Cover กฤษฎา เจียรวนนท์ เจ้าของสโมสร LYNX Esport (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Esport หรือกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ (electronic sport) กีฬาที่เป็นมากกว่าแค่การเล่มวิดีโอเกม ซึ่งครั้งหนึ่งประเทศไทยเคยมีนักกีฬา Esport ระดับโลก

ภายใต้การบริหารของ กฤษฎา เจียรวนนท์ ประธานสโมสรลูกแมวภูเขา (LYNX Esport) ผู้ผลักดันวงการ Esport ในประเทศไทยให้เติบโตรุดหน้า ทั้งทางการแข่งขันในสนามหน้าจอ และการแข่งขันในสนามธุรกิจ

Esport ได้รับความเห็นชอบจากสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยให้เป็นกีฬา โดยจัดตั้งเป็นสมาคมกีฬาในประเทศไทยเมื่อปี 2017 จากนั้นได้รับการบรรจุให้เป็นการแข่งขันกีฬาชิงเหรียญอย่างเป็นทางการเมื่อตอนเอเชียนเกมส์ 2022 ระหว่างนั้น กระแส Esport ในไทยดีขึ้นเรื่อยๆ หลายคนให้ความสนใจในแวดวงกีฬานี้ รวมถึงกฤษฎาที่ให้ความสนใจกระทั่งก่อตั้งทีม Esport เมื่อปี 2018

Tatler มีโอกาสพูดคุยกับเขาถึงจุดเริ่มต้น ความเป็นมาของการก้าวเข้าสู่วงการนี้ และความเป็นไปในอนาคตของกีฬา Esport ของประเทศไทย ทั้งในเวทีระดับประเทศและระดับโลก

อ่านเพิ่มเติม: GEN.T INTERVIEW: STAY RELEVANT, STAY IN GAME - ยอด ชินสุภัคกุล

Tatler Asia
Above กฤษฎา เจียรวนนท์ เจ้าของสโมสร LYNX Esport (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ก้าวเข้ามาสู่วงการ Esport

ช่วงปี 2018 Esport กระแสดีมากจากต่างประเทศ เรามองเห็นว่ากำลังขยายมาไทย แต่จะเข้ามาในลักษณะไหน ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง ตอนนั้นเป็นการตั้งคำถามกับตัวเองมากกว่าว่า จะยืนตรงไหนใน Esport ได้บ้าง แต่คงไม่ไปเป็นสตรีมเมอร์หรือนักแข่งแน่นอน เราก็ลองหมด ตั้งแต่การทำเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นการจัดทัวร์นาเมนต์ หรือจัดไลฟ์สตรีมต่างๆ

ทราบมาว่าเคยเป็นนักกีฬาและชอบเล่นเกม เท่ากับว่านำสองสิ่งที่รักมารวมเข้าด้วยกันจนได้มาทำ Esport ใช่ไหม

ใช่ครับ เคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำตั้งแต่มัธยม เคยคัดตัวทีมชาติ แข่งขันระดับกีฬาเขต และผมโตมากับเกม ได้อะไรจากเกมเยอะมาก ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น ที่ผมพูดได้ 2-3 ภาษา เป็นเพราะเกมเลย เพราะฉะนั้นพูดได้ว่าเกมให้ประโยชน์ผมมาเยอะ ณ ตอนนี้ ถามว่าทุกวันนี้ยังเล่นเกมไหม ก็ยังเล่นอยู่เพื่อคลายเครียด เลยนำสองสิ่งนี้มารวมด้วยกันเกิดเป็นสโมสร LYNX

ความแตกต่างของกีฬา Esport และกีฬาชนิดอื่นอยู่ตรงไหน

ขอพูดความเหมือนก่อนนะครับ จริงๆ แล้วนักกีฬา Esport ต้องมีวินัยในการฝึก มีเชาว์ปัญญาของการเป็นนักกีฬา เหมือนนักกีฬาชนิดอื่น ความต่างคือ การซ้อมและไลฟ์สไตล์บางอย่างที่คนนึกภาพไม่ออก เช่น นักกีฬาโดยทั่วไปตื่นเช้า เพื่อซ้อมเช้า-เย็น แต่นักกีฬา Esport นั้นต่างออกไป เขาจะซ้อมดึกแล้วนอนกลางวัน เพราะต้องซ้อมกับผู้เล่นที่อยู่ในไทม์โซนที่ต่างกัน ยิ่งเป็นนักกีฬา Esport ระดับนานาชาติด้วยแล้ว เวลาฝึกซ้อมคุณไม่ได้ซ้อมกับคนในประเทศแน่นอน ต้องฝึกกับนักกีฬาจากยุโรป อเมริกา เวลานอนของนักกีฬาชนิดนี้จึงต่างจากคนอื่น

ถ้าซ้อมบ่ายสามโมงของอเมริกาก็เท่ากับตีสามของไทย การซ้อมก็ซ้อมกันทีละหกชั่วโมง เริ่มตีสามจบเก้าโมงเช้า แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้ คุณไม่ได้ซ้อมกับคนทั่วไป ดีไม่ดีซ้อมกับแชมป์โลก ฉะนั้นแล้วนักกีฬา Esport ในสายตาคนทั่วไปอาจดูเป็นคนขี้เกียจ เพราะนอนดึกตื่นสาย แต่ที่จริงคือเหตุผลเป็นแบบนี้

อ่านเพิ่มเติม:  GEN.T INTERVIEW: 'โด่ง' อิทธิกร เทพมณี จากวิกฤติอาหารของโลก สู่แรงบันดาลใจขนมสุนัข JAIKLA

นักกีฬา Esport ต้องมีวินัยในการฝึก มีเชาว์ปัญญาของการเป็นนักกีฬา ไม่ต่างจากนักกีฬาชนิดอื่น

- กฤษฎา เจียรวนนท์ ประธานสโมสรลูกแมวภูเขา (LYNX Esport) -

เมื่อได้มาทำทีม Esport เราได้เข้าไปทำงานในส่วนไหนบ้าง

จากที่เล่าให้ฟังว่านักกีฬา Esport มีตารางซ้อมไม่เหมือนนักกีฬาทั่วไป สโมสรก็ไปจัดระบบตรงนี้ให้ เช่น ถ้ามีทีมยุโรปติดต่อมาขอซ้อม เราต้องจัดวันให้ห่างจากที่ฝึกซ้อมกับอเมริกา ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้พักผ่อน

นอกจากดูแลตารางการซ้อมแล้ว ยังดูแลเรื่องสุขภาพด้วย เพราะหากนั่งโต๊ะติดต่อกันหลายชั่วโมงนานๆ คงไม่ไหว การแข่งแต่ละทีไม่ใช่แข่งแค่ 1 เกม 10 นาทีเสร็จ ลีกการแข่งขันในไทย เช่น PUBG หรือแม้กระทั่งของลีก RoV แข่งกันนาน 6 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าคุณนั่งอยู่ตรงนั้น แล้วคุณต้องใช้ความมุ่งมั่น จดจ่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า 6 ชั่วโมงเต็ม คุณต้องมีแรงขนาดไหน มันไม่ใช่แรงจากการวิ่ง แต่แรงมาจากการใช้สมอง การคิด เพราะว่าเวลาแค่ 0.01 วินาทีก็มีแพ้ชนะกันแล้ว

ฉะนั้นความคิดต่างๆ ต้องเร็ว การตอบสนองระหว่างตากับมือต้องว่องไว บางทีจับเวลากันเป็น 0.01 วินาทีว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง ณ ตอนนั้น ทางสโมสรจึงต้องเข้าไปช่วยดูแลเรื่องการพักผ่อน การออกกำลังกาย อาจไม่ถึงกับออกกำลังกายหนัก แต่ว่าต้องได้ขยับร่างกายบ้าง

นอกจากนี้สโมสรจะมีแบบแผนในการเล่นและทุกครั้งที่มีการอัปเดตเวอร์ชั่นของเกม เพราะการเล่นเกมก่อนและหลังอัปเดตนั้นแตกต่างกันมาก อย่างสุดท้ายคือ สโมสรจะมีวิธีเลือกอุปกรณ์ เช่น เมาส์และคีย์บอร์ด เพราะถือเป็นเครื่องมือกีฬาอย่างหนึ่ง เหมือนนักฟุตบอลที่มีรองเท้าสตั๊ด นักเทนนิสที่มีแร็กเก็ตคู่ใจ

Tatler Asia
Above งานเปิดตัวสโมสร LYNX และการเซ็นสัญญานักกีฬาในสังกัด (ภาพ: LYNX TH)

จากยุคที่กระแส Esport มาแรง จนถึงปัจจุบันแนวโน้มของ Esport ในไทยเป็นอย่างไร

ปัจจุบันสโมสร Esport ส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้สโมสรกีฬาอื่นๆ เช่น สโมสรฟุตบอล เพราะจะมีระบบบริหาร แหล่งเงินทุน รวมไปถึงระบบนิเวศอื่นๆ ที่เอื้อต่อการทำงาน ที่จริงการแข่งขัน Esport มีหลายประเภท เช่น เกมยิง (shooting) เกมวางแผน เกมจำลองสถานการณ์ต่างๆ (simulation) และมีอีกประเภทคือการ์ดเกมที่ก็ถือว่ามีวิธีเล่นไม่ต่างกัน ผู้ที่เล่น Esport ส่วนใหญ่ก็เล่นการ์ดเกม และมาแข่งขันการ์ดเกมกันได้

ผมมองว่าจริงๆ แล้วการ์ดเกมอยู่กับเรามานาน 30-40 ปี ก่อนจะมีคนพูดคุยว่า Esport คืออะไรด้วยซ้ำ ผมเองก็ได้ลงไปคลุกคลี เมื่อก่อนเรามีนักกีฬา Esport ที่เป็นนักกีฬาการ์ดเกมอยู่ 2-3 คนที่ไปแข่งทั่วโลก ตอนนี้สโมสรของผมจึงหันมาจับการ์ดเกมเพิ่มขึ้นด้วย

การฝึกซ้อมอย่างมีระบบ จะแยกระหว่างคนเล่นเกมไปวันๆ กับคนเล่นเกมเพื่อพัฒนาตัวเอง

- กฤษฎา เจียรวนนท์ ประธานสโมสรลูกแมวภูเขา (LYNX Esport) -

หากมีเด็กคนหนึ่งมาขอคำแนะนำว่าอยากเป็นนักกีฬา Esport ทีมชาติจะให้คำแนะนำอย่างไร

อย่างแรกคือต้องมีวินัยในการฝึกซ้อม ต้องฝึกซ้อมอย่างมีระบบ จะแยกระหว่างคนเล่นเกมไปวันๆ กับคนเล่นเกมเพื่อพัฒนาตัวเอง เมื่อฝึกซ้อมจนมีฝีมือการเล่นที่ดี แนะนำให้ไปอยู่ใกล้สโมสรให้มากที่สุด เพราะจะได้เรียนรู้เทคนิคการเล่น รู้ว่าใช้เครื่องมือ เมาส์ คีย์บอร์ด ตัวไหนดีที่สุด

อย่างที่สองคือ ห้ามทิ้งการเรียน เพราะช่วงเวลาการเป็นนักกีฬานั้นสั้น คุณอาจมีช่วงพีคได้ประมาณ 5 -10 ปี จากนั้นจะชะลอลง ผมอ่านเจองานวิจัยของอเมริกาว่า จุดพีคเรื่องประสาทสัมผัสของคน การทำงานประสานกันระหว่างสายตา มือ และการมองเห็น อยู่ที่อายุ 19-22 ปี มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่จะยังคงประสิทธิภาพไว้ได้หลังอายุ 22 ปี ดังนั้นหากคุณพีคช่วงอายุ 22 ปี ต่อมาคุณอาจตกเลยก็ได้ เพราะแม้จะรู้จักใช้ยุทธวิธีได้ดีกว่า แต่เด็กใหม่จะมีการโต้ตอบเร็วกว่าเยอะเลย

ก่อนจากกัน กฤษฎาทิ้งท้ายกับ Tatler ว่าอยากเห็นวงการ Esport ของไทยมีกระแสดีเหมือนในอดีต ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนจากหลายภาคส่วน หากทำได้ แวดวงกีฬา Esport ของไทยจะกลับมาคึกคัก และสามารถสู้กับระดับต่างประเทศได้ไม่ยาก

Topics

Panit Tanasuk
Features Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

ผานิต ธนะสุข เป็นบรรณาธิการ Features Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาบทความเชิงลึกตั้งแต่บทสัมภาษณ์เจาะลึกบุคคลที่น่าสนใจ เรื่องราวของความยั่งยืน ผู้หญิงแถวหน้าในหลายแวดวง และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เธอมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์มากว่า 10 ปี