หนุ่มหล่อไฟแรงวัย 31 ปี หนึ่งใน Gen.T Leaders of Tomorrow และประธานสโมสรบลูเวฟ ชลบุรี ผู้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนวงการฟุตซอลไทยเสมอมา
ปีนี้นับเป็นปีทองของวงการกีฬาโลก ที่นอกจากจะมีมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่างการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ รวมถึงพาราลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสแล้ว ยังมีการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2024 หรือ FIFA Futsal World Cup 2024 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศอุซเบกิสถาน ซึ่งถือเป็นการเข้ารอบฟุตซอลโลกครั้งที่เจ็ดของทีมชาติไทย และเป็นครั้งที่สี่ติดต่อกันที่เราสามารถทะลุเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดยการแข่งขันในครั้งนี้ ทีมชาติไทยได้มีโอกาสประลองฝีมือกับทีมชาติบราซิล ดีกรีแชมป์ฟุตซอลโลกห้าสมัยและเป็นเบอร์หนึ่งของโลกในปัจจุบัน แม้จะไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ฟันฝ่าไปถึงรอบแปดทีมสุดท้ายดั่งที่ตั้งใจ แต่อย่างน้อย ‘ทีมช้างศึกโต๊ะเล็ก’ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราคือหนึ่งในทีมระดับโลกจริงๆ
อ่านเพิ่มเติม: 6 นักกีฬาเอเชียแถวหน้า ผู้เป็นนิยามใหม่ของความเป็นเลิศด้านกีฬา

Above ฟุตซอลทีมชาติไทย (ภาพ: Thailand National Football Team)
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
ชื่อของ 'แปม ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ' เป็นที่รู้จักดีในวงการฟุตซอล ในฐานะลูกชายของ ‘บิ๊กป๋อม’ อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยและประธานพัฒนาฟุตซอลไทย ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงกีฬาไทยมาช้านาน โดยแปมเข้ามารับตำแหน่งประธานสโมสรบลูเวฟ ชลบุรี เมื่อปี 2017 ต่อจากคุณพ่อ ขณะมีอายุได้เพียง 23 ปี เท่านั้น
“ครั้งแรกเราเดินไปบอกคุณพ่อว่า เราอยากทํานะ เราอยากเข้ามาเรียนรู้ เราเติบโตมากับกีฬานี้ตั้งแต่เด็ก เห็นคุณพ่อทำมาตลอด กว่าจะปลุกปั้นนักกีฬาขึ้นมาได้ หรือกว่าจะสร้างโครงสร้างของสโมสรหนึ่งขึ้นมาได้จนประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องมาจากการวางแผนและการทํางานหนัก เราอยากนำประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสไปเรียนในต่างประเทศ บวกกับความชอบด้านกีฬาที่มีอยู่ในสายเลือดของเราอยู่แล้ว มาเปลี่ยนแปลง แก้ไข และช่วยพัฒนาวงการฟุตซอลไทยให้ไปได้ไกลยิ่งขึ้น ซึ่งตอนนั้นพอคุณพ่อต้องกลับไปรับตำแหน่งที่สมาคมฟุตบอลฯ เราคิดว่าถึงเวลาแล้ว จึงขอโอกาสทำหน้าที่ตรงนี้”
บทพิสูจน์ของเลือดใหม่
แปมเริ่มไต่เต้าจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีม รองประธานสโมสรฯ ก่อนจะก้าวไปเป็นประธานสโมสรฟุตซอล บลูเวฟ ชลบุรี
“ตอนนั้นเรายังเป็นเด็กในวงการ ก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง แม้จะมีแรงกดดันเยอะมาก เนื่องจากบุคลากรที่ทํางานด้วยก็เป็นทีมชุดเก่าที่เคยทํางานกับคุณพ่อมา แต่ด้วยบารมีของคุณพ่อก็ทําให้เราปรับตัวได้ง่ายขึ้น เราใช้เวลาทำให้คนค่อยๆ เปิดรับเรา ใช้ความรู้ ใช้วาทศิลป์ อาศัยลูกล่อลูกชน ที่สําคัญคือเราต้องรู้จักที่จะรับฟังและเรียนรู้จากทุกๆ คน รวมถึงต้องมีเหตุผลมากพอในการจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างหนึ่งที่เคยมีมา”
สิ่งแรกที่ประธานสโมสรหนุ่มเริ่มลงมือเปลี่ยน คือการจัดทำชุดแข่งของตัวเอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทีมฟุตซอลบลูเวฟชลบุรีไม่มีชุดแข่งของตัวเอง แต่จะใช้ชุดแข่งของทีมฟุตบอลมาตลอด
“เราเชื่อว่า identity ที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ คนมองมาแล้วต้องเห็นว่า นี่คือบลูเวฟ นี่คือทีมฟุตซอล เราก็เลยเริ่มจากการทําสินค้าต่างๆ ของสโมสร ทําให้เห็นเลยว่า เรามีแฟนคลับติดตามเยอะ มีตัวเลขที่วัดผลได้ บวกกับผลงานที่ดีในสนาม ที่สำคัญเราจะเข้าไปดูนักกีฬาซ้อมและแข่งขันตลอด เราเอาความเอาใจใส่และความรักในกีฬาของเราเข้าไป และผมเชื่อว่านักกีฬาหรือทีมงานจะสัมผัสได้ว่า เราไม่ได้มาเพื่อทําประโยชน์ให้กับตัวเอง เรามาเพราะเราอยากทําเพื่อส่วนร่วม ซึ่งเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างเอง”

Above แปม ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสรฟุตซอลบลูเวฟ ชลบุรี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
ผลงานตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาในฐานะประธานสโมสรบลูเวฟ ชลบุรี เป็นสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มภูมิใจมาก โดยเฉพาะความร่วมแรงร่วมใจของทีมงาน สต๊าฟโค้ช และสมาชิกหลังบ้าน ที่คอยผลักดันพาสโมสรไปสู่ความสำเร็จ
“ในปีแรกที่ผมเข้ามารับตำแหน่งประธานสโมสรฯ เราคว้าแชมป์ฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย AFC Futsal Cup 2017 ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดในระดับเอเชีย และทำให้เราได้มีโอกาสไปแข่งในระดับโลกกับทีมบาร์เซโลนา จากประเทศสเปน และทีมโบคา จูเนียร์ส จากประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นไปได้ยากมากที่สโมสรในไทยจะมีโอกาสได้เจอกับทีมชั้นนําของโลกแบบนี้ และเราก็สามารถคว้าที่สี่ในระดับสโมสรโลกมาได้”
อ่านเพิ่มเติม: กฤษฎา เจียรวนนท์: เจ้าของสโมสร LYNX Esport กับความหวังในอนาคตของวงการ Esport ไทย
นอกจากผลงานในระดับลีกสโมสรแล้ว แปมยังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการฟุตซอลในระดับชาติอีกหลายครั้ง
“ผมเคยเป็นผู้จัดการทีมฟุตซอลคนหูหนวกทีมชาติไทย ที่ได้ไปแข่งรายการชิงแชมป์โลก Deaf Futsal World Cup ซึ่งตอนนั้นประเทศไทยได้อันดับสอง รวมถึงพาทีมฟุตซอลหญิงทีมชาติไปแข่งในรายการ Youth Olympics ก็ถือเป็นความทรงจําและประสบการณ์ชีวิตที่ดีมาก ที่ได้มีโอกาสทำงานกับทั้งทีมชาย ทีมหญิง และทีมคนพิการ
สำหรับภารกิจระดับทีมชาติในปัจจุบัน ก็มีโอกาสเข้ามาช่วยคุณพ่อในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้คนไทยรู้จักและสนใจกีฬาฟุตซอลมากขึ้น ซึ่งปีนี้ก็มีการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2024 ที่ประเทศอุซเบกิสถาน ส่วนปีหน้าจะเป็นการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
โดยปัจจุบัน ทีมฟุตซอลชายทีมชาติไทย มีคะแนนรั้งอันดับเก้าของโลก และเป็นเบอร์สองของเอเชีย รองจากประเทศอิหร่าน ส่วนทีมฟุตซอลหญิงทีมชาติไทย ทะยานสู่อันดับหนึ่งของเอเชีย และอันดับหกของโลก จากการจัดอันดับของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ก่อนการแข่งขันฟุตซอลโลก 2024”

Above แปม ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสรฟุตซอลบลูเวฟ ชลบุรี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
คนไทยคนแรกในหลักสูตรฟีฟ่า
แปมเชื่อว่า ด้วยความรู้และประสบการณ์ที่กว้างไกล จะทำให้คนรุ่นใหม่อย่างเขาสามารถยกระดับวงการฟุตซอลไทยไปได้ไกลกว่าเดิม
“ช่วงที่สโมสรบลูเวฟ ชลบุรี คว้าแชมป์ฟุตซอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย ถือเป็นจุดพีคของสโมสรเลยก็ว่าได้ แต่ผมมองว่าเราอยู่กับที่ไม่ได้แล้ว เราต้องออกไปหาความรู้เพิ่มเติม จึงตัดสินใจไปเรียนปริญญาโทหลักสูตร FIFA Master in Management, Law, and Humanities of Sport ซึ่งเราเป็นคนไทยคนแรกที่จบจากหลักสูตรนี้”
สำหรับเนื้อหาหลักสูตรในส่วนแรก คือการเรียนรู้ว่ากีฬาแต่ละชนิดหรือลีกกีฬาที่สำคัญในแต่ละประเทศมีต้นกำเนิดมาได้อย่างไร ส่วนที่สอง คือการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการ เรื่องสปอนเซอร์ เรื่องการเผยแพร่และการถ่ายทอดกีฬา เพื่อให้เข้าใจภาพรวมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬาว่าประกอบด้วยปัจจัยอะไรบ้าง และทำอย่างไรให้มีแฟนกีฬาติดตามได้อย่างยั่งยืน สุดท้ายคือเรื่องกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวกับกีฬา ซึ่งเป็นประเด็นที่สําคัญมาก
“ทั้งหมดทั้งมวล เรามองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือเรื่องคอนเน็กชั่นจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน เนื่องจากส่วนใหญ่หลักสูตรนี้จะรับเพียงประเทศละคน รวมประมาณ 30 กว่าคน เพราะฉะนั้นเราจะได้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ ในขณะเดียวกันก็มีศิษย์เก่าที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงกีฬา บางคนมาจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) บางคนมาจากสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (UEFA) บางคนเป็นมีเดียเอเจนซี่ชื่อดังในวงการกีฬา ซึ่งเราหวังว่าจะนำความรู้ตรงนี้มาปรับใช้กับสโมสรเรา ทําให้มีความเป็นสากลมากขึ้น"

Above แปม ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสรฟุตซอลบลูเวฟ ชลบุรี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
"เราเชื่อว่าฟุตซอลไทยยังมีเส้นทางให้เติบโตอีกเยอะ เพราะเรามีผลงานที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก เรามีทีมชาติที่ผสมผสานนักกีฬาหลายเจเนอเรชั่น เพื่อให้ได้ทั้งความสดและความเก๋า เรามีเด็กรุ่นใหม่ที่คอยขึ้นมาทดแทนและประดับวงการ เรามีแฟนกีฬาที่คอยซัพพอร์ทนักกีฬาและสโมสรอยู่ตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุดในการทําทีมกีฬา เราเชื่อว่านี่เป็นปีทองของกีฬาฟุตซอล และเรามาไกลมากในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ก็อยากให้คนไทยทุกคนช่วยกันติดตามและเป็นกำลังใจให้นักฟุตซอลทีมชาติไทยต่อไปด้วยนะครับ”

Above แปม ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสรฟุตซอลบลูเวฟ ชลบุรี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)





