาสวมใส่ในแฟชั่นเซ็ตนี้

“เราเป็นเพื่อนสนิทกันมาก ตอนที่ดิฉันเจอซินดี้ เราไม่ได้คุยกันเรื่องจิวเวลรีเลย เราคุยกันเรื่องเลี้ยงดูลูกๆ (หัวเราะ) ตอนนั้นซินดี้จัดงานนิทรรศการและเชิญดิฉันไปร่วมงาน พอดิฉันเห็นจิวเวลรีของซินดี้ ดิฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่จิวเวลรี แต่มันคืองานศิลปะ และในระดับนานาชาติ งานของเธอก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานศิลปะ เหมือนเป็นประติมากรรม และเธอก็เป็นสุดยอดคุณแม่ และดิฉันก็อยากเป็นคุณแม่ที่ดีบ้าง เลยมีหลายเรื่องที่เราคุยกันได้ดี นอกจากนี้ เรายังคุยเรื่องงาน เราเป็น entrepreneur เหมือนกัน ได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน ผลักดันกันไป มีเพื่อนคู่คิดแล้วไม่เหงา จนถึงตอนนี้เรายังติดต่อกันอยู่เสมอและพยายามนัดเจอกันทุกสองเดือน ไปนอนที่บ้านเธอบ้าง เธอมานอนที่บ้านดิฉันบ้าง เราสนับสนุนกัน และให้กำลังใจกันตลอด”

มาริษากล่าวชื่นชมผลงานจิวเวลรีของซินดี้ว่าเต็มไปด้วยความวิจิตรบรรจงและเทคนิคที่ซับซ้อน

“ผลงานจิวเวลรีของเธอใช้เทคนิค Lost Wax Casting (การหล่อโดยอาศัยแม่พิมพ์ที่เป็นวัตถุต้นแบบ หุ้มด้วยขี้ผึ้ง) ซึ่งเป็นวิธีการที่เก่าแก่มาก จิวเวลรีส่วนใหญ่ไม่ใช้กันแล้วในทุกวันนี้เพราะมันซับซ้อน ใช้คนงานเยอะ และต้องมีฝีมือที่แม่นยำ แต่ซินดี้เป็นคนอัจฉริยะ เธอเก่งในการแมตช์สีและเลเยอร์ได้อย่างลงตัว มันออกมาน่าทึ่งมาก สำหรับดิฉัน ซินดี้ เชา คือเพื่อนที่แสนดีในชีวิต ดิฉันรู้สึกดีใจที่ได้ใส่จิวเวลรีของเธอ หวังว่าฉันใส่ออกมาแล้วจะทำให้มันดูดีนะ ฉันพยายามสุดๆ แล้ว (หัวเราะ)” มาริษาพูดติดตลก และผมตอบไปว่า “ไม่ต้องกังวล คุณใส่ออกมาแล้วดูดีมากครับ”

ตอนเห็นจิวเวลรีของซินดี้ ดิฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่จิวเวลรี แต่มันคืองานศิลปะ เหมือนเป็นประติมากรรม และเธอก็เป็นสุดยอดคุณแม่ และดิฉันก็อยากเป็นคุณแม่ที่ดีบ้าง เลยมีหลายเรื่องที่เราคุยกันได้ดี เราสนับสนุนกัน และให้กำลังใจกันตลอด

- มาริษา เจียรวนนท์ -

เมื่อมาริษาทราบว่าจะมีการถ่ายภาพลงนิตยสาร Tatler Thailand และสวมจิวเวลรีจาก Cindy Chao แน่นอนว่าเธอต้องให้มันออกมาพิเศษ

“เริ่มจากการถ่ายที่นี่ Bangkok Kunsthalle เพราะมันเป็นที่ที่พิเศษ ดิฉันชอบไอเดียที่สวมจิวเวลรีสวยงามกับฉากหลังของอาคารที่ดูเก่า มันตรงกันข้ามกัน แต่ดิฉันคิดว่ามันเป็นการผสมผสานที่มีเสน่ห์”

นอกจากสถานที่แล้วอีกหนึ่งไอเดียที่มาจากมาริษาเองคือเดรสที่สวมใส่อยู่บนปกซึ่งสั่งตัดพิเศษจากแบรนด์ Vatit Itthi โดยพิมพ์ตัวหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่มาจากแบบเรียนเก่า เพื่อสะท้อนเรื่องราวในอดีตของอาคารไทยวัฒนาพานิช

“ที่นี่เคยเป็นโรงพิมพ์หนังสือแบบเรียนเก่าแก่มาก่อน ดิฉันเลยอยากเก็บประวัติศาสตร์และ legacy ของมันไว้ในการถ่ายแบบครั้งนี้ ดิฉันเลยโทรหาคุณอาร์ต (วทิต วิรัชพันธุ์) ว่าอยากจะทำชุดที่พิเศษ โดยสเก็ตช์ภาพง่ายๆ ส่งไปให้ดู เขาก็เข้าใจทันที ร่างแบบออกมาแล้วส่งมาให้ดิฉันดู ดิฉันขอเปลี่ยนแค่เติมภาษาไทยให้เยอะขึ้นหน่อย และขอให้ใช้ผ้าดิบและวาดลายตัวหนังสือ เราสนุกกันมากในการทำชุดนี้” มาริษาเล่าถึงการสร้างสรรค์เดรสที่น่าทึ่ง ผมบอกว่า “คุณใส่ชุดนี้ไปงาน Met Gala ได้เลยนะ”

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 มาริษา เจียรวนนท์ ในชุดจากแบรนด์ Vatit Itthi Custom เครื่องประดับ Cindy Chao The Art Jewel White Label Collection ต่างหู Ribbon ประดับแซฟไฟร์สีน้ำเงิน แซฟไฟร์สีม่วงและโกเมนสีม่วงบนตัวเรือน ไทเทเนียมและทอง 18k
Photo 2 of 2 มาริษา เจียรวนนท์ สวมเครื่องประดับ Cindy Chao 'The Art Jewel' White Label Collection เข็มกลัด Four Seasons Branch Brooch ประดับเพชรและเพชรสีเหลืองบนตัวเรือน ไม้มะเกลือ ไทเทเนียม และทอง 18k
มาริษา เจียรวนนท์ ในชุดจากแบรนด์ Vatit Itthi Custom เครื่องประดับ Cindy Chao The Art Jewel White Label Collection ต่างหู Ribbon ประดับแซฟไฟร์สีน้ำเงิน แซฟไฟร์สีม่วงและโกเมนสีม่วงบนตัวเรือน ไทเทเนียมและทอง 18k
มาริษา เจียรวนนท์ สวมเครื่องประดับ Cindy Chao 'The Art Jewel' White Label Collection เข็มกลัด Four Seasons Branch Brooch ประดับเพชรและเพชรสีเหลืองบนตัวเรือน ไม้มะเกลือ ไทเทเนียม และทอง 18k

ถึงแม้ชุดเดรสผ้าดิบวาดลายตัวหนังสือหลายเลเยอร์นี้จะมีความอาร์ตจัด แต่ในชีวิตจริงมาริษาชอบแต่งตัวแบบคลาสสิก

“ดิฉันคิดว่ามาจากคุณแม่ คุณแม่ชอบสวมกางเกงทรงสอบกับเบลเซอร์ ไว้ผมสั้น สมัยเด็กฉันมองว่า มันดูน่าเบื่อมากๆ แต่พอโตขึ้นและมองย้อนกลับไป ลุคของคุณแม่โดดเด่นมากๆ ดิฉันจึงชอบลุคที่คลาสสิกมากขึ้น ชอบมิกซ์แอนด์แมตช์ มันแสดงความเป็นตัวเราที่ดี แน่นอนว่าดิฉันชอบดีไซเนอร์เก่งๆ ด้วยเหมือนกัน แต่ก็มักตัดเสื้อเองอยู่บ่อยๆ”

ก่อนจบการสัมภาษณ์ ผมให้มาริษากล่าวทิ้งท้ายถึง Bangkok Kunsthalle ซึ่งเธอบอกว่า “อยากให้ที่นี่เป็นเหมือนพื้นที่สำหรับเยาวชนไทยรุ่นใหม่ได้มาที่นี่ มาดูนิทรรศการที่เราจัด เราจัดนิทรรศการทั้งของศิลปินไทยและต่างชาติ และมีกิจกรรมหลายอย่างเกิดขึ้นสม่ำเสมอ มีการสร้างคอมมูนิตี้ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เราเปิดประตูต้อนรับทุกคน ดิฉันอยากให้วันหนึ่งเมื่อพวกเขาเติบโตและกลายเป็นศิลปิน หรือนักสะสมงานศิลปะ หรือคนรักงานศิลปะ พวกเขาจะจดจำได้ว่าฉันเคยมาที่นี่”

มาริษากล่าวย้ำว่า “ศิลปะไม่ใช่ของมีราคาค่างวด แต่ศิลปะเป็นของทุกคน”

Credits

ช่างภาพ: Termsit Siriphanich

Topics

Natthawut Saengchuwong
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia

ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Tatler Thailand และ Tatler GMT ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ Thailand มาก่อน นอกเวลาการทำงานบริหาร เขาใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับการสะสมและฟังแผ่นเสียง การตกแต่งบ้านและการดูแลสวนอันเงียบสงบของเขา